ประกันสุขภาพเด็กสำคัญอย่างไร ทำไมคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้จึงไม่ควรมองข้าม?

วัยเด็กเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยมากที่สุดเพราะระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ แถมเป็นวัยแห่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มีความซุกซนซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ประกันสุขภาพเด็กจึงเป็นตัวเลือกที่คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาไม่น้อยโดยเฉพาะยามที่มีไวรัสสายพันธุ์ใหม่ระบาด ลูกรักของคุณอาจตกเป็นเป้าได้ง่าย เมื่อเข้าโรงพยาบาลก็มีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว ดังนั้นประกันสุขภาพเด็ก แรกเกิดไปจนถึงวัยเรียนจะช่วยให้คุณอุ่นใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลและมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

วันนี้ Luma จะพาผู้ปกครองมาสร้างแผนลงทุนการเงินในอนาคตให้แก่บุตรหลานด้วยการทำประกันสุขภาพเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงด้านการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ จะต้องเลือกประกันอย่างไร ช่วงอายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มทำประกัน ระยะเวลารอคอยนานแค่ไหน และเหตุใดจึงไม่ควรมองข้ามประกันประเภทนี้ มาร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมกันเลย

ประกันสุขภาพเด็ก คืออะไร?

ประกันสุขภาพ หมายถึง การประกันที่ให้ความคุ้มครองสำหรับค่ารักษาพยาบาลทั้งจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย ซึ่งเป็นวิธีบริหารความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ผู้รับความเสี่ยง คือ บริษัทประกันภัย ส่วนผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเบี้ยประกันตามสัญญาที่ตกลงไว้ 

โดยประกันสุขภาพเด็กก็เป็นแผนกรมธรรม์ลักษณะเดียวกันกับของผู้ใหญ่ แต่ประกันเด็กจะกำหนดช่วงอายุแตกต่างกันไปอย่างเด็กเล็ก 0 – 5 ปี ส่วนเด็กโต 6 – 17 ปี และบริษัทบางแห่งเพิ่มเติมโรคที่มักเกิดในเด็กเข้าไว้ด้วย เช่น โรคปอดอักเสบ โรคมือเท้าปาก อาการเป็นพิษและโรคบาดทะยัก เป็นต้น

3 เหตุผลทำไมผู้ปกครองควรทำประกันสุขภาพเด็กแก่ลูกรัก

สิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้ใหญ่แบบเรา ๆ นั้นหลากหลายมากไม่ว่าจะการงาน การเงินและหรืออยู่อาศัย แต่สำหรับเด็กแล้วพวกเขาต้องการเพียงแค่การดูแลอย่างเหมาะสมและการมีสุขภาพดี ฉะนั้นเพื่อเป็นหลักประกันให้กับครอบครัวว่าเมื่อเจ้าตัวเล็กป่วยจะมีเงินเพียงพอในการรักษา ประกันสุขภาพเด็กจึงเป็นกุญแจที่สำคัญยิ่ง โดยเหตุผลหลักที่ควรทำประกันตั้งแต่เนิ่น ๆ มีดังนี้

เด็กมีภูมิคุ้มกันต่ำและเปราะบาง

ร่างกายของเด็กยังพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์แบบผู้ใหญ่จึงสามารถติดเชื้อหรือเจ็บป่วยได้ง่าย แถมมีโอกาสเป็นซ้ำและอาการรุนแรงขึ้น จึงต้องระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะเด็กเล็กซึ่งมีอัตราการเจ็บป่วยมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว การมีประกันสุขภาพเด็กแรกเกิดจึงสำคัญมากที่จะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้คุณพ่อคุณแม่และคลายความกังวลใจ

เด็กเล็กไม่สามารถสื่อสารได้จึงต้องพบแพทย์บ่อย

ในช่วงวัยก่อนเข้าโรงเรียน เด็ก ๆ จะสื่อสารด้วยการร้องไห้อย่างเดียว ทำให้ผู้ปกครองไม่รู้ว่าเจ็บปวดตรงไหนจึงต้องเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการอยู่บ่อย ๆ แม้จะเป็นอาการเพียงแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ค่าใช้จ่ายไม่เบาเลย โดยเฉลี่ยแล้วกรณีผู้ป่วยนอกจะอยู่ที่ 1,200 – 5,000 บาท ซึ่งตามสถิติหนึ่งปีเด็กก็เข้าโรงพยาบาลกัน 2 – 3 ครั้งแล้ว

ประกันสุขภาพเด็กคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่ว

มาถึงตรงนี้ทุกท่านคงพอเดาได้ว่าค่ารักษาพยาบาลของเด็กนั้นแพงมาก โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับโรคและอาการ แถมป่วยแต่ละครั้งจำเป็นต้องนอนพักดูอาการ 3 – 7 วัน ดังนั้นการบริหารความเสี่ยงอย่างการทำประกันสุขภาพเด็กจึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ข้อดีของประกันสุขภาพเด็ก

นอกจากความสบายใจของคุณพ่อคุณแม่แล้ว ประกันสุขภาพเด็กยังมีข้อดี ที่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยตรง

  • เมื่อมีอาการไม่สบาย เด็กที่ได้รับการรักษาจากคุณหมอที่โรงพยาบาลมีโอกาสหายเร็วขึ้น เพราะได้เข้าถึงการวินิจฉัยของแพทย์ และ ได้รับยาที่เหมาะกับอาการ อายุ และ น้ำหนักของเด็ก
  • มีความคุ้มครองโรคที่หลากหลาย ได้ตรวจอย่างละเอียดให้แน่ชัดว่าลูกไม่สบายเกิดจากอะไร และการรักษาที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
  • มีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตอาการที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่รู้ หรือ เข้าใจ

และแน่นอน เรื่องค่าใช้จ่าย บางครั้งอาจจะเกินจำนวนเงินที่คุณพ่อคุณแม่ได้สำรองไว้ ทำให้ต้องใช้เงินเก็บ หรือหากหนักมากจริงๆ เป็นหนี้บัตรเครติด การมีประกันสุขภาพเด็ก นอกจากป้องกันลูกรักแล้ว ยังสามารถป้องกันการเงินของครอบครัวด้วย

เคล็ดลับการเลือกประกันสุขภาพเด็กให้อุ่นใจ 

เนื่องจากประกันเด็กมีความสำคัญมากเพียงนี้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อประกันสุขภาพให้ลูกรัก Luma มีเคล็ดลับ 3 ข้อมาฝากทุกท่าน ดังนี้

ความคุ้มครองของกรมธรรม์

ตรวจสอบว่าให้ความคุ้มครองช่วงอายุเท่าไหร่ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านใดบ้าง มีโรงพยาบาลเครือข่ายมากน้อยเพียงใดและอยู่ใกล้พื้นที่หรือไม่ ระยะรอคอยเป็นอย่างไร (ปกติ 30 วันสำหรับโรคทั่วไปและ 120 วันสำหรับโรคที่มีระยะก่อนาน) มีวงเงินประกันเท่าไหร่ เปรียบเทียบหลาย ๆ แห่งเพื่อให้ตอบโจทย์และคุ้มค่ามากที่สุด

นอกจากนี้ ควรมองประเภทของความคุ้มครอง เช่น

ผู้ป่วยนอก (OPD – Out Patient Department) จะรักษาแบบ รับยาแล้วกลับบ้าน ไม่มีการนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล

ผู้ป่วยใน (IPD – In Patient Department) จะรักษาแบบค้างคืนที่โรงพยาบาล

อุบัติเหตุ (PA – Personal Accident) จะรักษาเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น และส่วนใหญ่จะรักษาภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น

ประกันสุขภาพเด็กเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะวางแผนที่จะมีความคุ้มครองหากลูกเกิดไม่สบาย เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่ละครั้ง สูงมาก

ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทประกัน และตรวจสอบความคิดเห็นของผู้บริโภคจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือหลาย ๆ แห่งประกอบการพิจารณาข้อดีและข้อเสียแต่ละแห่ง อย่าง ‘Luma Health’ เองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก

งบประมาณในการซื้อประกันสุขภาพเด็ก

การเลือกกรมธรรม์ประกันสุขภาพให้ลูก คุณพ่อและคุณแม่ต้องเปรียบเทียบ ผลประโยชน์ต่างๆ วงเงิน และค่ารักษาที่คุ้มครองในกรมธรรม์นั้น และเลือกแผนประกันที่เหมาะกับงบประมาณภายในบ้าน  สำหรับประกันสุขภาพเด็ก อายุยิ่งน้อย เบี้ยประกันยิ่งสูง เนื่องจาก สุขภาพเด็กเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน และไม่ควรมองข้าม เด็กเล็กสามารถป่วยได้ง่ายกว่าเด็กโต และหากทิ้งไว้นาน อาจจะหนักกว่าที่ควรเป็น เพราะฉะนั้นเวลาเลือกแผนประกันสุขภาพให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องเปรียบเทียบทั้ง ความคุ้มครองและค่าเบี้ยที่จะช่วยแบ่งเบาภาระการเงิน หากลูกเกิดไม่สบายขึ้นมา

ปัจจุบันนี้ การทำประกันสุขภาพ สามารถเลือกวิธีการชำระแบบ แบ่งชำระได้ ไม่ว่าผ่านบัตรเครติด หรือผ่อนรายงวด สามารถเลือกแผนการชำระค่าเบี้ยให้พอดีกับชีวิตครอบครัว 

ประกันสุขภาพเด็กควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ 

ผู้ปกครองหลายคนคงมีคำถามในใจว่าการทำประกันให้แก่ลูกรักควรเริ่มตอนไหนดี ควรรอให้โตขึ้นอีกสักพักก่อนหรือไม่ เนื่องจากค่าเบี้ยประกันของเด็กทารกและวัยก่อนเรียนสูงกว่าเด็กโตอย่างมาก

แต่อยากแนะนำว่าเด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงที่สุด ดังนั้นช่วงอายุที่เหมาะสม คือ วัยแรกเกิด นั่นเอง หากเด็ก ๆ เริ่มโตเข้าอนุบาลแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าประกันสุขภาพเด็กไม่จำเป็นเพราะยังมีโอกาสเจ็บป่วย ติดจากโรงเรียนหรือบาดเจ็บจากกิจกรรมต่าง ๆ ได้เช่นกัน

ประกันสุขภาพเด็กของขวัญสุดคุ้ม ที่ควรค่าแก่ลูกน้อย

จะเห็นได้ว่าประกันสุขภาพเด็กนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งเด็กเล็กและเด็กโต การเริ่มต้นทำประกันตั้งแต่แรกเกิดคุ้มค่าอย่างแน่นอนเพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลและแก้วตาดวงใจของคุณจะได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด ดังนั้นประกันสุขภาพเด็กจึงเปรียบเสมือนของขวัญล้ำค่าแทนความรักและความห่วงใยที่ขาดไม่ได้

ประกันสุขภาพคืออะไร แบบไหนถึงตอบโจทย์

หากพูดถึง ‘ประกันสุขภาพ’ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว จนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ในช่วงสามปีที่ผ่านมาผู้คนหันมาให้ความสนใจการทําประกันสุขภาพมากขึ้น นอกเหนือจากการทำประกันภัยโควิดแล้ว ยังรวมถึงประกันภัยประเภทอื่นด้วย เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ และประกันสุขภาพ คือ ตัวช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตามรูปแบบของประกันภัยหลากหลายประเภทจนอาจทำให้เกิดความสับสนในการเลือกซื้อ วันนี้ Luma จะพาทุกท่านมาไขข้อสงสัยว่าประกันสุขภาพแบ่งออกเป็นกี่ประเภท คุ้มครองด้านใดและมีโครงสร้างสัญญาแบบไหนบ้าง เพื่อให้คุณเลือกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างง่ายดาย

ประกันสุขภาพ คือ

ประกันสุขภาพ คืออะไร? มาคลายความสงสัยให้กระจ่าง

ประกันสุขภาพ คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตามข้อตกลงของบริษัทประกันภัยไม่ว่าผู้เอาประกันภัย (Insured) จะเจ็บป่วยจากโรคภัยหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หากสงสัยว่าประกันสุขภาพคุ้มครองโรคใดบ้าง จำเป็นต้องตรวจสอบตารางผลประโยชน์ในแผนประกันภัยและกรมธรรม์ เพราะแต่ละแผนจะให้ความคุ้มครองแตกต่างกันไป

ปัจจุบันการประกันภัยสุขภาพสามารถแบ่งตามประเภทของกรมธรรม์ประกันภัยได้ 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ ประกันสุขภาพส่วนบุคคลและประกันสุขภาพกลุ่ม ซึ่งให้ความคุ้มครองหลักเหมือนกันทั้งสองประเภท แต่จะแตกต่างกันอย่างไรมาค้นหาคำตอบกันต่อเลย

ประกันสุขภาพ แบ่งออกได้กี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร

หลังจากทราบแล้วว่าประกันสุขภาพ คืออะไร เราจะพามาเปรียบเทียบให้ชัดว่าประกันสุขภาพ 2 ประเภททั้งประกันสุขภาพส่วนบุคคลและประกันสุขภาพกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างไร นอกจากนี้ประกันเหล่านี้คุ้มครองด้านใดบ้าง

1. ประกันสุขภาพส่วนบุคคล

สำหรับประกันสุขภาพส่วนบุคคล (Individual Health Insurance) คือ ประเภทของประกันภัยสุขภาพที่คุ้มครองผู้เอาประกันรายเดียว โดยผู้ซื้อสามารถกำหนดความต้องการให้เหมาะสมกับความเสี่ยงหรือไลฟ์สไตล์ของตน ดังนั้นจุดเด่นของประกันสุขภาพ คือ การเลือกความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ตนเองและค่าเบี้ยประกันสุขภาพจะถูกคำนวณตามอายุและเพศ ปรับเปลี่ยนแผนได้ตามงบประมาณ ซึ่งประกันแบบเหมาจ่ายที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันก็ถือเป็นหนึ่งในความคุ้มครองประกันสุขภาพส่วนบุคคลด้วย

2. ประกันสุขภาพกลุ่ม

รูปแบบต่อมาของประกันสุขภาพ คือ ประกันภัยสุขภาพกลุ่ม (Group Health Insurance) ที่องค์กรหรือบริษัทนิยมซื้อให้แก่บุคลากรเพื่อเป็นสวัสดิการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล โดยกรรมธรรม์ของทุกคนจะเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด ทั้งนี้แต่ละองค์กรจะมีความคุ้มครองแตกต่างกัน ซึ่งจุดเด่นของประกันสุขภาพกลุ่มก็คือ ค่าเบี้ยประกันต่อหัวที่ต่ำกว่าประเภทส่วนบุคคลเพราะมีการคำนวณเบี้ยเฉลี่ยเป็นราคาเดียว

ประกันสุขภาพคุ้มครองอะไรบ้าง ต้องทำการบ้านก่อนซื้อ

การประกันค่ารักษาพยาบาลของผู้เอาประกันนั้นครอบคลุมทั้งการเจ็บป่วยจากโรคภัยและอุบัติเหตุ นอกจากจะมีรูปแบบส่วนบุคคลและแบบกลุ่มแล้ว เราสามารถแบ่งประเภทของประกันสุขภาพตามความคุ้มครองผลประโยชน์ในการรักษาพยาบาลได้ ดังต่อไปนี้

1. ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD)

การคุ้มครองสุขภาพผู้ป่วยใน หรือ In-Patient Department ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายแก่ผู้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลติดต่อกัน 6 ชั่วโมงขึ้นไปซึ่งต้องผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์ รวมถึงกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายใน 6 ชั่วโมงเมื่อโรงพยาบาลรับตัวเป็นผู้ป่วยในแล้วด้วย 

สำหรับค่าใช้จ่ายที่บริษัทประกันมอบให้ครอบคลุมทั้งค่ารถพยาบาล ค่าปรึกษาแพทย์ ค่ายา ค่าห้องพัก ค่าอาหาร ค่าผ่าตัด เหมาะสำหรับการทําประกันสุขภาพให้ลูกและผู้สูงอายุอย่างยิ่งเพราะมีโอกาสเจ็บป่วยสูงกว่าวัยอื่น อย่างไรก็ตามประกันสุขภาพ ราคาอาจจะสูงเพราะเป็นการคุ้มครองเหมาจ่าย

2. ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD)

การคุ้มครองสุขภาพผู้ป่วยนอก หรือ Out-Patient Department  ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยที่ผู้เอาประกันไม่นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล  ส่วนใหญ่จะเป็นการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง เช่น ปวดศีรษะ เป็นไข้หวัด ตาแดง เป็นต้น ผู้ทำประกันจะได้รับค่ารักษาพยาบาล ค่ายาและค่าปรึกษาแพทย์ ฉะนั้นประกันภัยสุขภาพนี้จึงเหมาะกับทุกวัย สามารถรับการรักษาได้แบบไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน

3. ผลประโยชน์แนบท้ายสัญญา/สัญญาเพิ่มเติมอื่น  

นอกจากความคุ้มครองทั้งสองรูปแบบหลักแล้ว กรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพยังมีการระบุเอกสารแนบท้ายเพิ่มเติมเพื่อขยายความคุ้มครอง ผู้เอาประกันภัยจึงสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มนอกเหนือจากกรมธรรม์หลักได้ เช่น การคลอดบุตร การรักษาจากอุบัติเหตุหรือโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ทันตกรรม การดูแลโดยพยาบาลพิเศษ เป็นต้น

โครงสร้างของประกันสุขภาพ 2 รูปแบบที่คุณควรรู้

โครงสร้างสัญญาประกันสุขภาพแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ สัญญาประกันหลักและสัญญาเพิ่มเติม โดยมีลักษณะดังนี้

1. สัญญาประกันสุขภาพหลัก

ประกันภัยสุขภาพหลัก คือ สัญญาหลักที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแก่ผู้เอาประกัน ซึ่งจำเป็นต้องซื้อประกันรูปแบบหลักก่อนจึงจะสามารถถือสัญญาเพิ่มเติมเข้าไปได้ อย่างไรก็ตามการแนบสัญญาเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันว่าซื้อแบบใดเพิ่มเติมได้บ้างและเพิ่มได้กี่สัญญา

2. สัญญาประกันสุขภาพเพิ่มเติม

สัญญาประกันภัยสุขภาพเพิ่มเติม หมายถึง สัญญาเพิ่มเติมนอกเหนือจากกรมธรรม์หลักที่ซื้อเพื่อเพิ่มความคุ้มครองให้กว้างขึ้น โดยสัญญาประเภทนี้จะไม่มีการคืนเงินแก่ผู้เอาประกันเมื่อหมดสัญญา ยกตัวอย่างเช่น ประกันชดเชยรายได้และประกันโรคร้ายแรง 

ทำไมถึงต้องทำประกันสุขภาพ จำเป็นแค่ไหนในยุคนี้?

บางคนอาจมองว่าการซื้อประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นแบบตลอดชีพหรือประกันสุขภาพรายปีนั้นเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำประกันสุขภาพเป็นหลักประกันให้ครอบครัวได้ว่าเมื่อป่วยจะมีเงินเพียงพอในการรักษา ไม่ต้องกังวลว่าเงินเก็บที่สะสมมาจะละลายในแม่น้ำแถมคุณยังสามารถจัดการแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละปีได้อย่างรัดกุมอีกด้วย 

เท่านั้นยังไม่พอการซื้อประกันยังได้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี เลือกโรงพยาบาลที่สะดวกหรือมีแพทย์เฉพาะทางได้ตามความต้องการ ดังนั้นการจ่ายเบี้ยประกันจึงเป็นการวางแผนล่วงหน้าที่ดี คุ้มค่าแก่การจ่ายเบี้ยประกันหากราคาเหมาะสมและตรงกับความต้องการ

สรุป

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับรายละเอียดที่น่าสนใจของประกันสุขภาพที่เราหยิบมาฝากกันวันนี้ หลายคนคงคลายความสงสัยเกี่ยวกับการทำประกันภัยประเภทนี้กันแล้วว่ามีลักษณะอย่างไร หากต้องการทำประกันให้ตัวเองหรือคนที่คุณรัก อย่าลืมตัวเลือกดี ๆ อย่าง Luma ไม่ว่าจะประกันสุขภาพส่วนบุคคลหรือแบบกลุ่มก็มีตัวเลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการในราคาที่แสนคุ้มค่า

อ่านเพิ่มเติม:

ประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรก คืออะไร

โดยทั่วไปแล้วประกันสุขภาพให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งหากมีแผนประกันสุขภาพที่มอบวงเงินความคุ้มครองสูงก็มักส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้หลายคนจึงมองหาวิธีการลดค่าเบี้ยประกันภัย LUMA จึงอยากแนะนำให้รู้จักประกันสุขภาพแบบมีค่ารับผิดชอบส่วนแรก (deductible) ที่จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยแต่ยังคงให้ความคุ้มครองโรคภัยไข้เจ็บครบถ้วนตามที่ระบุในกรมธรรม์ประกันกันภัยเช่นเดิม

ประกันสุขภาพแบบมีค่ารับผิดชอบส่วนแรก หรือ ประกันสุขภาพ deductible คือ ประกันสุขภาพ ที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายค่ารับผิดชอบส่วนแรกในการรักษาพยาบาลด้วยเงินของตัวเอง หรือสวัสดิการที่ตัวเองมีอยู่ หลังจากที่ผู้เอาประกันภัยได้ชำระค่ารับผิดชอบส่วนแรกตามที่ระบุในกรมธรรม์แล้ว ทางบริษัทประกันสุขภาพถึงจะเข้ามาดูแลค่ารักษาพยาบาลในส่วนที่เหลือได้

ประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรกทำงานอย่างไร กรณีไหนถึงจะได้เคลม

เมื่อผู้เอาประกันภัยที่ซื้อประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรก (deductible) ได้เข้ารับการรักษาพยาบาล ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลด้วยเงินของตัวเอง หรือด้วยสวัสดิการของตัวเองไปก่อน บริษัทประกันจึงจะเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เหลือ ยกตัวอย่าง 2 กรณี

ใครบ้างที่เหมาะกับการซื้อประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรก

รับผิดชอบส่วนแรก คืออะไร

หากซื้อประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรก สามารถเคลมประกันได้อย่างไร

การยื่นค่าสินไหมทดแทนหรือการเคลมประกันจากประกันสุขภาพแบบมีค่ารับผิดชอบส่วนแรก (deductible) เมื่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลสามารถแจ้งเคลมกับทางโรงพยาบาลได้

1. ผู้ที่มีสวัสดิการรองรับแล้ว

สำหรับผู้ที่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล เช่น ประกันกลุ่มจากบริษัทที่ทำงานอยู่ ในการชำระค่ารักษาพยาบาลให้แจ้งกับทางโรงพยาบาลว่าต้องการยื่นเคลมค่าเสียหายส่วนแรกด้วยสวัสดิการนั้น ๆ ก่อน หากมีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน จึงค่อยเคลมจากประกันสุขภาพแบบมีค่า deductible ที่ได้ซื้อไว้ อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบกับบริษัทประกันภัยของตนให้ดีว่าคุณต้องรับผิดชอบส่วนแรกจำนวนเท่าไหร่ ถึงจะเคลมจากประกันสุขภาพแบบมีค่ารับผิดชอบส่วนแรกได้

2. ผู้ที่ไม่มีสวัสดิการ

สำหรับผู้ที่ไม่มีสวัสดิการใดรองรับค่ารักษาพยาบาลแต่ได้ซื้อประกันสุขภาพแบบมีค่ารับผิดชอบส่วนแรกเอาไว้ จะต้องชำระค่ารักษาพยาบาลด้วยตัวเอง หากค่ารักษาพยาบาลเกินค่ารับผิดชอบส่วนแรกที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ให้แจ้งกับทางโรงพยาบาลเพื่อเคลมจากประกันแบบมีค่า deductible ที่ทำเอาไว้ได้

แผนประกันสุขภาพของ LUMA ที่มีค่ารับผิดชอบส่วนแรก (deductible)

แผนประกันสุขภาพจาก LUMA มอบทางเลือกที่คุ้มค่า ให้วงเงินคุ้มครองสูง ตั้งแต่ 5 ล้านบาท ถึง 50 ล้านบาทต่อปี และเมื่อมีการเพิ่มความรับผิดชอบส่วนแรก สามารถลดค่าเบี้ยถูกลงสูงสุด ถึง 45%  ใน แผนประกันสุขภาพ Hi5 และ แผนประกันสุขภาพ PRIME ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่โรคทั่วไป โรคโควิด-19 และโรคมะเร็งทุกชนิด LUMA พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ ตลอดจนเบิกค่าสินไหมได้ง่าย ๆ

ข้อดีของการทำประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรก

รับผิดชอบส่วนแรก คืออะไร

1. ค่าเบี้ยประกันถูกกว่า

เนื่องจากผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองส่วนหนึ่ง การจ่ายค่าเบี้ยประกันจึงถูกกว่าประกันสุขภาพที่คุ้มครองค่ารักษาแบบไม่มีค่า deductible ตัวอย่างเช่น โดยปกติแล้วผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันประมาณ 18,000 บาท หากผู้เอาประกันภัยเลือกลดค่าเบี้ย 17% ด้วยการซื้อประกันแบบมีค่า deductible 30,000 บาท ค่าเบี้ยประกันรายปีจากปกติก็จะลดลงเหลือเพียง 14,940 บาทต่อปีเท่านั้น

2. ใช้แผนประกันหรือสวัสดิการอื่นที่มีอยู่ร่วมกับประกันที่มี deductible ได้

การทำประกันสุขภาพแบบมีค่ารับผิดชอบส่วนแรก (deductible) สามารถใช้กับแผนประกันสุขภาพหรือสวัสดิการที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ความคุ้มครองโรคภัยเพิ่มขึ้นจากแผนเดิมที่มีอยู่ ช่วยลดภาระยามเจ็บป่วยรุนแรง

3. ขยายขอบเขตวงเงินค่ารักษาครอบคลุมสวัสดิการที่มี

ข้อดีของการซื้อประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรกอีกอย่างหนึ่งคือ ช่วยเพิ่มวงเงินค่ารักษาจากประกันสุขภาพที่มีอยู่ได้ เพราะในบางครั้งวงเงินค่ารักษาพยาบาลจากสวัสดิการอย่างประกันกลุ่มนั้นมีวงเงินจำกัด ทำให้คุณอาจจะต้องจ่ายค่ารักษาส่วนเกิน การมีประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรก จะช่วยให้ครอบคลุมค่ารักษาเพิ่มเติมได้

สรุป

ประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรกคุ้มค่าอย่างไร

หากวางแผนซื้อประกันสุขภาพให้ครอบคลุมและมีวงเงินความคุ้มครองสูง ประกันสุขภาพแบบมีค่ารับผิดชอบส่วนแรกจะช่วยลดค่าเบี้ยรายปีให้กับผู้เอาประกันภัยได้ ซึ่งบางแผนประกันสามารถลดค่าเบี้ยรายปีได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ยังได้รับความคุ้มครองการรักษาพยาบาลโรคภัยไข้เจ็บได้ ถึงแม้จะมีค่ารับผิดชอบส่วนแรก แต่โรคที่มีความรุนแรงมาก ๆ ค่ารักษาบานปลายบริษัทประกันก็พร้อมที่จะแบ่งเบาภาระส่วนนั้นให้ได้

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว