แนะนำวิธีใช้งาน ประกันสังคมคลอดบุตร ทุกครอบครัวควรรู้

การมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบสำหรับหลายคนนั่นคือการมีลูกน้อยมาเติมเต็มความสุขของชีวิตพ่อแม่ ซึ่งปัจจุบันการคลอดบุตรแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มรู้ว่าฝ่ายหญิงมีครรภ์นั่นไปจนถึงวันคลอด ด้วยเหตุนี้ใครที่เป็นพนักงานบริษัท หรืออยู่ในสถานะผู้ประกันตนของ “ประกันสังคม” ก็สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมคลอดบุตรได้ เป็นอีกช่องทางช่วยเซฟค่าใช้จ่ายได้อย่างดี แล้วสิทธิ์นี้จะมีอะไร เป็นแบบไหนบ้าง มาศึกษาข้อมูลกันได้เลย 

ประกันสังคม คืออะไร 

ประกันสังคม คือ รูปแบบของการออมเงินประเภทหนึ่งโดยรัฐบาลได้กำหนดขึ้นในลักษณะภาคบังคับ (สำหรับลูกจ้างองค์กร) เพื่อสร้างหลักประกันชีวิตให้กับคนไทย เพิ่มความมั่นคงในด้านการใช้ชีวิต ผู้ที่เข้าสู่การเป็นผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคมต้องทำการจ่ายเงินเบี้ยประกัน หรือคำที่คุ้นเคยกันเรียกว่า “เงินสมทบ” ให้กองทุนประกันสังคมเป็นแบบรายเดือนแบ่งตามประเภทของตัวผู้ประกันตน ได้แก่

ผู้ประกันตนมาตรา 33

ผู้ประกันตนภาคบังคับสำหรับกลุ่มลูกจ้างองค์กรที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป เช่น พนักงานบริษัท อายุระหว่าง 15-60 ปี เงื่อนไขคือ ลูกจ้างต้องจ่ายเงิน 5% ของเงินเดือนไม่เกิน 750 บาท ขณะที่นายจ้างก็จ่ายให้ในจำนวนเดียวกัน ส่วนรัฐบาลจ่ายอยู่ที่ 2.75% สิทธิประโยชน์ที่ได้ คือ เจ็บป่วย / อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน 

ผู้ประกันตนมาตรา 39 

ผู้ประกันตนภาคสมัครใจสำหรับกลุ่มบุคคลที่เคยทำงานให้กับองค์กรเอกชน ปัจจุบันลาออกเรียบร้อยแล้วแต่ยังต้องการรักษาสิทธิ์ของตนเองเอาไว้ มีเงื่อนไขคือต้องเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ไม่น้อยกว่า 12 เดือน ลาออกมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ จ่ายเงิน 432 บาท / เดือน เข้ากองทุน ส่วนรัฐบาลจ่ายเพิ่มให้อีกเดือนละ 120 บาท สิทธิประโยชน์ที่ได้ คือ เจ็บป่วย / อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร และชราภาพ 

ผู้ประกันตนมาตรา 40  

ผู้ประกันตนภาคสมัครใจสำหรับผู้ที่ไม่เคยเป็นลูกจ้างองค์กรเอกชน ไม่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ซึ่งตามกฎหมายระบุว่าต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ แรงงานนอกระบบ อายุตั้งแต่ 15-60 ปี มีตัวเลือกเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ คือ  

  • ทางเลือก 1 จ่ายเงินสมทบ 70 บาท / เดือน มีสิทธิประโยชน์ เจ็บป่วย / อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต 
  • ทางเลือก 2 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท / เดือน มีสิทธิประโยชน์ เจ็บป่วย / อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต และชราภาพ 
  • ทางเลือก 3 จ่ายเงินสมทบ 300 บาท / เดือน มีสิทธิประโยชน์ เจ็บป่วย / อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และสงเคราะห์บุตร 
ประกันสังคมคลอดบุตร

สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมในการคลอดบุตร 

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นประกันสังคมคลอดบุตร สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ทุกคน (โดยเฉพาะคุณแม่) ที่กำลังจะคลอดเจ้าตัวน้อยออกมาควรรู้นั่นคือสิทธิประโยชน์ของการคลอดบุตรที่ตนเองพึงได้รับในฐานะของผู้ประกันตน ลองมาศึกษาข้อมูลกันอย่างละเอียดได้เลย 

สิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรประกันสังคม 

ในการคลอดบุตรคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ในสถานะผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าคลอดจากประกันสังคมได้ครั้งละ 15,000 บาท แบบไม่จำกัดจำนวน (คลอดลูกกี่คนก็ได้รับทุกคน) แต่มีเงื่อนไขว่าต้องใช้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ขณะที่คุณแม่ยังจะได้เงินขาดรายได้จากการหยุดงานสำหรับคลอดบุตรอีก 50% ของรายได้ (ค่าจ้าง) ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และไม่เกินปีละ 2 ครั้ง  

เงื่อนไขการรับสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรประกันสังคม 

จะเห็นว่าในการคลอดบุตรแต่ละครั้งทางประกันสังคมเองก็ให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามเงื่อนไขสำหรับคนที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ด้านประกันคลอดบุตรนี้คุณพ่อหรือคุณแม่ต้องมีการจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือน และภายใน 15 เดือน ก่อนคลอด ไม่เช่นนั้นถือว่าไม่เข้าเกณฑ์ตามเงื่อนไขและไม่ได้รับเงินดังกล่าวด้วย 

ทั้งนี้หากสถานะผู้ประกันตนสิ้นสุดก็ยังสามารถใช้สิทธิ์ดังกล่าวต่ออีก 6 เดือน และถ้าคุณแม่สามารถกลับมาทำงานได้ก่อน 90 วัน ก็ยังคงได้รับเงินจากสิทธิ์การหยุดงานคลอดบุตรเหมือนเดิม 

สิทธิ์ประกันสังคมคลอดบุตร

เอกสารยื่นรับสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรประกันสังคม 

นี่คืออีกสิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ที่ใช้สิทธิ์ประกันสังคมคลอดบุตร เพราะถ้าคุณเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้ขั้นตอนต่าง ๆ สะดวก รวดเร็ว ได้รับเงินทันใจยิ่งกว่าเดิม ไม่ต้องเสียเวลาหลายรอบ ซึ่งเอกสารจำเป็นในการยื่นรับสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรประกันสังคม มีดังนี้ 

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (เอกสาร สปส. 2-01) ผู้ใดเป็นคนขอให้กรอกข้อมูลส่วนตัวครบถ้วนทุกช่อง พร้อมลงลายมือชื่อตนเอง
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (หากเป็นลูกแฝดก็ใช้สำเนาสูติบัตรของคู่แฝด) 
  • กรณีเป็นฝ่ายชายยื่นของรับสิทธิหากจดทะเบียนต้องมีสำเนาทะเบียนสมรส แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนต้องแนบหนังสือรับรองตัวผู้ประกันตนแทน
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หน้าแรก โดยต้องเห็นชื่อ-สกุล เลขบัญชี และชื่อธนาคาร ซึ่งธนาคารที่ให้บริการ ประกอบด้วย
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)  
  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)              
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)   
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)   
  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  
  • ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) 
  1. หากเป็นผู้ประกันตนต่างชาติต้องมีสำเนาบัตรประกันสังคม และสำเนาหนังสือเดินทาง (หรือสำเนาหนังสือเดินทางชั่วคราว หรือเอกสารรับรองบุคคลออกโดยหน่วยงานราชการ) อย่างใดอย่างหนึ่ง 1 ฉบับ

ปล. เอกสารกลุ่มสำเนาต้องมีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทั้งหมด หากเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารตัวจริงต้องมียื่นแสดงให้ และหากเอกสารบางอย่างที่มีความสำคัญต่องการพิจารณาจ่ายเงินเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองความถูกต้อง 

สถานที่สำหรับยื่นรับสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรประกันสังคม 

คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ค่าคลอดบุตรกับทางประกันสังคม สามารถนำเอกสารทั้งหมดไปดำเนินการได้ที่ “สำนักงานประกันสังคม” ทั่วประเทศ (ยกเว้นสำนักงานใหญ่บริเวณกระทรวงสาธารณสุข) หากสะดวกที่ไหนก็ทำตามขั้นตอนที่กำหนดเพื่อรับผลประโยชน์ของตนเองได้เลยทุกวันจันทร์ – ศุกร์ (ไม่นับวันหยุดราชการ) เวลา 08.00 – 16.30 น.  

หรือถ้าไม่สะดวกเดินทางจะขอรับสิทธิประโยชน์ผ่านทางไปรษณีย์ก็ได้เช่นกัน โดยส่งเอกสารทั้งหมดจ่าหน้าซองผู้รับว่า “ฝ่ายสิทธิประโยชน์” จากนั้นส่งไปยังที่อยู่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านได้เลย 

สิทธิประโยชน์อื่นที่ประกันสังคมยังมอบให้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ 

จริงแล้วไม่ใช่แค่ค่าคลอดบุตรเท่านั้นแต่คุณแม่ที่อยู่ในสถานะผู้ประกันตนยังมีเงินสนับสนุนดูแลจากประกันสังคมคลอดบุตรส่วนอื่นด้วยเช่นกัน มาเช็กกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง แล้วได้เงินเท่าไหร่ เงื่อนไขเป็นอย่างไร 

สิทธิประโยชน์ในการฝากครรภ์ 

เมื่อคุณแม่รู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการฝากครรภ์จากประกันสังคม โดยเอกสารสามารถใช้แบบเดียวกับการเบิกสิทธิประโยชน์การคลอดบุตร จำนวนเงินรวม 1,500 บาท ตามอายุครรภ์ ดังนี้ 

  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 1 อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สิทธิประโยชน์สูงสุด 500 บาท  
  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 2 อายุครรภ์ระหว่าง 13 แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ สิทธิประโยชน์สูงสุด 300 บาท  
  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 3 อายุครรภ์ระหว่าง 21 แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ สิทธิประโยชน์สูงสุด 300 บาท  
  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 4 อายุครรภ์ระหว่าง 28 แต่ไม่เกิน 32 สัปดาห์ สิทธิประโยชน์สูงสุด 200 บาท  
  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 5 อายุครรภ์ระหว่าง 32-40 สัปดาห์ สิทธิประโยชน์สูงสุด 200 บาท  
สิทธิ์คลอดบัตร

สิทธิประโยชน์ในการลาคลอดบุตร 

อย่างที่อธิบายไปว่าสำหรับคุณแม่ที่ต้องลาเพื่อทำการคลอดบุตรจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากทางประกันสังคมนั่นคือ เงินสงเคราะห์การหยุดงานหลังลาคลอดบุตร 50% ของเงินเดือน ไม่เกิน 15,000 บาท / เดือน เช่น คุณแม่มีรายได้ต่อเดือน 40,000 บาท ก็จะได้รับ 15,000 บาท รวมแล้ว 45,000 บาท เป็นต้น การเบิกทำได้ปีละ 2 ครั้ง ต่อครั้งมีระยะเวลา 90 วัน และถ้าหากคุณแม่กลับไปทำงานก่อนกำหนดเงินจำนวนนี้ก็ยังได้รับจนครบถ้วน 

สิทธิประโยชน์ในการเลี้ยงดูบุตร 

นี่คืออีกหนึ่งสิทธิประโยชน์ที่คุณพ่อคุณแม่รับจากทางประกันสังคม เมื่อลูกคลอดออกมาตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปีบริบูรณ์ จะได้รับค่าสงเคราะห์เลี้ยงดูบุตรอีกเดือนละ 800 บาท (ไม่เกิน 3 คน) ซึ่งมีเงื่อนไขว่าบุตรที่เกิดมาต้องชอบด้วยกฎหมาย ไม่นับรวมบุตรบุญธรรม หรือบุตรที่ถูกยกให้เป็นบุตรผู้อื่น รวมถึงผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 36 เดือน จึงสามารถรับสิทธิ์นี้ได้ 

สรุป 

นี่คือข้อมูลอันน่าสนใจซึ่งพ่อแม่ที่อยู่ในสถานะผู้ประกันตนกับทางประกันสังคมควรรู้เอาไว้เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ของตนเองเมื่อวางแผนมีลูก หรือคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกันตนหรือไม่ก็ตามอีกทางเลือกที่น่าสนใจนั่นคือการทำประกันคลอดบุตรเอาไว้หากวางแผนครอบครัวเรื่องนี้ชัดเจน  

ซึ่งประกันค่าคลอดบุตรและตั้งครรภ์คุ้มครองสูง Hi5 Maternity จาก LUMA คืออีกทางเลือกที่อย่ามองข้ามเด็ดขาด ให้ความคุ้มครองการตั้งครรภ์และคลอดบุตรสูงสุด 3 แสนบาท พร้อมคุ้มครองการเป็นผู้ป่วยในสูงสุดถึง 5 ล้านบาท / ปี ผู้ป่วยนอกอีก 40,000 บาท / ปี ให้การดูแลทารกแรกเกิดทันทีภายใน 25 วัน หลังคลอด หากมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์หรือตอนคลอดรับความคุ้มครอง 1 ล้านบาท (ระยะเวลารอคอยแค่ 10 เดือน) ดีและคุ้มค่าขนาดนี้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบซื้อด่วนแล้ว!!!  

You May Also Like

ผู้เกี่ยวข้องในประกันสุขภาพ
บทความ

ผู้เกี่ยวข้องในกรมธรรม์ประกันสุขภาพมีใครบ้าง

สำหรับมือใหม่ที่พึ่งทำความรู้จักกับวงการประกันภัยอาจจะเกิดความไม่เข้าใจหรือสงสัยเกี่ยวกับคำเรียกบุคคลต่างๆที่อยู่ในกรมธรรม์ วันนี้เราจึงจะมาอธิบายถึงความหมายและความแตกต่างของบุคคลเหล่านี้ให้ฟังกัน ผู้รับประกันภัย คือ คู่สัญญาฝ่ายที่ตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ตามสัญญาประกันภัย โดยทั่วไปผู้รับประกันคือ บริษัทประกันภัย ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับประกัน มีบทบาทสำคัญใน การบริหารจัดการความเสี่ยง และ การให้ความคุ้มครอง แก่ผู้เอาประกันภัย หน้าที่หลักของผู้รับประกันภัย คือ  – รับความเสี่ยงแทนผู้เอาประกันภัย – ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ …

Free Look Period คือ
บทความ

Free Look Period คืออะไร?

สำหรับใครที่พึ่งเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการทำประกัน เรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้อีกเรื่องหนึ่งเพื่อไม่ให้เสียสิทธิของตัวเองหลังจากการซื้อกรมธรรม์แล้วคือ Free Look Period หรือ ‘ระยะเวลาพิจารณา’ เป็นสิทธิ์ที่บริษัทประกันภัยมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัยหลังจากการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยมีเวลาศึกษารายละเอียดและตัดสินใจว่าต้องการยกเลิกกรมธรรม์หรือยังคงต้องการความคุ้มครองต่อไป โดยหากผู้เอาประกันภัยต้องการยกเลิกกรมธรรม์ภายในระยะเวลาพิจารณานี้จะไม่ต้องเสียค่าปรับใดๆ ระยะเวลาสำหรับ ‘ระยะเวลาพิจารณา’ (Free Look Period) โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 15 วันสำหรับการติดต่อซื้อประกันกับทางตัวแทนหรือผ่านระบบธนาคาร และ 30 …

ประกันสุขภาพเด็ก
บทความ

ประกันสุขภาพเด็ก ควรคุ้มครองอะไรบ้างในปี 2567

ด้วยค่ารักษาโรงพยาบาลและค่าแพทย์ที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายกำลังมองหาประกันสุขภาพเด็กที่มอบความคุ้มครองที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในสมัยนี้ และแน่นอน ในท้องตลาดมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย บางครั้งอาจจะเลือกยากว่าควรเลือกประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี วันนี้ทาง LUMA เลยอยากจะมาชี้แจงให้เข้าใจกันแบบชัดๆ ง่ายๆ ว่า ประกันสุขภาพเด็กคุ้มครองอะไร และ ตรงไหนที่ควรให้ความสำคัญ ค่ารักษาผู้ป่วยใน ค่ารักษาแบบผู้ป่วยในหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคหรือบาดเจ็บที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล เรียกอีกชื่อว่า Inpatient Care หรือ …