เมื่อลูกไม่สบาย จะไปหาหมอที่อังกฤษ ต้องทำอย่างไร?

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ที่อยากพาลูกน้อยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศสักครั้ง เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ใหม่ ๆ ให้กับลูกน้อย แต่ยังมีความกังวลถึงอาการฉุกเฉินต่าง ๆ ที่จะตามมาเช่น อาการป่วยต่างที่จะเกิดขึ้นในขณะเดินทางท่องเที่ยวแต่สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ควรทำการบ้านล่วงหน้าสำหรับพาลูกน้อยของเราไปเที่ยวต่างประเทศ และในปัจจุบันการเดินทางเป็นสิ่งที่ง่ายและสะดวก ดังนั้น สิ่งที่เราควรคิดเพื่อลูกเพื่อคนที่คุณรักต่อไปคือ เที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย สบายใจ ในทุกๆ การเดินทาง แน่นอนสำหรับคุณพ่อคุณแม่นั้น ประกันเดินทาง จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเมื่อเราเดินทางไปต่างประเทศหรือเดินทางไปยังประเทศที่ไม่ใช่ประเทศของคุณเอง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

สำหรับประเทศที่อากาศดีน่าไปใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่าง ๆ คงพลาดไม่ได้กับประเทศอังกฤษ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ เมืองแฟชั่น และเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่อยากพาลูกน้อยเดินทางไปเที่ยวประเทศอังกฤษสามารถก็ทำได้ แต่อาจจะต้องมาพร้อมความรอบคลอบในการเดินทางไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลเบื้องต้นหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในกรณีลูกน้อยมีอาการป่วยขณะเดินทางท่องเที่ยว การซื้อประกันเดินทางจึงเป็นตัวช่วยสำคัญของคุณพ่อคุณแม่เลยก็ว่าได้ เรามาดูสิ่งที่เราควรรู้ก่อนเดินทาง เที่ยวอังกฤษ หรือ สิ่งที่เราควรรู้ก่อนเลือกประกันเดินทางอังกฤษ

ทำไมไปเที่ยวอังกฤษถึงต้องซื้อ ประกันเดินทาง

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในขณะที่ท่องเที่ยวหรือเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันยิ่งถ้าหากไม่ได้เตรียมตัวหรือหาข้อมูลหา ยิ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายและปัญหาปานปลาย เคยไหม? ที่ไปท่องเที่ยวต่างประเทศแล้วป่วยฉุกเฉินป่วยกระทันหัน แต่ไม่กล้าไปหาหมอ เพราะกลัวราคาสูง(ราคาแพง) กลัวสื่อสารไม่เข้าใจหากต้องการซื้อยาทานเอง วันนี้เรามีคำตอบเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวอย่างสบายใจ 

หาหมอที่อังกฤษ

การดูแลลูกน้อยตอนป่วยหรือมีไข้มีอาการ

สำหรับผู้คนในประเทศอังกฤษนั้นจะไปโรงพยาบาลกันด้วยโรคหรืออาการที่รุนแรงกันเป็นส่วนมากถ้าหากมีอาการที่ไม่หนักมาก คนประเทศอังกฤษก็เลือกที่จะไปซื้อยาจากร้านขายยาเพื่อรักษาหรือดูแลตัวเองหรือปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานก่อน

เมื่อลูกมีไข้ สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ควรรู้

เมื่อลูกน้อย มีไข้สูง ตัวร้อน เป็นเรื่องที่พ่อแม่หลายคนต้องพบเจอ ไม่ว่าสาเหตุของการมีไข้สูงจะเกิดจากอะไร สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำในขั้นต้นก็คือการลดไข้ให้ลูกน้อยให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยลูกน้อยมีไข้สูงต่อเนื่องอาจทำให้เกิดอาการชักได้

นำความร้อนออกจากร่างกายอย่างถูกวิธี

การเช็ดตัวลดไข้คือการนำความร้อนในร่างกายออกจากร่างกาย เพราะการที่เรามีไข้มักเกิดจากอุณหภูมิในร่างกายเราสูงหากต้องการที่จะเช็ดตัวให้ลูกน้อยเพื่อลดอุณภูมิในร่างกายให้ลดลงนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องมีการเช็ดตัวอย่างถูกวิธี

โรคไข้หวัดมักเกิดขึ้นกับเด็กเป็นส่วนมากเนื่องจากเด็กหรือลูกน้อยนั้นยังมีภูมิต้านทานไม่เท่าผู้ใหญ่นั้นเองทำให้เกิดอาการได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ และโรคไข้หวัดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้หลายปัจจัยเช่น สภาพอาการที่เย็นจัด หรือสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือที่เรียกว่าอากาศมีการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้อุณภูมิในร่างกายนั้นปรับสภาพไม่ทันทำให้มีไข้ขึ้นได้ ดังนั้นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ยิ่งถ้าเราเที่ยวอังกฤษ เที่ยวยุโรป ยิ่งต้องมีทักษะการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานไว้ ด้วยสภาพอากาศบ้านเรากับบ้านเค้ามีความแตกต่างกันค่อนข้างมากทำให้มีโอกาสที่จะเกิดสถานการณ์ที่ไม่พึ่งประสงค์ได้ง่ายๆ และถ้าจะให้แนะนำ การเดินทาง เที่ยวอังกฤษ หรือจะเดินทางไปประเทศใดก็ตามแต่ การซื้อ ประกันเดินทาง จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมาก เนื่องจากการหากเรามีประกันเดินทางนั้นเราจะมีความอุ่นใจทุกครั้งในการเที่ยวหรือการตัดสินใจที่จะทำอะไรเพราะ การซื้อประกันคือเราซื้อความเสี่ยงเพื่อเพื่อป้องกันการเงินปัญหาในอนาคต

หาหมอที่อังกฤษ

คิดเพื่อคนที่คุณรัก

มั่นใจได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ที่กำลังมีเพลนที่จะเดินทางไปต่างประเทศหรือเดินทางท่องเที่ยวนั้นมักที่จะลืมคิดเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุการฉุกเฉิน หรือค่ารักษาพยาบาล ค่าอุบัติเหตุฉุกเฉิน ระหว่างเดินทางไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว  เที่ยวอังกฤษ เที่ยวไทย หรือเที่ยวตามจังหวัดต่างๆ สำหรับการท่องเที่ยวนั้นมีความเสี่ยง เพราะอะไรถึงเสี่ยงเพราะการเดินทางหมายถึง เราออกจากบ้านไปเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อยู่บนท้องถนน อยู่บนเครื่องบินหรืออยู่บนความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาดังนั้น ประกันเดินทาง คือคำตอบที่ดีที่สุดของคุณพ่อคุณแม่เพื่อลูกน้อยในยุคนี้อีกด้วย

สำหรับการเดินทางเที่ยวอังกฤษนั้นหากลูกน้อยหรือตัวของท่านมีเหตุที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวสถานพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลของประเทศอังกฤษนั้นจะมีทั้งโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนเหมือนประเทศเราไทยเรา แต่ราคาอาจจะค่อนข้างสูงกว่าบ้านเรา ดังนั้นคุณพ่อ คุณแม่จึงต้องมีการวางแผนเผื่ออนาคตแก่ลูกน้อย ประกันเดินทาง มีไว้อุ่นใจกว่า

เพื่อความอุ่นใจของคุณและครอบครัวในทุกการเดินทาง ดูรายละเอียดเกี่ยวกับประกันการเดินทางในอังกฤษ ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน

กรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

สามารถติดต่อ URGENT CARE หรือ WALK-IN CENTRES หรือโทร 111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (111 เป็นเบอร์ของฉุกเฉินของ NHS หากเราป่วยหนัก) Urgent Care Centers และ Walk-in Centers สำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่รุนแรง แต่ไม่ถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต เช่น กระดูกหัก ข้อแพลง หรือแผลที่ต้องมีการเย็บต่างๆ  และเราไม่รู้ว่าเรานั้นป่วยเป็นอะไร เราสามารถโทรไปปรึกษาหรืออธิบายอาการกับ 111 ได้เช่นกัน **  ที่สำคัญคือ หากคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ที่จะเดินทาง เที่ยวอังกฤษเป็นครั้งแรกและยังขาดความมั่นใจในการอธิบายอาการด้วยภาษาอังกฤษ ก็ไม่ต้องกังวล สามารถขอล่ามเพื่อช่วยแปลภาษาได้อีกด้วย**

หากคุณต้องเดินทางในลอนดอน การทราบข้อมูลเกี่ยวกับ การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ อาจช่วยลดความยุ่งยากได้ และสำหรับการเตรียมตัวก่อนเดินทาง โปรดตรวจสอบ ขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ เพื่อให้การเดินทางของคุณปลอดภัยและราบรื่น

เบี้ยประกันสุขภาพ สิ่งที่คนวางแผนซื้อประกันสุขภาพต้องทำความเข้าใจ

การซื้อประกันสุขภาพจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในกรณีที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ก่อนตัดสินใจซื้อก็ย่อมมีเรื่องของ “เบี้ยประกันสุขภาพ” เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเบี้ยประกันถือเป็นอีกปัจจัยที่จะตอบได้ว่าควรซื้อประกันฉบับดังกล่าวดีหรือไม่ แล้วเบี้ยประกันสุขภาพ คืออะไร? เบี้ยประกันสุขภาพ กับ ทุนประกันสุขภาพ มีความแตกต่างกันอย่างไร มาทำความเข้าใจกันอย่างละเอียดในเรื่องนี้ได้เลย

ตอบข้อสงสัย เบี้ยประกันสุขภาพ คืออะไร

เบี้ยประกันสุขภาพ คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยสุขภาพต้องทำการชำระให้กับบริษัทประกันภัยเพื่อเป็นการตอบแทนให้กับผู้รับประกันภัยที่ตกลงจ่ายค่าสินไหมทดแทน ค่าชดเชย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ในสัญญาประกันภัย ดังนั้นหากสรุปแบบเข้าใจง่าย เบี้ยประกันสุขภาพ ก็คือเงินที่คุณซื้อประกันสุขภาพเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากโรคภัยไข้เจ็บนั่นเอง


เบี้ยประกันสุขภาพต่างกันเพราะอะไร

เบี้ยประกันต่างกันเพราะอะไร

แม้ความหมายของ “เบี้ยประกันสุขภาพ” จะไม่ได้ซับซ้อนใด ๆ มากนัก แต่เมื่อพิจารณาเรื่องมูลค่าที่ผู้เอาประกันแต่ละคนต้องจ่ายมักพบว่ามีความแตกต่างกันพอสมควร บางคนจ่ายสูงหลักหลายหมื่นหรือหลักแสนแต่ละปี ซึ่งสาเหตุก็มาจากหลายปัจจัยมากและขอสรุป ดังนี้

 

1.มูลค่าความคุ้มครองของแต่ละกรมธรรม์

ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยประกันของแต่ละคนมีมูลค่าแตกต่างกันออกไป ตรงนี้จะอยู่ที่ความพึงพอใจของผู้เอาประกันภัยว่าพร้อมจ่ายในมูลค่าเท่าใด ซึ่งความคุ้มครองที่แตกต่างมักเกี่ยวข้องกับเรื่องค่ารักษาตัวในโรงพยาบาล ค่าห้อง ค่าห้อง ICU ค่าอาหาร ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์วิสัญญี ค่าพยาบาล ค่าหัตถการ ฯลฯ หากคุณเลือกวงเงินรับประกันเหล่านี้สูงมากเท่าไหร่ ค่าเบี้ยย่อมแพงขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา

2.อายุของผู้ทำประกัน

ด้วยอายุที่สูงขึ้นย่อมมีความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บทั้งประเภทฉับพลันและเรื้อรังมากกว่าคนอายุน้อย ยังไม่นับรวมภาวะแทรกซ้อน การฟื้นตัวที่นานกว่า ดังนั้นค่าเบี้ยที่จ่ายจึงมีมูลค่าสูงกว่าตามไปด้วย

3.ประวัติด้านสุขภาพ

เรื่องนี้ถือเป็นที่ทางบริษัทประกันภัยต้องมีการตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพของผู้เอาประกันภัยให้ละเอียดมากที่สุด จึงสังเกตว่าตัวแทนประกันมักมีการสอบถามประวัติเรื่องการเจ็บป่วยในอดีตที่ผ่านมา โรคประจำตัว การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือบ่อยครั้งก็อาจต้องมีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นเพื่อให้ทางบริษัทมั่นใจว่าไม่ได้มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรง หรือมีภาวะเสี่ยงต่ออาการป่วยที่ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครอง ในกรณีที่บางคนมีปัญหาสุขภาพแต่ยังอยู่ในข่ายที่บริษัทประกันพิจารณาให้ผ่านจึงอาจมีเรื่องของค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่สูงกว่าคนร่างกายปกติเพราะความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยมากกว่านั่นเอง

4.ส่วนลดจากบริษัทหรือตัวแทน

อาจมาจากการทำโปรโมชั่นของทางบริษัทประกันสุขภาพเอง หรือตัวแทนมีการให้ส่วนลดพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติมกับทางลูกค้า ส่งผลให้มูลค่าของเบี้ยถูกลง

5.เพศ

มูลค่าของเบี้ยประกันที่แตกต่างกันก็ยังเกิดขึ้นได้จากเพศที่แตกต่าง แม้การสำรวจจาก สสส. จะระบุว่าเพศหญิงมีอายุยืนกว่าเพศชาย (ผู้หญิงอายุเฉลี่ย 77 ปี ผู้ชายอายุเฉลี่ย 71 ปี) แต่เมื่อมองในมุมของการประกันภัย ตามการระบุของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. จะพบว่า เพศหญิงมักมีค่าเบี้ยประกันสุขภาพสูงกว่าเพราะการฟื้นตัวยากกว่า

6.อาชีพ

การทำงานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ซึ่งแต่ละอาชีพมักมีรูปแบบแตกต่างกันออกไป ตรงนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องความเสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิตด้วย อาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยสูงจะมีค่าเบี้ยแพงกว่า ซึ่งตรงนี้บริษัทประกันจะมีการประเมินระดับความเสี่ยงของอาชีพไว้ชัดเจน เช่น พนักงานโรงงานมีความเสี่ยงมากกว่าพนักงานออฟฟิศทั่วไป เป็นต้น


เบี้ยประกันสุขภาพสามารถเลือกแบ่งจ่ายแบบใดได้บ้าง

จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพแบบใดได้บ้าง

เรื่องของการจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันสุขภาพก็จะมีตัวเลือกตามเงื่อนไขที่ทางบริษัทประกันเป็นผู้กำหนดเอาไว้ ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ หรือความเหมาะสมด้านเงินทองของตนเอง ซึ่งปกติแล้วมักแยกออกได้ ดังนี้

  • จ่ายแบบรายเดือน เป็นการแบ่งจ่ายเฉลี่ยทุกเดือนในจำนวนที่เท่ากัน จากการหารเฉลี่ยมูลค่ารวมทั้งหมดแบ่งออกเป็น 12 เดือน มีจุดเด่นคือผู้เอาประกันจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันในมูลค่าน้อย ไม่ต้องหาเงินก้อนให้ยุ่งยาก
  • จ่ายแบบราย 6 เดือน เป็นการแบ่งจ่ายทุก 6 เดือน หรือ 2 ครั้ง ในรอบปีประกันนั้น ๆ โดยมูลค่ารวมทั้งหมดจะถูกหารด้วย 2 เหมาะกับคนที่เก็บเงินได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นจึงไม่พร้อมจ่ายครั้งเดียวแบบก้อนใหญ่
  • จ่ายแบบรายปี เป็นการจ่ายทุก 12 เดือน หรือปีละ 1 ครั้ง ผู้เอาประกันภัยจึงต้องมีเงินก้อนใหญ่เพื่อชำระตามมูลค่าที่ระบุ แต่ก็มีจุดเด่นที่บ่อยครั้งมักมีส่วนลดเพิ่มเติม จึงจ่ายถูกกว่า 2 แบบแรก

หากไม่จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพจะมีผลต่อความคุ้มครองหรือไม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าวันแรกที่ตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพกับปัจจุบันที่กำลังจะครบรอบกำหนดการชำระเบี้ยประกันของแต่ละคนมักมีความแตกต่างกันในหลายปัจจัย ยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินด้วยแล้วจากเดิมเคยมีรายได้ดีแต่ตอนนี้อาจกำลังเจอกับสภาวะเงินไม่พอใช้จึงไม่พร้อมที่จะจ่ายค่าเบี้ย คำถามคือแบบนี้มีผลต่อความคุ้มครองหรือไม่?

 

ปกติบริษัทประกันภัยจะมีระยะเวลาผ่อนผันให้กับผู้ที่ไม่ได้ชำระเบี้ยประกันสุขภาพตามกำหนดประมาณ 31 วัน นับตั้งแต่วันครบกำหนด ซึ่งในระหว่างนั้นกรมธรรม์ยังคงมีผลบังคับใช้ หมายถึง หากคุณเจ็บป่วยในช่วงดังกล่าวและตรงกับเงื่อนไขรับประกันก็ยังสามารถใช้สิทธิ์ของตนเองได้

 

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เกินกำหนดการผ่อนผันและผู้เอาประกันภัยไม่ได้ชำระ ความคุ้มครองที่เคยอยู่ในกรมธรรม์ทั้งหมดก็เป็นอันจบลง ไม่สามารถนำไปใช้สิทธิ์อื่นใดได้อีกต่อไป และกรมธรรม์ฉบับดังกล่าวก็ไม่มีผลตามกฎหมาย

เบี้ยประกันสุขภาพ กับ ทุนประกันสุขภาพ แตกต่างกันอย่างไร

เบี้ยประกันกับทุนประกันต่างกันอย่างไร

หนึ่งในสิ่งที่หลาย ๆ คนมักเข้าใจผิด หรือจำสับสนกันตลอดนั่นคือ เบี้ยประกันสุขภาพ กับ ทุนประกันสุขภาพ 2 คำนี้มีความแตกต่างชัดเจน ซึ่งเบี้ยประกัน คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายชำระให้กับบริษัทประกันภัยเพื่อซื้อความคุ้มครองตามเงื่อนไขสัญญานั้น ๆ เมื่อคำนวณจำนวนเงินออกมาเรียบร้อยแล้วก็สามารถตกลงได้ว่าสะดวกในการจ่ายชำระแบบใด


ทุนประกัน คืออะไร?

ขณะที่ “ทุนประกัน” คือ จำนวนวงเงินที่ทางบริษัทประกันได้มีการกำหนดเพื่อจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยตามเงื่อนไขที่ระบุ เช่น ทุนประกันค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องพยาบาล ค่าใช้จ่ายผู้ป่วยนอก ค่าห้อง ICU เงินชดเชยในกรณีป่วยด้วยโรคที่ระบุ เงินชดเชยการทุพพลภาพหรือเสียชีวิต เป็นต้น ซึ่งปกติแล้วทุนประกันจะสอดคล้องกับเบี้ยประกัน หมายถึง ยิ่งคุณชำระค่าเบี้ยแพงมากเท่าไหร่ ทุนที่จะได้รับย่อมสูงตามด้วยเช่นกัน

สรุป

เบี้ยประกันสุขภาพ คือ เงินที่ผู้เอาประกันต้องทำการจ่ายให้กับบริษัทประกันภัยเพื่อรับความคุ้มครองในเรื่องสุขภาพตามเงื่อนไขสัญญาที่ระบุเอาไว้ ซึ่งเบี้ยประกันสุขภาพของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง อาทิ มูลค่าวงเงินคุ้มครอง อายุ เพศ อาชีพ ประวัติสุขภาพ ส่วนลดที่ได้รับ ฯลฯ

 

สามารถเลือกแบ่งจ่ายค่าเบี้ยประกันได้ตามการตกลงระหว่าง 2 ฝ่าย เช่น จ่ายแบบรายเดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี ทั้งนี้หากคุณไม่ทำการชำระค่าเบี้ยตามที่กำหนดทางบริษัทก็มีสิทธิ์ยกเลิกกรมธรรมดังกล่าวไม่ให้มีผลทางกฎหมาย

 

ท้ายที่สุด เบี้ยประกันสุขภาพ กับ ทุนประกันสุขภาพ แตกต่างกันและคนละความหมายชัดเจน โดยเบี้ยประกันสุขภาพ จะเป็นเงินที่คุณต้องจ่ายให้กับบริษัทประกัน ขณะที่ ทุนประกันสุขภาพ คือ วงเงินที่ผู้เอาประกันจะได้รับจากบริษัทประกันตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์

 

เมื่อเข้าใจข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ “เบี้ยประกันสุขภาพ” กันแล้ว ก็หวังว่าจะทำให้ทุกคนพิจารณาข้อมูลและตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพได้เหมาะสมขึ้นกว่าเดิม เพราะการมีประกันเหล่านี้เอาไว้อย่างน้อยที่สุดหากคุณเจ็บป่วยก็ยังพอมีตัวช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลซึ่งมูลค่าสูงกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปแน่นอน


อ่านเพิ่มเติม:

การเวนคืนกรมธรรม์ ทางเลือกของผู้ที่ต้องการเงินก้อน

อัพเดทข้อมูลล่าสุด: 

ปัญหาทางการเงินนั้นเกิดได้กับทุกคน สำหรับผู้ที่มี ประกันสุขภาพ ในรูปแบบต่าง ๆ “การเวนคืนกรมธรรม์” นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางออก ที่ช่วยให้สามารถนำเงินก้อนจากการจ่ายเบี้ยประกัน นำมาใช้จ่ายในช่วงที่สภาวะทางการเงินนั้นขาดมือ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติเหล่านั้นไปได้ แต่การเวนคืนนั้นก็เท่ากับว่าจะต้องยกเลิกกรมธรรม์ ดังนั้นก่อนตัดสินใจอะไรลงไป เราอยากให้คุณอ่านบทความนี้จนจบเสียก่อน เรามาพร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับการเวนคืนเบี้ยประกัน พร้อมแนะนำทางออกที่ดีที่สุดให้กับคุณ หากพร้อมแล้วไปชมกันเลย!

การเวนคืนกรมธรรม์คืออะไร ?

ยกเลิกประกันสุขภาพ

การเวนคืนกรมธรรม์ คือ การขอยกเลิกสัญญากรมธรรม์ที่ได้ทำเอาไว้กับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับเงินสดจากการจ่ายเบี้ยประกันไปแล้วกลับคืนมา โดยจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไปตามสัญญาของกรมธรรม์เล่มนั้น ๆ เงื่อนไขเบื้องต้นของการขอเวนคืนก็คือ จะต้องมีมูลค่าเงินเวนคืนในกรมธรรม์เสียก่อน ซึ่งนั่นมักเกิดกับการถือกรมธรรม์ในช่วงปีที่ 2 หรือ 3 เป็นต้นไป

 

 

ในส่วนของจำนวนเงินที่จะได้รับจากการยกเลิกกรมธรรม์ ก็จะแตกต่างกันออกไป ประเมินได้จากมูลค่าของกรมธรรม์ ระยะเวลาการจ่ายเบี้ยกรมธรรม์ ไปจนถึงอัตราการจ่ายคืนของกรมธรรม์ที่แตกต่างกันออกไปตามบริษัทที่เลือกซื้อ หลังจากได้รับเงินจำนวนนั้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สัญญาการคุ้มครองต่าง ๆ จะสิ้นสุดลงในทันที ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขการคุ้มครองหลัก หรือสัญญาแนบท้ายต่าง ๆ ก็ตาม

การเวนคืนกรมธรรม์มีข้อดีอย่างไรบ้าง ?

–  ได้รับเงินก้อน แน่นอนว่าข้อดีที่เด่นชัดของการเวนคืนกรมธรรม์ คือการได้รับเงินก้อนเพื่อนำมาใช้จ่ายในช่วงเวลาที่ต้องการเงินด่วน โดยเงินเวนคืนนั้นเจ้าของกรมธรรม์จะได้รับภายในระยะเวลา 3-15 วันทำการ

 

–  เปลี่ยนไปเป็นกรมธรรม์ที่ตอบโจทย์ได้มากกว่า ปัญหาของคนไทยที่ถือประกันสุขภาพคือ “ซื้อจากการโดนแนะนำ” ทำให้ได้กรมธรรม์ที่อาจไม่ได้ตอบโจทย์ต่อการใช้งานสักเท่าไหร่ การคุ้มครองเองก็อาจไม่ได้ครอบคลุมอย่างที่ต้องการ ดังนั้นเมื่อถึงระยะเวลาที่เหมาะสม การเวนคืนกรมธรรม์เดิม ก็ช่วยให้สามารถเริ่มต้นใหม่กับกรมธรรม์ที่ถูกใจได้มากขึ้นนั่นเอง

 

 ช่วยลดรายจ่ายลงได้ หากคุณเริ่มรู้สึกว่าการจ่ายเบี้ยประกันรายปี เป็นภาระที่หนักหนาจนเกินไป การเวนคืนก็ช่วยให้คุณแบ่งเบาภาระในส่วนนั้นลงได้ นอกจากยกเลิกค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียไปแล้ว ยังได้รับเงินก้อนกลับมาอีกด้วย ถึงแม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่หากอยู่ในสภาวะที่มีปัญหาทางการเงิน ถือว่าเป็นทางออกที่เข้าท่าเลยทีเดียว

การเวนคืนกรมธรรม์มีข้อเสียอย่างไรบ้าง ?

 สิทธิพิเศษทั้งหมดจะถูกยกเลิกทันที เมื่อขั้นตอนการเวนคืนเงินกรมธรรม์สิ้นสุดเมื่อไหร่ ทุกสิทธิประโยชน์ของกรมธรรม์นั้น ๆ จะสิ้นสุดในทันที ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับการรักษา เงินชดเชยการพักรักษา ไปจนถึงเงินชดเชยการเสียชีวิตและทุพพลภาพ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันในช่วงเวลานี้ คุณจะไม่ได้รับการชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น

 

 อาจต้องเสียค่าเบี้ยประกันแพงขึ้น หลังจากตัดสินใจเวนคืนกรมธรรม์เรียบร้อยแล้ว หากต้องการทำประกันเล่มใหม่ คุณอาจต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น สุขภาพที่อาจไม่แข็งแรงดังเดิม ไปจนถึงอาจตรวจพบโรคร้ายบางอย่างที่คุณไม่รู้ ซึ่งนั่นอาจทำให้การประเมินกรมธรรม์นั้นยุ่งยากกว่าที่คุณคิดเอาไว้ก็เป็นได้

 

 ไม่ได้รับเงินที่ชำระเบี้ยประกันไปเต็มจำนวน มีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการเวนคืนเบี้ยประกันมากมาย หลายคนคิดว่า “จ่ายไปเท่าไหร่ = เวนคืนได้เท่านั้น”  ที่จริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น ในทุกกรมธรรม์จะมีอัตราการจ่ายระบุเอาไว้อย่างชัดเจน โดยจะเปรียบเทียบกับเงินเอาประกัน 1,000 บาท เช่น มูลค่าเวนคืนของกรมธรรม์ของคุณคือ 73 บาท หากมีจำนวนเงินเอาประกันอยู่ที่ 1,000,000 บาท คุณจะได้เงินอยู่ที่ 73,000 บาท ( ไม่รวมค่าธรรมเนียมที่อาจเสีย )

การตัดสินใจเวนคืนเงินประกันมีความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด

ปรึกษาขอคืนเวนเงินประกัน

การยกเลิกกรมธรรม์ของแต่ละคนนั้น มีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันออกไป หากจะให้ชี้ชัดว่า คุ้มค่าหรือไม่ ? คงเป็นเรื่องที่เจาะจงได้ยากพอสมควร เนื่องจากสำหรับบางคนการเวนคืนกรมธรรม์ไม่ได้เกิดจากปัญหาทางการเงิน ดังนั้นเราจึงขอแยกออกเป็น 2 กรณีเพื่อให้การอธิบายนั้นเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น

 

กรณีที่ 1 หากต้องการใช้เงิน

ในกรณีนี้ากคุณถือกรมธรรม์มาแล้วหลายปี อย่างน้อย ๆ 3 ปีเป็นต้นไป โอกาสที่คุณจะได้เงินเวนคืนสูงกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายนั้นมีสูงมาก หากเงินคือสิ่งที่คุณต้องการ ต้องยอมรับว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝันให้ได้

 

กรณีที่ 2 ไม่ได้ต้องการใช้เงิน

ในกรณีนี้ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก เนื่องจากกรมธรรม์ที่ไม่ได้ตอบโจทย์ของผู้ใช้งาน ยิ่งถือเป็นระยะเวลานาน ๆ การคุ้มครองที่ไม่ได้ครอบคลุม ไปจนถึงสิทธิพิเศษที่ไม่ตรงต่อความต้องการ อาจทำให้คุณเสียเงินไปเปล่า ๆ ได้ การยกเลิกกรมธรรม์เล่มนี้ เพื่อเริ่มต้นกรมธรรม์เล่มใหม่ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าเป็นอย่างยิ่ง

ทางเลือกอื่นนอกจากการเวนคืนกรมธรรม์

หากตอนนี้คุณกำลังประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว ไปจนถึงการต้องการเงินมาหมุนเวียนในระบบ การเวนคืนกรมธรรม์อาจไม่ใช่หนทางเดียวที่คุณสามารถเลือกได้ ยังมีการแก้ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องเสียสิทธิ์การคุ้มครองต่าง ๆ ของกรมธรรม์ไป โดยเนื้อหาต่อจากนี้เป็น “ทางเลือก” ที่ช่วยให้คุณผ่านพ้นปัญหาทางการเงินไปได้ ด้วยกรมธรรม์ที่คุณถืออยู่ ณ ตอนนี้

การกู้กรมธรรม์

การกู้เงินกรมธรรม์เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หากคุณต้องการเวนคืนกรมธรรม์ โดยจะเป็นการกู้เงินจากกรมธรรม์ออกมาใช้เป็นเงินด่วนได้ แต่ไม่ใช่กับทุกกรมธรรม์ที่จะกู้เงินได้ อาจต้องดำเนินการปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ให้แน่ชัดเสียก่อน มูลค่าที่กู้ได้นั้นขึ้นอยู่กับจำนวนมูลค่าเงินเวนคืนของกรมธรรม์เล่มนั้น ๆ และจะต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนที่บริษัทประกันกำหนด

กรมธรรม์แบบขยายเวลา

หากคุณตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่า ไม่ต้องการจ่ายเบี้ยประกันอีกต่อไปแล้ว แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องรับเงินก้อนจากการเวนคืนกรมธรรม์ การเปลี่ยนให้กรมธรรม์กลายเป็น “กรมธรรม์แบบขยายเวลา” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี โดยคุณนั้นจะไม่จำเป็นต้องจ่ายเบี้ยประกันอีกต่อไป แต่ยังได้รับการคุ้มครองต่าง ๆ อยู่จนครบระยะเวลาที่สัญญายังคงหลงเหลืออยู่ แต่ระยะเวลานั้นจะถูกลดน้อยลงมาก ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมกรมธรรม์สามารถคุ้มครองได้ถึง 20 ปี อาจลดเหลืออยู่ที่ 10 ปี เป็นต้น

กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ

อีกหนึ่งทางเลือกของที่ดีกว่าการยกเลิกกรมธรรม์ หลังจากประเมินแล้วว่า ไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันต่อไปได้อีกต่อไปแล้ว คือการเลือกทำให้กรมธรรม์ที่คุณถืออยู่กลายเป็น “กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ” ซึ่งมีความคล้ายกับกรมธรรม์แบบขยายเวลาจากข้อที่แล้วสักเล็กน้อย แต่มีข้อแตกต่างอยู่ที่ระยะเวลาการคุ้มครองนั้นจะเทียบเท่าเดิม ไม่มีการลดระยะเวลาลงมา โดยจะไปลดในส่วนของวงเงินคุ้มครองในกรมธรรม์นั้น ๆ แทน ในส่วนนี้วงเงินก็จะแตกต่างกันออกไป ตามปัจจัยร่วมต่าง ๆ ภายในกรมธรรม์นั้น ๆ

การเตรียมตัวก่อนเวนคืนกรมธรรม์

เอกสารยกเลิกประกันสุขภาพ

ถ้าสุดท้ายแล้วการเวนคืนกรมธรรม์ คือทางเลือกที่คุณตัดสินใจเลือกแล้ว สิ่งที่คุณจะต้องดำเนินการคือเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจเบื้องต้นของการเวนคืนกรมธรรม์ จำนวนเงินที่จะได้รับ ในส่วนนี้เราแนะนำให้คุณเข้ารับการปรึกษาโดยตรงกับบริษัทที่คุณทำประกันด้วย เมื่อเข้าใจข้อตกลงต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอกสารที่ต้องเตรียมหลัก ๆ ก็มีดังนี้

 

  เล่มกรมธรรม์ประกันภัยที่ต้องการเวนคืน

  แบบฟอร์มขอเวนคืนกรมธรรม์พร้อมลงลายมือชื่อ

  สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอเวนคืน

 

ในส่วนของช่องทางการติดต่อ ขึ้นอยู่กับบริษัทที่คุณนั้นทำประกันด้วย ถ้ามีสาขาอยู่ใกล้บ้านคุณสามารถติดต่อโดยตรงได้เลย หรืออาจติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายก็ได้เช่นเดียวกัน ในส่วนของการยื่นเอกสารมีทั้งการยื่นด้วยตนเอง ยื่นผ่านตัวแทน ไปจนถึงการส่งเอกสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้ง ไปรษณีย์ หรือ E-mail เป็นต้น

สรุป

การเวนคืนกรมธรรม์เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนพอสมควร ก่อนตัดสินใจดำเนินการ เราอยากให้ประเมินผลต่าง ๆ ที่อาจตามมา ความเสี่ยงที่คุณจะต้องแบกรับหลังจากยกเลิกกรมธรรม์ ตลอดจนความคุ้มค่าที่จะได้รับกลับมา การเวนคืนนั้นจะดีที่สุด ต่อเมื่อทำในระยะเวลาที่เหมาะสม ด้วยการตัดสินใจที่สมเหตุสมผล เพราะหากเป็นแค่ในเรื่องของ “หมุนเงินไม่ทัน” ยังมีทางเลือกอีกหลายทาง ที่เปลี่ยนให้กรมธรรม์ของคุณกลายเป็นเงินก้อนขึ้นมาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเวนคืนเสียด้วยซ้ำ

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว