เปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็ก 2569 เข้าใจง่ายทุกแผน

สุขภาพลูกเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับต้นๆของคุณพ่อคุณแม่ทุกคน แล้วด้วยโรคต่างๆที่เจอได้ทุกที่ การมี ประกันสุขภาพเด็ก กลายเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ เนื่องจาก เด็กเล็กป่วยได้ง่าย และร่างกายอาจจะยังไม่แข็งแรง ต้องให้ความสำคัญมากๆ เวลาไม่สบาย หรือมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

 

ค่ารักษา และ ค่าพยาบาลสมัยนี้ นอกจากสูงขึ้นทุกปี ยังมีบริการที่จำกัด ยังคงจำกันได้ดีตอนช่วงที่โรค โควิด – 19 ระบาดหนักๆ โรงพยาบาลเต็มทุกที่ ไม่สามารถรักษากันได้ทั่วมือ มีเงินอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอสำหรับการรักษา การระบาดที่ผ่านมา ทำให้คนไทยหลายๆ คนได้เปิดหูเปิดตา และมองเห็นถึงความสำคัญของการมีประกันสุขภาพ โดยเฉพาะประกันสุขภาพสำหรับเด็กๆ วันนี้ทาง LUMA จึงอยากจะมา เปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็ก 2568 ให้ทุกคนได้เห็นถึงความแตกต่างของแผนประกันจากแต่ละบริษัท

ประกันสุขภาพเด็กเดี่ยว

ตัวเลือกประกันสุขภาพเด็กในปี 2026

ทุกวันนี้ ผู้ปกครองมีตัวเลือกประกันสุขภาพสำหรับเด็กมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากบริษัทประกันโดยตรง หรือ จากโบรคเกอร์ที่เทียบแผนต่างๆให้ดู แต่ในขณะเดียวกัน คปภ. ได้มีการประกาศเรื่องการใช้ระบบ Co-payment ที่ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่าควรเลือกแผนแบบไหนดี แบบไหนถึงจะเหมาะกับครอบครัวตัวเอง 

สรุปแผนที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้:

  • แผนเด็ก + ผู้ปกครอง – ความคุ้มครองที่มีให้ทั้ง เด็ก และ ผู้ปกครอง ทำแผนเดียวกัน แต่แยกวงเงินในการใช้งาน
  • แผนเฉพาะผู้ป่วยใน (IPD) – คุ้มครองค่ารักษาเมื่อต้องแอดมิทนอนรักษาที่โรงพยาบาล
  • แผนผู้ป่วยใน + ผู้ป่วยนอก (IPD + OPD) – ครอบคลุมทั้งการนอนโรงพยาบาลและตรวจรักษาทั่วไป

เปรียบเทียบแผนตามงบประมาณ

ความคุ้มครองแบบเด็กเดี่ยว

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา ประกันสุขภาพสำหรับลูกน้อย วัย 0-20 ปี ที่เน้นความคุ้มครองเฉพาะการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ด้วย เบี้ยประกันเริ่มต้นไม่สูง LUMA ขอเสนอแผนประกันที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ให้คุณได้เริ่มต้นดูแลสุขภาพลูกแบบสบายกระเป๋า เข้าใจง่าย และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล

แผนประกันเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อเป็น จุดเริ่มต้นในวงการประกันสุขภาพเด็ก เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความคุ้มครองพื้นฐานที่จำเป็น โดยอาจมีวงเงินคุ้มครองที่ไม่สูงมากนัก แต่เพียงพอต่อการรักษาโรคทั่วไปและการบาดเจ็บที่ต้องนอนโรงพยาบาล

LUMA รวบรวมและเปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพเด็กราคาไม่สูง จาก 3 บริษัทประกันที่ LUMA เล็งเห็นว่ามีความคุ้มครองที่ พอเพียงสำหรับการใช้งานได้จริง โดยเน้นความคุ้มครองผู้ป่วยในเป็นหลัก เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจง่ายขึ้น และสามารถตัดสินใจเลือกแผนที่เหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการของครอบครัว

  • Pacific Cross แผน Standard Extra 780,000 บาทต่อโรค
  • Pacific Cross แผน Premier 1,200,000 บาทต่อโรค
  • Pacific Cross แผน Maxima Plus 10,000,000 บาทต่อโรค
  • Allianz Ayudhaya แผน Superior Health – แผน 2 5,000,000 บาทต่อโรค
  • Dhipaya Insurance แผน TIP Platinum Healthcare  3 5,000,000บาทต่อปี
Standalone IPD Only - TH

การมีความคุ้มครองสำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ก็สำคัญเช่นกัน เพราะบางครั้งการเจ็บป่วยอาจจะไม่รุนแรงมาก ลูกน้อยสามารถปรึกษาแพทย์และรับยากลับไปรักษาที่บ้านได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การมีประกันที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จึงช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก

LUMA ขอแนะนำ 5 แผนจาก

  • Pacific Cross แผน Standard Extra 780,000 บาทต่อโรค
  • Pacific Cross แผน Premier 1,200,000 บาทต่อโรค
  • Pacific Cross แผน Maxima Plus 10,000,000 บาทต่อโรค
  • Allianz Ayudhaya แผน Superior Health – แผน 2 5,000,000 บาทต่อโรค
  • Dhipaya Insurance แผน TIP Platinum Healthcare  3 5,000,000บาทต่อปี

ความคุ้มครองแบบสบายกระเป๋า

แผนที่มอบความคุ้มครองแบบสบายกระเป๋า จะเริ่มต้นด้วยเบี้ยประกันที่ไม่สูงมาก เป็นแผนเริ่มต้นในวงการประกันสุขภาพเด็ก และอาจจะมีวงเงินคุ้มครองไม่สูงมาก 

เริ่มด้วยแผนประกันสบายกระเป๋า ที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะการรักษาแบบผู้ป่วยใน ทาง LUMA ได้คัดมาให้แล้ว และพร้อมเปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพเด็กราคาไม่สูง ให้คุณพ่อกับคุณแม่ได้เข้าใจอย่างง่ายขึ้น  

LUMA ขอแนะนำ ทั้ง 3 บริษัทนี้ ที่ดูแล้วความคุ้มครอง พอเพียงสำหรับการใช้งานได้จริง โดยที่แต่ละครอบครัวอาจจะต้องพิจรณาเพิ่ม ว่า ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลที่ไปหาประจำ อยู่ในระดับตามวงเงินที่เลือกหรือไม่

  • Pacific Cross แผน Standard 270,000 บาทต่อโรค
  • Pacific Cross แผน Standard Plus 450,000 บาทต่อโรค
  • AXA Smart Care แผน Essential 1 1,000,000 บาทต่อโรค
  • AXA Smart Care แผน Essential 2 2,000,000 บาทต่อโรค
  • LUMA Hi5 แผน 1 5,000,000 บาทต่อปี
Low budget IP TH

นอกจากนี้ LUMA ได้หาแผนประกันที่คุ้มครองทั้งการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) และ ผู้ป่วยนอก (OPD) มาให้เปรียบเทียบเพิ่มเติม 

การมีความคุ้มครองสำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากบางครั้ง การเจ็บป่วยอาจจะไม่รุนแรงมาก สามารถปรึกษาแพทย์และรับยากลับไปรักษาที่บ้านแทน 

การที่เพิ่มความคุ้มครองรักษาผู้ป่วยนอก (OPD) สามารถทำให้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพสูงขึ้น

  • Pacific Cross แผน Standard วงเงินคุ้มครอง 270,000 บาทต่อโรค
  • Pacific Cross แผน Standard Plus วงเงินคุ้มครอง 450,000 บาทต่อโรค
  • AXA Smart Care Essential แผน 1 วงเงินคุ้มครอง 1,000,000 บาทต่อโรค
  • AXA Smart Care Essential แผน 2 วงเงินคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อโรค
Low budget IP OPD TH

ความคุ้มครองแบบสบายใจ

ประกันสุขภาพลูกน้อย มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย ทาง LUMA จึงแบ่งตามความคุ้มครอง ที่ทางทีม LUMA มองว่า พอเพียง และสร้างความสบายใจให้กับผู้ปกครองได้ 

เริ่มกันที่แผนประกันเด็กที่คุ้มครองเฉพาะการแอดมิท หรือ นอนรักษาที่โรงพยาบาล ทุกวันนี้ ค่าใช้จ่ายในรักษาที่โรงพยาบาลสูงขึ้นมาก และ มีแต่สูงขึ้นทุกๆ ปี ทาง LUMA จึงขอแนะนำว่าควรมองความคุ้มครองระดับ ล้านบาท ขึ้นไป เพื่อให้ทั้งครอบครัวสบายใจ หากวันใดวันหนึ่ง ลูกน้อยเราไม่สบายหนักขึ้นมา การที่มีวงเงินที่พอเพียง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาล 

LUMA ขอแนะนำ 4 แผนจาก

  • AXA Smart Care แผน Essential 3 คุ้มครอง 5,000,000 บาทต่อโรค
  • AXA Smart Care แผน Essential 4 คุ้มครอง 10,000,000 บาทต่อโรค
  • LUMA Hi5 แผน 1 คุ้มครอง 5,000,000 บาทต่อปี
  • LUMA Hi5 แผน 2 คุ้มครอง 5,000,000 บาทต่อปี
Mid range IPD TH

สำหรับใครต้องมองหาความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก เพิ่มเติม ทาง LUMA ได้เปรียบเทียบแผนประกันให้ ที่มีวงเงินสำหรับ การไปใช้บริการโรงพยาบาลแบบ OPD  ที่อยู่ในระดับค่อนข้างดี พอใช้ในการไปหาหมอและรับยากลับบ้าน 

โดยจะมีแนะนำ 4 แผนจาก 

  • AXA Smart Care แผน Essential 1 คุ้มครอง 1,000,000 ต่อโรค
  • AXA Smart Care แผน Essential 2 คุ้มครอง 2,000,000 ต่อโรค
  • AXA Smart Care แผน Essential 3 คุ้มครอง 5,000,000 ต่อโรค
  • AXA Smart Care แผน Essential 4 คุ้มครอง 10,000,000 ต่อโรค
Mid range IPD OPD TH

ความคุ้มครองแบบครอบคลุม

ความคุ้มครองแบบครอบคลุม หมายถึงความคุ้มครองที่หมดกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ด้วยประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองวงเงินสูง ครอบคลุมการเจ็บป่วยทุกประเภท ทั้งกรณีต้องนอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรงหรือเหตุฉุกเฉิน ก็ได้รับการดูแลอย่างมั่นใจ เหมาะสำหรับใช้ในประเทศไทยอย่างเพียงพอ ช่วยให้คุณและครอบครัวอุ่นใจในทุกสถานการณ์

ทางทีมงาน LUMA ได้คัดกรองมาแล้ว ข้อแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาความคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน ต้องยกให้ Pacific Cross และของ LUMA  จึงขอแนะนำ 4 แผนตามนี้

  • Pacific Cross แผน Ultima วงเงินคุ้มครอง 20,000,000 บาทต่อโรค
  • Pacific Cross แผน Ultima Plus วงเงินคุ้มครอง 50,000,000 บาทต่อโรค
  • LUMA แผน Prime 2 วงเงินคุ้มครอง 30,000,000 บาทต่อปี
  • LUMA แผน Prime 3 วงเงินคุ้มครอง 50,000,000 บาทต่อปี
Full Coverage IPD TH

LUMA อยากแนะนำให้ซื้อความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก OPD ไว้ด้วย เพราะเด็กเล็กค่อนข้างที่จะป่วยง่าย และสมัยนี้โรคใหม่ๆ มีเยอะ บางครั้งการเป็นไข้หวัด หรือ อุบัติเหตุเล็กน้อย มี ประกันผู้ป่วยนอกติดไว้เป็นเรื่องที่ดี 

LUMA คัดมาให้ 4 แผนที่มองว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์คุณพ่อและคุณแม่ 

  • Pacific Cross แผน Ultima วงเงินคุ้มครอง 20,000,000 บาทต่อโรค
  • Pacific Cross แผน Ultima Plus วงเงินคุ้มครอง 50,000,000 บาทต่อโรค
  • Allianz Ayudhya แผน Flexcare1 วงเงินคุ้มครอง 15,000,000 บาทต่อปี
  • Allianz Ayudhya แผน Flexcare2 วงเงินคุ้มครอง 35,000,000 บาทต่อปี
Full Coverage IP OPD TH

ความคุ้มครองแบบพรีเมียม

มาถึงความคุ้มครองระดับพรีเมี่ยม ที่มอบความคุ้มครองที่สูง และ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่สามารถสร้างความมั่นใจ และ ความสบายใจให้กัยครอบครัว ไม่ว่าเจ็บป่วยด้วยโรคไหน หรือเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา สามารถนำลูกน้อยเข้ารับการรักษาที่ดีที่สุด และ สูงที่สุดของประเทศ นอกเหนือจากนั้น บางแผนสามารถนำไปใช้ในต่างประเทศ ทำให้มีทางเลือกในการรักษาเพิ่มขึ้น

หากบ้านไหนไม่ได้ห่วงเรื่องงบ ขอความคุ้มครองในทุกด้าน ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรมา ทาง LUMA แนะนำอย่างยิ่ง ให้มีมีความคุ้มครองแบบผู้ป่วยนอก OPD จะได้ถือประกันสุขภาพเด็กแบบครบวงจร

ทาง LUMA ขอแนะนำ:

  • Allianz Ayudhya Thailand Ultra Care แผน 10 ล้าน ต่อปี
  • Allianz Ayudhya Ultra Care Comprehensive แผน 160 ล้าน ต่อปี
  • Allianz Ayudhya Ultra Care Elite แผน 200 ล้าน ต่อปี

เลือกประกันสุขภาพเด็กแบบไหนดี

การเลือกประกันสุขภาพเด็ก ไม่ง่ายเลย นอกจากมีบริษัทประกันภัย และ แผน ให้เลือกเยอะแยะมากมาย ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการเลือก และการเลือกประกันสุขภาพเด็ก ควรที่จะเลือกอย่างมั่นใจ และอยู่ต่อไปยาวๆกับบริษัทประกันภัยนั้น เนื่องจากการเปลี่ยนบริษัทบ่อยๆ ทำให้มีประวัติ และ อาจจะทำให้หาที่รับใหม่ ที่คุ้มครองครอบคลุมได้ยาก เนื่องจากทุกอย่างที่เคยเคลม หรือ ใช้สิทธิประกันมาก่อนหน้านั้น จะถือว่าเป็นโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน อาจจะติดเป็นข้อยกเว้น และเป็นไปได้ที่ประกันสุขภาพไม่คุ้มครอง

ประกันสุขภาพเด็กแบบเหมาจ่าย

ประกันสุขภาพเด็กแบบเหมาจ่าย

ประกันสุขภาพเด็กแบบเหมาจ่าย เป็นรูปแบบแผนประกันที่ออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองสุขภาพของเด็กแบบไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หรือ ค่ารักษา และโดยส่วนใหญ่ จะไม่มีกำหนดวงเงินสำหรับโรคร้ายแรง หรือ มะเร็ง ที่สามารถใช้เงินในการรักษาค่อนข้างสูง

 

ประกันสุขภาพเด็กแบบเหมาจ่าย จะตั้งวงเงินรักษาเป็นรายปี หรือ รายครั้ง ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัย การรักษาจะเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ หากเป็นวงเงินรายปี รายครั้ง หรือ รายโรค คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจตรงนี้ ในการเลือกแผนประกันสุขภาพให้ลูก

 

โดยปกติ แผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย จะมีราคาค่าเบี้ยที่สูงกว่าแบบที่ระบุวงเงินรายครั้ง เนื่องจาก ประกันสุขภาพเหมาจ่าย สามารถใช้จำนวนเงินในการรักษาที่มากกว่า เช่น 5 ล้าน บาท 10 ล้าน บาท หรือ 100 ล้าน บาท แล้วแต่บริษัท และ ความต้องการของผู้เอาประกัน หรือในกรณีนี้ อาจจะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปกครอง

ประกันสุขภาพเด็กแบบแยกค่าใช้จ่าย

ประกันสุขภาพเด็กแบบแยกค่าใช้จ่าย เป็นรูปแบบของประกันที่คุ้มครองสำหรับค่ารักษาพยาบาลและบริการทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่ระบุในกรมธรรม์ แต่จะมีระบุวงเงินในการรักษา หรือ ค่าใช้จ่าย แต่ละหมวดแยกออกไปเช่น ค่าห้อง ค่าแพทย์รักษา ค่ายากลับบ้าน หรือ ค่ารักษาเนื่องจากอุบัติเหตุ และ หมวดอื่นๆ ตามที่ระบุไว้

 

การเลือกประกันสุขภาพเด็กแบบแยกค่าใช้จ่าย โดยส่วนใหญ่ ค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่าแบบเหมาจ่าย เนื่องจากวงเงินในการรักษาแต่ละครั้งมีวงเงินจำกัด เช่น 10,000 บาท หรือ 200,000 บาท เป็นตัวอย่าง

 

หากค่าใช้จ่ายในการรักษา เกินวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์ สำหรับหมวดนั้นๆ เช่น มีระบุค่ายากลับบ้าน 5,000 บาท แต่พอถึงเวลากลับบ้านจริงๆ ค่ายากลับบ้านทั้งหมด 7,500 บาท ทางผู้เอาประกันจะต้องชำระเองส่วนเกิน 2,500 บาท 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่าง ๆ

สรุป

LUMA เข้าใจดี ว่าการเลือกแผนจากข้อมูลเปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็ก 2569 นั้นไม่ง่ายและไม่ควร เร่งตัดสินใจ ควรคิดและพิจรณาหลายๆ มุม รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย เช่น โรงพยาบาลที่ครอบครัวรักษา ค่าใช้จ่ายต่อครั้งโดยประมาณอยู่ที่เท่าไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ว่าประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี

ข้อแนะนำในการพิจารณาแผนประกันสุขภาพเด็ก มีดังนี้

  • เครือข่ายโรงพยาบาลของบริษัทประกันภัยที่สามารถเข้ารักษาได้
  • ต้องสำรองจ่ายแล้วนำมาเบิก หรือ ทางบริษัทประกันภัยจัดการกับโรงพยาบาลเอง
  • การชำระเงินค่าเบี้ยประกัน มีทางเลือกอะไรให้บ้างที่จะช่วยแบ่งเบาภาระการเงิน

แน่นอนว่าการมีประกันสุขภาพไว้ดูแลลูก เมื่อยามที่ลูกน้อยไม่สบายจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและอุ่นใจกับการเข้าถึงแพทย์ในโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศได้ LUMA เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนอยากที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกเสมอ และหวังว่าข้อมูลเปรียบเทียบประกันสุขภาพเด็กในบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านตัดสินใจเลือกแผนคุ้มครองลูกรักได้อย่างตอบโจทย์ที่สุด

รู้จักโรคอ้วน Obesity ภัยร้ายที่คนไทยกำลังเผชิญ

โรคอ้วนเป็นโรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของพันธุกรรม (Complex disorder) ซึ่งเกิดจากการมีไขมันในร่างกายมากเกินไป การเป็นโรคอ้วนหมายถึงว่าคุณมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่ร้ายแรงได้ง่ายขึ้น เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ระดับคอเลสเตอรอลสูงและความดันโลหิตสูง

การป้องกันไม่ให้เป็นโรคอ้วนหรือการลดน้ำหนัก ควรรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (แนะนำให้ออกกำลังกายเบาๆ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน) และเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิต การลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยให้ปัญหาสุขภาพของคุณดีขึ้นและป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนได้

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศในเอเชียที่มีความชุกของโรคอ้วนสูงเป็นอันดับสองรองจากมาเลเซีย โรคอ้วนพบได้บ่อยในกรุงเทพฯ ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 38.8 และ 49.4 ตามลำดับ ในขณะที่ภาคกลางพบผู้ชาย 33.3% และผู้หญิง 44.5% เป็นโรคอ้วน ภาคใต้มีผู้ชายและหญิงที่เป็นโรคอ้วนประมาณ 27.4% และ 44.7% ตามลำดับ ในขณะที่ภาคเหนือพบผู้ชาย 27.5% และผู้หญิง 36.3% ที่เป็นโรคอ้วน

โรคอ้วน

โรคอ้วนคืออะไร?

โรคอ้วนมีเกณฑ์ดัชนีมวลกาย (BMI) เป็นตัวชี้วัด ซึ่งสามารถคำนวณเป็นอัตราส่วนของน้ำหนักต่อส่วนสูง หาก BMI เกิน 30 จะจัดอยู่ในกลุ่มโรคอ้วน ค่าดัชนีมวลกาย 25-29.9 ถือว่ามีน้ำหนักเกิน อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีมวลกายไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างมวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ หรือมวลกระดูกได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกการกระจายตัวของไขมันชนิดต่างๆ ในร่างกายได้อย่างแม่นยำ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ BMI ก็ถือเป็นตัวชี้วัดที่เป็นประโยชน์ในการวัดว่าพวกเขามีน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพหรือไม่

สาเหตุของโรคอ้วน

โรคอ้วนส่วนใหญ่เกิดจากการได้รับแคลอรี่เกินกว่าที่ร่างกายสามารถเผาผลาญได้ผ่านการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน ซึ่งต่อมาจะถูกเก็บสะสมไว้เป็นไขมัน แคลอรี่เหล่านี้พบได้เฉพาะในอาหารที่มีไขมันและมีน้ำตาล การใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่สามารถนำเราไปสู่การกินอาหารแคลอรี่สูงจำนวนมาก และใช้เวลานั่งมากเกินไป ไม่ว่าจะอยู่ที่ออฟฟิศหรือพักผ่อนที่บ้าน

แม้ว่าสาเหตุหลักของโรคอ้วนจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิต แต่ก็สามารถเชื่อมโยงกับสาเหตุทั้งทางการแพทย์และไม่ใช่ทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน

สาเหตุทางการแพทย์

1. ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (Hypothyroidism)

ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์หรือภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำมีสาเหตุมาจากต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป โดยต่อมไทรอยด์ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ได้เพียงพอต่อความจำเป็นในการทำงานของร่างกาย และอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

2. ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) 

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ​​Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) เป็นภาวะที่อาจนำไปสู่โรคอ้วนเนื่องจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในเพศหญิง โดยมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่ สิว ขนดก (ขนยาวมากเกินไป) โรคผิวหนังช้าง (รอยดำบริเวณข้อพับ) และประจำเดือนมาไม่ปกติ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยที่สุดของ PCOS

3. กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing Syndrome)

ภาวะที่เกิดจากฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายมากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากเกินไปได้

โรคอ้วน

สาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องทางการแพทย์

1. การขาดกิจกรรมทางกาย

เมื่อไม่ได้ออกกำลังกาย ระบบเผาผลาญจะทำงานช้าลง ซึ่งส่งผลเสียต่อการย่อยสลายสลายไขมันของร่างกาย วิถีชีวิตที่ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายยังทำให้คุณมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะจะกินมากขึ้นและออกกำลังกายน้อยลง

2. นิสัยการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

คุณมีแนวโน้มที่จะน้ำหนักเพิ่มขึ้นถ้าออกไปทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำหรือสั่งอาหารกลับบ้าน ซึ่งในปัจจุบันที่มีทั้งบริการ Grab Food และ Foodpanda ทำให้การสั่งอาหารมาทานที่บ้านยิ่งง่ายขึ้น เราสามารถเอาชนะสิ่งนี้ได้ด้วยการทำอาหารกินเองที่บ้านหรือพยายามสั่งอาหารที่ดีต่อสุขภาพและกินในปริมาณที่น้อยลง เพราะอาหารที่ไม่ได้ทำเองมักจะมีแคลอรีสูงและไม่ดีต่อสุขภาพ

3. นอนหลับไม่เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน คุณจึงรู้สึกหิวและเพิ่มความอยากกินอาหารที่มีแคลอรี่สูงและไม่ดีต่อสุขภาพ ลองฟัง TED talk โดย Dr Matthew Walker ที่พูดถึงเรื่องนี้ดู

โรคอ้วนมาพร้อมความเสี่ยงอะไรบ้าง?

โรคอ้วนคือโรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของพันธุกรรม (Complex disorder) และส่งผลเสียที่เป็นอันตรายอื่นๆ นอกเหนือจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เพราะอัตราส่วนไขมันในร่างกายต่อกล้ามเนื้อที่สูงขึ้นจะเพิ่มความเครียดให้กับกระดูกและเอ็นตลอดจนอวัยวะภายใน

โรคอ้วนเชื่อมโยงกับโรคอื่นๆ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ภาวะมีบุตรยาก โรคข้ออักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าไขมันส่วนเกินในร่างกายเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก หลอดอาหาร มะเร็งไต และมะเร็งตับอ่อน

ผลเสียจากโรคอ้วนยังมีแนวโน้มจะกระทบต่อคุณภาพชีวิต เช่น เกิดภาวะซึมเศร้า มีปัญหาทางเพศอย่างการสูญเสียความต้องการทางเพศ เกิดความอับอาย ความรู้สึกผิด ความอึดอัดใจ และการแยกตัวออกจากสังคม ขาดความมั่นใจในตนเอง และเกิดความรู้สึกเซื่องซึม

โรคอ้วน

การรักษาโรคอ้วน

การรักษาโรคอ้วนส่วนใหญ่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ให้บริการด้านสุขภาพหรือแพทย์ของคุณสามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ วางแผนการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ และแผนการออกกำลังกาย ตารางการออกกำลังกายประจำวันที่ประกอบด้วยการออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ความอดทน และการเผาผลาญอาหาร พร้อมด้วยการให้คำปรึกษาและการสนับสนุนในการลดความอ้วน ด้วยภูมิประเทศและทิวทัศน์ที่สวยงามติดระดับโลก ไทยจึงเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการค้นพบกิจกรรมที่ทำให้คุณเพลิดเพลินและยังช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายไปพร้อมๆ กัน

และยังมีกลุ่มในโซเชียลมีเดียที่คุณสามารถเข้าร่วมเพื่อทำความรู้จักกับผู้คนที่ชอบกิจกรรมออกกำลังกายคล้ายๆ กัน

สำหรับบางคนที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหรือเข้าร่วมโปรแกรมลดน้ำหนัก อาจต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์

แพทย์สามารถสั่งยาที่ป้องกันการดูดซึมไขมันหรือระงับความอยากอาหารเพื่อช่วยให้น้ำหนักลดได้ แต่ในระยะเวลาที่จำกัดเท่านั้น ในบางกรณี ตัวเลือกสุดท้ายคือการผ่าตัดลดน้ำหนักหรือที่เรียกว่าการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะเป็นการจำกัดปริมาณอาหารที่ปกติคุณสามารถรับประทานได้ หรือป้องกันไม่ให้ร่างกายรับและดูดซึมอาหารและแคลอรี่จากอาหาร ซึ่งวิธีการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ได้แก่ การผ่าตัดบายพาสกระเพาะ การผ่าตัดใส่ห่วงรัดกระเพาะอาหาร (LABG) การผ่าตัดแบบสลีฟ และ ผ่าตัดผนังกระเพาะอาหารส่วนใหญ่ออกให้มีเพียงกระเพาะอาหารบางส่วนที่ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม (Biliopancreatic Diversion with Duodenal Switch) 

กรมธรรม์ประกันสุขภาพของ LUMA มีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี ตั้งแต่การดาวน์โหลดสูตรอาหารเพื่อสุขภาพไปจนถึงสิทธิพิเศษต่างๆ สำหรับสมาชิก หากคุณสนใจแผนประกับสุขภาพที่ครอบคลุมและใส่ใจสุขภาพคุณ 

อ่านเพิ่มเติม:

อัปเดตวิธีขอวีซ่าอเมริกาประเภทท่องเที่ยว ข้อมูลล่าสุด 2025

การเดินทางไปเที่ยวอเมริกาถือเป็นอีกความฝันของคนไทยจำนวนมาก ได้สัมผัสกับความเจริญ บรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิม รวมถึงหลายคนอยากแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ซึ่งก่อนจะเดินทางข้ามโลกไปถึงแผ่นดินลุงแซมได้สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีคือ “วีซ่าอเมริกา” ใครวางแผนอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตต้องไม่พลาดกับข้อมูลอัปเดตล่าสุดวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกากันเลย 

วีซ่าอเมริกา

ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการขอวีซ่าอเมริกาประเภทท่องเที่ยว 

ปกติแล้ววีซ่าอเมริกาจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ วีซ่าชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) และ วีซ่าถาวร (Immigrant Visa) หากคุณไปในฐานะนักท่องเที่ยวจะต้องขอวีซ่าชั่วคราวประเภท Visitor B-2 และสามารถพำนักอาศัยอยู่ได้ไม่เกิน 180 วัน นับตั้งแต่วันเดินทางเข้าประเทศ  

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอวีซ่าอเมริกาประเภทท่องเที่ยว 

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการยื่นวีซ่าอเมริกาก็ไม่ได้ต่างจากวีซ่าท่องเที่ยวของประเทศอื่น ๆ นั่นคือต้องไม่เป็นผู้มีประวัติคดีอาญาร้ายแรง หรือถูกศาลสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หากเดินทางคนเดียวต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 14 ปีบริบูรณ์ (เด็กอายุไม่ถึง 14 ปี และผู้สูงอายุเกิน 80 ปี ต้องมีเอกสารรับรองจากผู้ปกครอง / ผู้ดูแล) มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมสำหรับการเดินทางระยะไกลและการใช้ชีวิตตลอดระยะเวลาที่อยู่อเมริกา ที่สำคัญทุกคนเมื่อขอวีซ่าอเมริกาชั่วคราวจะต้องผ่านการสัมภาษณ์จากสถานทูตฯ หรือสถานกงสุลอเมริกาด้วย 

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา 

เป็นข้อมูลที่หลายคนสนใจมากที่สุดเมื่อต้องยื่นวีซ่าอเมริกานั่นคือเอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง ลองมาเช็กลิสต์ข้อมูลพร้อมกันเพื่อให้การขอวีซ่าอเมริกาของทุกคนเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเสียเวลาจัดเตรียมใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น 

  1. กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ผ่านระบบออนไลน์เพื่อดำเนินการขอวีซ่า จากนั้นพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษสำหรับนำไปใช้ยื่น
  2. หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ตัวจริง ต้องม่อายุหลังเดินทางออกจากอเมริกาไม่น้อยกว่า 180 วัน พร้อมด้วยสำเนาทุกหน้าที่มีการประทับตราเข้า-ออกประเทศ หรือตราวีซ่า และพาสปอร์ตเล่มเก่า (ถ้ามี)
  3. รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 5 x 5 ซม. หรือ 2 นิ้ว x 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว มองเห็นตั้งแต่ศีรษะจนถึงบ่า ไม่สวมหมวก แว่นดำ หรืออุปกรณ์ปิดบังใบหน้ายกเว้นการสวมใส่ตามหลักศาสนา จำนวน 2 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
  4. สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  5. เอกสารยืนยันด้านการทำงานแบ่งตามลักษณะอาชีพของแต่ละบุคคล แปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ได้แก่
  • พนักงานบริษัท ต้องมีจดหมายรับรองการทำงานจากองค์กรที่ตนเองสังกัดอยู่ ระบุ ชื่อ-สกุล อายุงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน จำนวนวันและระยะเวลาในการลาหยุดชัดเจน 
  • เจ้าของธุรกิจ ต้องมีหนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา ต้องมีจดหมายรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่ออกให้โดยสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษาในปัจจุบัน 
  1. รายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ประเภทออมทรัพย์ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 6 เดือน รวมถึงสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี)
  2. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบิน (เพื่อยืนยันว่ากลับเมืองไทยแน่นอน)
  3. เอกสารการจองโรงแรมที่พักตลอดการพำนักอาศัยตลอดการอยูในอเมริกา
  4. แผนการเดินทางท่องเที่ยวอย่างละเอียดตลอดทริป
  5. เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-สกุล เอกสารการหย่า และเอกสารทางกฎหมายอื่น ๆ (ถ้ามี)
  6. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ต้องมีสูติบัตร เอกสารเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมาย สำเนาวีซ่าของพ่อหรือแม่ยังไม่หมดอายุ ทั้งหมดแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  7. ใบเสร็จค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา 

ในการยื่นวีซ่าอเมริกาเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง การทำความเข้าใจกับข้อมูลตรงนี้จะช่วยให้ทุกคนเตรียมงบทั้งหมดที่ตนเองต้องใช้ พร้อมวางแผนด้านการเงินอย่างถูกต้อง ซึ่งอัตราค่าทำวีซ่าอเมริกาประเภทท่องเที่ยวล่าสุดได้มีการเปลี่ยนใหม่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 โดยจากเดิมอยู่ที่ 160 USD เป็น 185 USD หรือประมาณ 6,660 บาท ซึ่งผู้ขอวีซ่าสามารถเลือกชำระได้ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้ 

  • โอนผ่านระบบออนไลน์เข้าบัญชีของ Bank of America (มีค่าใช้จ่ายการโอน) ซึ่งจะใช้ได้เฉพาะกับธนาคารที่มีระบบรองรับ 
  • ชำระด้วยเงินสดกับ ธ.กรุงศรีอยุธยา 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาตามขั้นตอนอย่างละเอียด 

ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีเยอะนั่นทำให้วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาจะมีเยอะพอสมควร ลองมาไล่เรียงกันทีละสเต็ปอย่างละเอียดแล้วปฏิบัติตามกันได้เลย 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาอย่างละเอียด 

  1. ขั้นตอนแรกสำหรับวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาต้องสมัครสมาชิกพร้อมสร้างโปรไฟล์ส่วนตัวของตนเองที่ www.ustraveldocs.com/th เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วให้กดเลือกประเภทและที่อยู่สำหรับส่งคืนหนังสือเดินทาง
  2. ชำระค่าธรรมเนียมผ่านวิธีที่ระบุเอาไว้แล้วนำใบเสร็จติดตัวไปในวันจริงด้วย
  3. การทำนัดหมายจะดำเนินการได้หลังชำระเงินประมาณ 1-2 วัน มีเงื่อนไขคือ หากชำระเงินสดกับ ธ.กรุงศรีอยุธยา จะนัดสัมภาษณ์ได้หลัง 12.00 น. ของวันถัดไป ส่วนใครโอนไป Bank of America จะนัดได้หลัง 14.00 น. ตั้งแต่ 2 วันทำการ ซึ่งวิธีนัดหมายไม่ได้ยุ่งยากให้คลิกเข้าไปยัง www.ustraveldocs.com/th อีกครั้ง ล็อกอินแล้วจึงนัดวัน-เวลาสัมภาษณ์ตามที่ระบุเอาไว้ได้เลย
  4. เมื่อถึงวันสัมภาษณ์ให้เดินทางมาก่อนกำหนดประมาณ 15-20 นาที พร้อมด้วยเอกสารที่ระบุเอาไว้ทั้งหมด เมื่อยื่นต่อเจ้าหน้าที่แล้วมีการตรวจร่างกาย ตรวจสอบเอกสาร ถ้าไม่มีปัญหาอะไรคุณจะต้องพิมพ์ลายนิ้วมือและยืนยันลายนิ้วมือของตนเองจากนั้นจึงต่อคิวเข้ารับการสัมภาษณ์ 
  5. รอลุ้นผลการสัมภาษณ์และการทำวีซ่าของตนเอง ซึ่งปกติแล้วจะมีการส่งวีซ๋าพร้อมกับการส่งคืนหนังสือเดินทาง เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีขอวีซ่าอเมริกาประเภทนี้
วีซ่าอเมริกา

ดำเนินการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาทำได้ที่ไหน 

จากวิธีขอวีซ่าอเมริกาประเภทท่องเที่ยวจริงแล้วไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ซึ่งเบื้องต้นต้องดำเนินการยื่นวีซ่าอเมริกาด้วยการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 บนหน้าเว็บไซต์ และสมัครกับ www.ustraveldocs.com/th ส่วนสถานที่ในการยื่นเอกสารพร้อมสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่าอเมริกาจะเป็นสถานทูตอเมริกา 

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและสถานกงสุลประจำประเทศไทย  

ที่อยู่: 95 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

โทรศัพท์: 02-205-4000 หรือกรณีโทรจากอเมริกากด (703)-665-7349 

ศูนย์ข้อมูลวีซ่า เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.00 – 20.00 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา 

ยังมีข้อมูลน่าสนใจเพิ่มเติมสำหรับคนที่วางแผนขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาเพื่อให้มั่นใจว่าตนเองสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและดำเนินการได้ถูกต้อง ไม่เสียเวลาและเสียเงินโดยใช่เหตุ อีกทั้งยังช่วยให้วางแผนเดินทางง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย 

ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาใช้เวลากี่วัน 

ปกติแล้วหลังการสัมภาษณ์จะใช้เวลาพิจารณาเพิ่มเติมอีก 3 วันทำการ ยกเว้นบางกรณีเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์อาจบอกตั้งแต่วันที่สัมภาษณ์เลยว่าวีซ่าอเมริกาผ่านเรียบร้อย อย่างไรก็ตามอาจมีบางเงื่อนไขที่ใช้เวลาในการพิจารณาสูงสุด 45 วัน จึงขอแนะนำให้คุณยื่นวีซ่าอเมริกาล่วงหน้า (สามารถยื่นได้ล่วงหน้า 90 วัน ก่อนเดินทางเที่ยวอเมริกา) หรือกรณีมีเหตุฉุกเฉินใด ๆ ยังสามารถเปลี่ยนนัดสัมภาษณ์ได้ทั้งหมด 3 ครั้ง กรณีเลื่อนเกินจากนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายใหม่ 

พกวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา เดินทางไปไหนได้บ้าง 

เมื่อมีวีซ่าอเมริกาอยู่กับตนเองแล้ว การเที่ยวอเมริกาในทุกพื้นที่ก็ไม่ใชเรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เมืองไหนก็สามรถเดินทางได้ตามสะดวก เช่น ลอส แอสเจลิส, ชิคาโก, ซาน ฟรานซิสโก, นิวยอร์ก, วอชิงตัน ดีซี, ลาสเวกัส, อลาสกา และอีกเพียบ อยากไปเมืองไหน เที่ยวที่ใด เลือกกันตามสะดวกเลย 

สรุป 

นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าอเมริกาประเภทท่องเที่ยว สามารถนำไปทำตามทีละชั้นตอนได้เลย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่ต้องเตรียมเอกสารและศึกษาระบบต่าง ๆ อย่างเข้าใจ เหนือสิ่งอื่นใดแม้การทำวีซ่าอเมริกาจะไม่ต้องใช้หลักฐานการทำประกันเดินทาง แต่ทุกครั้งที่ไปเที่ยวอเมริกาหรือเที่ยวประเทศใดในโลกก็ตาม ประกันเดินทางต่างประเทศ จะช่วยให้ทุกคนสบายใจมากขึ้นหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะเรื่องค่าใช้จ่ายการแพทย์ที่อเมริกา ใครๆ ก็รู้ดีว่า ราคาสูงมาก สูงที่สุดในโลก จนคนอเมริกาส่วนใหญ่เอง จะต้องมีประกันสุขภาพเป็นของตัวเองอยู่แล้ว จึงขอแนะนำ ประกันเดินทางไปอเมริกา จ่ายเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 249 บาท ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท คุ้มครองโควิด-19 มีบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน Call Center 24 ชม. สมัครง่ายรับกรมธรรม์ผ่านออนไลน์ สะดวกและครอบคลุมขนาดนี้มีไว้เลย 

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว