การเดินทางในอิตาลี ง่ายกว่าที่คิด เที่ยวเองได้ไม่ต้องง้อใคร!

เที่ยวอิตาลีทั้งทีถ้าอยากเดินทางเองก็ต้องศึกษาข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะเอาไว้ เพื่อเติมเต็มทริปต่างประเทศให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น หากนักท่องเที่ยวคนไหนมีข้อมูลระบบขนส่งที่แม่นยำติดตัวไว้ รับประกันเดินทางต่างประเทศครั้งนี้ไม่มีหลงแน่นอน สามารถเที่ยวเองได้ไม่ต้องง้อใคร และยังสามารถกำหนดงบประมาณที่สอดคล้องกับความต้องการของตัวเองได้อีกด้วย ครั้งนี้ทางบทความก็ได้รวบรวมข้อมูลเรื่องระบบขนส่งในอิตาลีมาให้แล้ว ดังนี้ 

ภาพรวมของการเดินทางในอิตาลี

ก่อนอื่นไปดูภาพรวมกันก่อนว่าระบบขนส่งสาธารณะภาพรวมในอิตาลีเป็นอย่างไรบ้าง มีรถโดยสารแบบไหนที่เปิดให้บริการ ก่อนจะลงลึกถึงรายละเอียดการเดินทางในเส้นทางต่างๆ โดยระบบขนส่งสาธารณะในอิตาลี มีดังนี้ 

การเดินทางในอิตาลี

รถไฟฟ้าใต้ดิน (Metro) 

 การเดินทางในอิตาลีหากเป็นระบบขนส่งสาธารณะ ก็มีรถไฟใต้ดินเหมือนกับในหลายๆ ประเทศ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกสบาย และมีความรวดเร็วจากระบบรางที่ไม่ต้องวิ่งบนท้องถนน อีกทั้งยังมีระยะเวลาที่แน่นอน ซึ่งดีต่อการเดินทางที่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ อีกทั้งยังมีผังการเดินทางที่ชัดเจน ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการเดินทางในแต่ละครั้ง รับประกันเดินทางแบบไม่ผิดพลาด ทั้งในเรื่องของเวลาและเส้นทาง โดยรถไฟฟ้าใต้ดินจะมีในบางเมือง อาทิ กรุงโรม มิลาน เนเปิลส์ เป็นต้น  

รถราง (Tram) 

ระบบขนส่งสาธารณะในอิตาลี มีอีกหนึ่งรูปแบบนั่นก็คือรถราง ซึ่งเป็นรถที่วิ่งไปตามรางที่ถูกติดตั้งไว้บนพื้นดิน และการเดินทางก็วิ่งไปบนพื้นดิน เน้นสัญจรรอบนอกเมือง ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการเดินทางที่สะดวกสะบายเช่นกัน เนื่องจากรถวิ่งไปตามราง ทำให้การเดินทางมีระยะเวลาที่ค่อนข้างแน่นอน สำหรับการชำระเงินค่าโดยสาร จะต้องทำการซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถ 

รสบัสประจำทาง (Bus) 

ระบบขนส่งสาธารณะอีกหนึ่งรูปแบบในอิตาลี นั่นก็คือรถบัสประจำทาง ก็เหมือนกันกับรถเมล์บ้านเรานั่นเอง เป็นการเดินทางที่วิ่งไปบนเส้นทางประจำของสายต่างๆ ซึ่งเป็นการสัญจรบนท้องถนน สำหรับการชำระเงินค่าโดยสาร จะต้องทำการซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถเช่นกัน หากตรวจพบว่าไม่มีตั๋วผู้โดยสารจะถูกปรับตามอัตราที่กำหนดไว้  

การเดินทางในอิตาลี

เรือโดยสาร (Water Bus) 

ระบบขนส่งที่น่าสนใจอีกหนึ่งรูปแบบของอิตาลีก็คือเรือโดยสารหรือที่เรียกว่า Water Bus โดยระบบนี้จะให้บริการในเมืองเวนิส เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศในเวนิสส่วนใหญ่เป็นเกาะเล็กๆ หลายเกาะ จึงนิยมเดินทางทางน้ำ และมีบริการเรือโดยสาร โดยเป็นเรือประจำทางของสายต่างๆ ในการจ่ายค่าโดยสารก็จะต้องซื้อตั๋วโดยสารก่อนขึ้นเรือ  

รถไฟ (Train) 

สำหรับการเดินทางระหว่างเมือง ระบบขนส่งสาธารณะในอิตาลีก็มีรถไฟรองรับ เป็นรถไฟความเร็วสูง โดยเส้นทางรถไฟหลักในอิตาลี คือ  

  • เวนิส – ปาดัว – โบโลญญา – ฟลอเรนซ์ – โรม – เนเปิลส์ – ซาแลร์โน 
  • ตูริน – มิลาน – โบโลญญา – ฟลอเรนซ์ – โรม – เนเปิลส์ – ซาแลร์โน 
  • มิลาน – เบรสชา – เวโรนา – วินเซนซา – ปาดัว – เวนิส 

 สายการบิน 

อีกหนึ่งระบบขนส่งสาธารณะในอิตาลีก็คือการเดินทางด้วยสายการบิน ที่สามารถใช้บริการได้ทั้งระหว่างประเทศและการเดินทางระหว่างเมืองในอิตาลี ซึ่งในประเทศอิตาลีก็มีสนามบินอยู่หลายแห่ง ได้แก่   

  • สนามบินในกรุงโรม ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ Fiumicino (FCO) และสนามบิน Ciampino (CIA)  
  • สนามบินในมิลาน 3 แห่ง คือ Milan Malpensa (MXP) สนามบิน Linate (Lin) และ สนามบิน Orio al Serio (BGY)  
  • สนามบินในเวนิส ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ Venice Marco Polo (VCE) และ Venice Treviso (TSE) 
  • สนามบินในปิซ่า คือ Pisa Airport (PSA) 
  • สนามบินในเนเปิลส์ คือ Capodichino Airport (NAP) 
  • สนามบินในฟลอเร้นซ์ คือ Amerigo Vespucci Airport (FLR) 
  • สนามบินในเวโรนา คือ Aeroporto di Verona-Villafranca หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Aeroporto di Verona Valerio Catullo (VRN) 
  • สนามบินในเมืองโบโลญญา คือ Guglielmo Marconi international Airport (BLQ) 

แน่นอนว่าการเดินทางระหว่างประเทศ อย่างไรก็ต้องเดินทางด้วยสายการบิน ส่วนการเดินทางระหว่างเมืองในอิตาลี ที่เป็นเมืองไกลกัน ก็ถือว่าการเดินทางด้วยสายการบินมีความรวดเร็ว ใช้เวลาเดินทางระยะสั้นกว่าการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง แต่อาจมีปัญหาเรื่อง Flight Delay ที่พบได้ไม่บ่อย และถ้าหากมีการทำประกันเดินทางต่างประเทศที่ครอบคลุมปัญหา Flight Delay ก็จะได้รับเงินชดเชยอีกด้วย 

ข้อมูลส่วนนี้เป็นภาพรวมระบบขนส่งสาธารณะในอิตาลี ซึ่งถ้าหากว่านักท่องเที่ยวคนไหนมีแพลนเดินทางเยอะ ไปหลายที่ มีจุดหมายระหว่างเมืองหลายแห่ง แนะนำว่าควรทำประกันเดินทางต่างประเทศเอาไว้ด้วยจะดีที่สุด เพราะยิ่งเดินทางเยอะก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น

การเดินทางในโรม 

รถไฟฟ้าใต้ดิน (Metro) 

ในกรุงโรมมีรถไฟใต้ดินให้บริการอยู่ 3 สาย หากเทียบกับเมืองหลวงในประเทศอื่น ถือว่าอิตาลีมีรถไฟใต้ดินให้บริการน้อยมาก เหตุเพราะเมื่อมีการขุดอุโมงค์เพื่อสร้างทางรถไฟใต้ดิน มักจะเจอซากทางโบราณคดีเกือบทุกครั้ง ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางและการวางตำแหน่งของสถานีอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ใช้เวลานานในการก่อสร้างแต่ละครั้ง  

สำหรับเส้นทางสายหลักจำนวน 3 เส้นทาง คือสาย A สีส้ม, สาย B สีน้ำเงิน และสาย C แต่เพราะสาย C ก่อสร้างเสร็จแค่บางส่วน ในที่นี่จึงขอกล่าวถึงเพียง 2 สาย คือสาย A สีส้ม และสาย B สีน้ำเงิน ค่าบริการอยู่ที่เที่ยวละ 1.5 ยูโร ไม่ว่าจะเดินทางระยะไกลแค่ไหน แต่มีข้อจำกัดคือไม่สามารถอยู่ในระบบได้นานเกิน 100 นาทีในหนึ่งเที่ยว นอกจากบัตรเที่ยวเดียวยังมีบริการบัตรแบบเหมาจ่ายรายวัน ซึ่งตั๋วนี้จะใช้เดินทางรถไฟใต้ดินได้ และยังใช้เดินทางด้วยรถบัส รถรางได้ด้วย ราคาบัตรคือ  

  • Rome24 สามารถใช้ได้ 24 ชั่วโมง ราคา 7 ยูโร 
  • Rome48 สามารถใช้ได้ 48 ชั่วโมง ราคา 12.5 ยูโร 
  • Rome72 สามารถใช้ได้ 72 ชั่วโมง ราคา 18 ยูโร 
  • CIS ticket หรือแบบ 7 วัน ราคา 24 ยูโร 

นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ก็จะมีระบบขนส่งแบบรถบัสประจำทาง (Bus) และรถราง (Tram) รองรับในกรุงโรม สำหรับการจ่ายค่าโดยสาร ผู้โดยสารจะต้องซื้อบัตรโดยสารก่อนขึ้นรถทั้งรถไฟใต้ดิน รถบัสประจำทางและรถราง   

การเดินทางในมิลาน 

รถไฟฟ้าใต้ดิน (Metro) 

มิลานมีระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่ยาวที่สุดในอิตาลี ด้วยระยะทางรวมทั้งหมดประมาณ 92 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยเส้นทางทั้งหมด 4 เส้นทางคือ  

  • Metro 1 สีแดง ระยะทางรวมประมาณ 26.9 กิโลเมตร มีสถานีปลายทางคือที่ Rho Fiera และ Bisceglie 
  • Metro 2 สีเขียว ระยะทางรวมโดยประมาณ 39.4 กิโลเมตร มีสถานีปลายทางคือ Assago Milanofiori Forum และ Abbiategrasso  , 
  • Metro 3 สีเหลือง ระยะทางรวมโดยประมาณ 16.7 กิโลเมตร มีสถานีปลายทางคือ Comasina 
  • Metro 5 สีม่วง ระยะทางรวมโดยประมาณ 12.9 กิโลเมตร และมีสถานีปลายทางคือ San Siro Stadio 

นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ก็จะมีระบบขนส่งแบบรถบัสประจำทาง (Bus) และรถราง (Tram) รองรับในมิลาน โดยค่าเดินทางจะซื้อเป็นบัตรโดยสารที่สามารถใช้ได้ทั้งรถไฟใต้ดิน รถราง และรถบัสประจำทาง คือ  

  • บัตรเที่ยวเดียว 1 ยูโร สามารถเดินทางได้สูงสุด 90 นาที 
  • บัตรรายวัน 3 ยูโร 
  • บัตร 48 ชั่วโมง 5.50 ยูโร 

 

การเดินทางในเวนิส 

 เรือโดยสาร Water bus 

 เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศในเวนิสส่วนใหญ่เป็นเกาะเล็กๆ หลายเกาะ จึงนิยมเดินทางทางน้ำ และมีบริการเรือโดยสารมีท่าเรือประมาณ 120 ท่า และมีเส้นทางเดินเรือประมาณ 30 เส้นทาง โดยการให้บริการ Waterbus ในเวนิสจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ประเภทตั๋วโดยสารที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคือ  

  • บัตรเที่ยวเดียวราคา 7.50 ยูโร ใช้เดินทางได้ 1 เที่ยวภายในระยะเวลา 75 นาทีหลังจาก validate ตั๋วในการใช้งานครั้งแรก 
  • บัตรรายวัน 1 วัน ราคา 20 ยูโร มีอายุ 24 ชั่วโมง หลังจาก validate ตั๋วในการใช้งานครั้งแรก 
  • บัตร 2 วัน ราคา 30 ยูโร มีอายุ 48 ชั่วโมง หลังจาก validate ตั๋วในการใช้งานครั้งแรก 
  • บัตร 3 วัน ราคา 40 ยูโร มีอายุ 72 ชั่วโมง หลังจาก validate ตั๋วในการใช้งานครั้งแรก 
  • บัตร 7 วัน ราคา 60 ยูโร มีอายุ 7 วัน หลังจาก validate ตั๋วในการใช้งานครั้งแรก  

นอกจากนี้ก็จะมีระบบขนส่งแบบรถบัสประจำทาง (Bus) และรถราง (Tram) รองรับในเวนิส  

ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นระบบขนส่งสาธารณะในอิตาลีที่สามารถเดินทางง่ายๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องง้อทัวร์หรือไม่ต้องเช่ารถ นักเดินทางคนไหนมีแพลนเที่ยวอิตาลีอย่าลืมบันทึกข้อมูลเเหล่านี้เอาไว้ จากนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจ วางแผนเดินทางให้พร้อม ที่สำคัญสำหรับการเดินทางไกล ไม่ควรลืมทำประกันเดินทางอิตาลีเอาไว้ด้วย เพื่อคุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่บานปลายไปกว่าที่วางไว้

อ่านเพิ่มเติม:

คำศัพท์ประกันสุขภาพควรรู้ก่อนซื้อประกัน

จะเลือกซื้อประกันใด ๆ ก็ตาม สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการอ่านและทำความเข้าใจรายละเอียดของประกันให้ครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าประกันนั้นครอบคลุมและมีเงื่อนไขที่ตรงตามความต้องการ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจพบว่าการทำความเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ ในประกันสุขภาพนั้นยาก เนื่องจากมีคำศัพท์เฉพาะที่ไม่คุ้นเคย

 

แม้คำเหล่านี้อาจไม่พบในชีวิตประจำวัน แต่การเข้าใจคำศัพท์ประกันสุขภาพที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถเลือกประกันที่ตรงกับความต้องการได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น เพื่อช่วยให้เข้าใจคำศัพท์เหล่านั้นได้ดีขึ้น จึงมีคำอธิบายที่จะทำให้การทำความเข้าใจง่ายและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

OPD คือ

ผู้ป่วยนอก OPD (Outpatient-Department)

ผู้ป่วยนอก (Outpatient-Department) หรือที่มักย่อสั้น ๆ ว่า OPD คือ ผู้ป่วยที่เข้าไปรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านเพราะไม่มีความจำเป็นต้องให้การดูแลโดยแพทย์และพยาบาล หรือไม่ต้องติดตามอาการต่อจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนอนพักที่โรงพยาบาล โดยส่วนมากแล้วจะเป็นผู้ที่มีอาการป่วยไม่รุนแรงและเป็นโรคที่พบเจอได้บ่อย ๆ เช่นโรคหวัด ภูมิแพ้ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยนอก (Outpatient-Department) นั้นคือค่าบริการทางการแพทย์ที่เกิดจากการรักษา เช่น ค่าตรวจของแพทย์ ค่ายาฉีด ยาทา ยาทาน ยาที่ให้กลับบ้าน ค่ารักษาพยาบาลหัตถการต่าง ๆ จนถึงค่ารักษาพยาบาลของการรอดูอาการที่ใช้เวลาในโรงพยาบาลไม่เกิน 6 ชั่วโมง เช่น การทำแผล การเย็บแผล การผ่าตัดขนาดเล็ก ๆ เป็นต้น

 

สิ่งที่ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อประกันจะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ ประกันสุขภาพบางประเภทนั้นจะไม่คุ้มครองครอบคลุมทั้งการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (Outpatient-Department)  และการรักษาแบบผู้ป่วยใน (Inpatient-Department) ในกรมธรรม์เดียวกัน แต่จะให้คุณได้เลือกซื้อความคุ้มครองการรักษาแบบผู้ป่วยนอกที่สอดคล้องกับความต้องการของตนเองเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตามบางกรมธรรม์จะครอบคลุมทั้งสองกรณีภายใต้ข้อจำกัดของวงเงินที่ต่างกันไปแล้วแต่เบี้ยประกัน ดังนั้นผู้ที่กำลังตัดสินใจทำประกันสุขภาพอย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดส่วนนี้ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจด้วย

ผู้ป่วยใน IPD (Inpatient-Department)

ผู้ป่วยใน (Inpatient-Department)  หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า IPD คือผู้ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้รับคำแนะนำให้ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ยังไม่สามารถกลับบ้านได้ทันที โดยจะต้องเข้ารับการรักษาโดยต้องนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นระยะเวลามากกว่า 6 ชั่วโมงหลังการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ แต่ทั้งนี้จะไม่รวมกับการรับตัวผู้ป่วยเอาไว้แต่เสียชีวิตก่อนทั้งที่ยังไม่ครบ 6 ชั่วโมง

IPD vs OPD ต่างกันอย่างไร

กรมธรรม์ (Policy)

สำหรับศัพท์ประกันสุขภาพคำแรกคือคำว่า กรมธรรม์ นั่นเอง กรมธรรม์คือหัวใจหลักของการซื้อประกันสุขภาพเลยก็ว่าได้ เพราะมันคือตราสารที่มีลายมือชื่อของผู้ทำประกันภัย และรายละเอียดต่าง ๆ เช่น จำนวนเงินเอาประกันภัย ชื่อผู้เอาประกันภัย ชื่อผู้รับประกันภัย วันที่สัญญาเริ่มต้นและสิ้นสุด และอื่น ​ๆ ตามที่กฎหมายบังคับ ตลอดจนเงื่อนไขเกี่ยวกับประโยชน์ สิทธิ และหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัย เอกสารกรมธรรม์นี้เองที่เราจะต้องยึดเอาไว้เป็นหลักฐานและเงื่อนไขตลอดระยะเวลาการคุ้มครอง

ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) 

ค่าที่ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบ ตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์กับบริษัทประกันภัย ซึ่งไม่ใช่ส่วนของการสำรองจ่าย หรือค่ารักษาพยาบาลที่เบิกได้ทีหลัง แต่เป็นส่วนที่ประกันจะไม่ได้ครอบคลุมเอาไว้ โดยจะระบุไว้ในสัญญา ข้อดีคือจะทำให้เบี้ยประกันถูกลง เหมาะสำหรับกรณีที่มีประกันอื่น ๆ อยู่แล้วสามารถเบิกประกันอื่นก่อนได้ ยกตัวอย่างเช่นหากในกรมธรรม์ระบุว่าผู้เอาประกันจะจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท เท่ากับว่าหากมีค่ารักษาที่ต้องจ่ายเมื่อเกิดเจ็บป่วยจำนวน 20,0000 บาท ผู้เอาประกันจะต้องจ่าย 5,000 บาทและส่วนที่เหลือประกันจะจ่ายให้ทั้งหมด (หรือใช้ประกันอื่นเบิกจ่ายไปก็ได้) ข้อดีคือหากผู้ทำประกันยอมรับค่าเสียหายส่วนแรกมาก ก็จะทำให้เบี้ยประกันถูกลงกว่าเดิม เหมาะสำหรับคนที่รับความเสี่ยงเองได้ระดับหนึ่ง หรือคนที่มีประกันอยู่แล้วและอยากซื้อประกันเพิ่มสำรองเพิ่มเติมเผื่อประกันแรกไม่สามารถครอบคลุมรายการทั้งหมดของค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นได้

ค่าใช้จ่ายร่วม (Co-Payment)

คือประกันในรูปแบบที่ผู้ทำประกันมีส่วนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยจะระบุสัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์เอาไว้ ข้อดีเบี้ยประกันจะถูกลงตามเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ทำประกันจะแบกรับหากเกินการรักษา ยกตัวอย่างเช่น กรมธรรม์ที่ให้ผู้ทำประกันร่วมจ่ายร้อยละ 20 หากเกิดการรักษาที่ 20,000 บาทผู้เอาประกันจะต้องจ่ายทั้งหมด 4,000 บาท ที่เหลือจะเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทประกันจ่ายให้นั่นเอง ต่างจากค่าค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) คือสัดส่วนที่ต้องจ่ายจะเพิ่มขึ้นตามยอดค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่ละครั้งนั่นเอง

ระยะเวลารอคอยประกันสุขภาพ (Waiting Period)

ระยะเวลารอยคอยประกันสุขภาพหมายถึงระยะเวลาหลังทำประกันสุขภาพแล้ว แต่กรมธรรม์ยังไม่สามารถเคลมค่ารักษาได้จนกว่าจะพ้นระยะที่กำหนด เช่น หลังจากการทำประกันแล้วโรคโดยทั่วไปจะกำหนดไว้ไม่เกิน 30 วัน หากมีอาการป่วยระหว่างนั้นจะต้องรอการรักษา(หากรอได้) หรือผู้ทำประกันต้องจ่ายเอง และโรคบางชนิดจะต้องรอ 120 วันเช่น เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวาร ไส้เลื่อนทุกชนิด ต้อเนื้อ หรือต้อกระจกเป็นต้น ทั้งนี้รายละเอียดนั้นแล้วแต่กรมธรรม์ สาเหตุที่ต้องกำหนดระยะเวลารอคอยประกันสุขภาพ (Waiting Period) นั้นก็เป็นการป้องกันกรณีผู้เอาประกันเรียกร้องค่ารักษาโรคที่เป็นมาก่อนการเอาประกันตาม สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกัน (Pre-existing Condition) โรคร้ายแรงหลายโรคที่ปรากฏอาการช้าจึงใช้ระยะเวลานานกว่าโรคทั่วไปนั่นเอง 

สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกัน (Pre-existing Condition)

โรคที่เป็นมาก่อนหมายถึง สภาพลักษณะอาการโรคที่เกิดขึ้นกับผู้ทำประกัน โดยโรคดังกล่าวคือโรคที่คนปกติโดยทั่วไปพึงรู้ว่ามีความผิดปกติที่เกิดขึ้นและควรได้รับการรักษา ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วและผู้ทำประกันทราบแต่ไม่ได้แจ้งให้บริษัททราบ บริษัทประกันภัยจะไม่ให้ความคุ้มครองการรักษาอาการที่เกิดจากสภาพที่ว่านั้นใน ทั้งนี้แล้วตามกฎหมายบริษัทประกันจะไม่สามารถอ้างหรือยกเรื่องดังกล่าวมาปฏิเสธความคุ้มครองค่ารักษาหากกรมธรรม์นั้น ๆ มีผลบังคับมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และโรคเรื้อรังหรือการบาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วยนั้นไม่เคยปรากฏอาการมาก่อน หรือไม่มีการปรึกษาแพทย์ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาก่อนวันที่กรมธรรม์จะมีผลคุ้มครอง

ความคุ้มครอง (Insurance Coverage)

ความคุ้มครอง (Insurance Coverage) คือขอบเขตของการปกป้องที่กรมธรรม์ประกันให้แก่ผู้เอาประกัน ซึ่งรวมถึงสิ่งที่บริษัทประกันจะจ่ายเงินหรือรับผิดชอบในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ครอบคลุมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัด หรือการรักษาพิเศษอื่น ๆ

ตารางระบุรายการผลประโยชน์ (Table of Benefits)

ตารางระบุรายการผลประโยชน์ (Table of Benefits) ในประกันสุขภาพ คือเอกสารที่สรุปรายละเอียดเกี่ยวกับความคุ้มครองที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพนั้น ๆ จะมอบให้ผู้เอาประกัน เอกสารนี้จะแสดงรายการผลประโยชน์หรือบริการที่ครอบคลุม เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องพัก ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด และค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงวงเงินคุ้มครองสูงสุดในแต่ละหมวดหมู่

 

ตารางนี้เป็นส่วนสำคัญของประกันสุขภาพเพราะช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถเปรียบเทียบและเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่ได้รับอย่างชัดเจน ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์

คำศัพท์ประกัน

ผู้เอาประกันภัย (Insured)

ในบริบทของประกันสุขภาพ ผู้เอาประกันภัย (Policyholder) คือบุคคลที่ซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพและเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น การชดเชยค่ารักษาพยาบาลหรือบริการทางการแพทย์ต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary)

ผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) คือบุคคลหรือองค์กรที่ได้รับสิทธิ์ในการรับผลประโยชน์หรือเงินชดเชยจากกรมธรรม์ประกันภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ครอบคลุมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินชดเชยจากประกันชีวิต หรือในกรณีของประกันสุขภาพ ผู้รับผลประโยชน์อาจเป็นบุคคลที่มีสิทธิ์ในการรับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่ผู้เอาประกันภัยได้รับ

ผู้อยู่ในอุปการะ (Dependent)

ผู้อยู่ในอุปการะ (Dependent) คือบุคคลที่ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนทางการเงินหรือการดูแลจากผู้เอาประกันภัย ซึ่งในกรณีของประกันสุขภาพ ผู้อยู่ในอุปการะอาจหมายถึงสมาชิกในครอบครัวหรือบุคคลที่ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบดูแล เช่น คู่สมรส ลูก หรือบุคคลอื่นที่ต้องพึ่งพา ผู้เอาประกันภัยสามารถรวมผู้อยู่ในอุปการะในกรมธรรม์เพื่อให้พวกเขาได้รับความคุ้มครองด้านสุขภาพเช่นเดียวกับตัวผู้เอาประกันภัยเอง

ทุนประกัน (Sum Insured) 

สำหรับทุนประกันนั้นคือเงินที่ได้จากการคุ้มครองเมื่อทำประกัน โดยบริษัทประกันภัยจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยกรณีที่ผู้เอาประกันประสบเหตุตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งสำหรับประกันสุขภาพนั้นมักจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยเนื่องจากการเข้าโรงพยาบาล ยอดเงินขึ้นตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยทุนประกันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันที่จ่ายด้วยเช่นกัน

การขออนุมัติล่วงหน้า (Pre-Authorization)

การขออนุมัติล่วงหน้า (Pre-authorization) คือกระบวนการที่ผู้เอาประกันภัยต้องขอการอนุมัติจากบริษัทประกันภัยก่อนที่จะทำการรักษาหรือใช้บริการทางการแพทย์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น การผ่าตัด หรือการเข้ารักษาในโรงพยาบาล การขออนุมัติล่วงหน้าเป็นการยืนยันว่าบริษัทประกันจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายนั้น ๆ และเป็นการป้องกันการเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดหรือการปฏิเสธการเคลมภายหลัง

ความจำเป็นทางการแพทย์ (Medical Necessity)

ความจำเป็นทางการแพทย์ (Medical Necessity) คือการที่การรักษาหรือบริการทางการแพทย์นั้นจำเป็นและเหมาะสมในการรักษาอาการหรือโรคที่ผู้ป่วยมีอยู่ โดยการรักษาต้องตรงตามมาตรฐานทางการแพทย์และมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าจำเป็นสำหรับการป้องกันหรือบรรเทาอาการ โดยไม่เป็นการรักษาที่ไม่จำเป็นหรือเพื่อความสะดวก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทประกันจะชดเชยหรือรับผิดชอบ

ค่าสินไหมทดแทน (Claims)

ค่าสินไหมทดแทน (Claims) คือเงินที่บริษัทประกันภัยจ่ายให้กับผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ครอบคลุมตามกรมธรรม์ เช่น ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุหรือโรค การเคลมค่าสินไหมทดแทนเป็นการขอรับเงินชดเชยหรือค่าตอบแทนจากบริษัทประกันภัย ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติจากบริษัทประกันก่อน

โรงพยาบาลเครือข่าย (Network Hospitals)

โรงพยาบาลเครือข่าย (Network Hospitals) คือกลุ่มของโรงพยาบาลและคลินิกที่ทำสัญญาหรือมีความร่วมมือกับบริษัทประกันสุขภาพเพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้เอาประกันภายใต้เงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ซื้อไว้ การเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเครือข่ายมักจะได้รับสิทธิประโยชน์หรืออัตราค่ารักษาพยาบาลที่ดีขึ้นตามที่บริษัทประกันกำหนด

 

ข้อดีของโรงพยาบาลเครือข่ายรวมถึง:

  • – ค่ารักษาพยาบาลที่ลดลง: อัตราค่ารักษามักจะต่ำกว่าเนื่องจากมีข้อตกลงพิเศษระหว่างบริษัทประกันและโรงพยาบาล
  • – การบริการที่สะดวก: โรงพยาบาลเครือข่ายมักมีการประสานงานที่ดีและอาจมีบริการพิเศษหรือความสะดวกที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้เอาประกัน
  • – การเคลมค่ารักษาที่รวดเร็ว: การเคลมประกันกับโรงพยาบาลในเครือข่ายมักจะสะดวกและรวดเร็วกว่าโรงพยาบาลนอกเครือข่าย

 

โดยทั่วไป การเลือกใช้โรงพยาบาลเครือข่ายสามารถช่วยให้ผู้เอาประกันได้รับบริการที่มีคุณภาพและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมมากขึ้นตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันสุขภาพ

Bangkok Hospital Insurance
Praram 9 Hospital Insurance
Bumrungrad Insurance
Simitivej Hospital Insurance

เบี้ยประกันสุขภาพ (Health Insurance Premium)  

เบี้ยประกันสุขภาพ (Premium) คือจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันภัยเป็นระยะเวลาเพื่อรักษาสถานะของกรมธรรม์ประกันสุขภาพ การจ่ายเบี้ยประกันสามารถทำได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี

 

เบี้ยประกันสุขภาพจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของผู้เอาประกัน สถานะสุขภาพ ระดับความคุ้มครองที่เลือก และประเภทของประกันที่ซื้อ เบี้ยประกันที่สูงกว่ามักจะหมายถึงความคุ้มครองที่กว้างขวางหรือวงเงินคุ้มครองที่มากกว่า ในขณะที่เบี้ยประกันที่ต่ำกว่าอาจมีการคุ้มครองที่จำกัดหรือเงื่อนไขที่เคร่งครัดมากขึ้น

ส่วนบวกเพิ่มเบี้ยประกัน (Premium loading) 

ส่วนบวกเพิ่มเบี้ยประกัน (Premium Loading) คือค่าบริการที่เพิ่มขึ้นจากเบี้ยประกันพื้นฐาน ซึ่งเกิดจากการปรับเพิ่มค่าเบี้ยประกันตามปัจจัยบางประการ เช่น:

โดยทั่วไป ส่วนบวกเพิ่มเบี้ยประกันจะทำให้ค่าเบี้ยประกันรวมสูงกว่าที่คาดไว้และมักจะถูกระบุไว้ในเอกสารเสนอขายหรือเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันสุขภาพ

เวนคืนกรมธรรม์ (Policy Surrender)

การเวนคืนกรมธรรม์ (Policy Surrender) คือการที่ผู้เอาประกันภัยตัดสินใจยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยก่อนหมดอายุ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพราะต้องการรับเงินคืนบางส่วนหรือไม่ต้องการคุ้มครองตามกรมธรรม์นั้นอีกต่อไป การเวนคืนจะทำให้การคุ้มครองสิ้นสุดลง และผู้เอาประกันภัยอาจได้รับเงินคืนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แต่จะไม่มีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองหรือสิทธิประโยชน์จากกรมธรรม์นั้นอีกต่อไป

สิทธิ์ยกเลิกกรมธรรม์ประกัน (Free Look Period)

สิทธิ์ยกเลิกกรมธรรม์ประกัน (Free Look) คือสิทธิตามที่บริษัทประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยในการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากได้รับเอกสารกรมธรรม์ โดยมักจะมีระยะเวลาฟรีลุคประมาณ 15-30 วัน นับจากวันที่ได้รับเอกสารกรมธรรม์ การยกเลิกในช่วงนี้จะทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการคืนเงินที่จ่ายไปทั้งหมดหรือลดลงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ โดยไม่มีข้อผูกพันหรือการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ (New Health Standard)

มาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ (New Health Standard) คือข้อกำหนดหรือแนวทางที่ปรับปรุงใหม่สำหรับการให้บริการประกันสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงในเงื่อนไขการคุ้มครอง การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ และการกำหนดแนวทางการจัดการเคลมที่ทันสมัยขึ้น มาตรฐานนี้มักจะมุ่งเน้นการให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและตอบสนองต่อความต้องการทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการและการจัดการการเคลมเพื่อให้ผู้เอาประกันได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 (2021) เป็นต้นไป

ipd คือ

การตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพทุกครั้งจะต้องทำการอ่านรายละเอียดกรมธรรม์อย่างละเอียดรอบคอบถึงความคุ้มครองและเงื่อนไขต่าง ๆ ดังนั้นการทำความเข้าใจคำศัพท์ประกันสุขภาพเหล่านี้จะช่วยทำให้ผู้ที่มองหาประกันสุขภาพสามารถเลือกประกันที่ตรงกับความต้องการของตนเองได้ดียิ่งขึ้น หวังว่าผู้อ่านทุกคนจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ และขอย้ำว่าหากมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับกรมธรรม์สามารถสอบถามตัวแทนประกันให้อธิบายรายละเอียดและตอบข้อสงสัยให้กระจ่างได้โดยไม่ต้องเกรงใจ เช่นนั้นแล้วคุณจะได้ประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สนุก ๆ ของตัวเองอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม:

รวมที่พักในนอร์เวย์ ล่าแสงเหนือ

เที่ยวนอร์เวย์ เป็นอีกหนึ่งแพลนยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายหลักคือการล่าแสงเหนือ เพื่อรับชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ กับแสงเรืองสีเขียวบนท้องฟ้าที่เกิดในเวลากลางคืนบริเวณขั้วโลก และสิ่งสำคัญสำหรับทริปก็คือการทำวีซ่า การจองตั๋วเครื่องบินและประกันเดินทาง แต่ที่ขาดไม่ได้อีกเรื่องก็คือที่พัก ซึ่งครั้งนี้ทางบทความก็ได้รวบรวมเอาที่พักในนอร์เวย์มาฝากกับ 15 ที่พักแนะนำที่น่าสนใจ ดังนี้

Skaret by Vander

เริ่มที่แรกกับ Skaret by Vander ที่พักซึ่งตั้งอยู่ใน Tromso พื้นที่ที่ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดในแพลนเที่ยวนอร์เวย์ และได้รับความนิยมในการล่าแสงเหนือ โดยที่พักแห่งนี้อยู่ห่างจาก Tromsø City Hall 700 เมตร และห่างจาก The Polar Museum 1 กิโลเมตร มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องแบบครบครัน อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย โดยที่พักแห่งนี้มีสนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบิน Tromsø, Langnes Airport ซึ่งอยู่ห่างออกไป 4 กิโลเมตร เหมาะสำหรับแพลนเที่ยวนอร์เวย์สุดๆ ว่าแล้วก็เตรียมข้าวของและประกันเดินทางให้พร้อม เพื่อออกเดินทางกันเลย

BraMy Apartments The Home 

อีกหนึ่งที่พักที่ตั้งอยู่ใน Tromso เช่นกัน โดยรูปแบบของที่พักเป็นแบบอพาร์ตเมนต์ที่มี 2 ห้องนอนในตัว อยู่ห่างจาก The Arctic Cathedral 2.9 กิโลเมตร ภายในเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน อีกทั้งยังอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง รายล้อมไปด้วยวิวภูเขาและวิวทะเลเหมาะสำหรับพักผ่อน ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบิน Tromsø, Langnes Airport ซึ่งอยู่ห่างจากที่พัก 7 กิโลเมตร

Smarthotel Tromsø

ขอนำเสนอที่พักล่าแสงเหนือสำหรับคนที่มีแพลนเที่ยวนอร์เวย์อีกหนึ่งแห่งกับ Smarthotel Tromsø ที่นี่เป็นโรงแรมที่พักใน Tromso อีกตามเคย แม้จะไม่ได้มีวิวภูเขาหรือวิวทะเลให้ได้รับชม แต่ก็ห่างจากทะเลเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร และสามารถรับชมแสงเหนือได้เพียงแต่เดินทางนิดเดียว สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกก็ค่อนข้างครบครัน มีจักรยานให้เช่ารองรับ อีกทั้งมีบริการอาหารเช้าให้ด้วย

Tromsø Lodge & Camping

Tromsø Lodge & Camping ก็เป็นอีกหนึ่งที่พักที่ตั้งอยู่ใน Tromso รองรับการล่าแสงเหนือ ความพิเศษของที่นี่คือมีที่พักให้เลือกหลายแบบ ที่แนะนำมากที่สุดคือห้องพักวิวภูเขา ได้แก่ ห้องพักดีลักซ์ คอตเทจ (Deluxe Cottage) ห้องพัก Explorer cabin ห้องพักเคบิน (Cabin) และห้องพักซูพีเรีย คอตเทจ (Superior Cottage) ที่สามารถสัมผัสบรรยากาศภูเขารอบๆ บริเวณได้อย่างเต็มอิ่ม ส่วนห้องพักที่ไม่ติดวิวภูเขาก็มีให้เลือกใช้บริการด้วยเช่นกันกับห้องพัก Traditional Cottage ซึ่งภายในห้องพักมี 2 ห้องนอน และห้องพัก Econimy Cabin ในส่วนของระยะห่างจากที่พักไปถึงสนามบิน Tromsø, Langnes Airport นั้นคือ 7.4 กิโลเมตร

Thon Tromso

สำหรับที่พักแห่งนี้ที่มีชื่อว่า Thon Tromso ที่ยังคงอยู่ใน Tromso เอาใจนักล่าแสงเหนืออีกเช่นเคย โดยที่นี่เป็นโรงแรมที่มีห้องพักให้เลือก 3 แบบ คือแบบห้องมาตรฐานเตียงใหญ่ ประกอบไปด้วยเตียงเดียว ถัดมาเป็นห้องมาตรฐานเตียงแฝด ที่มีเตียงรองรับถึง 2 เตียง และห้องพักซูพีเรีย จุดเด่นของที่นี่คือมีบริการสนามกอล์ฟในที่พัก นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อยู่ห่างจากสนามบินเพียงแค่ 5.5 กิโลเมตรเท่านั้น

ที่พักในนอร์เวย์

Lofoten Sjøhusutleie AS – Kåkeren

ที่พักสำหรับล่าแสงเหนือที่นอร์เวย์ถัดมากับ Lofoten Sjøhusutleie AS – Kåkeren มาพร้อมวิวทะเลและวิวภูเขา บรรยากาศจัดอยู่ในระดับที่เรียกว่าดีมาก เหมาะแก่การพักผ่อนและล่าแสงเหนือในหมู่เกาะโลโฟเทน ห้องพักออกแบบด้วยสไตล์ country บ้านไม้สีน้ำตาลชั้นเดียว โดยที่พักแห่งนี้มีที่พักให้เลือกหลายแบบด้วยกัน อาทิ ห้องพักแบบที่ไม่มีห้องนอนในตัว ไปจนถึงบ้านหนึ่งหลังที่มีห้องนอน 1 ห้อง หรือบ้านหนึ่งหลังที่มีห้องนอน 2 ห้อง และบ้านหนึ่งหลังที่มีห้องนอน 3 ห้อง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 23 กิโลเมตร นั่นคือสนามบิน Leknes lufthavn

Live Lofoten Hotel

มาต่อกันกับที่พักล่าแสงเหนืออีกหนึ่งแห่งกับ Live Lofoten Hotel ตั้งอยู่ใน Stamsund ซึ่งเป็นท่าเรือประมงที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในโลโฟเทน วิวห้องพักมีให้เลือก 2 แบบคือแบบวิวทะเลอย่างเดียว และแบบวิวทะเลและวิวภูเขา ส่วนรูปแบบห้องพักมีทั้งแบบเตียงใหญ่ เตียงเดี่ยว 1 เตียง และเตียงเดี่ยว 2 เตียง สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบครัน โดยที่พักอยู่ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 10 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการพักผ่อนและรับชมวิวทิวทัศน์ รวมถึงเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ หากไม่อยากพลาดก็เตรียมเสื้อผ้าและประกันเดินทางให้พร้อม เพื่อออกเดินทางกันด่วนๆ

Sjøstrand Rorbuer

ขอแนะนำที่พักสำหรับทริปเที่ยวนอร์เวย์อีกหนึ่งแห่งกับ Sjøstrand Rorbuer ตั้งอยู่ใน Ballstad ที่พักรายล้อมไปด้วยวิวภูเขา วิวทะเล และวิวทะเลสาบ รองรับการชมวิวด้วยลานระเบียง ไม่ว่าจะเป็นการล่าแสงเหนือหรือชมพระอาทิตย์ตกดินก็ได้ มีพื้นที่รองรับการกางเต็นท์ อีกทั้งยังมีห้องพักให้เลือก 3 แบบด้วยกัน สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครัน โดยที่พักอยู่ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 11.5 กิโลเมตร

Hattvika Lodge

Hattvika Lodge เป็นที่พักใน Ballstad อีกหนึ่งแห่ง มาพร้อมบรรยากาศที่ดีงาม จากวิวภูเขาและวิวทะเล รวมถึงการออกแบบและตกแต่งสุดพิเศษของที่พัก ที่ช่วยสร้างบรรยากาศสุดโรแมนติก โดยบางยูนิตมีระเบียงรองรับการรับชมวิวทิวทัศน์โดยเฉพาะการล่าแสงเหนือ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ห้องพักมีให้เลือกหลายแบบ โดยที่พักอยู่ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 9 กิโลเมตร

Lofoten Basecamp

อีกหนึ่งที่พักในหมู่เกาะโลโฟเทน ที่รองรับการล่าแสงเหนืออีกหนึ่งแห่งกับที่ตั้งที่รายล้อมไปด้วยวิวทะเลและวิวภูเขา มีการวางตัวบ้านพักเรียงรายเป็นแถวเป็นแนวบนพื้นดินที่ยื่นเข้าไปในทะเล จึงมีชายหาดส่วนตัวรองรับ สิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษของที่นี่คืออนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักด้วยได้ นอกจากนั้นก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่ครบครัน มีห้องพักให้เลือกหลายแบบ โดยที่พักอยู่ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 4.3 กิโลเมตร

GLØD Aurora Canvas Dome

ขอย้ายไปล่าแสงเหนือกันที่ Alta กันบ้าง เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งแสงเหนือของนอร์เวย์ เพราะอยู่ใกล้กับ Artic Circle ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปรากฏการณ์แสงเหนือเกิดขึ้น โดยที่พักในพื้นที่นี้ที่แรกขอนำเสนอ GLØD Aurora Canvas Dome ซึ่งเป็นที่พักที่ออกแบบในลักษณะเต็นท์กระโจม สามารถมองออกไปด้านนอกเพื่อรับชมวิวทิวทัศน์ได้ รองรับการรับชมแสงเหนือได้แบบถนัดตา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่ก็คือบรรยากาศ เหมาะสำหรับพักผ่อน โดยเฉพาะการพักผ่อนแบบคู่รัก ระยะห่างของที่พักและสนามบินที่ใกล้ที่สุดนั้นคือ 6 กิโลเมตร การเดินทางค่อนข้างสะดวก

Sorrisniva Igloo Hotel

ถัดมาสำหรับที่พักใน Alta เติมเต็มทริปนอร์เวย์ให้สมบูรณ์แบบกับ Sorrisniva Igloo Hotel ตั้งอยู่ใกล้กับหุบเขาฟินน์มาร์ค (Finnmark) ถูกออกแบบให้เป็นโรงแรมกระท่อมน้ำแข็งแบบพิเศษ ซึ่งสร้างจากหิมะและน้ำแข็ง มีห้องพักให้เลือก 3 แบบ คือห้องพักคู่รัก ห้องเอ็กคลูซีฟสวีท และห้องพักสำหรับครอบครัวที่สามารถเข้าพักได้สูงสุด 4 คน สำหรับการเข้าพักที่นี่ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่น่าสนใจอย่างมาก อยู่ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 13 กิโลเมตร ทางโรงแรมมีบริการรถรับส่งถึงสนามบิน

ที่พักในนอร์เวย์
ที่พักในนอร์เวย์

ขอบคุณรูปภาพจาก Facebook – Sorrisniva – Alta, Norway

Alta River Camping

Alta River Camping ตั้งอยู่ใน Alta เขต Finnmark มีวิวภูเขารองรับ มาพร้อมกับห้องพักที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สถานที่ใกล้เคียงมีทั้งชายหาด ลานสกี อีกทั้งยังสามารถประกอบกิจกรรมเดินป่าในบริเวณใกล้ๆ ได้ รองรับการเดินทางที่ค่อนข้างสมบูรณ์ พร้อมให้ผู้เข้าพักได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ว่าแล้วก็เตรียมตัวและประกันเดินทางให้พร้อมเพื่อออกเดินทางเลยดีกว่า สำหรับที่พักนั้นจะอยู่ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 7 กิโลเมตร

Solvang camping og leirsted

อีกหนึ่งที่พักใน Alta พื้นที่ที่สามารถล่าแสงเหนือได้นั่นก็คือ Solvang camping og leirsted สำหรับที่นี่มาพร้อมห้องพักที่มีให้เลือกหลายแบบเช่นกัน มีทั้งแบบห้องน้ำรวมและห้องพักที่มีห้องน้ำส่วนตัว สามารถเข้าพักได้ตั้งแต่ 2 คนไปจนถึง 6 คนต่อหนึ่งห้องพัก ตัวที่พักมีวิวทะเลรองรับ อยู่ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 4 กิโลเมตร

Flatmoen Natur Lodge

ปิดท้ายที่พักเอาใจทริปเที่ยวนอร์เวย์กับ Flatmoen Natur Lodge ที่ตั้งอยู่ใน Alta ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และที่พิเศษที่สุดก็คืออ่างจากุชชี่กลางแจ้ง ที่นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกที่จะใช้งานพร้อมไปกับการล่าแสงเหนือ เพราะมุมนั้นสามารถรับชมแสงเหนือได้พอดิบพอดี นอกจากนี้สิ่งอำนวยความสะดวก อื่นๆ ก็ครบครัน อยู่ห่างจากสนามบินที่ใกล้ที่สุด 7 กิโลเมตร ว่าแล้วก็เตรียมเอกสารและประกันเดินทางให้พร้อมได้เลย เพื่อออกเดินทางไปยังจุดหมาย

ทั้งหมดนี้ก็เป็นที่พักล่าแสงเหนือสำหรับทริปเที่ยวนอร์เวย์ ตอบโจทย์พักผ่อนที่แสนสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับบริเวณรับชมแสงเหนือ สามารถเดินทางได้ง่ายจากที่พักเหล่านี้ และที่ต้องไม่ลืมสำหรับทุกการเดินทางก็คือการทำประกันเดินทางสำหรับประเทศนอร์เวย์เอาไว้ เพื่อให้อุ่นใจกับเรื่องไม่คาดฝัน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในนอร์เวย์:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว