5 กิจกรรมที่ต้องทำเมื่อไปเยือนสวิตเซอร์แลนด์ 2025

ปี 2025 วางแผนให้ดี ในการท่องเที่ยวต่างประเทศ ! เพื่อท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีสภาพอากาศที่ร่มเย็นกว่าประเทศไทย ในบทความนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกับการท่องเที่ยวที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งภูเขา เป็นประเทศที่มีพื้นที่ราบสูงของเทือกเขามากกว่า 60% ของพื้นที่ทั้งหมด สวิตเซอร์แลนด์ได้รับการยกย่องให้เป็นอีกหนึ่ง สวรรค์บนดิน บนโลกใบนี้ เนื่องจากมีภูมิประเทศที่สวยงาม สภาพอากาศที่ทำให้ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไม่ควรพลาดเป็นอันขาด หากคุณมีแพลนท่องเที่ยวในต่างประเทศ 

สวิตเซอร์แลนด์นั้นถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความสำคัญในระดับโลก เนื่องจากได้รับเลือกจาก องค์การสหประชาชาติให้เป็นที่ตั้งขององค์กร โดยอยู่ที่เมือง เจนีวาเมืองที่แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเมืองหลวง แต่ก็มีความสวยงาม ความทันสมัย และมนตร์เสน่ห์อันล้นเหลือ แต่นอกจากการเที่ยวที่เมืองเจนีวาแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่คุณสามารถสัมผัสได้จากการท่องเที่ยวในประเทศนี้ ต่อจากนี้เราจะแนะนำ 5 กิจกรรมที่คุณต้องทำ เมื่อมาเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกับแนะนำความสำคัญของประกันเดินทางต่างประเทศ ตัวช่วยที่ทำให้การเดินทางของคุณราบรื่นมากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย ! 

นั่งรถไฟเที่ยวชมความสวยงามของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

หนึ่งในจุดเด่นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์คือ การคมนาคมอันแสนจะสะดวกสบาย เมื่อคุณก้าวเท้าลงจากเครื่องบินบนประเทศนี้ สิ่งที่คุณไม่ต้องมองหาคือ รถเช่า เพราะการท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ไม่จำเป็นต้องขับรถเองให้เมื่อยเลย เนื่องจากมีระบบขนส่งมวลชนของประเทศนี้มีประสิทธิภาพสูงมาก คุณต้องมาติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน ๆ เหมือนอย่างเมืองไทยแน่นอน แต่ถึงอย่างไรต่อให้ไม่ได้ขับรถเอง ประกันเดินทางต่างประเทศก็ยังสำคัญอยู่เช่นเคย 

เอาล่ะ ! ใครเล่าจะเชื่อว่าแค่การนั่งรถเฉย ๆ ก็ถือว่าเป็นทีเด็ดของการท่องเที่ยวได้เช่นกัน หากเป็นที่อื่นคงไม่ใช่ แต่เพราะว่าที่นี่คือ สวิตเซอร์แลนด์ กิจกรรมที่เราอยากแนะนำก็คือ การนั่งรถไฟท่องเที่ยวบนเส้นทางอันสุดแสนจะโรแมนติก เนื่องจากตลอดเส้นทางของการนั่งรถไฟ คุณจะพบกับวิวทิวทัศน์ที่เดินทางผ่านที่สวยงามจนลืมไม่ลง บนรถไฟมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้คุณครบทุกอย่าง เรียกได้ว่าเป็นขบวนรถไฟแห่งความฝัน ก็ไม่เกินจริง โดยเส้นทางรถไฟที่มีวิวสวยจับใจนั้นมีให้เลือกหลากเส้นทาง แต่ที่โด่งดังที่สุดจะเป็นขบวนของ Glacier Express ซึ่งจะเป็นการเดินทางจากเมือง Zermatt ไปยังเมือง St. Moritz ด้วยระยะเวลาการเดินทางอยู่ที่ประมาณ 9 ชั่วโมง

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

สัมผัสกับความสวยงามของ จุดสูงสุดแห่งยุโรป 

“Jungfraujoch” เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ สถานที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับแล้วว่าสูงที่สุดในยุโรป เนื่องจากอยู่บนเทือกเขาเอลฟ์ เป็นดินแดนที่ได้รับการปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี ด้วยความสูงกว่าน้ำทะเลถึง 4,158 เมตร ทำให้มีอากาศที่หนาวเย็นอยู่ตลอด นี่คืออีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากการเดินทางนั้นไม่ได้ยากลำบากแต่ประการใด แม้ว่าชื่อของสถานที่อาจดูเป็นการท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ แต่ที่จริงแล้วเป็นการเดินทางอันแสนสะดวก ด้วยการนั่งรถไฟมายังสถานที่แห่งนี้ ถือว่านี่เป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ ว่าระบบคมนาคมของสวิตเซอร์แลนด์นั้นดีเยี่ยมเป็นอันดับต้นของโลก 

กิจกรรมภายใน Jungfraujoch นั้นมีหลายอย่างให้คุณเลือกทำ เริ่มต้นตั้งแต่กิจกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี สโนวบอร์ด หรือจะเป็นการท่องเที่ยวชิล ๆ อย่างเช่นการชมวิวของเทือกเขาเอลฟ์ การเดินชมอุโมงค์น้ำแข็ง และมองหาของฝากสุดพิเศษได้ที่ “lindt Swiss Chocolate Haven” ร้านช็อกโกแลตที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดในโลก จะเห็นได้เลยว่าในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ นอกจากความสวยงามที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ ยังสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากมาย แถมยังไม่มีความยากลำบากใด ๆ ให้คุณต้องเผชิญอีกด้วย

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

นั่งกระเช้าลอยฟ้ามุ่งตรงสู่ยอดเขาชื่อดังต่าง ๆ 

เนื่องจากภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขาต่าง ๆ ทำให้เส้นทางการท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ มักจะมีการใช้กระเช้าลอยฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ สำหรับผู้ที่กลัวความสูงไม่ต้องเป็นกังวล เพราะกระเช้าที่เรากำลังกล่าวถึง ไม่ได้เป็นกระเช้าเล็ก ๆ แคบ ๆ อย่างที่คุณเคยเห็น แต่เป็นกระเช้าขนาดใหญ่ ที่มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถบรรจุนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมากในครั้งเดียว ความรู้สึกของคุณจะไม่ได้แตกต่างจากการนับรถประจำทางแต่อย่างใด ในระหว่างการนั่งกระเช้า คุณสามารถเก็บบรรยากาศของหุบเขาต่าง ๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างเต็มที่ ผ่านมุมมอง 360 องศารอบตัวคุณ 

โดยยอดเขาที่โด่งดังของสวิตเซอร์แลนด์นั้นมีอยู่ประมาณ 7 แห่งหลัก ๆ แต่ละที่ก็จะมีแหล่งท่องเที่ยวที่ต่างกันออกไป กิจกรรมนั้นก็จะแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณชื่นชอบความท้าทาย เราอยากแนะนำให้คุณเดินทางไปที่ ยอดเขาทิตลิสที่มีสะพานสลิงให้คุณได้ท้าทายความกล้าของตัวเอง แต่ถ้าอยากชมวิวทิวทัศน์โดยไม่อยากให้มีเมฆหมอกมาบดบัง ขอแนะนำยอดเขาริกิแหล่งชมวิวที่อยู่ท่ามกลางพื้นที่เปิดโล่ง ไม่มีหิมะหนาเหมือนยอดเขาอื่น ๆ แต่ก็แลกมากับมุมมองที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

เดินป่าท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ 

ในช่วงเวลาฤดูร้อนของประเทศไทย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสุด ๆ สำหรับการเดินป่าที่สวิตเซอร์แลนด์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเปิดโล่ง ไม่มีสภาพอากาศอันเลวร้ายมาขัดขวางการเที่ยวชมธรรมชาติของคุณ หากให้เจาะจงเลยก็จะเป็นช่วงเดือน มี.ค.พ.ค. เพราะว่าจะเป็นช่วง ฤดูใบไม้ผลิการเดินป่าในช่วงเวลานี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับความเขียวชอุ่มของต้นไม้สองข้างทาง พร้อมกับเส้นทางที่มีตั้งแต่เดินที่ธรรมดา ไปจนถึงการเดินที่โหดหิน ขึ้นอยู่กับว่าคุณนั้นชื่นชอบสไตล์ไหน 

การท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เชิงธรรมชาติ หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นกว่าประเทศอื่น ๆ คือ ความปลอดภัย เนื่องจากมีเส้นทางที่เด่นชัด มีป้ายคอยแนะนำตลอดเส้นทาง พร้อมด้วยกระท่อมกลางป่า ซึ่งเป็นเหมือนจุดเช็คอินในตลอดเส้นทาง โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้ครบครัน สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมคือความแข็งแรงของร่างกาย เนื่องจากเส้นทางส่วนมากจะเป็นทางเดินขึ้นเขา เส้นทางจะไม่ได้เป็นแนวราบสักเท่าไหร่ อาจทำให้เหนื่อยมากกว่าเดิมพอสมควร อันตรายที่เกิดจากสัตว์ก็แทบจะไม่มีรายงานออกมาให้เห็น แต่ทุกอย่างที่เรากล่าวมานั้นจะต้องอยู่ภายใต้ การทำตามระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

เที่ยวธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นว่าเป็น มรดกโลก 

มาถึงกิจกรรมสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ของการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นการเยี่ยมชมธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของเทือกเขาเอลฟ์ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็น 1 ในมรดกโลก โดย Aletsch Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ยาวกว่า 23 กิโลเมตรเลยทีเดียว ในทุก ๆ ปีจะมีการเคลื่อนที่อยู่ที่ความเร็วประมาณ 200 เมตร/ปี ทำให้เกิดเป็นริ้วรอยเส้นทางการเคลื่อนที่ของน้ำแข็ง เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 

ถึงแม้ว่า Aletsch Glacier จะเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ แต่เช่นเคย การเดินทางนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการนั่งรถไฟ จากนั้นต่อกระเช้าลอยฟ้า สภาพอากาศเองก็ไม่ได้หนาวจับใจอย่างที่คุณจินตนาการเอาไว้ เป็นหนึ่งในวิวที่ควรเซลฟี่คู่มากที่สุด หากมาเยือนถึงสวิตเซอร์แลนด์ กิจกรรมสำหรับการท่องเที่ยวในสถานที่แห่งนี้ นอกจากชมความสวยงามของวิวธารน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตาแล้ว ก็จะเป็นกิจกรรมตามฤดูกาล หากเป็นช่วงอากาศอบอุ่นก็สามารถเดินป่าในบริเวณใกล้เคียงได้ หรือจะเป็นกิจกรรมสุดแหวกแนวอย่างการล่องแก่งบนธารน้ำแข็ง ก็สามารถเติมเต็มความตื่นเต้นให้กับทริปนี้ได้ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์

สิ่งที่คุณควรรู้ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์ 

หลังจากได้รู้ถึงกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด หากมาเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์กันไปแล้ว ในหัวข้อนี้เราจะแนะนำเกร็ดน่ารู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาดูกันว่ามีอะไรที่คุณควรรู้กันบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ติดขัดใด ๆ มาขัดขวางทริปการท่องเที่ยวของคุณ 

  • ภาษา ชาวสวิตเซอร์แลนด์จะใช้ภาษาหลักอยู่ 3 ภาษาคือ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตาลี แต่ส่วนมากแล้วก็สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี 
  • ภูมิอากาศ หากเทียบกับประเทศไทยแล้ว สวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างมีสภาพอากาศที่เย็นสบาย ไม่หนาว ไม่ร้อน แต่ก็มีความหลากหลายของสภาพอากาศตามพื้นที่ เนื่องจากมีความสูงที่แตกต่างกัน 
  • ธรรมเนียมทั่วไป สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องของการส่งเสียงดัง เนื่องจากชาวสวิตเซอร์แลนด์ค่อนข้างชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รวมไปถึงความสะอาดก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องระมัดระวัง 
  • การเดินทาง ภายในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีระบบขนส่งมวลชนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ก็สามารถเดินทางไปไหนมาได้สบาย ๆ  
  • ความปลอดภัย สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูง อัตราการเกิดอาชญากรรมค่อนข้างต่ำ แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ ไม่ควรไปไหนตามลำพังคนเดียวในยามวิกาล 
  • วีซ่า สวิตเซอร์แลนด์ต้องใช้วีซ่าเพื่อเข้าสู่ประเทศ มีระยะเวลาการขออยู่ที่ราว ๆ 7-14 วัน อยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น ที่จำเป็นต้องใช้ประกันเดินทางเพื่อขอวีซ่า 

ทริปท่องเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์จะอุ่นใจ หากคุณมี ประกันเดินทางติดตัวไปด้วย 

ประกันเดินทางคือสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้แม้แต่ทริปเดียว จากเนื้อหาข้างต้นจะเห็นแล้วว่าการท่องเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์ มีกิจกรรมให้ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ แต่เนื่องจากการเดินทางที่ค่อนข้างสะดวก ในเรื่องของอุบัติเหตุอาจไม่ต้องเป็นห่วงมากนัก สิ่งที่ควรกังวลคือ ปัญหาสุขภาพ เนื่องจากความหลากหลายของภูมิอากาศ จากการที่แหล่งท่องเที่ยวมักอยู่ตามเทือกเขา ทำให้เสี่ยงต่อการป่วยกะทันหันได้ จะเป็นการดีที่สุด หากคุณมีหลักประกันในเรื่องของสุขภาพเอาไว้ หากเจ็บป่วยขึ้นมาก็สามารถอุ่นใจแม้อยู่ต่างแดน  

บทส่งท้าย  

สุดท้ายนี้หากคุณต้องการเดินทางไปเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์ เราหวังว่าบทความของเราจะเปรียบเสมือนคู่มือการเดินทางให้คุณได้ ประเทศแห่งนี้ยังมีมนตร์เสน่ห์อีกมากมายที่ผู้เขียนไม่ได้กล่าวถึง ยังมีอีกหลากหลายแหล่งท่องเที่ยว หลากหลายกิจกรรมที่เรามั่นใจว่าคุณจะต้องชื่นชอบ เทคนิคสุดท้ายที่เราอยากแนะนำคือ เลือกท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลที่เหมาะกับกิจกรรมที่คุณอยากทำ และอย่าลืมสิ่งสำคัญอย่าง ประกันเดินทางสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนคู่ใจที่พร้อมเดินทางไปกับคุณได้ทุกที่บนโลก ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวที่ไหน ขอเพียงสิ่งนี้เอาไว้ข้างกาย ก็ช่วยให้คุณนั้นอุ่นใจได้ในทุก ๆ ครั้ง 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสวิตเซอร์แลนด์:

เปิดร้านลับอาหารสเปนดั้งเดิม ไปเที่ยวสเปนบอกเลยห้ามพลาด!

“สเปน” หนึ่งในประเทศของทวีปยุโรปที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านของวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกที่ยังส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และเหนือสิ่งอื่นใด “อาหารสเปน” ก็เป็นอีกความอร่อยจนหลายคนเคยสัมผัสแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน ดังนั้นใครกำลังวางแผนอยากเดินทางเที่ยวสเปน จะขอพามาทำความรู้จักกับเมนูอาหารเด่นรวมถึงร้านลับสูตรสเปนดั้งเดิมชนิดที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด!!! 

แนะนำเมนูอาหารสเปน ไปถึงแดนกระทิงต้องลิ้มลอง 

Paella (ปาเอยา) 

เริ่มกันด้วยเมนูแรกที่มีความคลาสสิกและถือเป็นจานโปรดของชาวสเปนจำนวนมาก จะเรียกว่า “ข้าวผัดสเปน” ก็คงไม่ผิดเท่าใดนัก มีต้นกำเนิดจากแถบทะเลสาบอัลบูเฟรา วิธีปรุงคือจะนำข้าวบอมบาสเปน มีลักษณะเป็นข้าวเม็ดสั้นแต่ดูดซึมน้ำซอสได้ดีมาก ผัดลงไปบนกระทะพิเศษที่เรียกว่า “กระทะปาเอยา” มีลักษณะก้นแบนตื้น กว้างกว่ากระทะทั่วไป ทีเด็ดสำคัญต้องมีส่วนผสมชื่อ “salmorreta” ทำจากพริกยอรา มะเขือเทศ กระเทียม หลังผัดจนได้ที่จะใส่วัตถุดิบสดอื่นใดลงไปก็ตามชอบ เช่น ซีฟู้ด หมู ไก่ เนื้อ ผัดจนได้ที่ตักเสิร์ฟอร่อยลืม ร้านอาหารสเปนแทบทุกแห่งต้องมีเมนูนี้แบบไม่ต้องสงสัย 

 

ร้านอาหารสเปน

Croquettes (โครเกตต์)  

คนไทยน่าจะพอคุ้นเคยกันดีสำหรับเมนูนี้ หากทำกันตามสูตรดั้งเดิมจะใช้เนื้อบด ปลา กุ้ง แฮม มันฝรั่งบด เนยแข็ง นมสด ผสมแป้งคลุกเคล้าจนเข้ากันจากนั้นก็นำไปทอดในกระทะที่น้ำมันร้อนจัดจนได้ออกมาเป็นของทอดสีเหลืองทองแสนน่าทาน ชาวสเปนนิยมทานคู่กับสลัดผักตัดความเลี่ยนและยังดูรักสุขภาพอีกต่างหาก จัดเป็นเมนูทานเล่นที่พบเห็นได้ทั่วไป ใครเที่ยวสเปนแล้วรู้สึกหิวระหว่างมื้อจัดเลย การันตีความอร่อยจนต้องหลงรัก 

ร้านอาหารสเปน

Cochinillo Asada 

เอ่ยชื่อแบบนี้อาจรู้สึกไม่ค่อยคุ้นสักเท่าใดนัก แต่ถ้าบอกว่านี่คือเมนู “หมูหันสเปน” คงทำเอาร้องอ๋อกันเป็นแถว จริงแล้วความหมายของคำนี้ในภาษาสเปนคือ “ลูกหมู” ถ้าได้ลิ้มลองแล้วจะบอกว่าความอร่อยไม่แพ้หมูหันที่คนไทยคุ้นเคยจากเมืองจีนอย่างแน่นอน จุดเด่นสำคัญคือจะใช้ลูกหมูไซซ์กลางขนาดกำลังดี ไม่ตัวใหญ่เกินไปมาย่างด้วยเตาถ่านไฟพอเหมาะจนหนังด้านนอกกรอบ แล่ออกเป็นแผ่นบาง ๆ ทานคู่กับไวน์อร่อยฟินจนลืมรสชาติแบบเดิม ๆ ไปเลย 

Tortilla Espanola (ตอร์ติญ่า เอสปาโนลา) 

ชื่อดูเรียกยากแต่ถ้าแปลเป็นไทยแบบศัพท์ง่ายเข้าไว้มันคือ “ไข่เจียวสเปน” ซึ่งบางคนก็เรียกไข่เจียวมันฝรั่งเหตุเพราะมีการนำมันฝรั่งฝานบาง ๆ ผสมลงไปในไข่ต่อด้วยวัตถุดิบตามชอบไม่ว่าจะเป็นหมึก เห็ด ชีส ทอดแล้วออกมาเป็นแผ่นกลมหนาสีเหลืองนวล เวลาทานมักตัดแบ่งคล้ายพิซซ่า สุดยอดอาหารประจำชาติที่ทุกครอบครัวสามารถทำทานเองได้ แต่ในฐานะนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางไปเที่ยวสเปนก็ขอลองความคลาสสิกแบบเรียบง่ายกันสักหน่อย  

Churros (ชูโรส) 

ปิดท้ายเมนูแนะนำอาหารสเปนที่คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยเพราะมีการปรับสูตรแล้วมาวางขายในบ้านเราเหมือนกัน ซึ่งคนไทยจะเรียกว่า “ปาท่องโก๋สเปน” ทำจากแป้งสูตรเฉพาะปั้นเป็นชิ้นยาวแล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ หรือบางร้านก็ปรับดีไซน์นิดหน่อยด้วยการม้วนปลายสองข้างให้ชนกันจึงมองผ่าน ๆ คล้ายปาท่องโก๋นั่นเอง เมื่อทอดจนเหลืองออกน้ำตาลได้ที่แล้วก็โรยด้วยน้ำตาล สามารถหาทานได้ง่ายมากเมื่อไปเที่ยวสเปน ซึ่งบางคนนิยมทานเป็นมื้อเช้าคู่กับชา กาแฟ แต่ถ้าเป็นของทานเล่นยามบ่ายก็สามารถจิ้มช็อกโกแลตก็ดีงาม ขณะที่หลายร้านมีการสอดไส้ผลไม้และวัตถุดิบต่าง ๆ ก็อร่อยอีกแบบเหมือนกัน 

ร้านอาหารสเปน

แนะนำร้านลับอาหารสเปนสูตรดั้งเดิม ไปเที่ยวสเปนต้องลอง! 

หลังจากรู้จักกับเมนูอาหารสเปนมาบ้างแล้วคราวนี้ใครที่เตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวสเปน นอกจากเตรียมเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว วีซ่า พาสปอร์ต ซื้อประกันเดินทางกันเรียบร้อย อีกสิ่งที่ต้องศึกษาเลยนั่นคือ “ร้านอาหารสเปน” โดยจะขอแนะนำร้านที่เน้นขายเมนูและสูตรแบบดั้งเดิม จัดเต็มความคลาสสิกอร่อยห้ามพลาด!!!

 

La Bola Taberna

สำหรับร้านแรกอยากแนะนำร้านอาหารสเปนสุดคลาสสิกในกรุงมาดริด เปิดให้บริการมาตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 19 ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเสิร์ฟเมนูสุดคลาสสิกอย่าง “cocido” ให้กับทุกคนที่หลงใหลในรสชาติของสตูว์สูตรดั้งเดิมสไตล์สเปนทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ทีเด็ดสำคัญของเมนูนี้คือทางร้านยังใช้การต้มและปรุงกับหม้อดินเผา ไฟจากฟืนช่วยเพิ่มความหอมกรุ่นจนยากจะอดใจไหว รวมถึงยังมีเมนูอาหารอื่นให้ลองลิ้มชิมรสอีกเยอะมาก การตกแต่งร้านมีความเก่าแก่ได้อย่างลงตัว 

ที่ตั้งร้าน: C. de la Bola, 5, 28013 Madrid 

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Santo Domingo เดินไปอีกประมาณ 200 เมตร ก็ถึงร้าน 

เวลาเปิด-ปิด: วันพฤหัส – วันเสาร์ 12.00 – 21.30 น. วันอาทิตย์ – วันพุธ 13.00 – 16.00 น. 

พิกัด: https://goo.gl/maps/8nLkV536YFTUiWLd8 

 

Lasarte 

ร้านอาหารมิชลินสตาร์ 3 ดาว ในเมืองบาร์เซโลน่า ถูกยกย่องให้เป็นร้านอาหารที่ไม่ควรพลาดเมื่อแวะไปยังแคว้นคาตาลัน จุดเด่นสำคัญคือแนวคิดสร้างสรรค์ของเชฟที่พยายามรังสรรค์เมนูชั้นเลิศออกมาให้ได้ลิ้มลอง เมนูแนะนำที่ต้องทาน เช่น European eel หรือปลาไหลยุโรป รสชาติกลมกล่อม เนื้อนุ่มกำลังดี หรือ Apple Millefeuille ก็โดนใจเป็นอย่างมาก ผสานรสชาติของความคลาสสิกสไตล์สเปนและความโมเดิร์นเอาไว้ได้อย่างลงตัว 

ที่ตั้งร้าน: C/ de Mallorca, 259, 08008 Barcelona 

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Diagonal เดินไปอีกประมาณ 350 เมตร ก็ถึงร้าน 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดวันละ 2 รอบ เวลา 13.00 – 15.00 น. และ 20.00 – 22.00 น. หยุดวันอาทิตย์ – วันอังคาร 

พิกัด: https://goo.gl/maps/FZxpdnNfGkCVeVUm9 

 

El Sobrino de Botín 

ร้านอาหารที่เก่าแก่สุดในโลก (มีใบรับรองจาก Norris McWhirter) เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อกว่า 300 ปีที่แล้ว (ปี ค.ศ. 1725) ปัจจุบันยังคงความคลาสสิกทั้งการตกแต่งร้านรวมถึงเมนูที่ใช้วิธีปรุงแบบดั้งเดิมไม่เสื่อมคลาย มาถึงที่นี่แล้วต้องไม่พลาดสั่ง Cochinillo Asada หรือหมูหันสเปน หรือใครสายเนื้อต้องลองเมนูเนื้อย่าง รวมถึงแกะย่าง ก็ถูกปรุงมาอย่างพิถีพิถัน อร่อยจนอยากมาซ้ำก่อนกลับอีกซักรอบกันเลยทีเดียว 

ที่ตั้งร้าน: C. de Cuchilleros, 17, 28005 Madrid 

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Tirso de Molina เดินไปอีกประมาณ 450 เมตร ก็ถึงร้าน 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดวันละ 2 รอบ เวลา 13.00 – 16.00 น. และ 20.00 – 23.00 น. ทุกวัน 

พิกัด: https://goo.gl/maps/VgwbDaDDpG7BWVZf7 

 

Elkano  

ร้านอาหารริมชายฝั่งในเมืองบิลเบา เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 จึงไม่ต้องอธิบายเรื่องความคลาสสิกของตัวร้านและความช่ำชองในการรังสรรค์เมนูอาหารให้ออกมาน่าทานเกินบรรยาย จานห้ามพลาดเด็ดขาดคือ Cococha หรือในภาษาสเปนเรียกว่า Kokotxas สตูว์ปลาแบบดั้งเดิมทำจากบริเวณส่วนหัวปลา ขณะที่วัตถุดิบทะเลย่างที่ยังคงย่างบนตะแกรงพาริลลาแบบดั้งเดิมก็สร้างความอร่อยได้แบบไร้ที่ติ บรรยากาศสุดชิลที่ใครก็ต้องหลงรัก 

ที่ตั้งร้าน: Herrerieta Kalea, 2, 20808 Getaria, Gipuzkoa 

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ San Sebastián ต่อรถบัสท้องถิ่นไปลงป้าย Getaria เดินต่ออีก 100 เมตร ก็ถึงร้าน 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดวันละ 2 รอบ เวลา 13.00 – 15.00 น. (เฉพาะวันอังคาร – วันเสาร์) และมีรอบ 20.30 – 22.00 น. ในวันศุกร์กับเสาร์  

พิกัด: https://goo.gl/maps/3EWEnZtzSUtLURjt8 

 

Casa Ciriaco 

ร้านสุดท้ายที่อยากแนะนำเมื่อไปเที่ยวสเปนโดดเด่นตั้งแต่การใช้ห้องครัวแบบเปิด ตกแต่งร้านด้วยรูปภาพคนดังทั่วโลกและเชื้อพระวงศ์ที่ต่างเดินทางมาสัมผัสกับความอร่อยด้วยตนเอง เมนูไฮไลท์ของที่นี่ต้องจัด Cochinillo Asada (หมูหันสเปน) หนังกรอบเนียนอร่อย หรือในฤดูกาลนกกระทาก็มีนกกระทาหันพร้อมเนยถั่วรสชาติแบบดั้งเดิมมาให้ได้ทานด้วยเช่นกัน ดีงามสมกับราคาที่จ่ายไปแบบไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ทั้งสิ้น 

ที่ตั้งร้าน: C. Mayor, 84, 28013 Madrid 

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Opera เดินต่ออีก 450 เมตร ก็ถึงร้าน 

เวลาเปิด-ปิด: เปิดวันละ 2 รอบ เวลา 12.00 – 17.00 น. และ 19.00 – 23.00 น. ทุกวัน  

พิกัด: https://goo.gl/maps/oKQuFgaaLHh1pMfU6 

ร้านอาหารสเปน
ร้านอาหารสเปน
ร้านอาหารสเปน

ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook – Casa Ciriaco

นี่คือเมนูและร้านอาหารสเปนสูตรดั้งเดิมที่ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง ซึ่งใครที่เตรียมเดินทางไปเที่ยวสเปน นอกจากมีข้อมูลพร้อมสรรพทุกด้านแล้ว ประกันเดินทางสำหรับประเทศสเปน ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ จึงขอแนะนำ LUMA ที่มีแผนประกันเดินทางให้เลือกตั้งแต่ เฉพาะความคุ้มครองทางการแพทย์ หรือ เลือกความคุ้มครองที่ดูแลเรื่องการเดินทาง ซื้อได้ง่าย ๆ ผ่านออนไลน์ คุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท ใช้ขอวีซ่าเชงเก้นผ่านสบาย 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสเปน:

5 เมนูห้ามพลาด อาหารกรีกที่แสนอร่อย

อาหารในแต่ละประเทศจัดเป็นวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงตัวตน ความเป็นมา การใช้ชีวิต และความแตกต่างของพื้นที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ในหลายประเทศแม้อาหารอาจไม่ใช่สิ่งโด่งดังมากที่สุดของพวกเขาแต่ถ้ามีโอกาสไปเยือนก็ควรลองสัมผัสกับรสชาติและความแตกต่างจากที่เคยทานอยู่ประจำ ซึ่งใครที่วางแผนไปเที่ยวกรีซ นอกจากการชมประวัติศาสตร์ของอารยะธรรมโบราณตั้งแต่ยุคกรีกแล้ว อาหารกรีซก็ถือเป็นอีกความน่าลองที่เชื่อว่าถ้าได้ชิมแล้วต้องประทับใจ จึงขอแนะนำให้รู้จักกับ 5 เมนูห้ามพลาดกันเลย 

5 เมนูห้ามพลาดเมื่อเดินทางไปเที่ยวกรีซ

Gyros (กีรอส)

เมื่อนึกถึงเมนูอาหารกรีซจานแรกนี่คือสิ่งที่ชวนยั่วน้ำลายความอร่อยเป็นอย่างมาก หากมองเผิน ๆ อาจคิดว่านี่คือ กะบับ อาหารในสไตล์ตะวันออกกลาง หรืออาหารแนวอิสลาม เพราะดินแดนของประเทศกรีซเองก็มีความใกล้เคียงกับชาวอาหรับอยู่พอสมควร ส่งผลให้วัฒนธรรมอาหารถูกส่งผ่านและนำมาซึ่งเมนูน่าทานนี้ 

หากอธิบายหน้าตาของอาหารแบบคร่าว ๆ กีรอสทำมาจากแป้งพิต้าผ่านการอบจนได้ความสุกแบบพอดี จากนั้นนำมาวางแล้วตามด้วยวัตถุดิบหลากชนิดไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อแกะ เนื้อหมู เนื้อลูกวัว ย่างจนได้ที่แล่เป็นแผ่นบาง ๆ (ตามความชอบของแต่ละคน) มะเขือเทศสไลด์ แตงกวาสไลด์ หอมหัวใหญ่ซอย ผักสลัด และผักอื่น ๆ ตามชอบ โปะด้วยแผ่นชีส แต่ทีเด็ดที่ทำให้อาหารเมนูนี้อร่อยเลิศมากต้องมีน้ำราดที่ชื่อ “ดีซาซิกิ” (Tzatziki) ซึ่งทำจากโยเกิร์ต กระเทียม แตงกวา เกลือ น้ำเลมอน น้ำมันมะกอก ผักชีฝรั่ง ผักชีใบยาว ไบสะระแหน่ ตีจนเกิดเป็นซอสสีขาว ม้วนเป็นแผ่นกลมนิยมทานคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ ได้ความอิ่มท้องแบบเน้น ๆ  

รสชาติจะคล้ายกับกะบับของตุรกี แต่จะออกละมุนและเสริมด้วยความเปรี้ยวเล็กน้อยจากซอสสูตรพิเศษ จัดว่าเป็นเมนูอร่อยแม้พึ่งเคยทานครั้งแรกก็จัดว่าอร่อย สามารถหาซื้อเมนูกีรอสได้ตามร้านสตรีทฟู้ดทั่วไปในประเทศกรีซ เพราะถือเป็นอาหารยอดฮิตที่ทานง่าย ใช้เวลาไม่นานในการทำ ร้านส่วนใหญ่มักย่างเนื้อ ทำแป้ง และหั่นผักรอไว้อยู่แล้ว ถ้าไปเที่ยวกรีซแล้วอยากลองก็จัดเลย ราคาไม่แพงด้วยนะ 

กีรอส อาหารกรีก

Soulvaki (ซูฟลากี้) 

คนในประเทศกรีซมักรู้ดีว่าถ้าร้านไหนมีขายกีรอสก็ต้องมีซูฟลากี้ด้วย เสมือนเป็นของคู่กันที่ให้เลือกทานกันตามความชอบของแต่ละคน ซึ่งคำว่า Soulvaki ในภาษากรีก แปลว่า เนื้อเสียบไม้ สไตล์จึงคล้าย ๆ กับบาร์บีคิวทางฝั่งอเมริกา แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของซอสซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคนกรีซเท่านั้น ใครเป็นสายเนื้อย่าง หมูย่าง หรือชอบบาร์บีคิวอยากให้ลองเมนูนี้เป็นอย่างยิ่ง 

วิธีทำโดยทั่วไปจะใช้เนื้อวัว เนื้อลูกวัว เนื้อแกะ เนื้อไก่ หรือเนื้อหมูหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเต๋า จากนั้นก็หมักด้วยสมุนไพรเพื่อเอากลิ่นและรสชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำมะนาว กระเทียมสับ ผักชีใบยาว ผงอบเชย พริกไทยดำ เกลือ และใบไทม์ เมื่อคลุกเค้าจนเข้ากันดีแล้วทิ้งเอาไว้ 1 คืน ตามด้วยการนำมาเสียบไม้ร่วมกับมะเขือเทศ มะเขือยาว หรือผักอื่น ๆ ตามความชอบของแต่ละคน ย่างจนทุกอย่างสุกได้ที่ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ไม่ต้องใช้ซอสใด ๆ ทั้งสิ้น  

ส่วนมากจะนิยมทานคู่กับสลัดกรีก หรือโยเกิร์ต ได้ความกลมกล่อมของรสชาติเนื้อหมักอันแสนนุ่มละมุน มีสารอาหารครบถ้วน แตกต่างจากเนื้อย่างปกติที่คนไทยคุ้นชินโดยรวมจัดว่าอร่อยเป็นอย่างมาก หาซื้อได้ตามร้านสตรีทฟู้ดทั่วไป อย่างไรก็ตามบางเจ้าอาจไม่ใช้เนื้อสัตว์เป็นชิ้นแต่จะนำมาบดปรุงรสแล้วอัดเป็นก้อนก็ได้ความอร่อยไปอีกแบบ

ซูฟลากี้ อาหารกรีก

Saganaki (ซากานากิ) 

คนที่ไปเที่ยวกรีซแล้วเป็นสายชีส เลิฟเวอร์ ไม่ควรพลาดเมนูนี้ด้วยประการทั้งปวง จัดเป็นอาหารที่ดูเรียบง่าย ข้นตอนไม่ซับซ้อนแต่ความอร่อยที่แท้จริงมาจากวัตถุดิบล้วน ๆ คงไม่ใช่เรื่องผิดนัก เนื่องจากที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่อง “ชีสนมแกะ” ซึ่งรสชาติแตกต่างจากนมวัวชัดเจน มีความมันและกลมกล่อม ใครได้ลองทานเป็นต้องติดใจจนอยากซื้อเพิ่มอีกชิ้นเลยทีเดียว 

วิธีทำขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละร้าน เช่น บางแห่งนำชีสทั้งก้อนมาทอดในกระทะก้นแบนขนาดเล็กจนเกิดสีน้ำตาลน่าทาน ด้านในเนื้อชีสจะละลายออกมาให้รสสัมผัสเนียนนุ่ม ขณะที่ด้านนอกกรอบอร่อยทุกอย่างแลดูลงตัวเข้ากันแบบไม่ต้องมีคำบรรยายอื่นใดเพิ่มเติม แต่บางสูตรก็หั่นชีสออกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้ทานง่ายแบบพอดีคำ เหยาะน้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อย ทอดจนสุกเป็นอันเรียบร้อย 

อย่างไรก็ตามหลายร้านมีการดัดแปลงให้โดดเด่นมากขึ้นโดยนำวัตถุดิบอื่น ๆ มาปรับให้น่าสนใจ เช่น เนื้อวัวสับ เนื้อแกะสับ หรือการนำกุ้งสดกับมะเขือเทศมาผสานลงไปในชีสในขณะที่กำลังทอดก็ให้รสชาติแปลกใหม่ ความเค็มตัดกับเนื้อกุ้งและความหวานอมเปรี้ยวจากมะเขือเทศ นิยมทานเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนทานมื้อหลัก ไปตามร้านอาหารในประเทศกรีซมีขายเพียบ

ซากานากิ อาหารกรีก

Spanakopita (สปานาโคพิต้า) 

อีกเมนูที่อยากให้ลิ้มลองสำหรับคนไปเที่ยวกรีซ อาหารทานเล่นก่อนมื้อหลักที่ได้รับความนิยมอย่างมาก หรือใครอยากทานเป็นมื้อว่างระหว่างวันก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน หากลองนึกหน้าตาของอาหารชนิดนี้จะใกล้เคียงกับพายผักโขมเนื้อจากไส้ข้างในมีส่วนผสมของผักชนิดดังกล่าวรวมถึง หัวหอมสับ และเครื่องเทศอื่น ๆ ที่ถูกผัดจนรสชาติเข้ากัน บางสูตรอาจมีการใส่น้ำเลมอนเพื่อเพิ่มความเปรี้ยวนิด ๆ ก็ให้ความแตกต่างแต่อร่อยไปอีกสไตล์ 

จากนั้นนำแป้งพายมาวาง ทาด้วยไข่ไก่ที่ผสมกับนมหรือชีส จากนั้นนำไส้ที่ผักเอาไว้มาวาง ทำแบบนี้ประมาณ 2 ชั้น แล้วนำไปอบ หรือใครชอบความกรอบจะทอดก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน เมื่อสีของแป้งพายข้างนอกกรอบจนได้ที่ก็เป็นอันเสร็จสิ้นเมนูแห่งความอร่อยกันแล้ว  

สำหรบเมนูสปานาโคพิต้าบางคนอาจเลือกเป็นของทานเล่น แต่อีกหลายบ้านนิยมทานเป็นมื้อหลักเพราะให้ความอิ่มอร่อยแบบจัดเต็มสุด ๆ ทานคู่กับเนื้อสัตว์ย่างก็ดีงาม หรือจะเลือกทานกับโยเกิร์ตก็อร่อย หาซื้อได้ตามร้านอาหารและภัตตาคารในกรีซเลย

สปาน่าโคพิต้า อาหารกรีก

Kofta (คอฟต้า) 

ปิดท้ายกันด้วยเมนูทานง่าย ๆ แต่กรรมวิธีจัดว่าน่าสนใจและแอบมีความซับซ้อน วิธีทำคือจะนำเอาเนื้อสัตว์ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อแกะ มาสับละเอียดแล้วจึงหมักเข้ากับเครื่องเทศสูตรเฉพาะ รวมถึงอาจมีสมุนไพรบางตัวเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เช่น ผักชีอาหรับ ผงอบเชย น้ำมันข้าวโพด กระเทียมสับ หัวหอมสับ หอมแดงสับ เกลือ ผงพริกไทย 

เมื่อหมักจนได้ที่เรียบร้อยก็จะถูกนำมาปั้นเป็นก้อนแบบพอดีคำ ซึ่งลักษณะของการปั้นก็ขึ้นอยู่กับคนทำเลย อาจปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เหมือนลูกปิงปอง หรือปั้นเป็นก้อนกลมยาวคล้ายไส้กรอกก็ตามสะดวก เสร็จแล้วก็จะเสียบไม้ย่าง หรือบางคนนำไปทอดในกระทะก็อร่อยไม่แพ้กัน ส่วนใครรักสุขภาพก็ใช้วิธีนึ่งได้ หลังกจากสุกได้ที่ก็นำมาเสิร์ฟ 

มักนิยมทานคู่กับพาสต้า ข้าว หรือซุป รสชาติมีความกลมกล่อมของเนื้อสัตว์และสมุนไพรที่เข้ากันอย่างลงตัว แต่ไม่มีกลิ่นเครื่องปรุงมากเกินไปนัก สามารถหาซื้อได้จากร้านสตรีทฟู้ดทั่วไป รวมถึงในร้านอาหารหลายแห่งก็มีเมนูนี้วางขายอยู่เช่นกัน 

คอฟต้า อาหารกรีก

ทั้งหมดนี้คือ 5 เมนูห้ามพลาดสำหรับคนที่ไปเที่ยวกรีซย้ำว่าต้องลองสักครั้งแล้วจะประทับใจกับความอร่อยและความแปลกใหม่ ไม่แน่อาจชอบจนต้องซ้ำมื้อที่ 2 กันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรป การมี ประกันเดินทางต่างประเทศ จะช่วยให้ทริปของคุณสบายใจไร้กังวลมากขึ้น จึงอยากแนะนำให้เลือกซื้อ ประกันเดินทางกรีซ จาก Luma ใช้ยื่นวีซ่าเชงเก้นได้ คุ้มครองโควิด-19 คุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท ซื้อผ่านออนไลน์ได้ทันที เดินทางกันแบบแฮปปี้กันทุกคน

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว