ประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี 2569 แนะนำความสบายใจให้กับพ่อแม่

ประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี ปี 2569 มีที่ไหนให้เลือกบ้าง?

ประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี เป็นคำถามยอดนิยมของคุณพ่อคุณแม่ เพราะทุกวันนี้มีแผนประกันสุขภาพสำหรับเด็กมีให้เลือกเยอะมาก วันนี้ ทาง LUMA ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ว่าซื้อ ประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี

  1.  LUMA
  2.  Allianz Ayudhya – อลิอันซ์ อยุธยา
  3.  Pacific Cross –  แปซิฟิค ครอส
  4.  AXA
  5.  Dhipaya

ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่มีประกันสุขภาพเพื่อความสบายใจทางการเงินเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย แต่ปัจจุบัน ประกันสุขภาพเด็ก ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องใส่ใจให้ดี ด้วยทางเลือกที่มีค่อนข้างเยอะในสมัยนี้ การเลือกประกันให้ลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญ และควรใส่ใจรายละเอียด 

สำหรับการเปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็ก ทาง LUMA ได้ทำการบ้านมาให้แล้ว สามารถอ่านเพิ่มเติม ในรายละเอียดเทียบประกันเด็กแต่ละแผนได้เลยว่า ประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี

ประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี

LUMA ประกันสุขภาพเด็ก

ใครยังไม่รู้ว่าจะเลือกทำประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี 2569 ขอแนะนำประกันสุขภาพเด็กจาก LUMA โดดเด่นด้วยความคุ้มค่าที่พร้อมดูแลลูกน้อยแบบครบถ้วน โดยไม่ต้องมีความรับผิดชอบส่วนแรก

ด้วยโรงพยาบาลในเครือข่ายกว่า 250 ที่ในประเทศไทย ทำให้การเข้ารักษาเวลาเจ็บป่วยมีขั้นตอนที่ง่ายและรวดเร็ว ด้วยบริการ Direct Billing ไม่ต้องสำรองจ่าย และสามารถนำความคุ้มครองไปใช้ต่างประเทศ LUMA มีสำนักงานทั่วเอเชีย และ ยุโรป

LUMA ประกันสุขภาพเด็ก มีจุดเด่นอะไรบ้าง

มากไปกว่านั้นหากทำประกันสุขภาพเด็ก แผน LUMA Hi5 และ PRIME ยังจ่ายเบี้ยแบบสบายกระเป๋า สามารถเลือกเพิ่ม Deductible ได้ หากมีประกันสุขภาพที่อื่น ที่นำมาใช้ร่วมกันได้ และจำทำให้เบี้ยประกันสุขภาพถูกลง หากเลือกเพิ่ม ความรับผิดชอบส่วนแรกกับ LUMA จะมีผลเฉพาะสำหรับการนอนแบบผู้ป่วยใน และ วงเงินความรับผิดชอบส่วนแรกเป็นต่อปี ไม่ใช่ต่อครั้ง หรือ ทุกๆ ครั้งที่มีการแอดมิท 

Deductible หรือที่เรียกว่า ความรับผิดชอบส่วนแรก และรับส่วนลดค่าเบี้ย Hi5 และ PRIME สูงสุด 45%

 

นอกจากนี้ หากสมัครเป็นครอบครัว ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สามารถรับส่วนลดค่าเบี้ย และหากสมัครทั้งครอบครัวพร้อมกัน 4 คนขึ้นไป รับส่วนลดค่าเบี้ยสูงสุดถึง 20% 

 

ประกันสุขภาพเด็ก จาก LUMA สามารถเลือกค่าห้องและค่าอาหาร ตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท และสิทธิพิเศษของแผนนี้ สามารถเข้าใช้บริการที่โรงพยาบาล BNH, สมิติเวช สุขุมวิท และ สมิติเวช ศรีนครินทร์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินสำหรับค่าห้อง

 

สำหรับใครที่ถือแผนประกันสุขภาพอยู่แล้ว แต่รู้สึกว่าความคุ้มครองไม่พอสำหรับค่ารักษาการแพทย์ทุกวันนี้ อาจจะมีวงเงินค่าห้องที่น้อยกว่าราคาห้องโรงพยาบาลสมัยนี้ หรือ เป็นแผนประกันสุขภาพที่ระบุวงเงินในการรักษา สามารถนำแผนแรกมาใช้เป็น

คุณ Aum Napat แนะนำประกันเด็ก LUMA

Allianz Ayudhya ประกันสุขภาพเด็ก

Allianz Ayudhya อลิอันซ์ อยุธยา แผนแมกซ์ แคร์

บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา คุ้มครองตั้งแต่ 300,000 บาท ถึง 5 ล้านบาท ต่อครั้ง คุ้มครองทั้งการเจ็บและเจ็บป่วย โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งการรักษาต่อปี  เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 เดือน 1 วัน ไปจนถึงอายุ 15 มี มีความคุ้มครองให้เลือกทั้งผู้ป่วยใน และ ผู้ปวยนอก 

จุดเด่นของแผน แม็กซ์ แคร์:

ไม่ต้องสำรองจ่าย ด้วยเครือข่ายสถานพยาบาลกว่า 490 แห่งในประเทศไทย แต่สำหรับบริษัทอลิอันซ์ อยุธยา แผนแมกซ์ แคร์ มีระยะเวลารอคอย 30 วัน แปลว่าไม่สามารถใช้ประกันรักษาโรคทั่วไปได้ในระยะเวลา 30 วัน หลังจากเริ่มกรมธรรม์ และหากมีการรักษา อาจจะเป็นเหตุให้ทางบริษัทยกเลิกกรมธรรม์ได้

 

สำหรับเด็กอายุ 0-9 ปี จำเป็นต้องมีผู้ปกครองสมัครร่วมทุกกรณี และสำหรับประกันสุขภาพเด็กอลิอันซ์ อยุธยา ต้องมีประกันชีวิตเป็นกรมธรรม์หลัก ถึงจะซื้อประกันสุขภาพได้

Pacific Cross ประกันสุขภาพเด็ก

Pacific Cross Standard และ Standard Plus

อีกหนึ่งบริษัทที่กำลังเป็นที่น่าสนใจ คือ Pacific Cross ด้วยแผน Standard การคุ้มครองเริ่มต้นที่ 270,000 บาทต่อการรักษา และ ค่าห้องเริ่มต้นวันละ 2,000 บาท  และแผน Standard Plus ที่คุ้มครอง 450,000 บาทต่อการรักษา และค่าห้องให้ 3,000 บาทต่อวัน 

สามารถต่ออายุได้ตลอดชีพ และรับส่วนลดในกรณีที่ไม่มีการเคลมหรือใช้ประกัน เครือข่ายโรงพยาบาลของ แปซิฟิค ครอสสามารถใช้ในประเทศไทยกว่า 450 แห่ง โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เวลาไปใช้บริการ 

สำหรับเด็กอายุ 1 ปี1ขึ้นไป สามารถสมัครเดี่ยวได้ โดยไม่ต้องพ่วงผู้ปกครอง

นอกจากนี้ จุดเด่นของบริษัทนี้ มีความคุ้มครองกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก อุ่นใจได้เลย

AXA ประกันสุขภาพเด็ก

AXA Smart Care

ประกันสุขภาพเด็ก AXA เป็นผลิตภัณฑ์ประกันที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองสุขภาพของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น โดยครอบคลุมการรักษาพยาบาลในกรณีที่เกิดโรคหรืออุบัติเหตุ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยทั่วไป การตรวจสุขภาพประจำปี การรับวัคซีน และการรักษาฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีความคุ้มครองในส่วนของค่าห้องพักในโรงพยาบาล การดูแลสุขภาพช่องปาก และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของเด็ก ประกันสุขภาพเด็ก AXA ยังมีแผนประกันที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของครอบครัว ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าลูกของตนจะได้รับการดูแลและปกป้องอย่างเต็มที่ตลอดวัยเด็ก

 

บริษัท AXA มีแผนประกันสุขภาพเด็กให้เลือก อย่างเช่น AXA Smart Care Essential 1 วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท ต่อการรักษา และวงเงินค่าห้อง วันละ 3,000 บาท สำหรับห้องเดี่ยวมาตรฐาน

 

สำหรับอายุ 0-17 ปี จำเป็นต้องมีผู้ปกครองพ่วงด้วย และมีระยะเวลารอคอย 30 วัน ถึงจะใช้งานประกันได้ 

Dhipaya ประกันสุขภาพเด็ก

Dhipaya Platinum Healthcare

ปิดท้ายสำหรับคนที่กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี สัญญาเพิ่มเติมจาก Dhipaya นี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ ซื้อได้ทันทีตั้งแต่อายุ 14 วัน คุ้มครองในประเทศไทย จ่ายผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกตามจริงสูงสุด 9,000 บาท 

 

นอกจากนี้ยังมีส่วนคุ้มครองที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในสูงสุด 5,000,000 บาท ค่าห้องและค่าอาหารวันละ 10,000 บาท รวมถึงค่าตรวจวินิจฉัยพิเศษ เอ็กซเรย์ อัลตราซาวด์ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ

 

ถือว่าน่าสนใจมากสำหรับครอบครวที่มีงบจำกัด แต่ต้องการความคุ้มครองที่ดีให้กับลูก เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่ต้องการประกันสุขภาพเด็กที่มีราคาไม่แพง แต่ให้ความคุ้มครองที่เพียงพอสำหรับการรักษาพยาบาลทั่วไป

ประกันสุขภาพสำหรับเด็ก

คุณพ่อคุณแม่ ที่ LUMA เลือกประกันสุขภาพให้ลูกอย่างไร?

Xaynaly
Xaynalyแผนก Client Solutions
เพิ่งทำประกันให้ลูกคนที่ 2 พอครบ 15 วันหลังคลอด รีบทำเลยค่ะ พอเป็นลูกคนที่ 2 เลยเข้าใจมากขึ้นว่าความคุ้มครองที่ต้องการ ต้องครอบคลุมอะไรบ้าง ตอนที่เลือกแผนประกันสุขภาพให้ลูก ต้องมีวงเงินอย่างน้อย 3 ล้านบาทต่อปี และ ความคุ้มครองผู้ป่วยใน เน้นดูค่าห้องเป็นพิเศษ เพราะสมัยนี้ ค่าใช้จ่ายสูงมาก ชอบมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่จะต้องจ่ายตอนจะกลับบ้าน เลยเลือกแผนที่มีค่าห้องสูง หรือจ่ายตามจริงทั้งหมด 
Chontara
Chontaraแผนก Claims
ทำประกันสุขภาพให้ลูกสาวตั้งแต่อายุ 15 วันค่ะ เพราะตอนนั้น เขากำหนดเวลา เร็วที่สุดที่สามารถทำให้เด็กแรกเกิดได้ คือ 15 วันหลังการคลอด สำหรับครอบครัวฉัน ตอนเลือกแผนประกัน เน้นไปทางผู้ป่วยในมากกว่าค่ะ เพราะเวลาต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายสูงมาก เลยเลือกแผนประกันที่คุ้มครอง IPD สูงค่ะ 
Kanniga
Kannigaแผนก IT
ฉันมีลูก 2 คนค่ะ ทำประกันสุขภาพให้ลูกตั้งแต่วันที่คลอดลูกเลยค่ะ เพิ่มเป็นสมาชิกเข้าไปในแผนครอบครัวที่ถืออยู่ สำหรับฉัน เวลาเปรียบเทียบประกันสุขภาพให้ลูก จะให้ความสำคัญกับความคุ้มครอง ทั้งปีมีวงเงินให้เท่าไร เพียงพอสำหรับการรักษาต่างๆในทุกวันนี้ไหม แล้วก็ต้องดูราคาเบี้ยประกันด้วยค่ะ 

สรุป

ก่อนตัดสินใจเลือกว่าจะทำ ประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี อย่าลืมพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าทั้งเรื่องงบที่ต้องจ่ายแต่ละปีรวมถึงความคุ้มครองครอบคลุมกับการเจ็บป่วยของลูกน้อย ย้ำว่าการมี ประกันสุขภาพเด็ก คือเรื่องสำคัญมากเพราะการเจ็บป่วยของลูกรอไม่ได้ หากรับการรักษาแบบทันท่วงทีแถมไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ยังไงย่อมดีกว่าต้องจ่ายเต็ม ๆ ด้วยตนเองทุกครั้งอย่างแน่นอน

ผู้เกี่ยวข้องในกรมธรรม์ประกันสุขภาพมีใครบ้าง

สำหรับมือใหม่ที่พึ่งทำความรู้จักกับวงการประกันภัยอาจจะเกิดความไม่เข้าใจหรือสงสัยเกี่ยวกับคำเรียกบุคคลต่างๆที่อยู่ในกรมธรรม์ วันนี้เราจึงจะมาอธิบายถึงความหมายและความแตกต่างของบุคคลเหล่านี้ให้ฟังกัน

ผู้รับประกันภัย คือ

คู่สัญญาฝ่ายที่ตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ตามสัญญาประกันภัย โดยทั่วไปผู้รับประกันคือ บริษัทประกันภัย ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

ผู้รับประกัน มีบทบาทสำคัญใน การบริหารจัดการความเสี่ยง และ การให้ความคุ้มครอง แก่ผู้เอาประกันภัย

หน้าที่หลักของผู้รับประกันภัย คือ 

  • รับความเสี่ยงแทนผู้เอาประกันภัย 
  • ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ 
  • ให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย เช่น การให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์และการรับแจ้งเคลม 

สิทธิของผู้รับประกันภัย คือ 

  • รับเบี้ยประกันภัย รวมถึงปรับเบี้ยประกันภัยในกรณีมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 
  • บอกเลิกสัญญา ในกรณีผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งข้อความจริงหรือผิดสัญญาประกันภัย รวมถึงไม่จ่ายเบี้ยประกันภัย 
  • ระงับความคุ้มครอง ในกรณีผู้เอาประกันภัยไม่จ่ายเบี้ยประกันภัย ฝ่าฝืนเงื่อนไขในกรมธรรม์ หรือผู้เอาประกันไปรักษาในโรงพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่าย 
  • ตรวจสอบข้อมูลสุขภาพผู้เอาประกันทั้งก่อนทำสัญญาและระหว่างที่มีผลบังคับใช้  รวมไปถึงเอกสารการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันด้วย 
  • เรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้เอาประกันกรณีผู้เอาประกันแจ้งข้อความเท็จหรือจงใจทำให้เกิดความเสียหา

ผู้เอาประกัน คือ 

ถึงแม้ชื่อเรียกจะฟังแล้วชวนให้คิดถึงผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการทำประกันหรือกรมธรรม์นั้นๆ แต่จริงๆแล้วไม่ได้ถูกทั้งหมด เพราะผู้เอาประกันคือบุคคลที่ทำสัญญากับบริษัทประกันภัย รวมถึงเป็นผู้ที่จ่ายเบี้ยประกันตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์นั้นด้วย ซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์จากกรมธรรม์นั้นอาจไม่ใช่ผู้เอาประกันเสมอไปหากผู้เอาประกันทำสัญญาและจ่ายเบี้ยประกันโดยมีเงื่อนไขให้ผู้อื่นเป็นผู้รับประโยชน์แทน ยกตัวอย่างเช่น พ่อแม่ทำประกันสุขภาพให้ลูก หรือพ่อแม่ทำประกันชีวิตเอาไว้โดยระบุให้ลูกคือผู้ได้รับผลประโยชน์หากตนเองเสียชีวิต ผู้เอาประกันในที่นี้คือพ่อแม่ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ได้รับประโยชน์จากการทำประกันนั้นก็ตาม แต่บางกรณีผู้เอาประกันก็สามารถเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำประกันได้เหมือนกัน เช่น ผู้เอาประกันทำประกันสุขภาพให้ตัวเองเพื่อแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล  

หน้าที่หลักของผู้เอาประกัน ได้แก่ 

  • จ่ายเบี้ยประกันตามกำหนด  
  • แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและบุคคลที่จะเอาประกันอย่างถูกต้อง  
  • แจ้งบริษัทประกันภัยเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น  
  • ปฏิบัติตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ 

สิทธิของผู้เอาประกันมีดังนี้ 

  • ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ 
  • ยกเลิกกรมธรรม์ 
  • เปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์ 
  • ขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ 

ผู้อยู่ในอุปการะ คือ

เป็นผู้ที่อยู่ในความดูแลของผู้เอาประกันที่ได้รับการระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย โดยสามารถเป็นได้ทั้งคู่สมรส ผู้ที่อยู่กินฉันท์สามีภรรยากับผู้เอาประกัน รวมไปถึงบุตร ซึ่งบุตรสามารถเป็นได้ทั้งบุตรของผู้เอาประกันเอง บุตรบุญธรรม หรือบุตรภายใต้การปกครอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเป็นบุตรที่ยังต้องพึ่งพาการสงเคราะห์จากผู้เอาประกันอยู่ 

หน้าที่หลักของผู้อยู่ในอุปการะคือ 

  • เป็นผู้รับผลประโยชน์ 
  • แจ้งข้อมูลและเอกสาร 
  • รักษาสิทธิ์ 
  • แจ้งการเปลี่ยนแปลง 
  • ปฏิบัติตามเงื่อนไข 

สิทธิของผู้อยู่ในอุปการะมีดังนี้  

  • สิทธิได้รับเงินชดเชย เช่น เงินชดเชยรายได้ เงินชดเชยการศึกษา  
  • สิทธิได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ 
  • สิทธิในการตรวจสอบกรมธรรม์ 
  • สิทธิในการร้องเรียน 

ผู้ได้รับความคุ้มครอง คือ

  • หมายถึงผู้ที่ได้รับผลประโยชน์และความคุ้มครองตามกรมธรรม์ โดยผู้ได้รับความคุ้มครองสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ  

    1. ผู้ได้รับความคุ้มครองที่เป็นผู้เอาประกันเอง  
    2. ผู้ได้รับความคุ้มครองที่เป็นผู้อยู่ในอุปการะ

ผู้รับผลประโยชน์ คือ

บุคคลที่จะได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยทั่วไป ผู้รับผลประโยชน ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพจะระบุชื่อไว้ ดังนี้ 

  • ผู้เอาประกันภัย เป็นผู้รับผลประโยชน์หลัก กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาล 
  • บุคคลที่เอาประกันไว้ให้ เช่น คู่สมรส บุตร บิดา มารดา กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาล 

โดยส่วนมากแล้วตอนสมัครทำประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะต้องเลือกลงชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้อย่างน้อยหนึ่งคน  

หน้าที่หลักของผู้รับผลประโยชน์ คือ 

  • แจ้งเคลม แจ้งบริษัทประกันภัยเมื่อผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาพยาบาล 
  • รักษาสิทธิ์ โดยแจ้งบริษัทประกันภัยหากได้รับความคุ้มครองไม่ครบถ้วนตามกรมธรรม์หรือร้องเรียนหากไม่พอใจการบริการของบริษัท 
  • แจ้งบริษัทหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล  
  • ชำระเบี้ยประกันภัย กรณีผู้เอาประกันภัยไม่สามารถชำระได้ 
  • แจ้งการเสียชีวิต กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต 

สิทธิของผู้ได้รับผลประโยชน์ คือ 

  • ผู้รับผลประโยชน์มีสิทธิได้รับเงินชดเชย กรณีผู้เอาประกันเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต 
  • สิทธิเลือกโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันภัย 
  • มีสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์และการเคลม 
  • สิทธิร้องเรียน กรณีไม่ได้รับความคุ้มครองตามที่ควรได้รับหรือได้รับบริการที่ไม่ดีจากบริษัทประกันภัย 

ความแตกต่างของทั้ง 2 ประเภท คือ

ผู้เอาประกัน 

  • เป็นบุคคลที่ทำสัญญากับบริษัทประกัน 
  • มีหน้าที่ชำระเบี้ยประกัน 
  • มีสิทธิ์เลือกผู้รับผลประโยชน์ 
  • มีสิทธิ์ยกเลิกกรมธรรม์ 
  • มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์ 

 

ผู้อยู่ในอุปการะ 

  • เป็นบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ 
  • ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เอาประกัน 
  • ไม่จำเป็นต้องมีหน้าที่ชำระเบี้ยประกัน 
  • ไม่มีสิทธิ์เลือกผู้รับผลประโยชน์ 
  • ไม่มีสิทธิ์ยกเลิกกรมธรรม์ 
  • ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์ 

ทั้งนี้ทั้งนั้นความแตกต่างของผู้เอาประกันกับผู้อยู่ในอุปการะและสิทธิ์ความคุ้มครองอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันสุขภาพแต่ละฉบับ 

ผู้เกี่ยวข้องในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ
กรมธรรม์ประกันสุขภาพเด็ก

สิทธิของผู้ได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ

สิทธิทั่วไป 

  • สิทธิได้รับความคุ้มครอง คือ ผู้ได้รับความคุ้มครองมีสิทธิได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลภายใต้วงเงินคุ้มครองตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ รวมไปถึงค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไข 
  • สิทธิได้รับข้อมูล คือ ผู้ได้รับความคุ้มครองมีสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ เช่น เงื่อนไข ความคุ้มครอง วงเงินคุ้มครอง ระยะเวลารอคอย 
  • สิทธิร้องเรียน คือ ผู้ได้รับความคุ้มครองมีสิทธิร้องเรียนบริษัทประกันกรณีไม่พอใจการบริการหรือการชดเชยค่าสินไหมทดแทน 

สิทธิเฉพาะ 

  • สิทธิเลือก คือ ผู้ได้รับความคุ้มครองมีสิทธิเลือกโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษาพยาบาล 
  • สิทธิได้รับบริการ คือ ผู้ได้รับความคุ้มครองมีสิทธิได้รับบริการต่างๆตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น บริการตรวจสุขภาพ บริการฉุกเฉิน 

 

ทั้งหมดนี้คือผู้เกี่ยวข้องในกรมธรรม์ทั้งหมด เมื่อคุณต้องอ่านกรมธรรม์หรือเงื่อนไขสัญญาใดๆที่เกี่ยวข้องกับประกันสุขภาพก็จะสามารถบอกถึงความหมายและความแตกต่างของบุคคลที่ถูกกล่าวถึงได้แล้ว แต่อย่าลืมว่าเงื่อนไขและข้อตกลงมักแตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท ดังนั้นการอ่านกรมธรรม์อย่างละเอียดก่อนทำประกันเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

อ่านเพิ่มเติม:

5 ข้อควรรู้เตรียมลุย Tokyo DisneySea ที่โตเกียว

DisneySea เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมไปเมื่อเยือนประเทศญี่ปุ่น เพราะนอกจากจะได้สัมผัสความน่ารักของตัวละครและเครื่องเล่นธีมต่างๆ แล้วยังมีอาหารและขนมที่ให้ทุกคนได้ลิ้มรสประสบการณ์ใหม่ๆ บอกเลยว่าสาวกดิสนีย์ไม่ควรพลาด! วันนี้อีฟจึงอยากนำประสบการณ์มาแบ่งปันให้กับใครที่กำลังมีแพลนจะไปเที่ยวสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์ซี แต่ก่อนอื่นอย่าลืมศึกษาขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นอัปเดตล่าสุดให้ถูกต้อง ถ้าพร้อมแล้วอ่าน5 ข้อที่ควรรู้ เตรียมลุย Tokyo DisneySea กันได้เลย

1.ประเภทตั๋ว Tokyo DisneySea

  1. ราคาของตั๋วโตเกียวดิสนีย์ซีจะเป็นเรทเดียวกันกับดิสนีย์แลนด์ สามารถซื้อล่วงหน้าเพื่อเทียบสกุลเรทเงินเยนได้ก่อนวันเที่ยวจริงไม่เกิน 2 เดือน โดยตั๋วไม่มีวันหมด หากใครสะดวกซื้อช่วงใกล้บินก็สามารถทำได้เช่นกัน สำหรับช่วงเทศกาลหรือวันหยุดอาจจะต้องเผื่อใจเรื่องราคาที่สูงขึ้นกันสักนิด ดูข้อมูลราคาตั๋วแต่ละประเภทอัพเดตล่าสุด 03/04/2026 ด้านล่างได้เลย

    ตั๋ว 1 Day Passport  

    สามารถเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่ 9.00 – 21.00 น. ราคาจะมีเป็นการปรับครั้งล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2023 เป็นต้นไป 

    ประเภทตั๋ว ราคา 
    ผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป 7,900 – 10,900 JPY 
    เด็กโตอายุ 12-17 ปี 6,600 – 9,000 JPY 
    เด็กเล็กอายุ 4-11 ปี 4,700 – 5,600 JPY 
    เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าฟรี 

     

    Early Evening Passport 

    สามารถเข้าใช้บริการได้หลังเวลา 15.00 น. เฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์  

    ประเภทตั๋ว ราคา 
    ผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป 6,500 – 8,400 JPY 
    เด็กโตอายุ 12-17 ปี 5,300 – 7,200 JPY 
    เด็กเล็กอายุ 4-11 ปี 3,800 – 4,400 JPY 
    เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าฟรี 

     

    Weeknight Passport 

    สามารถเข้าใช้บริการได้หลังเวลา 17.00 น. เฉพาะวันธรรมดา ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

    ประเภทตั๋ว ราคา 
    ผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป 4,500 – 6,200 JPY 
    เด็กโตอายุ 12-17 ปี 4,500 – 6,200 JPY 
    เด็กเล็กอายุ 4-11 ปี 4,500 – 6,200 JPY 
    เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าฟรี 

     

    1-Day Passports (for Guests with Disabilities) 

    ตั๋วสำหรับผู้พิการแบบ 1 วัน โดยต้องมีใบรับรองยืนยันพร้อมพาผู้ติดตามมาได้ สามารถเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่ 09.00 – 21.00 น.  

    ประเภทตั๋ว ราคา 
    ผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป 6,500 – 8,700 JPY 
    เด็กโตอายุ 12-17 ปี 5,300 – 7,200 JPY 
    เด็กเล็กอายุ 4-11 ปี 3,800 – 4,400 JPY 
    เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าฟรี 

    ช่องทางการซื้อบัตรเข้า Tokyo DisneySea

    วิธีซื้อบัตรเข้าปาร์คสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้ เลือกตามความสะดวกได้เลย 

    • ช่องทางออนไลน์เว็บไซต์ทางการของ Tokyo Disney Resort  หรือผ่านแอปพลิเคชัน Tokyo Disney Resort App 
    • ช่องทาง Partner ต่าง ๆ ประกอบด้วย Klook, Rakuten Travel, KKday, Trip.com เรากับน้องเลือกจองผ่าน Klook เพราะว่าแอปใช้งานง่ายสะดวก ซื้อเสร็จแสดงQR ออนไลน์ให้พนักงานเข้าปาร์คได้เลย (แอปพาร์ทเนอร์อาจจะมีประเภทตั๋วไม่ครบทุกประเภท*)
    • ช่องทางร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่น เช่น Lawson หรือ 7- Eleven
    • ช่องทาง Disney Store (ปัจจุบันมีแค่สาขา Disney FLAGSHIP TOKYO Shinjuku เท่านั้น) 
    • ช่องทางโรงแรมในเครือ Disney Hotel  

    อย่างไรก็ตามคุณสามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ก่อนวันเที่ยวจริงไม่เกิน 2 เดือน ซึ่งแนะนำให้ดำเนินการเพื่อความมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องตั๋วเต็มใด ๆ ทั้งสิ้น 

รถไฟ Disneysea
Photo by Arissara

2. การเดินทางไป Tokyo DisneySea

ใครที่เคยตะลุย Tokyo Disneyland มาแล้วสามารถใช้เส้นทางแบบเดียวกันได้เลย แต่สำหรับคนพึ่งไปครั้งแรกหลัก ๆ แล้วสามารถเดินทางไป Tokyo DisneySea ได้ 2 วิธี ดังนี้ 

เดินทางโดยรถไฟ


สาย JR Keiyo Line, Musashino Line หรือ Tozai Line ลงสถานี Maihama จากนั้นเดินต่อเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนขึ้นรถไฟสาย Disney Resort Line (ค่าบริการแบบเหมา ใช้ได้ 1 รอบ ครบ 4 สถานี ได้แก่ Resort Gateway Station สถานีเชื่อมต่อกับรถไฟสายหลัก, Tokyo Disneyland Station สถานีสำหรับไปยัง Tokyo Disneyland, Bayside Station สถานีสำหรับผู้เข้าพักรีสอร์ต และ Tokyo DisneySea Station สถานีสำหรับไปยัง Tokyo DisneySea ราคา 260 JPY) เพื่อไปลงสถานี Tokyo DisneySea แล้วเดินต่อยังสวนสนุกได้เลย ใช้เวลาการเดินทางรวมแล้วประมาณ 40-60 นาที  

เดินทางโดยรถ Shuttle Bus

จากสถานีชินจูกุ (มีเฉพาะรอบเช้า) ใช้เวลาเดินทางใกล้เคียงกัน รถมาส่งที่ Tokyo Disneyland จากนั้นก็ต่อรถไฟสาย Disney Resort Line เข้าไป 

3. เครื่องเล่นที่ Tokyo DisneySea

อย่างที่บอกว่าธีมโซนและเครื่องเล่นสำหรับคนที่ไป Tokyo DisneySea จะมีความแตกต่างจาก Tokyo Disneyland อยู่พอสมควร แนะนำว่าหากเป็นตัวละครที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมแนะนำให้เผื่อเวลาต่อคิวเล่นเครื่องเล่นสำหรับ daypass ซึ่งสามารถตรวจสอบเวลารอคิวได้ผ่าน App Disney หรือจะซื้อ Fast pass เพื่อลดระยะเวลาในการรอเล่นเครื่องเล่น ซึ่งแต่ละเครื่องเล่นอาจจะมีราคาแตกต่างกัน 

ในส่วนของเครื่องเล่นที่ส่วนตัวเราชอบและอยากจะแนะนำ มีดังนี้

Tower of Terror 

หอคอยอาถรรพ์หรืออีกชื่อที่เรียกกันว่า ยักษ์ตกตึก อยู่ในโซน American Waterfront ได้รับความนิยมมากสุดสำหรับคนที่เที่ยว Tokyo DisneySea ต่อคิวรอกันขั้นต่ำเกิน 1 ชม. แนะนำให้ซื้อบัตร Fast Pass ถ้าไม่อยากรอนาน สตอรี่ก็ทำนองเป็นโรงแรมร้างถูกปิดตายจากอาถรรพ์ ระหว่างที่คุณกำลังขึ้นลิฟต์ไปชมความงดงามของโรงแรมเก่าแห่งนี้จู่ ๆ ก็โดนคำสาปทำให้ลิฟต์ร่วงตกมาด้านล่างแบบไม่ทันตั้งตัว หวาดเสียวถึงใจส่วนสูงต้องเกิน 120 ซม. ไม่เหมาะกับคนกลัวความสูงหรือเป็นโรคประจำตัวเด็ดขาด

Toy Story Mania 

ยังอยู่ที่โซน American Waterfront เช่นกัน ใครพาเด็ก ๆ มาเที่ยวด้วย แนะนำเลย เพราะเป็นเครื่องเล่นที่น่ารักมากๆ  เหมือนได้ย่อส่วนอยู่ในฉากหนังกับของเล่น แนะนำเลยว่าเป็นที่แรกๆที่ควรไปต่อคิวเลย สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในการช่วยกันจัดการตัวประหลาดโดยช่วยกันยิงปืน นั่งได้ 2 คนต่อเครื่องเล่น ใช้เวลารอคิวนานมากอาจเกิน 1 ชม. หากมีเวลาที่จำกัดหรือต้องการเก็บเครื่องเล่นเยอะๆ แนะนำซื้อ Fastpass จะช่วยประหยัดเวลาต่อคิวมากๆ

Indiana Jones Adventure 

ตั้งอยู่ในโซน Lost River Delta เป็นอีกไฮไลต์เครื่องเล่นใน Tokyo DisneySea เช่นกัน ต่อคิวกันเยอะมากใช้เวลาส่วนใหญ่เกิน 1 ชม. กำหนดความสูงไม่ต่ำกว่า 120 ซม. อารมณ์เป็นรถไฟเหาะสไตล์อินเดียน่าโจนส์ทำจากไม้ ให้ความหวาดเสียวถึงใจ มีบางจุดสูงแล้วหมุนโค้งตีลังกากลับหัวใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่มทีเดียว ใครกลัวความสูงหรือมีโรคประจำตัวไม่แนะนำ 

Rapunzel’s Lantern Festival

ราพันเซลเป็นเครื่องเล่นที่เพิ่งเปิดใหม่พร้อมๆ กับปีเตอร์แพน ทำให้คนรอต่อที่จะเล่นมาก ซึ่งอันนี้เรายังไม่เคยลองแต่ว่าเป็นเครื่องเล่นที่คิดว่าอยากให้ทุกคนได้ลองเพราะเห็นจากรีวิวแล้วค่อนข้างน่ารัก ได้เอนจอยกับเนื้อเรื่อง น้องเราก็แนะนำซึ่งจองยากมาก เพราะคนแย่งกันกดตั๋ว standby pass และ disney premier access ทำให้ตั๋วอาจหมด ตั้งแต่ปาร์คเปิด ต้องคอยรอรีเฟรชดูคนแคนเซิลตั๋วในแอปของ Disney อีกที ณวันที่ไป *หลังจาก 1 เมษา 2026 สามารถเข้าต่อคิวเหมือนเครื่องเล่นอื่นๆ ได้ตามปกติ

Journey to the Center of the Earth 

เครื่องเล่นนี้ยังอยู่ในโซน Mysterious Island และเป็นอีกไฮไลต์ของการเที่ยว Tokyo DisneySea ก็ว่าได้ ใช้เวลารอประมาณ 1 ชม. บวกลบนิดหน่อย เมื่อถึงคิวแล้วก็จะขึ้นไปยังรถไฟความเร็วสูงสไตล์แท่นขุดเจาะแล้วเข้าไปตามหุบเขาหมุนเหวี่ยงไปเรื่อยจนสุดท้ายเหมือนทะลุออกจากปล่องภูเขาไฟ มีความหวาดเสียวในระดับหนึ่ง ต้องมีความสูงเกิน 120 ซม. ไม่เหมาะกับคนมีโรคประจำตัวหรือกลัวความสูง 

Jasmine’s Flying Carpets

เครื่องเล่นนี้คงจะเดาได้ไม่ยากว่ามาจากเรื่อง Aladin จำลองคล้ายกับการลอยอยู่บนพรมวิเศษ สามารถปรับการขึ้นลงได้ไม่ได้หวาดเสียวมาก นั่งได้ 4 คนพร้อมเห็นวิวสวยๆ ของสวนสนุกโซนรอบๆ Arabian Coast  รอคิวไม่นานสามารถเก็บไว้เล่นท้ายๆ รอเวลาดูพลุได้

สามารถดูเครื่องเล่นอื่นๆ ตามความชอบ หรือเช็คว่าเครื่องเล่นที่ต้องการมีการซ่อมแซมหรือปิดในวันที่ไปได้ที่ https://www.tokyodisneyresort.jp/en/tds/attraction.html

อาหารสวนสนุก Tokyo Disneysea
Photo by Arissara

4. ร้านอาหารและของกิน Tokyo DisneySea

ไม่ต้องห่วงว่าจะหิวหากต้องอยู่ในสวนสนุกทั้งวัน เพราะทางดิสนีย์ซีได้มีจุดต่างๆ ขายอาหารและคาเฟ่ของแต่ละโซน

สามารถดูเมนูได้ก่อนเข้าคิวต่อแถวสั่ง ซึ่งแนะนำว่าให้หาโต๊ะก่อนเนื่องจากคนค่อนข้างเยอะ หรือจะแวะซื้อป็อปคอร์นหรือของกินเล่นอื่นๆ ตามซุ้มเพิ่มเติมด้านนอกได้ โดยเฉพาะขนมป็อนคอร์นที่มีรสแปลกๆ ให้ลอง เช่น รสเนื้อย่าง รสแกงกะหรี่ เป็นต้น

ซึ่งร้านอาหารที่แนะนำ ได้แก่

  • Ristorante di Canaletto ร้านอาหารอิตาเลียนในโซน Mediterranean Harbor 
  • Magellan’s ร้านแนว Fine Dining สุดหรูหรา จิบไวน์และชิมอาหารนานาชาติในโซน Mediterranean Harbor 
  • Restaurant Sakura ร้านอาหารญี่ปุ่นในโซน American Waterfront  
  • Sailing Day Buffet ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติสำหรับสายกินจุโซน American Waterfront 

แต่ถ้าใครเน้นเที่ยวแบบสุดมันอยากซื้อแค่ของกินตามรถเข็นหรือเน้นสะดวกก็มีตัวเลือกดี ๆ มาบอกต่อกันด้วย อร่อยแถมราคาไม่แรง 

  • Ukiwa Man จากร้าน Seaside Snacks โซน Port Discovery ราคา 500 JPY 
  • Pork Rice Roll จากร้าน Liberty Landing Diner โซน American Waterfront ราคา 500 JPY 
  • Little Green Man จากร้าน Mamma Biscotti’s Bakery โซน Mediterranean Harbor ราคา 360 JPY 
  • Gyoza Dog จากร้าน Nautilus Galley โซน Mysterious Island ราคา 500 JPY 

5. ช็อปปิ้งของเล่น ของฝาก Tokyo DisneySea

หลังจากสนุกจัดเต็มกับทั้งเครื่องเล่น ถ่ายรูปสวย ๆ ทานอาหารแสนอร่อยแล้ว ก็ต้องปิดท้ายด้วยการช็อปปิ้ง และการมองหาของฝาก Tokyo DisneySea ซึ่งร้านค้ายอดฮิตของที่นี่คือ Parkway Gifts North ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า-ออกหลักของสวนสนุกโดยจะเปิดก่อนและหลัง 30 นาที หลังสวนสนุกเปิด-ปิด มีของฝากอยู่เยอะมาก เช่น Rice Paddle ทัพพีสุดน่ารักลายมือมิกกี้ราคา 500 JPY, Cream Sandwich Cookies 1 ชุดมี 16 ชิ้น ราคา 1,050 JPY, พวงกุญแจคู่ลายมิกกี้และมินนี่ 1,260 JPY เป็นต้น หรือตามโซนบางจุดก็มีของที่ระลึกให้เลือกซื้อด้วยเช่นกัน สามารถจ่ายโดยเงินสด บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ก็ได้ โดยจะมีตู้ ATM ตั้งอยู่ตรงทางเข้า 

สรุป 

ทั้งหมดนี้คือ 5 สิ่งที่ควรรู้เอาไว้ก่อนเตรียมตัวออกไปลุย Tokyo DisneySea หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลายๆ คนได้เดินทางอย่างสะดวกและเพลิดเพลินไปกับสวนสนุก เครื่องเล่นกันอย่างเต็มที่ ซึ่งครั้งนี้ก่อนเดินทางอีฟได้ซื้อ “ประกันเดินทาง ญี่ปุ่น LUMA GO” เพื่อเพิ่มความมั่นใจไร้กังวลไปอีกระดับ เพราะหากเกิดป่วยหรือไม่สบายขึ้นมาคงจะหมดสนุกแน่ๆ หากใครที่อยากเที่ยวแบบอุ่นใจเช่นเดียวกัน สามารถซื้อทางออนไลน์รับประกันผ่านทางอีเมลที่นี่ หรือติดต่อทีม LUMA เพื่อแนะนำได้เลย

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว