ทำไมต้องซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย

หลาย ๆ คนอยากทำประกันสุขภาพติดตัวไว้ แต่ก็อาจจะยังไม่รู้ว่าจะเลือกทำประกันสุขภาพประเภทใดดี เพราะในปัจจุบัน ประกันสุขภาพมีสองประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่  

  • ประกันสุขภาพแบบแยกจ่าย และ
  • ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย 

หากอยากรู้ว่าทั้งสองประเภทแตกต่างกันอย่างไรนั้น สามารถตามไปอ่านได้ที่ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคืออะไร? รู้ไว้ก่อนเลือกซื้อ

วันนี้ทาง LUMA ได้รวมเหตุผลมาแล้วว่าทำไมคุณถึงต้องซื้อประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ถ้าพร้อมแล้วตามไปอ่านกันได้เลย  

ทำไมต้องซื้อประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย 

ค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายที่สูง 

ต้องยอมรับว่าค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบัน มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง โดยเฉพาะการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ยิ่งหากป่วยเป็นโรคร้ายแรงด้วยแล้ว ค่ารักษาพยาบาลก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก และถ้าหากป่วยเป็นโรคที่ต้องใช้ระยะเวลารักษานาน และคุณทำประกันสุขภาพแบบแยกจ่ายที่มักจะมีวงเงินต่ำกว่า อาจจะมีโอกาสสูงมากที่วงเงินของประกันที่คุณทำไว้อาจจะไม่เพียงพอต่อค่ารักษา จนสุดท้ายคุณต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนเกินเอง  

การทำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ที่มอบวงเงินคุ้มครองสูงกว่า จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยก็จะได้รับความคุ้มครองในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะเวลาที่นานกว่า จนอาจจะถึงตอนที่การรักษาสิ้นสุดแล้ว ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องมานั่งจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เป็นการลดภาระทางการเงินไปได้ในอีกทางหนึ่ง 

 การทำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย หากคุณมีครอบครัวแล้ว การทำประกันสุขภาพจะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวไปได้หากคุณเกิดป่วยขึ้นมา เพราะอย่างน้อยสมาชิกในครอบครัวของคุณก็ไม่จำเป็นต้องมาแบกรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น  

ทำประกันสุขภาพ ใช้ลดหย่อนภาษีได้  

การทำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมาแล้ว การทำประกันสุขภาพยังช่วยลดหย่อนภาษีเงินได้อีกด้วย โดยประกันสุขภาพสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 25,000 บาทต่อปี หากฐานภาษีของคุณสูง ก็จะสามารถลดหย่อนภาษีได้มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้คุณสามารถนำเงินที่เหลือในส่วนนี้ไปต่อยอดทำอย่างอื่นเพิ่มได้ 

จากที่กล่าวไปในข้างต้น จะเห็นว่าเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำไมต้องซื้อประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย นั่นก็คือ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายมอบความคุ้มครองในวงเงินที่สูงกว่า รวมถึงให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากกว่าประกันสุขภาพแบบแยกจ่าย  

แต่ถ้าหากคุณยังไม่มั่นใจว่า ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายนั้นคุ้มครองอะไรบ้าง ทาง LUMA ก็ได้มีบทความที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความคุ้มครองของประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายไว้ สามารถอ่านได้ที่ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคุ้มครองอะไรบ้าง มาดูกันให้เข้าใจ 

ทำไมต้องซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย


อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเลือกซื้อประกันภัยประเภทใด ๆ ก็ตาม เป็นเรื่องจำเป็นที่คุณจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ของตัวคุณก่อนที่จะเลือกทำประกันทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้แผนประกันที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด


1.ค่าเบี้ยประกัน
ค่าเบี้ยประกันถือเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ควรนำมาพิจารณาก่อนการเลือกซื้อประกันสุขภาพทุกครั้ง โดยเฉพาะประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่จะมีค่าเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประกันสุขภาพแบบแยกจ่าย เนื่องจากประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจะคุ้มครองการรักษามากกว่า รวมถึงมีวงเงินที่สูงกว่า ดังนั้น คุณจึงควรเลือกซื้อประกันที่มีค่าเบี้ยประกันที่คุณสามารถจ่ายได้โดยไม่ต้องเดือดร้อน


2.โรงพยาบาลที่จะใช้บริการ
การพิจารณาถึงโรงพยาบาลที่คุณจะใช้บริการก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถคำนวณได้คร่าว ๆ ว่าการรักษาในแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาประมาณเท่าใด ทำให้คุณเลือกซื้อแผนประกันเหมาจ่ายที่วงเงินเพียงพอกับค่าใช่จ่ายในโรงพยาบาลนั้น ๆ ได้ อย่าลืมว่าถึงแม้ว่าประกันสุขภาพเหมาจ่ายนั้นจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายแบบไม่แยกหมวด แต่ก็อาจมีการจำกัดวงเงินในบางค่าใช้จ่าย เช่น ค่าห้อง ดังนั้น จึงควรศึกษารายละเอียดของโรงพยาบาลให้ดีก่อนเลือกซื้อประกัน


3.สวัสดิการของตัวเอง
หากคุณมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลอยู่แล้ว ก็ควรลองดูก่อนว่าสวัสดิการที่มีอยู่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลมากเท่าใด เพื่อที่จะดูว่าแผนประกันสุขภาพใดที่จะช่วยมาแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมได้ โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันที่สูงเกินกว่าความจำเป็น

สรุป

หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลกันไปแล้ว ทาง LUMA เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงจะเห็นถึงความสำคัญถึงการมีประกันสุขภาพเหมาจ่ายติดตัวไว้ เพราะประกันสุขภาพเหมาจ่ายจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของคุณในเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล โดยไม่ได้มีจำกัดแต่ละหมวด ทำให้คุณมีโอกาสน้อยลงที่จะมีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน

อ่านเพิ่มเติม:

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคุ้มครองอะไรบ้าง มาดูกันให้เข้าใจ

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจกันมากขึ้น เพราะเรื่องสุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญของคนเราลำดับต้น ๆ ที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในปัจจุบันที่ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยมากขึ้น รวมถึงค่ารักษาที่สูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ การทำประกันสุขภาพติดตัวไว้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ การซื้อประกันสุขภาพจะเป็นการช่วยลดภาระทางการเงิน ประกันสุขภาพสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในรักษาค่าพยาบาลหากป่วยหรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือโรคภัยต่าง ๆ

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคุ้มครองอะไร

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คุ้มครองการรักษาแบบ IPD และ OPD 

รวมถึง 

  • อุบัติเหตุ
  • ค่าตรวจต่างๆ
  • ค่าบริการทางการแพทย์ก่อนและหลังการเข้าพักรักษาแบบผู้ป่วยไหน
  • ผลประโยชน์อื่นๆ ตามเอกสารแนบท้าย

ประกันสุขภาพ ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่

  • ประกันสุขภาพแบบแยกจ่าย และ
  • ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย

แต่ถ้าหากใครยังไม่รู้ว่าประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายเป็นยังไง สามารถตามไปอ่านได้ที่ LUMA ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคืออะไร

ประกันสุขภาพ แบ่งออกเป็นกี่แบบ

ประกันสุขภาพ ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่

  • ประกันสุขภาพแบบแยกจ่าย และ
  • ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย

แต่ถ้าหากใครยังไม่รู้ว่าประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายเป็นยังไง สามารถตามไปอ่านได้ที่ LUMA ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคืออะไร

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคุ้มครองอะไร

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคุ้มครองอะไรบ้าง  

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากการป่วยไข้หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โดยมีแบ่งการคุ้มครองผลประโยชน์ในการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้ 

1. ผลประโยชน์ชดเชยสำหรับผู้ป่วยภายใน (IPD)

IPD เป็นการย่อมาจาก In-Patient Department หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า ผู้ป่วยใน คุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งค่าใช้จ่ายพื้นที่ของประกันสุขภาพมักประกอบด้วย เช่น ค่าห้องพัก ค่าอาหาร ค่ายา ค่าแพทย์เยี่ยม ค่าผ่าตัด ค่ารถพยาบาลและอุปกรณ์อื่นๆ เป็นต้น 

ผู้ป่วยในอาจจะเข้ารักการรักษาด้วยอาการที่ค่อนข้างหนัก เช่น ไส้ติ่งอักเสบ หรือ อาหารเป็นพิษขั้นรุนแรง หรือการผ่าตัดต่างๆ ที่ต้องคอยรักษาและดูอาการก่อน

2. ผลประโยชน์ชดเชยสำหรับผู้ป่วยนอก (OPD)

OPD เป็นการย่อมาจาก Out-Patient Department หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า ผู้ป่วยนอก ลักษณะหลักของการเป็นผู้ป่วยนอก คือคนไข้ไม่ต้องรักษาตัว หรือนอน ที่โรงพยาบาล ที่เข้าใจกันว่า แอดมิท เข้าโรงพยาบาล แต่เป็นการดูแลผู้ป่วยที่อาจจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพเล็กน้อย หรือ อาการไม่รุนแรงมาก เช่น อาการปวดหัว แพ้อากาศ มีไข้ เป็นหวัด หรือ เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่นปวดท้อง สามารถให้คุณหมอตรวจแล้วรับยากลับบ้าน จะเป็นการรักษาตัวที่บ้าน ไม่ใช่ที่โรงพยาบาล

ความคุ้มครองสำหรับ OPD จะคุ้มครองค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ไม่ว่าเป็นค่าหมอ ค่าพยาบาล หรือ ค่าบริการโรงพยาบาล รวมไปถึงค่ายากลับบ้าน และค่าตรวจต่างๆที่ไม่ต้องนอนที่โรงพยาบาล

3. ผลประโยชน์ชดเชยสำหรับอุบัติเหตุภายใน 24 ชั่วโมง  

หากเกิดอุบัติเหตุ สามารถใช้ประกันในการรักษาไม่ว่าจะเป็นแบบ OPD หรือ IPD ในช่วงระยะเวลาที่กำหนดทางกรมธรรม์ เช่น ภายใน 24 ชั่วโมงแรก ต่อให้ไม่ได้ซื้อความคุ้มครองสำหรับ OPD แต่หากเกิดอุบัติเหตุ ความคุ้มครองตรงจะสามารถนำมาใช้ได้

4. ผลประโยชน์ชดเชยสำหรับค่าบริการทางการแพทย์ก่อนและหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน 

ค่าบริการทางการแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงและเกิดขึ้นภายใน จำนวนวันที่ระบุ ก่อน หลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หมายถึง หากไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง แล้วทำการทดสอบต่างๆ ก่อนที่จะเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน และระบุการรักษาเป็นโรคเดียวกัน จะสามารถ ใช้ความคุ้มครองตรงนี้ได้

ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในต่อครั้ง สำหรับการรักษาพยาบาลต่อเนื่องภายใน จำนวนวันที่ระบุ หลังจากออกจากการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยใน

5. ผลประโยชน์เพิ่มเติมอื่นๆ/เอกสารแนบท้าย

เป็นการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมจากข้อตกลงในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ ได้แก่ การคลอดบุตร การรักษาฟัน การดูแลโดยพยาบาลพิเศษที่มีความจำเป็นตามคำสั่งของแพทย์ และการรักษาการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยที่มีค่าใช้จ่ายสูง 

ทั้งนี้ ประกันสุขภาพบางแผนจะไม่ได้คุ้มครองหมดทั้งหมด ดังนั้นผู้เอาประกันควรอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ประกัน ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อก่อนทุกครั้ง 

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคุ้มครองอะไร

สรุป 

หลังจากที่ได้ทราบกันไปแล้วว่าประกันสุขภาพเหมาจ่ายคุ้มครองอะไรบ้าง ขั้นตอนต่อไปของการเลือกซื้อประกันสุขภาพก็คือ การศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์ประกันสุขภาพแผนต่าง ๆ ที่สนใจ รวมไปถึงศึกษาว่าบริษัทประกันภัยนั้น ๆ เป็นอย่างไร มีความน่าเชื่อถือหรือมีความมั่นคงหรือไม่ เพื่อที่จะได้มีความมั่นใจว่าบริษัทประกันภัยจะสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของเราเมื่อเกิดการเจ็บป่วยได้ 

อ่านเพิ่มเติม:

ทำไมต้องซื้อประกันค่าคลอดบุตร?

หลายคนคงมีความสงสัยว่า ทำไมคุณแม่หลายคนถึงเลือกที่จะซื้อประกันค่าคลอดบุตรแทนการจ่ายค่าคลอดบุตรเองโดยตรงกับโรงพยาบาล วันนี้ทา LUMA รวมมาให้แล้วว่าประกันค่าคลอดบุตรนั้นดีย่างไร ทำไมถึงต้องซื้อประกันค่าคลอดบุตรไว้เมื่อวางแผนที่จะตังครรภ์ ถ้าพร้อมแล้วมาตามอ่านกันได้เลย  

ทำไมต้องซื้อประกันคลอดบุตร

ทำไมต้องซื้อประกันค่าคลอดบุตร 

การมีประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์นั้น จะช่วยมอบความอุ่นใจให้กับตัวคุณแม่ในระหว่างการตั้งครรภ์ ว่าหากเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนใด ๆ ขึ้น ก็ได้รับความคุ้มครองจากประกันค่าคลอดบุตร  

นอกจากค่าคลอดบุตรแล้ว ประกันค่าคลอดบุตรและการตั้งครรภ์ยังคุ้มครองการเจ็บป่วยอื่น ๆ ในระหว่างการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะส่วนสำคัญอย่าง ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ระหว่างการตั้งครรภ์ ที่มีความอันตรายและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูง การทำประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์จะสามารถคุ้มครองการเจ็บป่วยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับทั้งตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้  

ซึ่งประกันค่าคลอดบุตรและการตั้งครรภ์ จะให้ความคุ้มครองดังต่อไปนี้  

  • ความคุ้มครองผลประโยชน์ผู้ป่วยใน (IPD) 
  • ความคุ้มครองผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก (OPD) 
  • ความคุ้มครองการตรวจประจำเดือนและค่าคลอดบุตร  
  • ความคุ้มครองภาวะแทรกซ้อน  
  • ความคุ้มครองการดูแลเด็กทารกแรกเกิด  

สำหรับความคุ้มครองผลประโยชน์ผู้ป่วยใน (IPD) สามารถใช้ในกรณีที่ป่วยหนักจนต้องนอนแอดมิทที่โรงพยาบาล คุณแม่ท่ตั้งครรภ์ ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เวลาเริ่มมีอาการไม่สบาย

ความคุ้มครองผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก (OPD) ก็ยังคงสำคัญ เพราะการตั้งครรภ์ต้องระวังเป็นอย่างมาก หากเริ่มมีอาการไม่สบายเล็กน้อย ควรที่จะได้รับการตรวจจากโรงพยาบาล หากต้องรับยากลับบ้าน คุณหมอจะเลือกประเภทยาที่สามารถรับประทานได้คณะตั้งครรภ์

และความคุ้มครองการตรวจประจำเดือนและค่าคลอดบุตร จะเป็นความคุ้มครองพื้นฐานที่ประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ให้ความคุ้มครอง ส่วนความคุ้มครองภาวะแทรกซ้อน  และความคุ้มครองการดูแลเด็กทารกแรกเกิด จะมีแค่บางแห่งที่ให้ความคุ้มครอง  

ทั้งนี้ ประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์ มีระยะเวลารอคอย อย่างต่ำตั้งแต่ 10 เดือน จนถึงมากกว่า 1 ปี ขึ้นอยู่กับบริษัทและแผนประกันที่เลือก ดังนั้น ในการซื้อประกันค่าคลอดบุตรจึงต้องคำนึงถึงในจุดนี้ด้วย 

แนะนำประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์

ประกันค่าคลอดบุตรและการตั้งครรภ์จาก LUMA ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ นำเสนอแผนประกันค่าคลอดบุตร 2 แผน ได้แก่ แผน Hi5 และแผน PRIME ที่ให้ความคุ้มครองการตรวจประจำเดือนและค่าคลอดบุตร วงเงิน 200,000 – 300,000 บาท คุ้มครองภาวะแทรกซ้อน 1,000,000 บาท การดูแลเด็กทารกแรกเกิด 20,000 – 30,0000 บาท (สำหรับ 25 วันแรก) และมีระยะเวลารอคอย 10 เดือน 

นอกจากนี้ ทั้งสองแผนมอบบริการพิเศษให้แก่เหล่าคุณแม่ ได้แก่ ความคิดเห็นทางการแพทย์ที่สอง MTB-บริการดูแลการรักษามะเร็ง ไม่ต้องสำรองจ่าย บริการส่งต่อโรงพยาบาล  มีแอปพลิเคชั่นที่สามารถดูแผนและการคุ้มครอง  

หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียดได้ที่ ประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์ คุ้มครองสูง 

เลือกซื้อประกันคลอดบุตรยังไงดี 

LUMA เข้าใจดีว่าสำหรับคุณแม่นั้น การเลือกทำประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระยะเวลารอคอย ความคุ้มครองที่ได้รับ วงเงินความคุ้มครอง เป็นต้น 

 ทาง LUMA ขอแนะนำสิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกแผนประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์ ดังนี้ 

  • ระยะเวลารอคอย  
  • ความคุ้มครอง วงเงินความคุ้มครองที่ได้รับ 
  • เครือข่ายของบริษัทประกันภัย  

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ว่า ประกันตั้งครรภ์และคลอดบุตรที่ไหนดี

ทำไมต้องซื้อประกันคลอดบุตร

สรุป 

หลาย ๆ คนคงได้รู้กันไปแล้วว่าทำไมต้องซื้อประกันค่าคลอดบุตร หลังจากที่ได้อ่านกันไป ทาง LUMA ขอแนะนำเพิ่มอีกสักนิดว่า ก่อนที่จะซื้อประกันใด ๆ อย่าลืมที่จะศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ในกรมธรรม์อย่างละเอียดก่อนซื้อ ดูว่าความคุ้มครองของประกันตอบโจทย์กับเราหรือไม่ รวมไปถึงเลือกทำประกันกับบริษัทประกันที่น่าเชื่อถือ มีความมั่นคง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาตอนเคลมประกัน  

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว