5 ของกินญี่ปุ่นต้องโดนเมื่อไปเยือนดินแดนอาทิตย์อุทัย 2567

ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวไทยนิยมเดินทางไปสัมผัสอย่างมาก ด้วยการเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก (อยู่ได้ 15 วัน) บวกกับอาหารญี่ปุ่นก็เป็นเมนูโปรดโดนใจของหลายคนซึ่งแม้ว่าสามารถหากินได้ในไทยแต่การได้สัมผัสกับต้นตำรับย่อมเป็นความพิเศษกว่าแบบไม่ต้องสงสัย และนี่คือ 5 ของกินญี่ปุ่นหากถึงดินแดนอาทิตย์อุทัยแล้วต้องไปโดนให้จงได้เลยเชียว 

5 ของกินญี่ปุ่นต้องโดน 2566 เมื่อถึงดินแดนอาทิตย์อุทัย 

อย่างที่บอกไปว่าแม้เมืองไทยจะมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่หลายแห่งแต่การไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วได้สัมผัสกับต้นตำรับคือความฟิน ความอร่อยที่อยากจะลืมเลือน ซึ่งใครที่กำลังวางแผนอยู่ว่าต้องกินอะไรบ้าง ต้องไม่พลาดกับ 5 ของกินญี่ปุ่น 2566 ที่คัดเลือกมาให้แล้ว การันตีอร่อยจริงทุกเมนู 

โอโคโนมิยากิ

โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) 

อาหารญี่ปุ่นจานแรกที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในชื่อ “พิซซ่าญี่ปุ่น” เป็นเมนูง่าย ๆ แต่อร่อยเกินบรรยาย หน้าตาของมันคือแผ่นแป้งสาลีกลม ๆ ที่มีการผสมกับน้ำคลุกเคล้ากะหล่ำปลีหั่นฝอย มีเนื้อสัตว์เลือกได้ตามชอบไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ เบคอน หมึก กุ้ง ชีส กิมจิ โมจิ จากนั้นจึงนำไปย่างบนกระทะเหล็ก พอเริ่มสุกได้ที่ก็ทาซอสสูตรพิเศษมีรสชาติเผ็ดนำที่แต่ละร้านรังสรรค์ออกมา ตามด้วยมายองเนส ปิดท้ายโยผงสาหร่ายและปลาแห้งเป็นอันเสร็จพิธี 

อย่างไรก็ตามหากคุณไปแถบฮิโรชิม่าอาจเจอกับเมนูนี้ในหน้าตาแปลก ๆ คือมีการผสมเส้นยากิโซบะเข้ามาเพิ่มเติมด้วยเป็นสูตรเฉพาะเรียกว่า “ฮิโรชิมะยากิ” ขณะที่ตัวซอสเองจะออกหวานมากกว่าสูตรปกติและไม่มีการใส่มายองเนสด้วย ใครอยากลิ้มลองความแปลกใหม่และมักมีแค่ในพื้นที่เมืองฮิโรชิม่าต้องลองเที่ยวญี่ปุ่นแล้วสัมผัสด้วยตนเอง ยิ่งถ้าเป็นสายเส้นต้องหลงรักแบบไม่มีคำบรรยายอื่นเพิ่มเติมแน่นอน 

ของกินที่ญี่ปุ่น

ชาบู (Shabu Shabu) และ สุกี้ยากี้ (Sukiyaki) 

ต่อด้วยอาหารญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยกันมานานและเป็นเมนูสุดโปรดของหลาย ๆ คนด้วย ซึ่งมีตัวเลือกให้ทั้งชาบูและสุกี้ยากี้ ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกเมนูลักษณะนี้ว่า “นาเบะ” หรือหม้อไฟ ทั้งนี้ขออธิบายความต่างกันสักเล็กน้อย หากเป็นสุกี้ยากี้จะเป็นการนำผักและเนื้อสัตว์ลงไปต้มในน้ำซุปที่ปรุงรสชาติจนสุก (ลักษณะต้มวัตถุดิบทุกอย่างที่จะกินลงไปเลย) ส่วนชาบูมักทำหม้อไฟให้ร้อน ใส่น้ำซุปเยอะ ๆ ต้มผักลงไป ส่วนเนื้อจะถูแล่บาง ๆ แล้วหย่อนวนในน้ำเดือดจัดจนสุกแล้วค่อยกิน 

ความพิเศษของการมากิน 2 เมนูนี้ที่ญี่ปุ่นคือคุณจะได้ลิ้มลองสูตรน้ำซุปแบบดั้งเดิมที่หลายร้านมีการคงความคลาสสิกเอาไว้ ยิ่งถ้าเป็นสายเนื้องานนี้ต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวงเพราะใครก็รู้ดีว่าญี่ปุ่นมีเนื้อวัวสายพันธุ์ดังอย่าง “วากิว” รสชาติละมุนลิ้น ยิ่งเป็นเนื้อ A4 หรือ A5 แทบจะละลายในปากกันเลยทีเดียวเชียว หรือหมูสายพันธุ์คุโรบูตะก็เลิศมาก อาหารทะเลก็ดีงามไม่แพ้ใคร จะหม้อไฟแบบไหนก็ต้องกดไลค์รัว ๆ 

ไปญี่ปุ่นกินอะไรดี

เทปปันยากิ (Teppanyaki) 

นี่คือของกินญี่ปุ่นที่หลายคนคุ้นเคยกันดี บ้านเรามักเรียกว่า “กระทะร้อนญี่ปุ่น” เนื่องจากเวลาเสิร์ฟเชฟจะนำเนื้อสัตว์ ผัก และวัตถุดิบทุกชนิดวางอยู่บนกระทะเหล็กร้อน ๆ เพื่อให้เข้าถึงอรรถรสกันแบบจัดเต็ม รูปแบบของเมนูก็มีทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู หมึก กุ้ง หรือเนื้อไก่ นำมาหมักปรุงรสจากนั้นย่างด้วยไฟกำลังดี ขณะที่ผักอย่างพวกกะหล่ำปลี แครอท ถั่วงอก ต้นหอม เชฟใช้วิธีผัดให้สุกอาจราดน้ำซอสเล็กน้อยเพิ่มความเค็ม 

เวลาเสิร์ฟอย่างที่บอกว่าต้องมาบนกระทะร้อน เคียงข้างด้วยข้าวญี่ปุ่นและซุปมิโซะ อาจมีเครื่องเคียงอื่นเพิ่มเติมแล้วแต่ความชอบของคน เดิมทีเมนูนี้คนญี่ปุ่นมักทำกินเองในครอบครัวหรือไปตั้งแคมป์ แต่ปัจจุบันสามารถหากินได้ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น รสชาติแต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์เฉพาะหากเจอเนื้อเกรดดีรับรองว่าอร่อยฟินจนอาจขอเบิ้ลอีกจานเลยทีเดียวเชียว 

ของกินญี่ปุ่นห้ามพลาด

ยากิโทริ (Yakitori) 

สำหรับเมนูนี้คนที่เป็นสายดื่ม หรือเคยไปนั่งตามร้านอิซากายะ (Izakaya) ซึ่งเป็นร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นบ่อย ๆ คงพอคุ้นเคยกันอย่างดี บ้านเราจะเรียกเป็น “ไก่เสียบไม้ย่าง” แต่ความแตกต่างจากไก่ย่างทั่วไปของไทยคือมีการหมักด้วยสูตรพิเศษพร้อมเครื่องปรุงเฉพาะ จากนั้นจึงทาซอสเทริยากิสไตล์ญี่ปุ่นลงไปในระหว่างการย่าง บางสูตรอาจมีการโรยเกลือเฉย ๆ ก็ไม่มีปัญหาขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน นิยมกินคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ เช่น เบียร์ 

ถ้าหากคุณไปตามร้านอิซากายะในญี่ปุ่นนอกจากบรรยากาศโดยรอบอันแสนพิเศษแล้ว อาหารญี่ปุ่นจานนี้จะได้พบเจอกับวัตถุดิบอื่น ๆ ที่เลือกสรรกันตามความอร่อยของตนเอง เช่น เนื้อหมู หมึก กุ้ง เนื้อวัว ไปจนถึงเมนูผักก็สามารถนำมาเสียบไม้ย่างแล้วทาซอสเทริยากิเพิ่มความอร่อยได้เช่นกัน กลิ่นหอมฉุยเตะจมูกจนต้องรีบเดินเข้าไปทักร้านค้าด้วยตัวเองกันเลย อร่อยจริงคอนเฟิร์ม 

ของกินญี่ปุ่นห้ามพลาด

อุนางิ (Unagi) 

ปิดท้ายของกินญี่ปุ่นซึ่งจะบอกว่าเป็นวัตถุดิบก็ไม่ผิดเท่าไหร่นัก เพราะมันคือ “ปลาไหลญี่ปุ่น” นั่นเอง แต่ความแตกต่างจากปลาไหลทั่วไปชาวญี่ปุ่นมักนำเอาไปย่าง ทาหรือราดด้วยซอสสูตรพิเศษรสชาติหวานมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ เมื่อกัดคำแรกเนื้อสัมผัสที่ได้มีความหวานมัน ละมุนลิ้น ไม่เหม็นคาว เมนูยอดฮิตที่พบได้บ่อยคือ ซูชิ และเมนูที่หลายคนโปรดปรานสุด ๆ นั่นคือ ข้าวหน้าปลาไหล 

ถ้าเป็นเมนูข้าวหน้าปลาไกลส่วนใหญ่จะเสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงต่าง ๆ เช่น ไข่ซอย ผักดอง ซุปมิโซะ ปลาถูกย่างด้วยไฟกำลังดีไม่มีคำว่าไหม้ให้เสียอรรถรส ระหว่างย่างเชฟก็ทาซอสให้เนื้อชุ่มฉ่ำอยู่ตลอด ใครเคยลองในเมืองไทยขอบอกว่าที่ญี่ปุ่นเด็ดดวงกว่าหลายเท่า และด้วยการเป็นปลาน้ำจืดจึงไม่ต้องห่วงเรื่องไขมันใด ๆ ทั้งสิ้น 

ปักหมุด 3 ย่านของกินญี่ปุ่นต้องแวะไปเยือนด้วยตัวเอง 

หลังรู้จักกันไปแล้วว่าเมนูเด็ด ๆ ห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นมีอะไรกันบ้าง คราวนี้จะขอปักหมุด 3 ย่านเด็ดที่ยืนยันว่ามีของกินญี่ปุ่นแสนอร่อยให้คุณได้ลิ้มลองกันแบบจุใจ เดินทางง่าย และยังสัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรม ผู้คน และสีสันของดินแดนอาทิตย์อุทัยอีกด้วย 

ย่านกินซ่า (Ginza) 

หากคุณเป็นสายกิน หรือมีเป้าหมายไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพื่อหาของอร่อย นี่คือย่านแรกที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว เดินทางง่ายด้วยรถไฟหลายสายมาลงยังสถานี Ginza หรือ Higashi-Ginza ก็ได้เช่นกัน พื้นที่บริเวณนี้จัดเป็นย่านที่ถูกพัฒนาด้วยอาคารห้างร้านต่าง ๆ ทันสมัยมาก บางคนถึงกับยกให้เป็นทำเลไฮโซของชาวญี่ปุ่น นอกจากช้อปปิ้งเสื้อผ้ากันเพลิน ยังสามารถหาของกินญี่ปุ่นอร่อย ๆ ได้ตามร้านที่ตั้งอยู่เรียงราย แถมหลายร้านยังติดระดับมิชลินสตาร์อีกต่างหาก เช่น “กินซ่า ฮาจิโกะ (Ginza Hachigo)” ร้านราเมนชื่อดัง 

ย่านโยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ (Yokohama Chinatown) 

ขยับออกมาจากกรุงโตเกียวลงมาทางใต้เล็กน้อยแล้วแวะเที่ยวญี่ปุ่นกันที่เมืองโยโกฮาม่าซึ่งมีย่านของไชน่าทาวน์ให้สายกินต้องปักหมุด ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าตรงไหนที่มีคนจีนอยู่อาศัยของอร่อยมักไม่เคยขาด โดดเด่นตั้งแต่การมีอาคารบ้านเรือนสไตล์จีนปะปนอยู่กับอาคารแบบญี่ปุ่นที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ไม่เสื่อมคลาย ตลอด 2 ข้างทางคุณจะเจอกับของกินญี่ปุ่นและอาหารจีนให้เลือกสรรกันแบบจุใจ เช่น ร้านไคคะโร (Kaikaro) ที่ผสานเมนูยุคใหม่กับความคลาสสิกเอาไว้ลงตัวมาก ชิมแล้วจะหลงรัก 

ย่านอุเอโนะ (Ueno) 

ปิดท้ายด้วยย่านท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีชื่อเสียงมายาวนานในประเทศญี่ปุ่น ครบครันทุกมิติที่คุณต้องการไม่ว่าจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง สถานที่เที่ยว สวนสาธารณะ และแน่นอนว่าของกินญี่ปุ่นบริเวณนี้ก็เด็ดดวงไม่แพ้ใคร ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียวเดินทางสะดวกลงสถานี Ueno ก็ถึงทันที มีร้านรวงต่าง ๆ ให้คุณแวะเข้าไปชิมกันเยอะมาก เช่น ร้านคิโซจิ (Kisoji) ร้านสุกี้ยากี้และชาบู เลือกตามความชอบได้เลย หรืออย่างร้านโทริเกน (Torigen) เน้นขายเมนูไก่ เช่น ไก่ย่างยากิโทริ ไก่ทอดคาราเกะ อิ่มและอร่อยแน่นท้องทุกมื้อ 

สรุป 

ทั้งหมดนี้คือ 5 ของกินญี่ปุ่น รวมถึง 3 ย่านเด็ดที่สายกิน สายช้อปไม่ควรพลาดเด็ดขาดเมื่อเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่เหนือสิ่งอื่นใดทุกครั้งที่คุณกำลังวางแผนตะลุยเมืองนอก การมี “ประกันเดินทางต่างประเทศ” เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด จึงอยากแนะนำประกันเดินทางจาก LUMA พร้อมให้การดูแลในทุกช่วงเวลา สะดวกอีกระดับกับการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ เลือกประเภทประกัน ระบุประเทศที่เดินทาง พร้อมแจ้งวันเดินทางไปกลับ ก็มีแผนประกันน่าสนใจเหมาะกับทุกคนให้พิจารณา บริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง และยังให้ความคุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 ด้วย คุ้มค่าขนาดนี้มีติดตัวไว้อุ่นใจทุกทริปแน่นอน 

Table of Contents