Privacy Policy

ลูม่า (“เรา” “พวกเรา” “ของเรา”) เคารพในความเป็นส่วนตัวของคุณ และมุ่งมั่นในการปกป้องข้อมูลของคุณ นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับวิธีที่เราดูแลข้อมูลของคุณ (ไม่ว่าเราจะรวบรวมข้อมูลอย่างไร และที่ไหน) สิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของคุณคืออะไร คุณสามารถควบคุมข้อมูลของคุณได้อย่างไร และกฎหมายจะปกป้องคุณอย่างไร


เราได้ตรวจทาน และปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวของเราอยู่เป็นประจำ และอาจมีการแก้ไขนโยบายนี้เป็นครั้งคราวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบเพิ่มเติม นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ได้รับการตรวจสอบ และ / หรือปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 และการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะมีผลทันทีหลังจากที่ได้โพสต์ไป

Summary

ที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

เรารวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากคุณเพื่อใช้ในการเสนอข้อเสนอ และการให้บริการ ซึ่งสามารถให้ข้อมูลโดยตรงหรือโดยอ้อมผ่านช่องทางต่อไปนี้ (รายการคร่าวๆ):

  • • โทรศัพท์
    • อีเมล
    • เว็บไซต์
    • แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
    • แบบฟอร์มคำขอเอาประกัน

 

ข้อมูลอาจได้รับมาจากแหล่งข้อมูลต่อไปนี้อย่างน้อย 1 แหล่ง (รายการคร่าวๆ):

  • • จากคุณโดยตรงผ่านเว็บไซต์ของเราหรือเว็บไซต์ของพันธมิตรเรา
    • คู่สมรสหรือนายจ้างของคุณ
    • คนกลางของคุณ
    • ผู้ให้บริการทางการแพทย์

ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่เรารวบรวมเอาไว้ ?

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทางลูม่าอาจรวบรวมเอาไว้ และดำเนินการมีดังต่อไปนี้ (รายการคร่าวๆ):

  • • ข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ
    • ข้อมูลการติดต่อ: ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล
    • ข้อมูลประจำตัว: หมายเลขประจำตัวที่ทางราชการออกให้ (หนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชน)
    • ข้อมูลการจ้างงาน: สถานะการจ้างงาน ตำแหน่งงาน
    • ข้อมูลทางการเงิน: รายละเอียดบัญชีธนาคาร
    • ข้อมูลด้านสุขภาพ: น้ำหนัก / ส่วนสูง สภาพร่างกาย และจิตใจที่เป็นมาก่อน การบริโภคแอลกอฮอล์ ผลการตรวจต่างๆ การวินิจฉัยทางการแพทย์ การรักษาทางการแพทย์
    • ข้อมูลการเคลม: เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเคลมของคุณ รายละเอียดเกี่ยวกับการเคลมของคุณ
    • ข้อมูลการฉ้อโกง และการลงโทษ: ข้อมูลจากการตรวจสอบจากฐานข้อมูลการฉ้อโกง และรายการการลงโทษ
    • ข้อมูลการสื่อสาร: ข้อมูลที่ได้รับจากการสื่อสารของคุณกับเรา ทั้งอีเมล บันทึกการโทร หรือการแชทออนไลน์

เราจะแสดงให้เห็นถึงการดำเนินการข้อมูลของคุณอย่างไร ?

ลูม่าอาจดำเนินการกับข้อมูลของคุณด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • • เพื่อศึกษาความต้องการด้านการบริการหรือการประกันของคุณ
    • เพื่อเสนอการให้บริการหรือความต้องการด้านประกันของคุณ
    • เพื่อนำคุณเข้าสู่การให้บริการหรือสัญญาประกันของเรา
    • เพื่อให้บริการ และ / หรือจัดการกับสัญญาประกันของคุณ
    • สำหรับการปรับปรุงการให้บริการ และการดำเนินการของเรา (บันทึกการโทรเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ การสำรวจความพึงพอใจผ่านการโทร และทางอีเมล)
    • สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติ (คุกกี้หรือตัวติดตาม) และเพื่อรักษาการทำงาน และความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลของเรา
  •  

ในด้านการใช้งานคุกกี้หรือตัวติดตามของลูม่า กรุณาทราบเอาไว้ว่า:

เรารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของคุณบนบริการของเราโดยใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ เว็บบีคอน รหัส JavaScript ฐานข้อมูล HTML 5 และข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ของเซิร์ฟเวอร์ ข้อมูลที่เราได้รวบรวมโดยใช้วิธีการเหล่านี้มีทั้งที่อยู่มีเดีย แอคเซส คอนโทรล (MAC) ระบบ และเวอร์ชันของการปฏิบัติการ ความละเอียดหน้าจอ ผู้ผลิต และรุ่นอุปกรณ์ ภาษา ประเภท และเวอร์ชันของอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ เวอร์ชันของการบริการที่คุณใช้งานอยู่ วันที่ และเวลาที่คุณเข้าถึงการให้บริการ หน้าที่เยี่ยมชม เวลาที่ใช้บริการ ข้อมูลตำแหน่งทั่วไป และข้อมูลด้านกิจกรรมอื่นๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ พันธมิตรทางธุรกิจผู้เป็นบุคคลที่ 3 ของเรา และเราได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อมอบประสบการณ์การเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่ดีที่สุดแก่คุณ ซึ่งรวมถึงการวัดประสิทธิภาพของโฆษณาของเรา และปฏิกิริยาของคุณกับสิ่งเหล่านั้น เพื่อการปรับปรุงข้อเสนอ และโฆษณาให้แก่คุณในส่วนของสินค้าหรือการให้บริการที่คุณอาจพบว่ามีประโยชน์กับบริการของเรา และเว็บไซต์ของบุคคลที่ 3

 

“ที่อยู่ IP” (หมายเลขที่กำหนดโดยอัตโนมัติให้กับคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้งานโดยผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตของคุณ) อาจถูกระบุ และบันทึกโดยอัตโนมัติในข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ของเซิร์ฟเวอร์ของเราทุกครั้งที่ผู้ใช้งานเข้าถึงการให้บริการพร้อมกับเวลาที่เยี่ยมชม และหน้าที่เยี่ยมชม การรวบรวมที่อยู่ IP เป็นแนวทางการปฏิบัติมาตรฐาน และถูกดำเนินการโดยเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และการให้บริการอื่นๆ จำนวนมากโดยอัตโนมัติ เราใช้งานที่อยู่ IP เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การคำนวณระดับการใช้งานการให้บริการ ซึ่งจะช่วยวินิจฉัยปัญหาเซิร์ฟเวอร์ และบริหารจัดการด้านการให้บริการ

 

ในด้านการใช้งานคุกกี้หรือตัวติดตามของบุคคลที่ 3 กรุณาทราบเอาไว้ว่า:

เว็บไซต์ของเรามีลิงก์ที่ได้รับการดำเนินการโดยบุคคลที่ 3 หากคุณให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่เว็บไซต์ของบุคคลที่ 3 การทำธุรกรรมของคุณจะเกิดขึ้นบนเว็บไซต์นั้น (ไม่ใช่เว็บไซต์ของลูม่า) และผู้ให้บริการเว็บไซต์นั้นจะรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณได้ให้ไว้ และจะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของพวกเขา

เราขอแนะนำให้คุณอ่านประกาศทางกฎหมายที่ถูกโพสต์เอาไว้บนเว็บไซต์เหล่านั้น รวมถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวของพวกเขา ประกาศความเป็นส่วนตัวจะไม่มีผลกับการใช้งาน และกิจกรรมของคุณบนเว็บไซต์อื่นๆ เหล่านั้น เราได้จัดเตรียมลิงก์ผ่านการให้บริการของเราไปยังเว็บไซต์อื่นเพื่อความสะดวกเท่านั้น และการรวมลิงก์เหล่านี้ไม่ได้หมายความถึงการรับรองเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกัน เราไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือรับผิดต่อการใช้งานเว็บไซต์ของบุคคลที่ 3 ของคุณแต่อย่างใด

 

กรุณาทราบเอาไว้ว่าเราจะไม่รับผิดชอบต่อนโยบาย และแนวทางปฏิบัติในการเก็บรวบรวม การใช้งาน และการเปิดเผย (รวมถึงหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยของข้อมูล) ขององค์กรอื่นๆ เช่น Facebook, Apple, Google, Microsoft, RIM หรือผู้ให้บริการ และผู้พัฒนาแอปอื่นๆ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการ ผู้ให้บริการไร้สายหรือผู้ผลิตอุปกรณ์ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่คุณได้เปิดเผยต่อองค์กรอื่นผ่านหรือเกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชันมือถือของเราหรือเว็บไซต์อื่นๆ

 

ต่อต้านการฉ้อโกง: เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อตรวจหากรณีใดๆ ของการฉ้อโกงหรือการพยายามฉ้อโกง เพื่อต่อต้านการฟอกเงิน และการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้าย และการลงโทษใดๆ ที่ร้องขอโดยเจ้าหน้าที่

บุคคลที่ 3 ด้านการแพทย์: เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่แพทย์ ทันตแพทย์ ร้านขายยา โรงพยาบาล และผู้ให้บริการด้านสุขภาพอื่นๆ

 

บุคคลที่ 3 ที่เป็นผู้รับประกัน / ผู้รับประกันต่อ: เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้รับประกัน และผู้รับประกันต่อ

 

การเปิดเผยข้อมูลทางการแพทย์แก่บุคคลที่ 3: เราอาจเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพของคุณแก่บุคคลที่ 3 (คู่สมรส ญาติ เพื่อน นายจ้าง ผู้ออกเงินช่วยเหลือแผนสวัสดิการด้านสุขภาพของคุณ ทนายความ หรือบุคคลอื่นใดที่คุณระบุตัวตนเอาไว้) โดยให้ข้อมูลโดยตรงที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของบุคคลนั้นกับการดูแลสุขภาพของคุณหรือการชำระเงินสำหรับการดูแลนั้น คุณมีสิทธิ์ที่จะแจ้งยุติหรือจำกัดการเปิดเผยประเภทนี้ได้ทุกเมื่อ ตัวแทนหรือนายหน้าของคุณสามารถขอข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลด้านสุขภาพของคุณเพื่อประเมินประสิทธิภาพของแผนของคุณ และพิจารณาความคุ้มครองที่เหมาะสมในนามของคุณได้ เราจะเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพของคุณก็ต่อเมื่อคุณได้ให้ความยินยอมแก่เราแล้วเท่านั้น

 

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อใช้ในการ:

  • ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย – ต่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล หน่วยงานกำกับดูแลในท้องถิ่น กรมสรรพากร และการดำเนินการระหว่างประเทศทั้งหมด (เช่น การต่อต้านการฟอกเงิน)
    • การดำเนินการทางกฎหมาย – ตามคำสั่งศาลหรือการดำเนินการตามข้อพิพาท
    • หน้าที่สาธารณะ – เพื่อจัดการกับประเด็นที่เป็นสาธารณประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาต (การล่วงละเมิด และการละเลยเด็ก ภัยคุกคามต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของชาติ)

ใครที่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้บ้าง ?

ข้อมูลอาจถูกส่งต่อด้วยเหตุผลดังกล่าวไปยังผู้รับประกัน / ผู้รับประกันต่อที่ร้องขอภายใต้ขอบเขตการพิจารณา และการจัดการสัญญาของคุณ ตลอดจนถึงผู้ให้บริการที่ได้รับมอบหมายจากลูม่า หรือโดยผู้รับประกัน / ผู้รับประกันต่อภายใต้ขอบเขตนี้ (ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ หรือผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน)

 

ความปลอดภัย ความครบถ้วน และการรักษาความลับของข้อมูลของคุณมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเรา เราได้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทางเทคนิค การจัดการ และทางกายภาพที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องข้อมูลของลูกค้าจากการเข้าถึง การเปิดเผย การใช้งาน และการแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต เราได้ตรวจสอบขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยของเราอยู่เป็นประจำเพื่อพิจารณาเทคโนโลยี และวิธีการใหม่ให้เหมาะสมอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม กรุณาทราบเอาไว้ว่า แม้ว่าเราจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ก็ยังคงไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยใดที่สมบูรณ์แบบ 100 % หรือไม่สามารถเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้

 

ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะถูกจัดเก็บเอาไว้ทั้งในรูปแบบวัตถุ และอิเล็กทรอนิกส์

  • • สำหรับข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เราได้เก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ และฐานข้อมูลเฉพาะของเรา ที่มาพร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูล
    • สำหรับเอกสารที่จับต้องได้ เราเก็บไว้ในห้องนิรภัย และตู้เก็บของในแผนกที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลของคุณจะถูกดำเนินการที่ไหน ?

ข้อมูลจะได้รับการดำเนินการในสถานปฏิบัติการของลูม่า เช่น ฝรั่งเศส เวียดนาม ไทย เมียนมาร์ และกัมพูชา ข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถถ่ายโอนไปยังประเทศนอกอาณาเขตเหล่านี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการได้อีก

 

เราให้บริการบนพื้นฐานเครือข่ายทั่วโลก และการให้บริการของเราไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูม่า หรือหน่วยงานในเครืออยู่ภายใต้กฎหมายหรือเขตอำนาจศาลของรัฐ ประเทศ หรือเขตแดนอื่นนอกเหนือจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยปี 2562 ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอาจถูกจัดเก็บ และถูกดำเนินการในประเทศใดๆ ที่เราทำงานร่วมกับผู้รับประกัน มีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือที่เรามีส่วนร่วมกับผู้ให้บริการ และโดยการใช้บริการของเรา คุณยินยอมให้มีการถ่ายโอนข้อมูลไปยังประเทศนอกประเทศที่คุณอาศัยอยู่ ซึ่งอาจมีกฎเกณฑ์ในเรื่องการปกป้องข้อมูลที่แตกต่างกัน หรือมากกว่าประเทศของคุณ ทางลูม่าไม่ได้รับรองหรือรับประกันว่าการให้บริการหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของการให้บริการนั้นเหมาะสมหรือพร้อมใช้งานในเขตอำนาจศาลใดๆ ผู้ที่เลือกที่จะเข้าถึงการให้บริการของเราได้ถือว่าดำเนินการตามการตัดสินใจของตนเอง และยอมรับความเสี่ยงของตนเอง และมีหน้าที่รับผิดชอบที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบข้อบังคับในท้องถิ่นนั้นๆ ทั้งหมด

ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเอาไว้นานแค่ไหน ?

โดยทั่วไป เราจะเก็บรักษาข้อมูลของคุณเอาไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี นับจากวันที่ความสัมพันธ์ทางกฎหมาย และ / หรือการทำธุรกรรมกับเรายุติผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม เราอาจเก็บรักษาข้อมูลของคุณเอาไว้เป็นเวลาที่นานกว่านั้น หากกฎหมายที่บังคับใช้อนุญาตหรือการเก็บรักษาดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการจัดตั้ง การปฏิบัติตาม หรือการดำเนินการตามข้อเรียกร้องทางกฎหมายของเรา เราจะไม่เก็บข้อมูลของคุณเอาไว้นานเกินความจำเป็น และเราจะเก็บข้อมูลเอาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้มา และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

สิทธิของคุณ

คุณมีสิทธิ์ที่จะเพิกถอนความยินยอมของคุณต่อกิจกรรมการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งความยินยอมนั้นเป็นพื้นฐานทางกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการเสนอขายเชิงพาณิชย์ และการตลาด คำอธิบายสิทธิ์ของคุณ รวมถึงวิธีการใช้สิทธิ์มีดังต่อไปนี้:

 

การเพิกถอนความยินยอม  

หากการดำเนินการของเราเป็นไปตามความยินยอม คุณสามารถเพิกถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อโดยติดต่อสำนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

การขอการเข้าถึง และการขอรับข้อมูล

คุณมีสิทธิ์ที่จะสอบถามเราว่าเรากำลังดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอยู่หรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้น คุณสามารถขอการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้ ซึ่งรวมถึงการขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เรามีเกี่ยวกับคุณ และข้อมูลอื่นๆ บางอย่างที่เกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว

 

การคัดค้าน

ในกรณีที่เรากำลังดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลตามผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของเรา (หรือของบุคคลที่ 3) คุณอาจขอคัดค้านการดำเนินการนั้นได้ อย่างไรก็ตาม เราอาจมีสิทธิ์ดำเนินการกับข้อมูลของคุณต่อไปโดยพิจารณาจากผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของเรา หรือในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องทางกฎหมาย คุณยังมีสิทธิ์ที่จะขอคัดค้านหากเราดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดโดยตรง

 

การลบข้อมูล

คุณมีสิทธิ์ที่จะขอให้เราลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลของคุณไม่ระบุชื่อในบางสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อยกเว้นบางประการที่เราอาจปฏิเสธคำขอให้ลบข้อมูล เช่น ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือที่เกี่ยวข้องกับการเคลม

 

การจำกัด

คุณมีสิทธิ์ที่จะขอให้เราลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลของคุณไม่ระบุชื่อในบางสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อยกเว้นบางประการที่เราอาจปฏิเสธคำขอให้ลบข้อมูล เช่น ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือที่เกี่ยวข้องกับการเคลม

 

การอัปเดตข้อมูล

คุณมีสิทธิ์ที่จะขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้องที่เรามีอยู่ของคุณ

 

การร้องทุกข์

หากคุณมีข้อกังวลหรือคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ กรุณาติดต่อเราตามรายละเอียดการติดต่อที่ระบุเอาไว้ด้านล่าง ในกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิ์ คุณมีสิทธิ์ร้องเรียนต่อหน่วยงานการกำกับดูแลตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดไว้ด้านล่างนี้:

ในกรณีข้างต้น คุณสามารถใช้สิทธิ์ของคุณได้โดยส่งคำร้องขอของคุณให้แก่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลของเรา:

Luma Care Co., ltd บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด

เลขที่ 57 อาคารปาร์ค เวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ประเทศไทย

[email protected]

 

สำหรับคำร้องขอแต่ละรายการ กรุณาระบุหัวข้อที่คุณติดต่อเราให้ชัดเจน รวมทั้งระบุข้อมูลต่อไปนี้:

  • – ชื่อ และนามสกุล
    – รหัสสมาชิก (ถ้ามี)
    – หมายเลขกรมธรรม์ (ถ้ามี)
    – ข้อมูลอื่นใดที่สามารถช่วยให้เราระบุความสัมพันธ์ของคุณกับเราได้

ข้อมูลข้างต้นจะใช้เพื่อยืนยันตัวตนของคุณเท่านั้น

 

คำร้องขอของคุณจะได้รับการดำเนินการ และตอบกลับภายใน 30 วันหลังจากที่เราได้รับข้อมูลที่สมบูรณ์ และเอกสารประกอบที่ครบถ้วนแล้ว

 

กรุณาทราบเอาไว้ว่าการเพิกถอนความยินยอมของคุณอาจทำให้เราไม่สามารถดำเนินการดูแลกรมธรรม์ของคุณต่อไปได้ และมันจะส่งผลต่อกระบวนการที่ถูกดำเนินการไปแล้วด้วย

 

ในกรณีของการเสนอขายเชิงพาณิชย์ คุณสามารถยกเลิกรับข่าวสารทางอีเมลได้โดยตรงโดยคลิกที่ ‘’ยกเลิกรับข่าวสาร’’ ในอีเมลที่คุณได้รับหรือส่งอีเมลถึงเราได้ที่ [email protected]

รู้จัก 4 โรคร้ายแรง โรคฮิตที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย

เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะดูแลสุขภาพดีแค่ไหน รวมไปถึงการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงที่ฟังดูแล้วไกลตัวสำหรับคนทั่วไป โรคร้ายแรงเป็นโรคอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับได้บ่อย ๆ และอาจไม่แสดงอาการให้เห็นตั้งแต่แรก แต่หากเกิดขึ้นแล้วก็เป็นโรคที่รักษายากและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงกว่าโรคทั่วไป Luma ขอชวนทุกคนมารู้จักโรคร้ายแรง มีอะไรบ้าง และประกันโรคร้ายแรงจะเข้ามาบทบาทอย่างไรบ้างติดตามได้ในบทความนี้

ประกันโรคร้ายแรง คืออะไร

ก่อนที่จะไปรู้จักว่าโรคร้ายแรง มีอะไรบ้าง เรามาทำความรู้จักประกันโรคร้ายแรงกันก่อนดีกว่า ประกันโรคร้ายแรง คือ แผนประกันที่มอบความคุ้มครองสำหรับการตรวจพบและเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งส่วนใหญ่จะมอบเป็นเงินก้อนเพื่อให้ผู้เอาประกันนำเงินก้อนนี้ไปใช้ในการรักษาตัวต่อไป 

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจมองว่าประกันสุขภาพที่ตนเองถืออยู่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่หากพิจารณาดูให้ดีจะพบว่า ประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครองเมื่อเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเท่านั้นและวงเงินความคุ้มครองส่วนใหญ่จะไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติของโรคร้ายแรงได้
ดังนั้นประกันโรคร้ายแรงจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจบานปลายในอนาคต

โรคร้ายแรง มีอะไรบ้าง

หลังจากรู้จักประกันโรคร้ายแรงกันไปแล้วก็ได้เวลามาทำความรู้จักว่าโรคร้ายแรง มีอะไรบ้าง โดยในที่นี้จะขอพูดถึง 4 โรคร้ายแรงสุดฮิตที่นอกจากจะเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากมายแล้ว ยังรักษาได้ยากและต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์สูง และนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่บานปลายอีกด้วย

โรคมะเร็ง โรคร้ายแรงอันดับหนึ่งในประเทศไทย

โรคร้ายมีอะไรบ้าง

โรคมะเร็งหรือ Cancer เป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก โรคมะเร็งเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวมากกว่าปกติอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดก้อนเนื้อขึ้นภายในอวัยวะต่าง ๆ โดยมะเร็งที่พบในร่างกายมนุษย์มีมากกว่า 100 ชนิดด้วยกัน แต่มะเร็งที่พบบ่อยคือ มะเร็งตับ พบมากเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย รองลงมาคือ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมากตามลำดับ สำหรับการรักษาโรคมะเร็งสามารถทำได้โดยการผ่าตัดเอาก้อนที่เป็นมะเร็งออกไป การรักษาด้วยรังสีกำลังสูงเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง และการใช้เคมีบำบัดหรือการใช้สารเคมีในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้อาจรักษาด้วยวิธีการเดียวหรือหลายวิธีขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง อวัยวะ อายุ และสุขภาพร่างกายของผู้ป่วย อย่างไรก็ตามวิธีการที่กล่าวมาข้างต้นจำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์ค่อนข้างสูงในการรักษาและการพักฟื้น

โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคร้ายแรงที่ไร้สัญญาณเตือน

โรคร้ายมีอะไรบ้าง

โรคหลอดเลือดหัวใจหรือ Coronary Artery Disease ถือเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจถือเป็นฆาตกรเงียบเพราะเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการหรือความผิดปกติใด ๆ โดยโรคนี้เกิดจากการที่มีไขมันมาเกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือด เมื่อเกิดการสะสมเป็นจำนวนมากจนหลอดเลือดหัวใจตีบและตัน ทำให้เลือดไม่สามารถไหลผ่านได้จนเกิดเป็นภาวะหัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งอาจส่งผลถึงชีวิตได้ ส่วนปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคมาจากการพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ รวมไปถึงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน

โรคไตวายเรื้อรัง โรคร้ายอันตรายถึงชีวิต

โรคร้ายมีอะไรบ้าง

โรคไตวายเรื้อรังอีกโรคร้ายแรงที่น่ากลัวสำหรับใครหลายคน เพราะเป็นภาวะที่ไตถูกทำลายไปอย่างช้าๆ เป็นเวลานานจนกระทั่งถูกทำลายอย่างถาวร จะไม่สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ โดยโรคไตวายเรื้อรังจะไม่แสดงอาการใด ๆ ในระยะแรก แต่อาการของโรคจะเริ่มแสดงเมื่อไตถูกทำลายไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งสาเหตุของโรคเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม การรับประทานอาหารรสจัด เค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงยังมีความเสี่ยงอย่างมากในการเป็นโรคไตวายเรื้อรัง 

โรคไตวายเรื้อรังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และกลับมาทำงานตามปกติได้ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยสามารถชะลอการเสื่อมของไตได้โดยการควบคุมอาการของโรคประจำตัว ควบคุมการรับประทานอาหาร งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก แต่หากไตถูกทำลายจนถึงระยสุดท้ายแล้วก็จำเป็นที่จะต้องเลือกรักษาด้วย 3 วิธีต่อไปนี้ ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง และการปลูกถ่ายไต ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่ามีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จึงอาจทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้

โรคหัวใจล้มเหลว โรคร้ายที่มักเกิดเฉียบพลัน

โรคร้ายมีอะไรบ้าง

โรคหัวใจล้มเหลวคือการภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะและส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ รวมถึงไม่สามารถนำเลือดกลับเข้าสู่หัวใจได้ตามปกติ จึงทำให้เกิดความดันเลือดในช่องปอด และเลือดคลั่งในปอดมากขึ้น ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดจึงมีอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก แม้ในขณะพัก รวมถึงมีอาการบวมของร่างกาย โรคหัวใจล้มเหลวสามารถรักษาได้โดยการใช้ยา การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ การผ่าตัดใส่เครื่องช่วยสูบฉีดเลือด และการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ

ประกันโรคร้ายแรง สำคัญอย่างไร เหตุใดจึงควรซื้อ

จากข้อมูลด้านบนเกี่ยวกับโรคร้ายแรง มีอะไรบ้าง จะพบว่าเป็นโรคที่พบได้บ่อยและอันตรายมากกว่าที่หลายคนคาดคิด หลายโรคเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเมื่ออาการรุนแรงแล้ว ซึ่งความคุ้มครองของประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวมักจะไม่เพียงพอในการรักษาพยาบาล หรือบางโรคไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต้องมีการติดตามอาการและพบแพทย์อยู่เสมอ จึงอาจทำให้เงินที่เตรียมไว้ในการรักษาตัวไม่เพียงพอจนหลายคนต้องทุบหม้อข้าวนำเงินที่เก็บออมไว้มาใช้เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล ด้วยเหตุนี้ประกันโรคร้ายแรงจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยประกันโรคร้ายแรงส่วนใหญ่จะมอบผลประโยชน์ในรูปแบบเงินก้อน ซึ่งผู้ป่วยสามารถนำเงินส่วนนี้เก็บไว้ใช้เพื่อรักษาตัวหรือเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานหากเสียชีวิต นอกจากนี้ประกันโรคร้ายแรงยังมีเบี้ยประกันภัยที่ไม่แพงสำหรับผู้ที่อายุยังน้อยและยังสามารถนำไปลดหน่อยภาษีได้อีกด้วย

กรณีใดบ้างที่ประกันโรคร้ายแรงไม่คุ้มครอง

สำหรับความคุ้มครองของประกันโรคร้ายแรงจะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่เงื่อนไขและบริษัทประกันภัย ผู้เอาประกันภัยจึงควรศึกษาข้อมูล รายละเอียด และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยอย่างละเอียดก่อนทำการซื้อประกันโรคร้ายแรง

สรุป

โรคร้ายแรงมักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว ถึงแม้โรคจะไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ กับทุกคน แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นโรคร้ายแรง เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมมีอันตรายถึงชีวิตและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงตามมา การทำประกันโรคร้ายแรงเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและเป็นการวางแผนอนาคตเพื่อตนเองและคนในครอบครัวในอนาค

อ่านเพิ่มเติม:

ประโยชน์ของน้ำมันกัญชาคืออะไร สามารถช่วยรักษา โรคมะเร็ง ได้จริงหรือ?

ถึงแม้จะมีสมุนไพรมากมายบนโลก ที่คอยให้คุณประโยชน์แก่ร่างกายของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่สำหรับ น้ำมันกัญชา นี้ อาจแตกต่างจากสมุนไพรอื่น ๆ เนื่องด้วยเป็นการสกัดที่มาจากต้นกัญชา ซึ่งถูกจัดเป็นสารเสพติดอีกชนิด ตามผู้ควบคุมทางกฎหมายของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดในประเทศสหรัฐอเมริกา (Drug Enforcement Administration ; DEA) ได้ระบุไว้

อย่างไรก็ตามขณะนี้พวกเขายังไม่มีการอนุญาตให้ครอบครอง หรือทำการซื้อ-ขายตามกฎหมายของรัฐบาลกลางได้ รวมทั้งยังไม่มีการอนุมัติจากองค์การอาหาร และยาของสหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration ; FDA) ที่นำน้ำมันกัญชาสำหรับใช้การแพทย์ แต่ในบางประเทศนั้นทางรัฐก็ได้มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อรักษาในทางการแพทย์ต่อสภาวะของโรคบางอย่าง ที่ถูกต้องภายใต้กฏหมาย และข้อบังคับของแต่ละรัฐ

ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องมีการพิสูจน์ ทดสอบ วิจัย ถึงการใช้น้ำมันกัญชาต่อไป แต่จะสามารถช่วยในการรักษา โรคมะเร็ง ได้หรือไม่ นั้น บทความนี้มีคำตอบมาให้ทุกคนได้ทราบกัน

 

น้ำมันกัญชาคืออะไร

น้ำมันกัญชา เป็นหนึ่งในสารตามธรรมชาติที่พบได้ในต้นกัญชง ซึ่งเป็นพืชชนิดย่อยของกัญชา โดยสารตามธรรมชาติดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า แคนนาบินอยด์ (Cannabinoids ; CBD) และยังมีสารประกอบของแคนนาบินอยด์ที่สำคัญอีก 2 ชนิด นั่นก็คือ เตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol; THC) และ แคนนาบิไดออล (Cannabidiol; CBD)

ตามผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ The Permanente ในปี 2562 ให้ข้อมูลว่า สารสกัดนี้มีโมเลกุลของน้ำมันที่ค่อนข้างเข้มข้นมาก เพราะมีสารเคมีประกอบกว่า 100 ชนิด แต่ก่อนที่จะออกมาเป็นน้ำมันนั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัย จึงอาจมีการผ่านกระบวนการเจือจางความเข้มข้นด้วย น้ำมันตัวพา เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันเมล็ดป่าน เป็นต้น

นอกจากสารสกัดแบบน้ำมันแล้ว สารแคนนาบินอยด์ ยังสามารถผสมให้อยู่ในรูปแบบอื่น ตามความเหมาะสมในการรักษาในด้านต่าง ๆ อีกด้วย ดังนี้

  • แบบทาบนผิวหนัง ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ ต่อผิวหนังโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาจถูกผสมมากับครีม ลิปบาล์ม แชมพู

  • ผสมกับทิงเจอร์ (Tincture) เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมในการใช้เช่นเดียวกัน คือการนำน้ำมันกัญชา ผสมหยดลงไปบนทิงเจอร์ 2-3 หยด บริเวณใต้ลิ้น และทิ้งไว้ประมาณไม่กี่วินาที การทำเช่นนี้จะช่วยให้สารประกอบสำคัญได้รับการดูดซึมเข้ากระแสเลือดอย่างรวดเร็วโดยผ่านเยื่อเมือกในช่องปาก

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะใช้ด้วยรูปแบบใด คุณจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนทั้งหมดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น ไม่ควรนำไปปฏิบัติตามเองอย่างเด็ดขาด เพราะการรักษาแก้ไขปัญหาทางสุขภาพที่ดี ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างละเอียดของผู้มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตคุณ

น้ำมันกัญชา

น้ำมันกัญชา ส่งผลต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง

ในทางการแพทย์ น้ำมันกัญชาอาจช่วยนำไปบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยในแต่ละรายได้อย่างเหมาะสม แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยสุขภาพอย่างละเอียดร่วมด้วย โดยประโยชน์ที่คุณอาจจะได้รับจากน้ำมันกัญชาเมื่อใช้อย่างถูกต้องมี ดังต่อไปนี้

ลดความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้า

เมื่อสุขภาพจิตได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรง ก็อาจก่อให้เกิดโรควิตกกังวล หวาดกลัว จนไปถึงภาวะซึมเศร้าได้ และอาการเหล่านี้ พาให้ผู้ป่วยเกิดการพักผ่อนที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ เช่น รู้สึกกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ เป็นต้น 

จากการศึกษาการของประเทศบราซิลได้นำน้ำมันกัญชามาทดสอบกับเพศชาย จำนวน 57 คน  ผลสรุปออกมาว่า น้ำมันกัญชาในปริมาณ 300 มก. ให้ประสิทธิภาพในการลดอาการวิตกกังวลได้ค่อนข้างดี

บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง

แท้จริงแล้วน้ำมันกัญชา เป็นสารสกัดที่ถูกใช้ในการบรรเทาอาการปวดเมื่อยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ราว ๆ ประมาณ 2,900 ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบันได้มีนักวิจัยค้นพบว่าสาร แคนนาบินอยด์ (Cannabinoids; CB) ที่มีคุณสมบัติในการรักษาสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ เนื่องด้วยภายในร่ายกายของคนเรามีระบบพิเศษที่เรียกว่า ระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (Endocannabinoid system; ECS) ซึ่งเป็นระบบควบคุมการนอนหลับ ความอยากอาหาร และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อร่างกายเกิดการบาดเจ็บ ระบบนี้กับสารในน้ำมันกัญชาก็จะประสานกันช่วยทำหน้าที่ในการซ่อมแซมให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุลดังเดิม

จากการศึกษาในงานวิจัยบางชิ้น มีการใช้สเปรย์พ่นคอที่มีส่วนผสมของเตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol; THC) และ แคนนาบินอยด์ (Cannabinoids; CBD) ซึ่งได้รับการอนุมัติในหลายประเทศสำหรับการใช้รักษาอาการปวดเกิดจากโรคปลอกประสาทเสื่อม เข้าทดสอบกับผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อ และมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ทั้งหมด 47 คน เป็นเวลาหนึ่งเดือน พบว่าอาการของพวกเขามีลำดับการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น และอาการกล้ามเนื้อกระตุกลดลง พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการนอนหลับ เพิ่มการพักผ่อนจากอาการเหนื่อยล้าได้ดีขึ้นอีกด้วย

บำรุงสุขภาพหัวใจ

หากระดับความดันโลหิตของคุณสูงขึ้น ก็อาจเชื่อมโยงไปถึงความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคหัวใจได้ จากงานวิจัยที่ได้ทำการทดสอบในการนำน้ำมันกัญชามารักษาในปริมาณ 600 มก. พบว่าระดับความดันโลหิตของเขานั้นลดลง รวมทั้งลดระดับความเครียด ที่เป็นตัวการหนึ่งของการเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น

หากใช้น้ำมันกัญชาไม่ถูกต้อง ผลจะเป็นอย่างไร

คงจะคิดไม่ถึงกันอย่างแน่นอนว่าน้ำมันกัญชา จะสามารถมีประโยชน์ได้มากมายได้เพียงนี้ แต่ถึงอย่างไร หากร่างกายได้รับสารในปริมาณมากเกินไป หรือผู้ป่วยบางคนมีอาการแพ้ ก็อาจเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้ได้ด้วยเช่นกัน

  • มีอาการท้องร่วง

  • รู้สึกอ่อนเพลีย

  • ความอยากอาหาร หรือน้ำหนักมีการเปลี่ยนแปลง

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเกี่ยวข้องกับหัวใจร่วมด้วย อาจทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ วิงเวียนศีรษะ จนถึงขั้นหมดสติได้ รวมทั้งอาจทำให้อารมณ์ไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ซึ่งถ้าหากผู้ป่วย หรือผู้ที่ละเมิดในการใช้สารสกัดที่มีส่วนประกอบของกัญชาเกินขนาด และต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดอาการเสพติดได้ จากข้อมูลของกระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์สหรัฐ (U.S. Department of Health and Human Services) พบว่าผู้ใช้กัญชาในทางที่ผิด อาจนำไปสู่อาการติดยาเสพติด โดยส่วนมากผู้ที่เริ่มลองใช้มักจัดอยู่ในกลุ่มช่วงก่อนวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 13ปี จนเกิดการเสพติดไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ได้ และอาจได้รับผลข้างเคียงต่อระบบประสาท และสมองจากสารเคมีในกัญชา อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น มีอาการหลงผิด (เห็นภาพหลอน) อาการหวาดระแวงอย่างไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น

น้ำมันกัญชารักษาโรคมะเร็ง

ข้อสรุปเกี่ยวกับการใช้น้ำมันกัญชาในการรักษาโรคมะเร็ง

จากบทความข้างต้นที่กล่าวมา ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงอย่างกันกว้างขวางในวงการแพทย์ และทีมวิจัย ถึงการใช้น้ำมันกัญชา รักษาโรคมะเร็ง ดังนั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute; NCI) ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงได้ทบทวนในการศึกษาคลายข้อสงสัยนี้กันอีกครั้ง ในการวิจัยครั้งนี้พบว่ากัญชามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเซลล์มะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ผู้ใช้ลดความเสี่ยงของการเกิดพัฒนาป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะไปได้ถึงร้อยละ 45 อ้างอิงจากการศึกษาในปี 2562 นักวิจัยตั้งสมมติฐานจากการทดลองขึ้นโดยมุ่งเน้นไปที่มะเร็งตับอ่อน พบว่าการใช้กัญชาอาจนำพาสารเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหลายชนิด ทั้งนี้ยังคงต้องรอทำการพิสูจน์ให้ได้อย่างแน่ชัด พร้อมทั้งปรับประสิทธิภาพตัวยาเพื่อนำมารักษาผู้ป่วยต่อไป

ซึ่งถ้าหากอยู่ในรูปแบบของน้ำมันกัญชาที่ผ่านกระบวนการสกัดตามขั้นตอน และผ่านการรับรองจากรัฐแล้ว อาจให้ประโยชน์กับทางการแพทย์ในการนำมารักษาสภาพของโรคได้ แต่ถ้าหากละเมิดข้อบังคับนำมาใช้ในเชิงสูดดมจนเกิดการติดอย่างหนัก ก็อาจส่งผลให้ร่างกายของคุณทรุดลงกว่าเดิม อีกทั้งยังทำลายระบบประสาท และระบบการทำงานของอวัยวะอื่น ๆ ภายในอีกด้วย

อย่างไรก็ดีในบางการศึกษานั้น กลับมองว่าน้ำมันกัญชา อาจแค่ช่วยเพียงในการลดผลข้างเคียงจากการที่ผู้ป่วยผ่านการทำเคมีบำบัด ฉายรังสีกำจัดเซลล์มะเร็งเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากที่เข้ารับการรักษาด้วยขั้นตอนนี้ อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร และเกิดความวิตกกังวลเพิ่มเติม การนำน้ำมันกัญชามาเป็นอีกตัวช่วยหนึ่ง อาจทำให้ผู้ที่ผ่านการรักษาด้วยการฉายรังสีบรรเทาอาการเหล่านี้ลงไปได้ โดยไม่รู้สึกทรมานมากนัก สุดท้ายแล้วสำหรับการใช้งานจากน้ำมันกัญชา เพื่อนำมารักษาโรคมะเร็ง ยังคงต้องมีการดำเนินการวิเคราะห์ และทดลองต่อไป หรือควรเข้าขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีที่เหมาะสม ถึงแม้จะมีงานวิจัยในเชิงมุมมองหลายด้าน ออกมามากมาย แต่ก็มิได้หมายความว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคนจะหายขาดจากการใช้น้ำมันกัญชานี้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ผู้ป่วย และคนรอบข้าง โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของทางแพทย์ในระหว่างที่ได้รับการรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

อย่างไรก็ตามการเจ็บป่วยและโรคภัยต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน หากคุณมีความกังวลใจเกี่ยวกับสุขภาพ รวมไปถึงโรคมะเร็งอยู่ ลูม่าขอเสนอแผน “ประกันสุขภาพ” ที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้คุณอย่างครอบคลุม ช่วยให้คุณอุ่นใจและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกเมื่อ

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว