ขั้นตอนในการต่ออายุกรมธรรม์

การต่ออายุกรมธรรม์หลังจากกรมธรรม์หมดอายุแล้วเป็นสิ่งที่ผู้ถือกรมธรรม์ต้องให้ความสำคัญเพราะหากไม่ต่ออายุกรมธรรม์ของ ประกันสุขภาพ หรือประกันชีวิตที่ถืออยู่ เท่ากับว่าคุณได้ยกเลิกกรมธรรม์ไปแล้ว และหากต้องการกลับมาต่ออายุอีกครั้งอาจไม่ได้ราคาเบี้ยประกันเท่าเดิม และสิ่งที่เจออยู่เป็นประจำ คือ พอหมดความคุ้มครองเมื่อไหร่ โรคภัยมักจะโผล่มาทักทายอยู่เสมอ 

กรมธรรม์หมดอายุ มีผลอะไรบ้าง

กรมธรรม์หมดอายุมีผลให้ความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยสิ้นสุดลง แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่กรมธรรม์จะหมดอายุนั้นทางบริษัทประกันจะมีการแจ้งเตือนไปยังผู้ถือกรมธรรม์ล่วงหน้าอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่กำหนด กรมธรรม์จะขาดการคุ้มครองทันที เหตุผลหลักที่ทำให้กรมธรรม์หมดอายุล้วนมาจากการที่ผู้ถือกรมธรรม์ไม่ต้องการถือต่อ, ปัญหาทางด้านการเงินที่ไม่สามารถชำระกรมธรรม์ได้  ผลลัพธ์หลังจากที่ไม่ชำระค่ากรมธรรม์ส่งผลให้กรมธรรม์ที่ถือไว้นั้นอยู่ในสถานะยกเลิก แต่ตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ คือ หากยกเลิกกรมธรรม์จะไม่สามารถเรียกร้องเงินจากการชำระเบี้ยประกันที่จ่ายไปคืนได้ แต่การยกเลิกกรมธรรม์, เวนคืนกรมธรรม์ คือ การที่ผู้เอาประกันขอยกเลิกกรมธรรม์และขอเวนคืนเงินที่ชำระเบี้ยประกันไปแล้ว แต่ทั้งนี้อาจไม่ได้คืนครบตามจำนวนที่ได้ชำระไป ซี่งอย่างไรก็ตามผู้ถือกรมธรรม์สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเล่มกรมธรรม์ที่ทางตัวแทนประกันภัยได้ให้ไว้ หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การต่ออายุกรมธรรม์สามารถทำได้อย่างไร

กรมธรรม์หมดอายุ มีผลอะไรบ้าง

กรมธรรม์ขาดอายุ ไม่เพียงแค่ปล่อยให้ยกเลิกกรมธรรม์ เพื่อขอเวนคืนกรมธรรม์ได้อย่างเดียวเท่านั้น ผู้ถือกรมธรรม์สามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้หากต้องการถือกรมธรรม์เล่มนั้นต่อ แต่อย่างไรก็ตามการต่ออายุกรมธรรม์นั้นจำต้องมีการชำระดอกเบี้ยที่คำนวณโดยบริษัทประกันภัยประกอบด้วยทุกครั้ง สำหรับการต่ออายุกรมธรรม์สามารถทำได้ ดังนี้ 

สำหรับกรมธรรม์ที่ขาดอายุไม่เกิน 180 วัน 

ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า เพื่อสอบถามเบี้ยประกันคงค้างชำระ และดอกเบี้ยค่าปรับ 

สำหรับผู้ที่ไม่มีประวัติการเคลมประกันสามารถชำระเงินได้เลยโดยไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม 

สำหรับผู้ที่มีประวัติการเคลมประกันสามารถชำระเงินได้ทันที แต่จะต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่ออายุกรมธรรม์ต่อไป 

สำหรับกรมธรรม์ที่ขาดอายุเกิน 180 วัน 

ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า เพื่อสอบถามเบี้ยประกันคงค้างชำระ และดอกเบี้ยค่าปรับ ชำระเงินได้ทันที และกรอกข้อมูล ส่งเอกสารเพิ่มเติม ประกอบการต่ออายุกรมธรรม์ 

แต่ทั้งนี้วิธีการต่ออายุกรมธรรม์ มี 2 รูปแบบให้ผู้ถือประกันได้เลือกประกอบการพิจารณา ได้แก่ 

1. ชำระเบี้ยประกันภัยย้อนหลังนับตั้งแต่งวดที่ขาดชำระ พร้อมดอกเบี้ยค่าปรับ ในส่วนของดอกเบี้ยค่าปรับนี้ปกติทางบริษัทประกันภัยจะคำนวณโดยใช้ฐานดอกเบี้ยที่ร้อยละ 2  

2. เลื่อนวันที่มีผลบังคับใช้กรมธรรม์มาเป็นวันปัจจุบัน ตัวเลือกนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีของผู้ถือกรมธรรม์ที่ไม่มีโรค หรือปัญหาสุขภาพ นับตั้งแต่ทำประกันฉบับนี้ ซึ่งทางบริษัทประกันจะเรียกร้องให้ผู้ถือกรมธรรม์นำส่งผลการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาการต่ออายุกรมธรรม์ ซึ่งหากมีโรคเกิดขึ้นหลังจากวันแรกที่ถือกรมธรรม์ส่งผลให้บริษัทประกันอาจสงวนสิทธิ์การต่ออายุกรมธรรม์ วิธีการนี้ดีตรงที่ว่าไม่ต้องชำระเบี้ยประกันย้อนหลังนับตั้งแต่ขาดส่งเบี้ยประกัน 

แต่อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่สามารถต่ออายุกรมธรรม์ด้วยวิธีที่ 2 ได้ สามารถใช้วิธีการตามข้อ 1 ได้เช่นกัน เพราะการปล่อยให้ยกเลิกกรมธรรม์ แล้วไปทำประกันใหม่ คุณอาจจะต้องชำระเบี้ยประกันที่สูงขึ้นกว่าเดิม และเงื่อนไขการคุ้มครองอาจไม่ดีเท่ากรมธรรม์เล่มเดิมที่เคยถือก็ได้ 

เอกสารสำคัญในการยื่นต่ออายุกรมธรรม์

การต่ออายุกรมธรรม์

เมื่อกรมธรรม์ขาดอายุ หากผู้ถือเล่มกรมธรรม์ต้องการต่ออายุกรมธรรม์สามารถทำได้โดย 

1. กรอกแบบฟอร์ม “คำร้องขอเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์” โดยดาวน์โหลดได้ที่หน้าเว็บไซต์บริษัทประกันที่ถือกรมธรรม์ ในส่วนนี้หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามไปที่ศูนย์บริการลูกค้าหรือตัวแทนประกันได้เช่นกัน 

2. เอกสารที่ต้องแนบแบบฟอร์มคำร้อง หลัก ๆ ใช้เป็นสำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นรับรอง ส่วนหลักฐานอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันแต่ละแห่งเป็นผู้กำหนด 

3. การเซ็นเอกสาร ผู้ถือกรมธรรม์จำเป็นต้องลงลายมือชื่อให้เหมือนกับที่ให้ไว้กับบริษัทประกันภัยล่าสุด ตรงนี้ทางบริษัทประกันภัยค่อนข้างเข้มงวดในการตรวจสอบ กรณีที่ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้เยาว์ ผู้ปกครองหรือผู้ชำระเบี้ยประกันภัยตามกรมธรรม์ ต้องลงรายมือชื่อในแบบฟอร์มคำร้องขอเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ทุกครั้ง 

4. เมื่อกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอเปลี่ยนกรมธรรม์เรียบร้อยแล้ว แนบเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบคำร้องขอให้สมบูรณ์หลังจากนั้นจัดส่งเอกสารไปตามที่อยู่ของบริษัทประกันภัยที่ถือเล่มกรมธรรม์ไว้ 

สรุป

ไม่ว่ากรมธรรม์จะขาดอายุด้วยเหตุผลใดก็ตาม สามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้ง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง ตามขั้นตอนการต่ออายุกรมธรรม์ที่เราได้รวบรวมขั้นตอนแบบละเอียดไว้แล้ว สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดต่อผ่านตัวแทนสามารถสอบถามไปที่ตัวแทนเพื่อปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือได้ เพราะสุดท้ายแล้วประกันภัยเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรมี หากทำประกันภัยตั้งแต่วัยเริ่มทำงานเบี้ยประกันจะไม่สูงมากนัก สามารถถือได้ยาว ๆ เป็นหลักประกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากกรมธรรม์ขาดอายุสามารถเลือกต่ออายุกรมธรรม์โดยเลือกว่าจะชำระเบี้ยประกันย้อนหลัง หรือเริ่มต้นชำระเบี้ยประกันใหม่โดยเอาความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ต่ออายุกรมธรรม์ ส่วนนี้ผู้เอากรมธรรม์ไม่ต้องชำระเบี้ยประกันย้อนหลัง แต่ต้องส่งผลตรวจสุขภาพ ณ วันปัจจุบันเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาต่ออายุกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัย ซึ่งอาจจะผ่านหรือไม่ผ่านการพิจารณาก็ได้ หรือยกเลิกกรมธรรม์โดยเวนคืนกรมธรรม์ได้ ในส่วนนี้เป็นการขอเงินคืนจากเบี้ยประกันที่ได้ชำระไปแล้ว อาจได้ไม่ครบตามจำนวนที่จ่ายไป ทั้งนี้ควรพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบการตัดสินใจ 

อ่านเพิ่มเติม:

ประกันสุขภาพ OPD กับ IPD ต่างกันอย่างไร?

สำหรับใครที่กำลังมองหาหรือกำลังศึกษาเรื่องประกันสุขภาพนั้น คงจะได้ยินคำศัพท์คำว่า ประกันสุขภาพ OPD กับ IPD  กันมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า OPD กับ IPD  ย่อมาจากอะไรและยังขาดความเข้าใจว่า OPD กับ IPD คืออะไร ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อประกันไม่ว่าจะเป็นการซื้อในแบบใดเรื่องใดก็ตามผู้ซื้อต้องศึกษาและหาข้อมูลขั้นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้แก่ผู้ถือครองประกันนั้นๆ ซึ่งการทำประกันสุขภาพนั้น ต้องการที่จะทำความเข้าใจก่อนลงสนามจริงเพื่อคลายข้อสงสัย

OPD คืออะไร

ประกันสุขภาพ opd และ ipd

OPD ย่อมาจาก Out-Patient Department คือ ผู้ป่วยนอก ลักษณะของกลุ่มผู้ป่วยนี้จะมีลักษณะที่ไม่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือไม่ต้องนอนพักรักษาตัวหรือแอดมิดที่โรงพยาบาล หรือที่เข้าใจง่ายๆคือ เป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพแบบเล็กน้อยหรือไม่มีอาการรุนแรงมากนัก ยกตัวอย่างเช่น ปวดหัว ไอ จาม มีไข้ แพ้อากาศ มีผดผื่นคัน ปวดท้องจากโรคกระเพาะ หรือจะเป็นอุบัติเหตุไม่หนักมาก เช่น หกล้ม มีดบาด เลือดกำเดาไหล ซึ่งจะเป็นอาการที่ไม่หนักจนถึงต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ สามารถรับยาและกลับบ้านได้

ประกันสุขภาพ OPD คือ

ประกันสุขภาพ OPD คือประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก ที่ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล โดยลักษณะของประกันสุขภาพ OPD นั้นจะอยู่ในรูปแบบของ ค่ายา ค่าปรึกษาแพทย์(การพบแพทย์) ตลอดจนการฉีดยา ทายา ทำแผล ค่ายารักษาโรค หรือค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ หรือพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 6 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพักฟื้นรักษาตัวขณะอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาล

IPD คืออะไร

ipd คือ

IPD ย่อมาจาก In-Patient Department คือ ผู้ป่วยใน ลักษณะของผู้ป่วยนี้จะมีลักษณะการป่วยและมีการเข้ารับการรักษาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง หลังจากเข้ารับการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ หรือผู้ป่วยที่มีอาการที่หนักหรือรุนแรง จำเป็นนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือแอดมิดที่โรงพยาบาล ไม่สามารถกลับบ้านได้ทันที ยกตัวอย่างเช่น ให้น้ำเกลือ หรืออุบัติเหตุที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ โดยต้องผ่านความคิดเห็นหรือคำแนะนำจากแพทย์ก่อนนั้นเอง

ประกันสุขภาพ IPD คือ

ประกันสุขภาพ IPD คือประกันสุขภาพผู้ป่วยใน ที่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล โดยลักษณะของประกันสุขภาพ IPD นั้นจะอยู่ในรูปแบบของ ค่าอาหาร ค่าพยาบาล ค่าฉายแสง ค่าห้องพัก ค่าเอกซเรย์ ค่าตรวจทางชีวเคมี ค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัด ค่ารถพยาบาล ค่าเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ รวมถึงยังมีค่าชดเชยจากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกด้วย

ประกันสุขภาพ OPD กับ ประกันสุขภาพ IPD เลือกแบบไหนดี

สำหรับคนที่ยังมีข้อสงสัยว่าประกันสุขภาพแบบไหนกันแน่ที่จะเหมาะกับคุณ สำหรับการทำประกันสุขภาพ OPD กับ ประกันสุขภาพ IPD นั้นมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ประกันสุขภาพ OPD หรือ ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก เหมาะกับคนที่เข้าใจถึงอาการการเจ็บป่วยทั่วไป สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ให้อุ่นใจเนื่องจากการครอบคลุมของประกันสุขภาพ OPD นั้นจะดูแลในกลุ่มลูกค้าที่มีอาการเจ็บป่วยไม่มากอุบัติเหตุเล็กน้อยที่สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะสถานการณ์ใด เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นแบบฉับพลันแต่ไม่รุนแรงนั้นเอง หากคุณเป็นคนที่ป่วยบ่อย ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ แนะนำเป็นทำประกันสุขภาพ OPD จะตอบโจทย์มากกว่า โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ มลพิษทางอาการมากมายที่ก่อให้เกิดโรค ภูมิแพ้ ผื่นคัน และโรคอื่นๆที่จะตามมาอีกมากมาย จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมประกันสุขภาพ OPD ถึงมีความสำคัญมากกับทุกคนในปัจจุบัน และเป็นที่นิยมทำกันโดยส่วนใหญ่

ประกันสุขภาพ IPD หรือประกันสุขภาพผู้ป่วยใน เหมาะกับทุกเพศ ไม่ว่าจะมีอายุมากหรือน้อย หรือจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม ซึ่งทุกคนควรจะมีติดไว้อย่างละ 1 ฉบับเพื่อเป็นหลักประกันในการใช้ชีวิตในการใช้จ่ายกับการรักษาพยาบาลไม่ว่าจะปัจจุบันหรืออนาคต โดยผู้ที่ใช้ประกันสุขภาพ IPD นั้นจะเป็นกลุ่มคนคนมีอาการรุนแรงมากก่อนพบแพทย์ หรือหลังจากที่แพทย์นั้นวินิจฉัยแล้วว่าคุณนั้นมีอาการป่วย และจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการดูแลพักฟื้นที่โรงพยาบาล ซึ่งการที่คนไข้หรือผู้ป่วยนั้นจะพักฟื้นได้จะต้องถูกประเมินให้ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลนั้นต้องผ่านการวินิจฉัยจากคุณหมอเห็นสมควร ไม่สามารถกลับบ้านได้หากกลับบ้านอาจเกิดอันตรายต่อตัวผู้ป่วยได้  ดังนั้น ประกันสุขภาพ IPD จึงได้รับความนิยมไม่แพ้กันกับประกันสุขภาพ OPD 

สำหรับพนักงานบริษัทที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้วเช่นสวัสดิการของทางบริษัท หรือ ประกันสังคม การรักษาพยาบาลลักษณะนี้จะมีมักจะครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั่วไปแต่จะเป็นวงเงินที่จำกัดหรือไม่สูงมาเหมือนประกันสุขภาพดังนั้นการทำประกันสุขภาพ IPD จึงตอบโจทย์สำหรับพนักงานบริษัทหรือผู้ที่มีสวัสดิการพิเศษอยู่แล้ว

สรุป

การเลือกทำประกันสุขภาพ OPD กับ IPD หรือที่เรียกกันว่า ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอกนั้นเป็นแผนประกันที่คนนิยมทำกันค่อนข้างมาก เพราะเรื่องเจ็บป่วยนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และเราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราจะเจ็บป่วยตอนไหน การที่เรามีประกันสุขภาพ OPD กับ IPD เผื่อไว้เพื่อเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็แล้วแต่ ประกันสุขภาพนี้จะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้แบบหายกังวล แต่การทำประกันสุขภาพนั้นขึ้นอยู่กับความความพึ่งพอใจและการตัดสินใจของคุณ การเลือกทำประกันสุขภาพดีอย่างไร ก็ควรเลือกให้ครอบคลุมกับอาการหรือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพของเราให้มากที่สุดเพื่อตัวของคุณและคนที่คุณรักในระยะยาว

อ่านเพิ่มเติม:

พาเที่ยวทะเลสาบโคโม่ อิตาลี ทริปล่องเรือสุดโรแมนติก

ได้รับการขนานนามว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในอิตาลี “ทะเลสาบโคโม่” (Lake Como) เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอิตาลี ด้วยความยาวโดยรอบถึง 160 กิโลเมตร และเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดลำดับที่ 5 ในยุโรป ด้วยความลึกถึง 400 เมตร และมีเมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่รอบทะเลสาบมากมาย ที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ชื่อดังอย่าง James Bond และ Star Wars อีกด้วย

ประวัติของทะเลสาบโคโม่

ลักษณะคล้ายตัวอักษร Y กลับหัวที่เป็นเอกลักษณ์ของทะเลสาบแห่งนี้ เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งและการกัดกร่อนของแม่น้ำแอดดา (Adda River) ในยุคโบราณ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ดินแดนถูกแบ่งเป็น 2 ฝั่งทางทิศใต้ นั่นก็คือเมืองโคโม่ (Como) และ เมืองเลคโก (Lecco) ส่วนที่อยู่ตรงกลางก็คือเมืองเบลลาจิโอ (Bellagio) ซึ่งเมืองนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์ได้อย่างชัดเจน

เมืองโคโม่ (Como)

มีประชากร 85,000 คนโดยประมาณ เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างพรมแดนประเทศอิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์ สามารถมองเห็นวิวทางตะวันตกตอนใต้ของทะเลสาบ และล้อมรอบไปด้วยหุบเขาที่เขียวขจี เกิดเป็นวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก เมืองโคโม่นั้นนับว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในแคว้นลอมบาร์ดี (Lombardy) เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น วิหารโรมันคาธอลิก (Como Cathedral) ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ตึกรามบ้านช่อง จุดชมวิว และแหล่งชอปปิ้งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าไหม ที่เปรียบเสมือนสินค้า OTOP ของจังหวัดโคโม่ ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอ หรือเน็กไทในราคาย่อมเยาว์

เที่ยว ทะเลสาบโคโม่

เมืองเบลลาจิโอ (Bellagio)

ไข่มุกแห่งทะเลสาบโคโม่ นอกจากจะเป็นเมืองเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์ที่งดงาม เต็มไปด้วยสวนสาธารณะที่สวยงามมากมาย เมืองรอบ ๆ ที่แสนอบอุ่น ด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบโคโม่ ทำให้สามารถแวะเที่ยวเมืองรอบ ๆ โดยการนั่งเรือได้ เช่น เมือง Varenna, Tremzzia, หรือ Menaggio สำหรับใครที่ชื่นชอบดอกไม้หรือพันธ์ุไม้ต่าง ๆ บอกเลยว่าสวน Villa Melzi หรืออีกชื่อนึงคือ Bellagio ตอบโจทย์แน่นอน เพราะสวนแห่งนี้คือสวนสไตล์อังกฤษที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากชนิด โดยจะเปิดให้เข้าชมช่วงปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม หรือถ้าใครที่เป็นสายชอป สายชิว แล้วพอจะเผื่อเวลาเที่ยวเมืองเบลลาจิโอซัก 3 ชั่วโมง ขอแนะนำถนนคนเดิน Salita Serbelloni ทีมีขายทั้งงานศิลปะ ของแฮนด์เมดต่าง ๆ แล้วยังเพลิดเพลินกับการเดินชมสีสันของการตกแต่งบ้านเรือนในละแวกนั้นอีกด้วย

เที่ยว ทะเลสาบโคโม่

เมืองวาเรนนา (Varenna)

เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ เงียบสงบด้วยจำนวนประชากรเพียงแค่ประมาณ 1,000 คนเท่านั้น เมืองนี้ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของทะเลสาบโคโม่ เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติเพราะเมืองนี้มีสวนและพันธ์ุไม้ที่สวยงาม หลากหลายที่สุดในบรรดาเมืองต่าง ๆ รอบทะเลสาบ 

Villa Monastero หรือในปัจจุบันคือ The House Museum เป็นวิลล่าที่มีการเปลี่ยนเจ้าของมาหลายชั่วอายุคนทำให้เห็นถึงงานศิลปะและของประดับตกแต่งจากหลายยุคสมัย เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์โดยภายนอกตัวอาคารล้อมรอบด้วยพันธ์ุไม้ และสัตว์หายากหลากหลายชนิด และถ้าอยากแวะเดินชมวิวทะเลสาบ Varenna’s Walk of Lovers เป็นทางเดินเท้าสั้น ๆ ระยะทางประมาณ 50 เมตร มองเห็นวิวทิวทัศน์สุดแสนโรแมนติค ทะเลสาบ และบ้านเรือนที่มีสีสันสดใส หากใครอยากแวะเที่ยวเมืองวาเรนนา แนะนำว่าให้วางแผนไว้สักประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงในการเดินชมเมือง

เที่ยว ทะเลสาบโคโม่

เมืองเมนากจิโอ (Menaggio)

ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาบโคโม่ เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีความเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง คุณยังสามารถชมวิวทะเลสาบโคโม่หรือเดินเลียบหาดชิว ๆ ได้ที่ Menaggio’s Lakefront ส่วนแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา เช่น โบสถ์ Santa Marta และ โบสถ์ Santo Stefano ก็ถือว่าเป็นสองที่ที่ไม่ควรพลาดถ้ามาเมืองนี้ นอกจากนี้ยังมี Villa Mylius Vigoni ซึ่งเป็นวิลล่าที่เคยเป็นที่พักรับรองของศิลปินและนักเขียนในอดีต ภายในบริเวณมีพันธ์ุไม้ต่าง ๆ มากมาย เช่น ต้นเมเปิล ต้นสนทะเล ต้นไซเปรส ซึ่งในปัจจุบันวิลล่าแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงเพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนนอกเข้าชมอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับใครที่ต้องการเข้าชมอาจจะต้องจองล่วงหน้ามาก่อนเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

เที่ยว ทะเลสาบโคโม่

เมืองทรีเมซโซ (Tremezzo)

เป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ ซึ่งเป็นเมืองที่มีภูมิประเทศเป็นแนวยาวเลียบถนนริมทะเลสาบ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ไม่ควรพลาดคือวิหารคาร์ลอตตา (Villa Carlotta) เป็นพิพิธภัณฑ์และมีสวนสไตล์อิตาลีมีที่รวบรวมพันธุ์ไม้มากถึง 150 ชนิด และเรียกได้ว่าเป็นสวนที่สวยที่สุดในบรรดาสวนต่าง ๆ รอบ ๆ ทะเลสาบโคโม่ โดยที่วิลลาแห่งนี้หันหน้าไปทางเบลลาจิโอ (Bellagio) ที่นี่เปิดให้บริการในช่วงกลางเดือนมีนาคมจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน หากมาในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิจนถึงหน้าร้อน จะเป็นช่วงที่ดอกไม้ที่สวนแข่งขันผลิบานมากมายหลายสีสัน เช่น ดอกกุหลาบพันปี และ ดอกคามิเลีย โดยค่าเข้าชมจะอยู่ที่คนละ 12 ยูโรหรือประมาณ 440 บาท สามารถเข้าชมได้ทั้งโซนพิพิธภัณฑ์และโซนสวนดอกไม้

เที่ยว ทะเลสาบโคโม่

เมืองเลคโก (Lecco)

ตั้งอยู่ทางตะวันออกตอนใต้ของทะเลสาบโคโม่ ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองที่ไม่ค่อยนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก เนื่องจากเมืองท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ฝั่งตะวันตก หากแวะเที่ยวเมืองเลคโกอาจทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้นในการเดินทาง อีกเหตุผลนึงคือเมืองเลคโกเป็นเมืองแห่งการค้ามากกว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ถึงอย่างไรก็ตามเลคโกก็ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของทะเลสาบโคโม่ 

เที่ยว ทะเลสาบโคโม่

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

ขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแล้วก็คงหนีไม่พ้นกิจกรรมทางน้ำ อย่างเช่น ล่องเรือชมเมือง หรือนั่งเรือใบ เรือยอร์ช และเรือคายัค และยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ให้ได้ลองทำอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ปีนเขา หรือเล่นสกี นอกจากนั้นทะเลสาบโคโม่นั้นเต็มไปด้วยความหลากหลายทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่งดงาม  เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับสายท่องเที่ยวทุกรูปแบบเลยทีเดียว

ไปเที่ยวช่วงไหนดี ?

ช่วงเวลาที่ควรไปเที่ยวทะเลสาบโคโมคือตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนตุลาคม เนื่องจากมีสภาพอากาศอบอุ่น สบาย ๆ แต่ถ้าใครอยากไปเที่ยวช่วงหน้าหนาว โดยปกติแล้วจะมีอุณหภูมิตั้งแต่ติดลบ 5 ไปจนถึง 5 องศาเซลเซียส ส่วนหน้าร้อนจะมีอุณหภูมิประมาณ 20 ถึง 30 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าเป็นสภาพอากาศที่ไม่หนาวและไม่ร้อนเกินไปสำหรับคนไทยอย่างเรา

การเดินทาง

การเดินทางมาทะเลสาบโคโม่นั้น เดินทางได้ด้วยหลายวิธี โดยหลัก ๆ แล้วนักท่องเที่ยวมักจะเดินทางด้วย รถไฟ รถบัสและรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางโดยรถไฟจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงกว่า หากเดินทางมาจากมิลาน การเดินทางไปแต่ละเมืองรอบ ๆ ทะเลสาบโคโม่นั้น แนะนำว่าให้นั่งเรือบริการข้ามฟากจะรวดเร็วและสะดวกที่สุด แต่ถ้าขับรถไปจากมิลาน ขอแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงวันเสาร์ในช่วงฤดูท่องเที่ยว เนื่องจากการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่น 

จะเห็นได้ว่าทะเลสาบโคโม่นั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่อยู่ในเช็คลิสท์ของคนที่เดินทางไปยุโรป ด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเหมือนมาจากในนิยาย บรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติค สถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมาย นอกจากนี้สามารถแวะเที่ยวได้หลายเมืองในวันเดียวกันด้วย โดยส่วนมากหลาย ๆ ประเทศหรือหลาย ๆ เมืองในยุโรปจะสามารถนั่งรถบัสหรือรถไฟไปได้ เพราะมีระยะทางที่ไม่ไกลกันมากนัก แต่อย่าลืมว่าการที่จะต้องขึ้นรถ ลงเรืออยู่เป็นประจำนั้น อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เสมอ แล้วยิ่งเป็นสถานที่ที่เราไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่นัก อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนเกิดอาการตกใจ ไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นอย่างไร การมีประกันเดินทางไปอิตาลีติดตัวไว้จึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่าอย่างมาก เพราะจะมีคนคอยให้ความช่วยเหลือ ดูแลคุณอยู่ตลอดเวลา อุ่นใจทุกครั้งเมื่อเดินทางไปยุโรป

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว