ที่เที่ยวยอดฮิต ไปนอร์เวย์ทั้งที ต้องแวะ!

ประเทศนอร์เวย์ เป็นประเทศในแถบกลุ่มสแกนดิเนเวีย มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ที่ซึ่งจัดว่าเป็นหนึ่งในประเทศยอดฮิต ติดอันดับของเหล่าสายนักท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ อีกทั้งยังมีสายรักธรรมชาติที่อยากไปท่องเที่ยวที่นี่กัน ด้วยความที่มีแนวชายฝั่งที่ยาว โดยแต่ละเมืองต่างก็มีสิ่งพิเศษมากมาย ที่เปล่งประกายความงดงามแตกต่างกันไป หากใครที่ต้องการไปท่องเที่ยวในทวีปยุโรป ต่างก็อยากสัมผัสกับวิวทิวทัศน์ของภูเขาโดยรอบที่สีเขียวขจี อีกทั้งต้นน้ำลำธารอันใสสะอาดตา รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ที่เรียงรายกันอย่างล้นหลาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายได้ออกมาเปิดโลกกว้าง และรับความสนุกสนานกันได้อย่างเต็มอิ่ม

นอร์เวย์นั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยสุดอลังการ มีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้ไปเยือนกันไม่รู้เบื่อ ซึ่งคิดว่าคงเป็นสถานที่ในฝันของบรรดานักเดินทางหลายคน เพราะมีทั้งภูเขา น้ำตก ท้องทะเล และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมในการไปดูแสงเหนืออีกด้วย สำหรับใครที่ต้องการเที่ยวต่างประเทศที่สวย ๆ สุดอลังการแล้ว บอกเลยว่านอร์เวย์จัดว่าเป็นจุดหมายที่เหมาะมาก ไปแล้วต้องแวะ ซึ่งมีที่เที่ยวยอดฮิตที่ไหนบ้าง แล้วจะมีความสวยงามประทับใจกันอย่างไร เราไปดูกันเลย

กรุงออสโล (Oslo) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์

กรุงออสโลเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ จัดว่าเป็นศูนย์รวมความเจริญของประเทศในด้านต่าง ๆ เอาไว้ และเป็นศูนย์กลางสากลที่มีสถาปัตยกรรมระดับโลก ที่ทั้งเก่าและใหม่รวมไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งมากมาย จัดว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดของยุโรปในทศวรรษนี้ ออสโลยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ อันมีทะเลสาบ ป่าเขา อีกทั้งบ้านเมืองก็เป็นระเบียบเรียบร้อย มีการควบคุมมลพิษอย่างเคร่งครัด จึงทำให้ได้รับอากาศดี สดชื่น จนทำให้ออสโลได้ชื่อว่าเป็นปอดของยุโรป ในเมืองออสโลยังมีที่เที่ยวอันน่าสนใจอีกมากมาย อย่างเช่น

โอเปร่าเฮ้าส์ออสโล ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่นักท่องเที่ยวพลาดไม่ได้ ซึ่งเป็นศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ เป็นที่ตั้งของคณะอุปรากรและบัลเล่ต์ระดับชาติ อาคารทรงเลขาคณิตที่มีความโมเดิร์น ที่สร้างมาจากกระจกและหินอ่อนขนาดใหญ่ ซึ่งมีดีไซน์อันสะดุดตา ออกแบบมาให้ดูเหมือนธารน้ำแข็งยักษ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำ และมีสะพานที่ลาดเอียงสีขาวโพลน ในนั้นมีเวทีสามแห่ง และมีมากกว่า 1,000 ห้อง ที่มีการจัดแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์ อีกทั้งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมตอนฝึกซ้อมได้ด้วย และยังมีศูนย์เพื่อการศึกษาของโอเปร่าอยู่ด้วยกัน

การเดินทางก็สะดวก สามารถขึ้นรถไฟ NSB ไปยังสถานีออสโลเซ็นทรัล เพื่อไปยังโอเปร่าเฮ้าส์ได้เลย

วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 13.00 น

วันอาทิตย์ เวลา 14.00 น.

เมืองออสโล

North Cape สัมผัสพระอาทิตย์เที่ยงคืน

ความมหัศจรรย์ของนอร์เวย์ไม่ได้มีแค่เพียงแสงเหนือเท่านั้น ที่คอยเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปชม นอร์เวย์ยังมีอีกหนึ่งปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่จัดเป็นความไฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย นั่นก็คือปรากฎการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน โดย Midnight Sun นี้จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของยุโรป และในบริเวณใกล้เคียงนอร์ทเคป ส่วนเดือนที่สามารถจะสัมผัสปรากฎการณ์นี้ได้ ก็จะอยู่ในช่วงประมาณเดือนมิถุนายน – สิงหาคมของทุกปี จนทำให้นอร์เวย์ได้รับสมญานามว่า ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน

จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนกันก็คือ นอร์ทเคปนั่นเอง ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะมาเกโรยา (Mageroya) เป็นที่มีลักษณะเป็นปลายแหลมอยู่บนหน้าผา มีความสูงประมาณ 307 เมตรจากระดับน้ำทะเล เบื้องล่างเป็นวิวท้องทะเลแบเร็นต์ (Barents Sea) อันสวยสดงดงาม ที่นอร์ทเคป ที่นี่ยังเป็นสถานที่ได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 พระบทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเสด็จประพาสยุโรป เมื่อปี พ.ศ. 2450 ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศนอร์เวย์ และได้เสด็จไปยังนอร์ทเคป นับได้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินจากต่างแดนพระองค์แรก ที่ได้เสด็จไปยังนอร์ทเคป พระองค์ทรงจารึกอักษรพระนามย่อ จปร. ไว้บนก้อนหินว่ากันว่าหลักฐานชิ้นนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญ ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับนอร์ทเคป และภายในพิพิธภัณฑ์ยังได้มีการจัดแสดงเรื่องราวการเสด็จประพาสของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 อีกด้วย

การเดินทาง ไปด้วยทางหลวงหมายเลข E69 ของยุโรปผ่านอุโมงค์นอร์ทเคป ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้ทะเลที่เชื่อมระหว่างเกาะมาเกโรยากับแผ่นดินใหญ่ หรือเส้นทางจักรยาน EuroVelo EV1, EV7 และ EV11 เชื่อมต่อ North Cape ไปยัง Sagres, โปรตุเกส, มอลตา และเอเธนส์ ตามลำดับ

ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว

เดือนกันยายน – เมษายน            วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11.00-14.00 น.

วันเสาร์ – อาทิตย์ ปิดทำการ

เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม         วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00-20.00 น.

วันเสาร์ – อาทิตย์ 12.00-19.00 น.

North Cape นอร์เวย์

สวาลบาร์ด (Svalbard) ยืนเท่ห์ ๆ กลางดงหมีขั้วโลก

เกาะนี้เป็นเกาะใหญ่ที่ตั้งอยู่เยื้องไปทางขั้วโลกเหนือ ในทางภูมิศาสตร์นั้นตั้งอยู่จุดเหนือเส้นอาร์คติค จึงทำให้ที่นี่เป็นสถานที่มีอุณหภูมิที่หนาวเย็นตลอดปี แต่บางเดือนแสงอาทิตย์ก็แทบไม่ตกดินเลย อย่างเช่น ในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่เกาะนี้จะไม่มีเวลากลางคืน และช่วงระหว่างเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปี เกาะแห่งนี้ก็จะมืดมิดไร้ซึ่งแสงตะวัน มันจะสลับกันเช่นไปตลอดปี หากใครไปเที่ยวช่วงนี้จะไม่ได้สัมผัสกับแสงอาทิตย์กันเลย ซึ่งจะเรียกปรากฎการณ์ทางธรรมชาตินี้ว่าโพลาร์ไนท์ (Polar Night) หมายถึง สถานที่ที่ไม่ได้รับแสงอาทิตย์นาน 24 ชั่วโมง อุณหภูมิเฉลี่ยที่สวาบาร์ดจะอยู่ที่ -16 ในหน้าหนาว และสูงสุดคือ 20 องศาเซลเซียสในหน้าร้อน

สวาลบาร์ดเป็นภาษาของชาวนอร์ธโบราณ (เป็นชื่อเรียกของชาวไวกิ้งโบราณ) ซึ่งแปลว่าพื้นที่ชายฝั่งที่หนาวเย็น โดยการค้นพบทวีปนี้มีแหล่งอ้างอิงจากจดหมายเหตุต่าง ๆ มาเกือบ 1,000 ปี และเนื่องจากรอบ ๆ นั้นมีพวกวาฬอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เกาะนี้จึงถูกใช้เป็นฐานสำหรับชาวประมงที่ออกมาล่าวาฬ ปัจจุบันจะพบเห็นแต่เพียงอาคาร ที่เคยใช้เป็นฐานสำหรับนักล่าวาฬเท่านั้น เป็นเกาะที่อยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด โดยมีมหาสมุทรอาร์คติกกั้นขวางอยู่ ระหว่างชายแดนนอร์เวย์กับขั้วโลกเหนือ เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 3,000 คนเท่านั้น ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่โล่งกว้าง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่าง ๆ อย่างเช่น หมีขั้วโลก กวาง หมาจิ้งจอก เป็นต้น อีกทั้งสวาลบาร์ดยังเป็นคลังเก็บเมล็ดพันธุ์พืชโลก ซึ่งสามารถเก็บรักษาไว้ได้เป็นเวลานานหลายร้อยปีหรือนับพันปีเลยทีเดียว

สวาลบาร์ดอยู่ในอำนาจอธิปไตยของนอร์เวย์ และอยู่ห่างจากกรุงออสโล เมืองหลวงประมาณ 2,000 กม. โดยใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นสายลุย ที่หลงรักในความเงียบสงบ และอยากชมธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ที่สำคัญยังเป็นจุดชมแสงเหนือที่สวยงามมาก ๆ อีกที่หนึ่งด้วย สวาลบาร์ด เป็นเขตปกครองพิเศษ ผู้ที่จะเดินทางเข้าออกสามารถเข้าออกได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หรือตรวจตราใด ๆ ทั้งการไปท่องเที่ยว และการไปทำงาน ถ้าจะไปทัวร์จากประเทศไทยต้องเข้านอร์เวย์ก่อน ซึ่งต้องเป็นวีซ่าเชงเก้น และต้องเป็นแบบ Multiple Entry Visa (เป็นวีซ่าที่เข้าออกประเทศในกลุ่มเชงเก้นได้หลายครั้ง)

การเดินทางไปเที่ยวสวาลบาร์ด จะต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่ประเทศนอร์เวย์ก่อน จากนั้นนั่งเครื่องบินภายในประเทศไปยังสนามบินลองเยียร์เบียน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสวาลบาร์ด

ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวสวาลบาร์ด              

มกราคม 10 – 16 (12 – 16 สัปดาห์)

กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 10 – 16 (ตลอดวัน)

มิถุนายน – สิงหาคม 10 – 17 (ตลอดวัน)

กันยายน – ตุลาคม 10 – 16 (ตลอดวัน)

พฤศจิกายน – ธันวาคม 10 – 16 (12 – 16 สัปดาห์)

สวาลบาร์ด นอร์เวย์

หากว่าต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน หรือการเดินทางท่องเที่ยวก็ตาม เพื่อความอุ่นใจ คุ้มครองทั้งทรัพย์สิน คุ้มครองทั้งร่างกาย ทำให้การเดินทางไปต่างประเทศได้อย่างสบายใจ ก็ต้องซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ เพื่อคุ้มครองความสูญเสียที่อาจคาดไม่ถึง ก็จะทำให้ไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ ที่ต้องการได้อย่างสนุกสนาน ไร้ความกังวลใจ สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นออสโล, North Cape และสวาลบาร์ด ซึ่งเป็นสถานที่สวยงาม ใครไปแล้วเชื่อแน่ว่าต้องชอบ และสัมผัสกับธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ด้วยตาตัวเอง.

Table of Contents