เช็กข้อมูลการขอวีซ่านิวซีแลนด์ประเภทท่องเที่ยว อัปเดตปี 2025

นิวซีแลนด์ถือเป็นอีกประเทศที่มีความน่าประทับใจโดยเฉพาะใครอยากสัมผัสกับแสงอาทิตย์แรกของวัน หรือความแตกต่าซึ่งหาได้ยากจากประเทศอื่นโดยเฉพาะความสวยงามจากสถานปัตกรรม และท้องทะเลซึ่งคนไทยที่อยากมีประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ก่อนเที่ยวนิวซีแลนด์สิ่งสำคัญคือต้องทำ “วีซ่านิวซีแลนด์” ให้เรียบร้อย ใครอยากรู้ว่าวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์มีขั้นตอนอะไรบ้างตามมาทางนี้เลย 

วีซ่านิวซีแลนด์

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ข้อมูลควรรู้สำหรับคนที่สนใจทำวีซ่านิวซีแลนด์ประเภทท่องเที่ยว 

สำหรับวีซ่านิวซีแลนด์ประเภทท่องเที่ยวถูกจัดอยู่ในหมวด Visitor Visa (INZ1017) ผู้ดำเนินการขอมีจุดประสงค์หลักเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว ไปจนถึงการเยี่ยมเยียนญาติ เพื่อน และด้านสันทนาการอื่น ๆ  สามารถพำนักอาศัยอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน ทั้งนี้สามารถเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้งหากระยะเวลาในวีซ่ายังไม่เกินกำหนด อย่างไรก็ตามในบางกรณีที่ขอระยะเวลาในการพำนักอาศัยอื่นเพิ่มเติม เช่น 6 เดือน 9 เดือน 1 ปี ก็จะมีขั้นตอนพิจารณาอนุมัติแตกต่างกันออกไป 

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอวีซ่านิวซีแลนด์ประเภทท่องเที่ยว 

การขอวีซ่านิวซีแลนด์ประเภทท่องเที่ยวก็ไม่ต่างกับวีซ่าประเทศอื่น ๆ เบื้องต้นผู้ขอต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ (กรณีอายุน้อยกว่า 18 ปี ต้องมีเอกสารรับรองจากพ่อแม่แนบคู่กับการยื่นวีซ่านิวซีแลนด์) ไม่เป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมายในคดีร้ายแรง ไม่ถูกศาลสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจพร้อมต่อการเดินทางท่องเที่ยว 

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ 

จัดเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการยื่นวีซ่านิวซีแลนด์ เพราะการเตรียมเอกสารประกอบการขอวีซ่านิวซีแลนด์ให้ครบถ้วนย่อมส่งผลดีต่อการอนุมัติวีซ่า และยังช่วยลดระยะเวลาการพิจารณาให้เร็วขึ้นด้วย  

  1. แบบฟอร์มเอกสารการขอวีซ่า พร้อมแนบรายการ Checklist 
  2. หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ฉบับปัจจุบันมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 1 ปี พร้อมแนบสำเนาหน้าแรกและสำเนาพาสปอร์ตฉบับเดิม (ถ้ามี)
  3. หากเคยทำวีซ่าประเทศอื่น เช่น วีซ่าเชงเก้น ให้ถ่ายสำเนาทุกหน้าของเอกสารแนบไปด้วย
  4. รูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังสีขาว ขนาด กว้าง 3.5 ซม. สูง 4.5 ซม. มองเห็นศีรษะถึงหัวไหล่ ไม่สวมแว่นตา หมวก หรืออุปกรณ์ปิดบังใบหน้ายกเว้นการสวมใส่ตามหลักศาสนา จำนวน 2 รูป
  5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  6. สำเนาบัตรประชาชน
  7. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป – กลับ
  8. เอกสารการจองโรงแรมที่พักตลอดการพำนักอาศัย
  9. แผนการเดินทางท่องเที่ยวอย่างละเอียด
  10. เอกสารเกี่ยวกับสถานะทำงานแบ่งตามประเภทอาชีพของแต่ละบุคคล แปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ได้แก่
  • พนักงานบริษัท ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากองค์กรที่ตนเองสังกัดอยู่ ระบุ ชื่อ-สกุล อายุงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน จำนวนวันและระยะเวลาในการลาหยุดชัดเจน 
  • เจ้าของธุรกิจ ใช้หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา ใช้จดหมายรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่ออกให้โดยสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษาในปัจจุบัน 
  1. ใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)
  2. รายการเดินบัญชีประเภทออมทรัพย์ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน หรือ หนังสือรับรองจากธนาคาร
  3. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางคนเดียว ต้องมีหนังสือรับรองจากพ่อแม่เป็นภาษาอังกฤษ ออกให้โดยนายอำเภอ พร้อมแนบสำเนาสูติบัตร แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องมีสำเนาบัตรประชาชนของพ่อแม่แนบด้วย
  4. หากมีการขอระยะเวลาวีซ่ามากกว่า 6 เดือน ต้องมีใบรับรองแพทย์การตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลที่รับรองโดยสถานทูต
วัว นิวซีแลนด์

ค่าธรรมเนียมยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ 

ปกติแล้วการยื่นวีซ่านิวซีแลนด์สามารถดำเนินการได้ 2 ช่องทาง คือ ขอวีซ่านิวซีแลนด์ออนไลน์ผ่านเว็บสถานทูต และขอผ่านศูนย์รับยื่นฯ VFS Global ซึ่งค่าธรรมเนียมจะประกอบด้วย 

  • ค่าธรรมเนียม ขอวีซ่า 100 NZD หรือประมาณ 1,900 บาท (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2024)
  • ค่าบริการศูนย์ VFS (กรณียื่นผ่านศูนย์) แบ่งเป็นยื่นด้วยรูปแบบกระดาษ 1,200 บาท ยื่นผ่านออนไลน์ 850 บาท  

ขั้นตอนในการขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ 

นี่เป็นอีกเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ต้องรู้เอาไว้ เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง มาเช็กลิสต์กันทีละข้อพร้อมนำไปปรับใช้ตามกันได้เลย 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ทั้งออนไลน์และยื่นผ่านศูนย์ฯ 

  1. ขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ผ่านออนไลน์
  • ทำการลงทะเบียนเพื่อสมัครบัญชี 
  • ล็อกอินเข้าสู่ระบบแล้วเลือก Create New Visitor Visa Application 
  • กรอกเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษ 
  • อัปโหลดไฟล์เอกสารสกุล pdf และรูปภาพต่าง ๆ สกุล jpg 
  • ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าผ่านบัตรเครดิต 
  • ดาวน์โหลดหลักฐานยืนยันการรับคำร้องพร้อมที่อยู่จัดส่งพาสปอร์ตแล้วปริ้นท์เก็บไว้ 
  • คุณจะได้รับอีเมลยืนยันการยื่นคำร้องหลังดำเนินการไม่เกิน 1 วันทำการ 
  • ส่งพาสปอร์ตและเอกสารยืนยันรับคำร้องไปตามที่อยู่ศูนย์รับคำร้องแล้วรอการอนุมัติ 
  1. ขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ผ่านศูนย์รับยื่นฯ
  • วิธีขอวีซ่านิวซีแลนด์ผ่านศูนย์รับยื่นฯ เริ่มจากทำการจองคิว แล้วปริ้นท์เอกสารการจองเก็บไว้ 
  • เมื่อถึงวันที่กำหนดให้นำเอกสารทั้งหมดเดินทางไปยังศูนย์รับยื่นวีซ่า 
  • ยื่นเอกสารการจองคิวของตนเองกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นจึงดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด 
  • ทำการชำระเงินค่าธรรมเนียมพร้อมค่าบริการ สุดท้ายคือรออนุมัติวีซ่าได้เลย 
New Zealand mountain

ดำเนินการขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ได้ที่ไหน 

สำหรับใครเลือกวิธีขอวีซ่านิวซีแลนด์ประเภทท่องเที่ยวผ่านออนไลน์ก็ให้ทำตามขั้นตอนผ่านเว็บไซต์ที่ระบุเอาไว้ แต่ถ้าใครยื่นวีซ่านิวซีแลนด์ผ่านศูนย์รับยื่นฯ ปัจจุบันสามารถขอวีซ่านิวซีแลนด์ได้ผ่าน 2 สถานที่ ดังนี้ 

1. New Zealand Visa Application Centre (TT Aviation Co Ltd.)

ที่อยู่:140/41 (19 D) อาคารไอทีเอฟทาวเวอร์ ชั้น 19 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 

วันเวลาทำการ: วันจันทร์วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 

2. ศูนย์รับยื่นคำร้องฯ VFS Global

ที่อยู่: อาคารจามจุรี สแควร์ ชั้นที่ 4 ยูนิตที่ 404 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

วันเวลาทำการ: วันจันทร์วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 

โทรศัพท์: 02-460-7060 

อีเมล: [email protected] 

เว็บไซต์: visa.vfsglobal.com/ 

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ 

นอกจากรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ที่ระบุไปแล้วก็ยังมีข้อควรรู้อื่นเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ทุกขั้นตอนดำเนินการเป็นเรื่องง่ายมากกว่าเดิม รวมถึงโอกาสได้รับอนุมัติวีซ่าสูงขึ้นด้วยเช่นกัน 

ระยะเวลาในการขอวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ 

ในการยื่นวีซ่านิวซีแลนด์หากดำเนินการออนไลน์ผ่านสถานทูตจะใช้เวลาประมาณ 20 วันทำการ แต่ถ้าขอวีซ่านิวซีแลนด์ผ่านศูนย์รับยื่นฯ ต้องใช้เวลาประมาณ 25 วันทำการ ทั้งนี้ทุกคนสามารถยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 90 วัน ก่อนถึงวันไปเที่ยวนิวซีแลนด์ 

ถือวีซ่านิวซีแลนด์สามารถท่องเที่ยวที่ไหนได้บ้าง 

เมื่อคุณมีวีซ่านิวซีแลนด์ประเภทท่องเที่ยวอยู่กับตนเองแล้ว การเที่ยวนิวซีแลนด์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปใครวางแผนอยากไปเที่ยวเมืองใหญ่ ๆ อย่าง กรุงเวลลิงตัน (Wellington), เมืองโอ๊คแลนด์ (Auckland), เมืองควีนส์ทาวน์ (Queenstown), มิลฟอร์ด ซาวนด์ (Milford Sound), เมืองโรโตรัว (Rotorua), เมืองไวกาโต (Waikato) และเมืองอื่น ๆ สามารถเดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวล 

สรุป 

นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่านิวซีแลนด์ประเภทท่องเที่ยว ซึ่งใครที่วางแผนอยากเที่ยวนิวซีแลนด์ต้องศึกษาให้ละเอียดและทำตามที่ระบุเอาไว้ได้เลย อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาดอย่าลืมซื้อ ประกันเดินทางไปนิวซีแลนด์ ทุกครั้งเมื่อต้องบินไปเมืองนอก จาก LUMA ราคาเริ่มต้นเพียง 249 บาท แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท สมัครง่ายผ่านออนไลน์ คุ้มครองโควิด-19 ประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน พร้อมสายด่วนตลอด 24 ชม. ไม่ว่าทริปไหนก็พร้อมลุยแบบจัดเต็มแน่นอน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในนิวซีแลนด์:

มาทำความรู้จักกับ ไวรัสนิปาห์ โรคระบาดในอินเดีย

ที่ LUMA เราเชื่อว่าความรู้เป็นด่านแรกในการป้องกันโรคและภัยคุกคามทางสุขภาพ ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึงไวรัสนิปาห์ (NiV) ตั้งแต่ต้นกำเนิด การแพร่เชื้อ อาการ และที่สำคัญที่สุดคือ วิธีป้องกันตัวเองและคนที่คุณรัก เพื่อทำความเข้าใจกับไวรัสนิปาห์ให้ดียิ่งขึ้น และเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองในพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อ

รู้จักไวรัสนิปาห์

ไวรัสนิปาห์เป็นไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งหมายถึงเชื้อสามารถแพร่กระจายระหว่างสัตว์และมนุษย์ได้ มีต้นกำเนิดมาจากค้างคาวผลไม้หรือที่เรียกว่าค้างคาวแม่ไก่ อย่างไรก็ตาม ไวรัสยังสามารถติดต่อผ่านสัตว์อื่นๆ เช่น สุกร แพะ ม้า สุนัข และแมว โดยเชื้อไวรัส NiV สามารถแพร่กระจายผ่านวิธีต่างๆ ได้แก่

การสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ: จะติดต่อเมื่อคนหรือสัตว์สัมผัสกับของเหลวในร่างกาย (เลือด อุจจาระ ปัสสาวะ หรือน้ำลาย) ของสัตว์ที่ติดเชื้อ

  • กินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ: การบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับการปนเปื้อนจากสัตว์ที่ติดเชื้ออาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อดื่มน้ำในผลอินทผลัมหรือผลไม้สด
  • การแพร่เชื้อจากคนสู่คน: NiV สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางของเหลวในร่างกาย ดังนั้นการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องดูแลผู้ป่วยจึงมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้

กุญแจสำคัญในการป้องกันไวรัสนิปาห์คือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย โดยเฉพาะค้างคาวและหมูในพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อ และที่สำคัญ ควรระวังเมื่อรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารที่อาจปนเปื้อนจากสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ เนื่องจากไวรัสสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางของเหลวในร่างกายได้

พบไวรัสนิปาห์ที่ไหนบ้าง?

การระบาดของไวรัสนิปาห์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบางประเทศแถบเอเชีย ในบังคลาเทศและอินเดียเกิดการระบาดเป็นเวลาเกือบปี ไวรัสดังกล่าวระบาดครั้งแรกในปี 1999 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 100 รายในมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งนำไปสู่การกำจัดสุกรกว่าล้านตัวเนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งตั้งแต่นั้นมา มีการระบาดเพิ่มเติมอีกประมาณ 20 ครั้ง

ผู้เดินทางควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของไวรัสนิปาห์ ได้แก่ บังคลาเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย ส่วนภูมิภาคอื่นๆ เช่น กัมพูชา อินโดนีเซีย มาดากัสการ์ ฟิลิปปินส์ และไทย ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากมีค้างคาวสายพันธุ์ที่แพร่เชื้อไวรัสอยู่ในพื้นที่เหล่านี้

ไวรัสนิปาห์

ไวรัสนิปาห์มีอาการอย่างไร?

อาการเริ่มต้นของการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ มีดังนี้

  • มีไข้
  • ปวดหัว
  • หายใจลำบาก
  • ไอและเจ็บคอ
  • ท้องเสีย
  • อาเจียน
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและรู้สึกอ่อนแรงอย่างมาก

อาการเหล่านี้มักปรากฏภายใน 4-14 วัน หลังจากได้รับเชื้อไวรัส มักจะมีไข้หรือปวดศีรษะในช่วงแรก และต่อมาจะเกิดปัญหาระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอและหายใจลำบาก

ในกรณีที่รุนแรง ไวรัสอาจทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตได้ และอาจมีอาการรุนแรงอื่นๆ ได้แก่ ความสับสน พูดไม่ชัด อาการชัก โคม่า และหายใจลำบาก อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าแปลกที่ผู้ติดเชื้อบางรายก็ไม่มีอาการปรากฏเลย

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์จะเสียชีวิตไหม?

ไวรัสนิปาห์เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ระหว่าง 40% ถึง 75% ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการจัดการกับการระบาด

ไวรัสนิปาห์มาจากไหน?

จากการตรวจสอบการแพร่ของเชื้อไวรัส ดั้งเดิมพบในค้างคาว และแพร่เชื้อไปยังสุกร หากค้างคาวหรือสุกรที่ติดเชื้อแพร่กระจายของเหลวในร่างกายไปยังสัตว์ตัวอื่น สัตว์เหล่านั้นจะกลายเป็นพาหะของเชื้อ การสัมผัสของเหลวในร่างกาย เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ เลือด หรือน้ำลาย ของสัตว์ที่เป็นพาหะ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ แม้แต่ผลิตภัณฑ์อาหารก็สามารถปนเปื้อนเชื้อได้เช่นกัน เช่น ผลไม้ น้ำในผลอินทผลัม และเนื้อหมูที่ติดเชื้อ นอกจากนี้ บุคคลที่เข้าไปในบริเวณที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ก็อาจติดเชื้อไวรัสนิปาห์ได้

ไวรัสนิปาห์แพร่กระจายได้อย่างไร?

ไวรัสนิปาห์ติดต่อได้และสามารถแพร่เชื้อผ่านของเหลวในร่างกาย เช่น น้ำลาย อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำมูก และเลือด ผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากไวรัสสามารถแพร่กระจายเมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจามได้

ไวรัสนิปาห์ติดต่อทางอากาศหรือไม่?

ไวรัสนิปาห์สามารถติดเชื้อจากการแพร่กระจายในอากาศได้ ซึ่งแพร่ไปในอากาศเมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจาม

ไวรัสนิปาห์

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสนิปาห์มีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ของไวรัสนิปาห์ ได้แก่ การสัมผัสกับค้างคาว สุกร และผู้ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาด การบริโภคน้ำในผลอินทผลัมหรือผลไม้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากอาจปนเปื้อนด้วยของเหลวในร่างกายของค้างคาว

การตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ทำอย่างไร?

ผู้ให้บริการด้านการแพทย์วินิจฉัยไวรัสนิปาห์โดยการตรวจสอบอาการและประเมินประวัติการเดินทางล่าสุดไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด ในระยะแรกของการติดเชื้อ สามารถตรวจหาตัวไวรัสโดยดูจากสารพันธุกรรม RNA ของไวรัสด้วยวิธี Real-time RT PCR เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสนิปาห์หรือไม่ โดยใช้ของเหลวในร่างกายซึ่งเก็บจากสารคัดหลั่งในจมูกหรือลำคอ น้ำไขสันหลัง (CSF) ปัสสาวะ หรือเลือด ในระยะต่อมาหรือหลังการฟื้นตัว สามารถวินิจฉัยการติดเชื้อได้โดยการตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดีจำเพาะโดยใช้การตรวจอีไลซา หรือ enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA)

มีวิธีรักษาการติดเชื้อไวรัสนิปาห์อย่างไรบ้าง?

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาไวรัสนิปาห์ ดังนั้นการรักษาส่วนใหญ่จึงเป็นการรักษาตามอาการ ดังนี้

  • ดูแลไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

แนะนำให้ดูแลแบบประคับประคองและรักษาตามอาการ

ขณะนี้นักวิจัยกำลังศึกษาการใช้โมโนโคลนอลแอนติบอดีรักษาไวรัสนิปาห์ ทำให้เกิดความหวังสำหรับทางเลือกการรักษาในอนาคต

ไวรัสนิปาห์ป้องกันอย่างไร?

การป้องกันไวรัสนิปาห์สามารถทำได้โดยปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้:

  • ล้างมือบ่อยๆ 
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวหรือหมูที่ป่วย
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟาร์มสุกรมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม โดยนำสัตว์ที่ติดเชื้อเข้าสถานกักกันทันที
  • ไม่เข้าใกล้ต้นไม้หรือพุ่มไม้ซึ่งมักเป็นที่อยู่ของค้างคาว
  • ระมัดระวังอาหารและเครื่องดื่มที่อาจมีการปนเปื้อน เช่น น้ำในผลอินทผลัมหรือผลไม้ ควรต้มผลอินทผลัมก่อนบริโภค ล้างและปอกเปลือกผลไม้ให้สะอาด
  • ทิ้งผลไม้ที่ถูกค้างคาวกัดหรือที่สัมผัสพื้น
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสของเหลวในร่างกายของผู้ที่ติดเชื้อ

ไวรัสนิปาห์อันตรายถึงชีวิตหรือไม่?

ผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มีโอกาสรอดชีวิต แต่อัตราการเสียชีวิตอยู่ระหว่าง 40% ถึง 75% ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับประสิทธิผลของการตรวจหาเชื้อและการจัดการไวรัสในภูมิภาคที่มีการระบาด อาการอาจแตกต่างกันตั้งแต่ไข้เล็กน้อยและปวดศีรษะไปจนถึงสมองบวมอย่างรุนแรงหรือเสียชีวิต

หากมีอาการ ควรไปหาหมอเมื่อใด? 

หากคุณมีอาการใดๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับไวรัสนิปาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดหรือดูแลบุคคลหรือสัตว์ที่ติดเชื้อ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไปพบแพทย์ทันที การวินิจฉัยโรคตั้งแต่เนิ่นๆ และการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงทีมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น

การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุม เช่น ประกันสุขภาพจาก LUMA  สามารถแบ่งเบาภาระทางการเงินของค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมาก การมีประกันสุขภาพไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ แต่ยังรับประกันว่าคุณจะได้รับการดูแลทางการแพทย์ที่จำเป็นอย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

ไวรัสนิปาห์ยังคงเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ร้ายแรง การเฝ้าระวังและความตระหนักรู้ การทำความเข้าใจที่มาของเชื้อ รูปแบบการแพร่กระจาย อาการ และมาตรการป้องกันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องให้คุณและชุมชนปลอดภัย คอยติดตามข่าวสารเป็นประจำ เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างเหมาะสม ประกันสุขภาพจาก LUMA ให้คุณอุ่นใจได้เสมอว่าสุขภาพของคุณได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม:

  • ฝีดาษลิง – สาเหตุของโรค การแพร่เชื้อและการป้องกันฝีดาษลิง

วิธีขอวีซ่า UAE ประเภทท่องเที่ยว ฉบับอัปเดตให้ล่าสุด 2025

ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates UAE) หรือชื่อที่คนไทยคุ้นเคยกันอย่างยูเออี ถือเป็นอีกประเทศที่ต้องยอมรับว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยอยากลองสัมผัสสักครั้ง แต่มีเงื่อนไขในการเข้าประเทศยุ่งยากระดับหนึ่ง รวมถึงการขอ “วีซ่า UAE” ก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน เอาเป็นว่าใครอยากไปเที่ยว UAE ลองศึกษาวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยว UAE ฉบับอัปเดตปี 2025 กันได้เลย 

วีซ่า uae

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการขอวีซ่า UAE ประเภทท่องเที่ยว 

หากนับเฉพาะคนไทยที่ต้องการเดินทางไปเที่ยว UAE จะมีประเภทวีซ่าทั้งหมด 4 รูปแบบ (ไม่นับรวม Multiple Entry Visa เพราะออกให้เฉพาะผู้ที่ติดต่อธุรกิจกับบริษัทชั้นนำของ UAE) ซึ่งทุกประเภทวีซ่ายูเออีมีเงื่อนไขสำคัญคือผู้ขอต้องได้รับการอุปถัมภ์ หรือ สปอนเซอร์จากหน่วยงานที่ทางรัฐบาลกำหนด เช่น โรงแรม สายการบิน หรือบริษัทท่องเที่ยว หากแปลให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือคุณต้องยื่นวีซ่า UAE กับหน่วยงานกลุ่มดังกล่าวซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจสัญชาติ UAE หรือบริษัทท่องเที่ยวที่มีการตกลงเงื่อนไขกันไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งประเภทวีซ่าท่องเที่ยว UAE สำหรับคนไทย มีดังนี้ 

  • Special Mission Entry Visa หรือ Entry Service Permit พำนักอาศัยได้ไม่เกิน 14 วัน ขยายเวลาไม่ได้ 
  • Visit Visa พำนักอาศัยได้ไม่เกิน 60 วัน ขยายเวลาได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 90 วัน  
  • Tourist Visa พำนักอาศัยได้ไม่เกิน 30 วัน ขยายเวลาไม่ได้ 
  • Transit Visa ผู้เดินทางผ่านและต้องอยู่ใน UAE ตั้งแต่ 8 ชม. วีซ่าประเภทนี้จะอยู่ได้ไม่เกิน 96 ชม.  

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอวีซ่า UAE ประเภทท่องเที่ยว 

ผู้ที่สนใจขอวีซ่า UAE ประเภทท่องเที่ยวต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปีบริบูรณ์ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยด้วยโรคติดต่อที่อาจแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ไม่มีความผิดทางคดีร้ายแรง หรือไม่ถูกศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศ รวมถึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางรัฐบาล UAE ได้กำหนดเอาไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อการยื่นวีซ่า UAE อย่างไร้ปัญหา 

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่า UAE ประเภทท่องเที่ยว 

ในการยื่นวีซ่า UAE การเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกอย่างง่ายดายมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเอกสารสำหรับขอวีซ่า UAE จะประกอบด้วย 

  1. สำเนาสีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีใบหน้าและข้อมูลของผู้ขอวีซ่าจำนวน 1 ฉบับ โดยพาสปอร์ตต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน พร้อมสำเนาสีหน้าสุดท้าย
  2. รูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังสีขาว ขนาด 2 นิ้ว มองเห็นศีรษะจนถึงหัวไหล่ ไม่สวมแว่นตาดำ หมวก หรืออุปกรณ์ปิดบังใบหน้ายกเว้นการสวมใส่ตามหลักศาสนา ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ฉบับ
  4. สำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง 1 ฉบับ
  5. เอกสารยืนยันการทำงานแบ่งตามลักษณะอาชีพของแต่ละบุคคล แปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ได้แก่
  • พนักงานบริษัท ต้องมีจดหมายรับรองการทำงานจากองค์กรที่ตนเองสังกัดอยู่ ระบุ ชื่อ-สกุล อายุงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน จำนวนวันและระยะเวลาในการลาหยุดชัดเจน 
  • เจ้าของธุรกิจ ต้องมีหนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา ต้องมีจดหมายรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่ออกให้โดยสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษาในปัจจุบัน 
  1. เอกสารรับรองทางการเงิน มีเงื่อนไขว่าเงินเก็บในบัญชีต้องมีไม่ต่ำกว่า 8,000 USD (ประมาณ 3 แสนบาท) ทั้งนี้หากไม่เพียงพอจะใช้เป็นรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) แทนก็ได้
  2. เอกสารรับรองรายได้ต่อปี (ใบรับรองเงินเดือน) ต้องไม่ต่ำกว่า 8,000 USD แต่กรณีไม่ถึงให้ยื่นตามความจริง
  3. สำเนาสีวีซ่ากรณีมีวีซ่าประเทศเหล่านี้ UAE (ฉบับเก่า) สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา หรือวีซ่าเชงเก้น
  4. เอกสารการจองโรงแรมตลอดระยะเวลาพำนักอาศัย
  5. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  6. กรณีอายุต่ำกว่า 21 ปี ต้องแนบเอกสารสูติบัตรฉบับแปลภาษาอังกฤษด้วย
  7. เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

 

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยว UAE โดยไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง บริษัท ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนคนอื่นออกเงินให้ต้องมีเอกสารตามที่รัฐบาล UAE กำหนด ดังนี้ 

 

  1. บริษัทออกค่าใช้จ่ายให้ต้องแนบ หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสัญญาการจ้างงานฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  2. ผู้อื่นออกค่าใช้จ่ายให้ ต้องแนบสำเนาสีพาสปอร์ตและสำเนาทะเบียนบ้านของบุคคลผู้นั้น รวมถึงแสดงเอกสารยืนยันรายได้ขั้นต่ำต่อเดือนของบุคคลดังกล่าวแยกตามความสัมพันธ์ ได้แก่
  • บุคคลในครอบครัว เช่น พ่อแม่ ลูก พ่อแม่บุญธรรม 4,000 AED 
  • พี่น้องแท้ตามสายเลือด 5,500 AED 
  • พี่น้องตามกฎหมาย (เขย, สะใภ้) 7,000 AED 
  • เพื่อน หรือความสัมพันธ์รูปแบบอื่น 10,000 AED 
burj khalifa

ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าท่องเที่ยว UAE

ในส่วนของค่าธรรมเนียมสำหรับคนต้องการยื่นวีซ่า UAE จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่ายูเออีที่ตนเองเลือกทำ ซึ่งแบ่งออกได้ ดังนี้ 

  • วีซ่าเปลี่ยนเครื่องพำนักไม่เกิน 48 ชม. 10 USD 
  • วีซ่าเปลี่ยนเครื่องพำนักไม่เกิน 96 ชม. 49 USD 
  • วีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นไม่เกิน 30 วัน เข้าประเทศครั้งเดียว 90 USD และค่าบริการเพิ่มเติม 
  • วีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นไม่เกิน 30 วัน เข้าประเทศหลายครั้ง 136 USD และค่าบริการเพิ่มเติม 
  • วีซ่าท่องเที่ยวระยะยาวไม่เกิน 60 วัน เข้าประเทศครั้งเดียว 177 USD และค่าบริการเพิ่มเติม 
  • วีซ่าท่องเที่ยวระยะยาวไม่เกิน 60 วัน เข้าประเทศหลายครั้ง 231 USD และค่าบริการเพิ่มเติม 

ขั้นตอนและวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยว UAE 

มาถึงอีกส่วนที่หลายคนอยากทำความเข้าใจมาก ๆ ว่าวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยว UAE ต้องทำยังไงบ้าง แล้วดำเนินการผ่านตัวแทนอุปถัมภ์ไหนสะดวกและตอบโจทย์มากที่สุด มาหาข้อมูลกันได้เลย 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยว UAE ผ่านตัวแทนอุปถัมภ์ 

อย่างที่บอกไปว่าการขอวีซ่า UAE จะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนอุปถัมภ์ หรือสปอนเซอร์ เช่น โรงแรม สายการบิน ซึ่งมีเจ้าของหลักเป็นชาว UAE แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะรับทำ ทั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวชาวไทยมักนิยมดำเนินการผ่านสายการบิน ซึ่งวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยว UAE ที่แนะนำคือ 3 สายการยูบิน โดยเป็นขั้นตอนดำเนินการผ่านออนไลน์ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามกับทางสายการบินโดยตรงได้เลย 

  1. ทำวีซ่าผ่านสายการบิน Emirates 
  2. ทำวีซ่าผ่านสายการบิน Etihad Airways 
  3. ทำวีซ่าผ่านสายการบิน FlyDubai 

วิธีขอวีซ่า UAE ของแต่ละสายการบินจะแตกต่างออกไป สิ่งสำคัญคือต้องทำการสแกนเอกสารต่าง ๆ หรืออัปโหลดตามขั้นตอนที่สายการบินนั้น ๆ ระบุไว้ด้วย 

sand dunes in uae

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่ายูเออีประเภทท่องเที่ยว 

หลังจากทำความเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับวีซ่ายูเออีเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามยังมีข้อมูลเพิ่มเติมน่าสนใจที่อยากบอกต่อให้กับทุกคนได้นำไปปรับใช้เพื่อความถูกต้องและความสะดวกต่อในทุกขั้นตอน  

ระยะเวลาในการขอวีซ่าท่องเที่ยวยูเออี 

สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นวีซ่ายูเออีหากดำเนินการกับสปอนเซอร์ได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง จะใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่ายูเออีประมาณ 5-7 วันทำการ  

ถือวีซ่าท่องเที่ยวยูเออีไปไหนได้บ้าง 

วีซ่ายูเออีจะออกมาในรูปแบบ E-Visa (Electronic Visa) เมื่อจะใช้งานให้ปริ้นท์สีเฉพาะหน้าแรกใส่กระดาษ A4 เท่านั้น และคุณสามารถเดินทางเที่ยวยูเออีได้ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเมืองดูไบ (Dubai), กรุงอาบูดาบี (Abu Dhabi), เมืองชาร์จาห์ (Sharjah), เมืองอัจมาน (Ajman), เมืองอุมม์อัลกูเวน (Umm Al Quwain) เป็นต้น 

สรุป 

นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่ายูเออีประเภทท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือต้องทำการขอวีซ่ายูเออีกับสปอนเซอร์ที่คุณสะดวกมากที่สุด เหนือสิ่งอื่นใดเมื่อดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยอย่าลืมซื้อ ประกันเดินทางต่างประเทศ ติดตัวไว้เสมอ ขอแนะนำ ประกันเดินทางไป UAE คุ้มค่ามากกว่าด้วยการจ่ายเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 199 บาท แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท สมัครง่ายพร้อมรับกรมธรรม์ผ่านช่องทางออนไลน์ คุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 มีบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน Call Center 24 ชม. ตอบโจทย์ทุกการเดินทางแน่นอน 

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว