กระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง ต้องทำอย่างไร

เมื่อต้องออกเดินทางโดยเฉพาะการไปยังต่างประเทศ อีกไอเทมสำคัญที่เหล่านักเดินทางขาดไม่ได้นั่นคือ “กระเป๋าเดินทาง” เพื่อใส่สัมภาระ สิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ระหว่างใช้ชีวิตในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อย่างไรก็ตามหนึ่งในปัญหาที่มักเกิดขึ้นได้ตั้งแต่การโดยสารเครื่องบินไปจนถึงระหว่างท่องเที่ยว พำนักอาศัย ใช้ชีวิตในต่างถิ่นนั่นคือ “กระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง” คำถามคือถ้ากระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง ทำอย่างไร แล้วกรณีมีประกันเดินทางสามารถรับเคลมได้หรือไม่ ลองหาคำตอบกันเลย! 

กระเป๋าเดินทางเสียหาย

กระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง เรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ 

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กรณีที่คุณไปต่างประเทศแล้วเจอปัญหากระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทางก็มีสิทธิ์พบเจอเสมอ เช่น กระเป๋าแตก ซิปแตก ซิปขาด ล้อหัก ด้ามลากหลุดเสียหาย และอื่น ๆ อันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าสภาพของกระเป๋าเดินทางไม่เหมือนเดิม โอกาสที่สัมภาระภายในจะหลุดออกมาภายนอกหรือสูญหายมีสูง ซึ่งสาเหตุของความเสียหายมีได้ทั้งหล่นกระแทกพื้น ถูกของแข็งหรือของหนักกระแทกใส่หรือวางทับจนไม่สามารถรับน้ำหนักไหว การเข็นหรือลากผิดวิธี เข็น-ลากชนเข้ากับของแข็ง ใส่ของเยอะหรือหนักเกินไป ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ทุกการเดินทางจึงต้องระวังให้ดีเสมอ 

กระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง ทำอย่างไรดีนะ? 

เมื่อคุณเกิดปัญหากระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง ต้องแยกกรณีให้ชัดเจนว่าเป็นลักษณะความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสายการบินหรือไม่ และขั้นตอนที่หลายคนสงสัยว่าถ้ากระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง ทำอย่างไรดีนะ? ก็มีคำแนะนำมาบอกต่อแล้ว 

กระเป๋าเดินทางเสียหายจากเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายการบิน 

กรณีนี้ต้องตรวจสอบรายละเอียดของกรมธรรม์ที่คุณซื้อประกันเดินทางต่างประเทศเอาไว้ว่าให้ความคุ้มครองมากน้อยเพียงใด มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่คำว่าสินทรัพย์เสียหายโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายการบินประกันเดินทางมักไม่ค่อยครอบคลุมเท่าใดนัก ยกเว้นกรณีสูญหายจากการโจรกรรม ปล้นชิงทรัพย์ ซึ่งต้องมีหลักฐานการแจ้งความชัดเจน อย่างไรก็ตามถ้าอ่านแล้วมีเงื่อนไขการรับเคลมเรื่องสัมภาระเสียหายทุกกรณีครอบคลุมด้วยก็ทำตามขั้นตอนได้เลย 

1. ติดต่อบริษัทประกันที่คุณซื้อประกันเดินทางเอาไว้พร้อมแจ้งรายละเอียดเบื้องต้น

2. กรอกเอกสารการยื่นเคลมประกันสินทรัพย์เสียหายเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ระบุข้อมูลทุกอย่างให้ครบถ้วน เช่น สังเกตเจอวันไหน จุดไหน

3. ถ่ายรูปเพื่อใช้แนบเป็นหลักฐาน รวมถึงหากมีสิ่งของอื่นสูญหายให้ระบุและพยายามหาหลักฐานมาแสดงให้มากที่สุด เช่น ใบเสร็จการซื้อสิ่งของดังกล่าว

4. แนบเอกสารการเดินทางที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปกับบริษัทประกัน เช่น สำเนาพาสปอร์ต บอร์ดดิ้งพาส สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร ใบเสร็จซื้อสินค้าที่สูญหาย หรือใบเสร็จกระเป๋าเดินทางใบที่เสียหาย เอกสารแบบฟอร์มการเคลม เป็นต้น

5. ยื่นข้อมูลทั้งหมดให้กับบริษัทประกัน แล้วรอผลการพิจารณา อย่างไรก็ตามคุณสามารถดำเนินการได้อย่างช้าสุดหลังกลับจากการเดินทางทริปดังกล่าวไม่เกิน 7 วัน

กระเป๋าเดินทางเสียหาย

กระเป๋าเดินทางเสียหายจากเหตุสุดวิสัยของสายการบิน 

กรณีแรกมักเป็นสิ่งที่พบเจอได้บ่อยมากเมื่อนำกระเป๋าเดินทางโหลดใต้ท้องเครื่อง ปรากฏเมื่อถึงปลายทางแล้วรอรับกระเป๋า สิ่งที่เห็นคือรอยแตกร้าว และอื่น ๆ ซึ่งกรณีที่ก่อนโหลดยังไม่มีปัญหาอะไรก็แสดงว่าจุดเกิดเหตุต้องอยู่ระหว่างการขนขึ้นใต้ท้องเครื่องแบบไม่ต้องสงสัย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสิ่งที่คุณควรต้องทำมีดังนี้ 

1. ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางทุกครั้งเมื่อหยิบลงจากสายพาน

หลังจากกระเป๋าเดินทางค่อย ๆ ไหลออกมาจากสายพาน พอถึงจังหวะที่ต้องหยิบลงอย่าพึ่งเคลื่อนย้ายไปไหนไกล ให้ตรวจสอบความผิดปกติของกระเป๋าว่ามีรอยแตกร้าว ซิปหลุด ล้อหลุด ล้อเบี้ยว ด้ามลากหัก ฯลฯ หากไม่มีก็ถือว่าปลอดภัย แต่เมื่อไหร่ที่มีต้องรีบแจ้งกับเคาน์เตอร์ Lost & Found หรือเจ้าหน้าที่ Information ใกล้เคียงสายพานนั้นที่สุดเพื่อให้ช่วยตรวจสอบทันที เหตุผลที่ไม่แนะนำให้ลากกระเป๋าเดินทางไปไกลจากสายพานเพราะอาจเป็นเหตุอ้างให้ทางสายการบินไม่รับผิดชอบได้ 

2. ติดต่อแจ้งรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่

เมื่อพบเห็นและแจ้งเบื้องต้นแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่คุณต้องอธิบายกับเจ้าหน้าที่ว่าเกิดอะไรขึ้น โดยการติดต่อต้องนำ Passport และ Boarding Pass ไปแสดงด้วย ย้ำอีกครั้งว่าต้องเช็กกระเป๋าเดินทางให้ดี อย่านำออกจากสนามบินแล้วพึ่งพบความเสียหาย ส่วนมากสายการบินจะไม่รับผิดชอบ เพราะมองว่าอาจเสียหายระหว่างที่คุณเดินทางนอกสนามบิน 

3. รอการออกเอกสาร Damage Report

เอกสาร Damage Report หรือ Property Irregularity Report (PIR) คือ เอกสารการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงระบุรายละเอียดทั้งหมด เช่น ยี่ห้อกระเป๋า สี ลักษณะ ลวดลาย เพื่อยืนยันจุดที่เกิดความเสียหายจากความผิดพลาดของสายการบิน ซึ่งจะมีแจ้งตอนท้ายว่าสายการบินยินดีรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ก่อนจะออกเอกสารดังกล่าวเจ้าหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบ ถ่ายภาพ และประเมินความเสียหายเบื้องต้น 

4. เข้าสู่ขั้นตอนการซ่อมแซม

สุดท้ายสายการบินจะทำการซ่อมแซมให้กับคุณซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณี โดยเจ้าหน้าที่ทำการประเมินและระบุข้อมูลเอาไว้ในเอกสาร Damage Report ดังนี้ 

  • กระเป๋าเดินทางเสียหายไม่มาก ยังสามารถใช้งานได้ ผู้โดยสารจะได้กระเป๋ากลับไปใช้งานก่อนจากนั้นทางสายการบินจะติดต่อกลับเพื่อนัดวันเข้ามาซ่อมแซมโดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปรับแล้วส่งคืนเมื่อแล้วเสร็จ แต่ถ้าผู้โดยสารจะนำไปซ่อมเองต้องพูดคุยกับทางสายการบินให้เข้าใจ โดยสามารถซ่อมได้แค่เฉพาะที่ระบุไว้ใน Damage Report เท่านั้น แล้วนำใบเสร็จค่าซ่อมตัวจริงเบิกจ่ายภายหลังกับทางสายการบิน 
  • กระเป๋าเดินทางเสายหายหนัก ใช้งานไม่ได้ เช่น กระเป๋าแตกทั้งใบ ปกติสายการบินจะแนะนำการชดเชยให้ 2 วิธี คือ จัดหากระเป๋าเดินทางใบใหม่ทดแทนใบเดิม อาจเป็นสี รุ่น ยี่ห้อ คล้ายกัน หรืออาจชดเชยเป็นมูลค่าตัวเงินตามการประเมินราคาของสายการบิน

แล้วประกันเดินทางจะช่วยกรณีนี้อย่างไร 

จากข้อมูลเมื่อกระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง สังเกตว่าสายการบินเองก็มีความรับผิดชอบให้แบบครบถ้วนทั้งหมด แล้วอย่างนี้ประกันเดินทางจะช่วยอะไรได้อีกบ้าง? คำตอบคือ ประกันเดินทางต่างประเทศที่คุณซื้อจะช่วยเหลือด้านมูลค่าของสินทรัพย์ที่เสียหายหรือสูญหายเพิ่มเติม ซึ่งกรณีนี้คุณจำเป็นต้องขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 

  • ยืนยันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสายการบิน  
  • ตามด้วยการแนบเอกสารแบบเดียวกับที่สินทรัพย์เสียหายหรือสูญหายนอกสนามบิน  
  • รูปภาพความเสียหายของสินทรัพย์ 
  • เอกสารยืนยันข้อตกลงที่สายการบินได้ชดเชยตามมูลค่าความเสียหายหรือสูญหายบางส่วนแล้วเพื่อประเมินว่าคุณได้รับการชดเชยเป็นจำนวนกี่บาทจากสนามบิน 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

สรุปความคุ้มครองเกี่ยวกับกระเป๋าเดินทางของประกันเดินทางต่างประเทศ 

1. คุ้มครองความสูญเสียหรือสูญหาย

อันมีเหตุเกิดจากอุบัติเหตุ การโจรกรรม ลักทรัพย์ รวมถึงความผิดพลาดจากสายการบินส่งผลให้สัมภาระเสียหาย สูญหาย บางกรมธรรม์อาจครอบคลุมความเสียหายนอกสนามบินก็ถือเป็นข้อดีที่คุณได้ประโยชน์ (แต่มีน้อยมากที่จะรับเงื่อนไขนี้ยกเว้นถูกโจรกรรม ลักทรัพย์) 

2. คุ้มครองความล่าช้าของกระเป๋าเดินทาง

หากสัมภาระถึงล่าช้าตามจำนวนเวลาที่กำหนด เช่น ถึงช้ากว่า 6 ชั่วโมง นับจากที่ตัวผู้โดยสารเดินทางมาถึงประเทศปลายทาง จะมีค่าชดเชยที่ต้องซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันให้ 

3. คุ้มครองเอกสารเดินทาง

เช่น ตั๋วเครื่องบิน พาสปอร์ต เอกสารจองที่พัก ตั๋วยานพาหนะ เกิดความสูญเสียด้วยเหตุดังนี้ โจรกรรม ชิงทรัพย์ ลักทรัพย์ สูญเสียจากอุบัติเหตุ 

4. คุ้มครองเงินส่วนตัว

ทั้งธนบัตรหรือเช็คธนาคารสูญหายอันเกิดจากโจรกรรม ชิงทรัพย์ ลักทรัพย์ แต่ต้องมีใบแจ้งความจากสถานีตำรวจ และครอบคลุมวงเงินไม่เกินที่กำหนดในกรมธรรม์ 

ซื้อประกันเดินทาง ที่ไหนดี ลดความเสี่ยงกระเป๋าเดินทางเสียหาย 

ใครที่มีแผนเดินทางไปเมืองนอก ประกันเดินทางต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญที่อย่ามองข้าม หากมีเหตุให้สัมภาระ กระเป๋าเดินทางเสียหายตอนเดินทาง หรือสูญหาย ก็ยังช่วยผ่อนหนักเป็นเบาจากการเคลมประกัน จึงขอแนะนำ ประกันเดินทาง LUMA GO” จาก LUMA กับราคาเบา ๆ เริ่มต้นจ่ายเพียง 199 บาท ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ บริการช่วยประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน สายด่วนตลอด 24 ชม. แต่ถ้าต้องการความคุ้มครองด้านการเดินทางเพิ่มเติมจ่ายราคาเริ่มต้นแค่ 469 บาท คุ้มครองรวม 3 ล้านบาท (มีแพ็คเกจคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท) สมัครง่ายผ่านออนไลน์ ทริปไหนก็อุ่นใจซื้อไว้ไม่ต้องกังวล 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองการเดินทาง:

ถ้าไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน ต้องทำอย่างไร

การเดินทางในหลายเส้นทาง ผู้คนจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องมีการต่อเครื่องบินหรือ Transfer ด้วยเหตุผลแตกต่างกันออกไป เช่น จากต้นทางไม่มีเที่ยวบินตรงไปยังปลายทาง ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ไปจนถึงระหว่างรอต่อเที่ยวบินสามารถออกไปเที่ยวชมความสวยงามของสถานที่ใกล้เคียงของสนามบินระหว่างทางได้ อย่างไรก็ตามหากกรณีถ้าคุณไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน ทำอย่างไร แล้วแบบนี้หากซื้อประกันเดินทางต่างประเทศเอาไว้สามารถเคลมได้หรือไม่ มาค้นหาข้อมูลที่ถูกต้องกันเลยดีกว่า! 

ต่อเครื่องบิน ไม่ทัน

เหตุผลที่มักทำให้ไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน 

ก่อนจะรู้ว่าหากไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน ทำอย่างไร อยากพาทุกคนไปค้นหาเหตุผลส่วนใหญ่ที่มักทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวเพื่อจะได้หลีกเลี่ยง ลดความเสี่ยงต่อการไปไม่ทันเครื่องตามเวลาที่กำหนด สร้างความล่าช้าให้กับตนเอง แผนการทั้งหมดผิดเพี้ยน และอาจมีความเสียหายด้านอื่นตามมา เช่น เรื่องงาน การนัดหมายกับบุคคลปลายทาง ฯลฯ 

1. เกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างเดินทางไปสนามบิน

ถือเป็นเหตุผลหลักที่มักทำให้การไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทันเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะคนที่วางแผนทิ้งระยะเวลาต่อเครื่องนาน ๆ เพื่อออกไปท่องเที่ยวภายนอก ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปจริงแล้วก็มีด้วยกันหลายปัจจัยมาก เช่น การเดินทางระหว่างมาสนามบินเกิดเหตุไม่คาดฝันกับระบบขนส่ง อาทิ สภาพการจราจรติดขัดอย่างหนัก รถไฟเกิดอุบัติเหตุทำให้ต้องหยุดเดินรถชั่วคราว เป็นต้น ซึ่งกรณีนี้รวมถึงการพักผ่อนรอต่อเครื่องในสนามบินแต่ลืมเช็กเวลาด้วยเช่นกัน 

2. ปัญหาด้านเอกสารการเดินทาง

ระหว่างเดินทางไฟล์ทแรกไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่พอต้องมาต่อเที่ยวบินไฟล์ทถัดมาดันเกิดปัญหาเอกสารหาย ลืมเอกสารบางอย่างที่ต้องใช้ระหว่างต่อเครื่องไม่ได้นำติดตัวมาด้วย ฯลฯ ปัญหานี้อาจบอกไม่ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ แต่ก็มักทำให้คุณไม่สามารถต่อเครื่องได้ทันตามกำหนดเวลาเดิม 

3. เที่ยวบินไฟล์ทแรกล่าช้า

เป็นเหตุสุดวิสัยที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเที่ยวบินทุกไฟล์ท เนื่องจากเที่ยวบินไฟล์ทแรกที่คุณต้องเดินทางมายังสนามบินระหว่างทางล่าช้า ไม่สามารถออกได้ตามกำหนด จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้โดยสารต้องต่อเครื่องจำนวนมากไม่ทันเวลาเดิมนั่นเอง 

ไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน ควรทำอย่างไร? 

คราวนี้ก็มาถึงวิธีแก้ปัญหาอันแสนน่าปวดหัวสำหรับคนที่ดันวางแผนผิดพลาดหรือมีเหตุอื่น ๆ ทำให้ต่อเครื่องไฟล์ทการเดินทางปกติของตนเองไม่ทัน คำถามคือเมื่อไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน ทำอย่างไรเพื่อยังคงเดินทางไปถึงตามเป้าหมายที่กำหนดหรือวางแผนเอาไว้ ลองใช้คำแนะนำที่จะบอกต่อไปนี้กันได้เลย 

1. มีสติ ไล่เรียงข้อมูลให้ครบถ้วน

ลำดับแรกเมื่อรู้ว่าตนเองต่อเครื่องไม่ทันจะด้วยเหตุผลใดก็ตามต้องมีสติ ไล่เรียงข้อมูลให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร เกิดจากสาเหตุอะไร โดยอาจทำการสอบถามจากพนักงานสายการบินอีกครั้งว่าเครื่องรอบที่จะไปออกตอนกี่โมง แล้วมีเที่ยวบินรอบใหม่ตอนกี่โมง ราคาเท่าไหร่ (แต่ยังไม่ต้องซื้อตั๋วนะ) 

2. วางแผนการเดินทางของตนเองใหม่

เมื่อเช็กข้อมูลเบื้องต้นชัดเจนแล้ว คราวนี้ก็มาเริ่มไล่เรียงแผนการเดินทางของตนเองใหม่ว่าจะเอาอย่างไรดี เช่น หากจำเป็นต้องถึงปลายทางภายในเวลาใกล้เคียงกับกำหนดเดิมมากที่สุดก็อาจต้องเลือกสายการบินที่มีเวลาถึงไม่ต่างกันมากนัก แต่ถ้าไม่รีบร้อน เน้นประหยัดไว้ก่อนก็สามารถเช็กไฟล์ทและราคาได้จากหลายสายการบิน 

3. ทำการซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่

เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ให้ทำการซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ และนั่นหมายถึงคุณต้องเริ่มต้นขั้นตอนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่แรกไม่ว่าจะเป็นการเช็กอิน การโหลดสัมภาระเข้าใต้ท้องเครื่อง การเช็กหนังสือเดินทาง รอหน้าทางเข้าเกต ขึ้นเครื่อง เรียกว่าทุกอย่างเหมือนคุณไม่เคยบินจากที่ไหนมาก่อนและพึ่งเริ่มต้นจากสนามบินแห่งนี้เป็นเที่ยวแรกของวัน 

ต่อเครื่องบิน ไม่ทัน

ไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน ประกันเคลมไหม? 

วิธีแก้ปัญหาจากกรณีที่ยกตัวอย่างไปเบื้องต้นจะเกิดจากเหตุสุดวิสัยซึ่งผิดพลาดจากตัวบุคคลเอง เช่น ออกไปนอกสนามบินแล้วกลับมาไม่ทันตามกำหนดเวลา มีปัญหาเรื่องเอกสาร หรือพักผ่อนเพลินจนลืมเวลาต่อเครื่อง ฯลฯ ซึ่งเหตุผลดังกล่าวแม้คุณจะมีประกันเดินทางต่างประเทศไว้แต่ก็จะไม่ครอบคลุมและไม่มีสิทธิ์ในการยื่นเครื่องเคลมประกันใด ๆ ทั้งสิ้น เหตุเพราะเป็นความผิดพลาดส่วนบุคคลไม่ได้เกิดจากสายการบิน 

อย่างไรก็ตามการให้ความคุ้มครองกรณีไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทันของประกันเดินทางก็มีอยู่เช่นกัน หากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจาก “เที่ยวบินดีเลย์” โดยเป็นเที่ยวบินจากไฟล์ทเดินทางขาแรกซึ่งมาถึงยังสนามบินที่จะทำการต่อเครื่องล่าช้ากว่ากำหนดจนทำให้เครื่องบินลำที่จะต่อออกไปก่อน ผู้เดินทางสามารถยื่นเรื่องเพื่อเคลมประกันกับบริษัทประกันได้เลย เพราะนั่นไม่ใช่ความผิดพลาดของตนเอง แต่เป็นความผิดพลาดจากสายการบิน  

อย่างไรก็ตามมีเงื่อนไขบางประการเกี่ยวกับการเคลมประกันกรณีต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน ส่วนใหญ่เงื่อนไขการเคลมจะทำได้ต่อเมื่อไฟล์ทเที่ยวบินนั้น ๆ เป็นการซื้อจากสายการบินเดียวกัน หรือ ตั๋วใบเดียวตลอดการเดินทาง 

อธิบายแบบเข้าใจง่ายคือ สมมุติคุณจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปนิวยอร์ก จึงตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินซึ่งเดินทางโดยสายการบิน A โดยตั๋วดังกล่าวมีการระบุไว้ชัดเจนว่าจะบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปต่อเครื่องที่สนามบินฮาเนดะ (ญี่ปุ่น) จากนั้นจึงเดินทางต่อไปสนามบิน JFK หากเที่ยวบินจากไทยล่าช้าจนทำให้เที่ยวบินจากฮาเนดะต้องออกไปก่อนและคุณต่อเครื่องไม่ทันแบบนี้สบายใจได้ว่าประกันเดินทางต่างประเทศที่ซื้อเคลมให้แน่นอน 

ส่วนกรณีที่ประกันเดินทางจะไม่เคลมแม้เป็นปัญหาเที่ยวบินดีเลย์จากสนามบินต้นทางคือ กรณีคุณซื้อตั๋วแยก 2 สายการบิน หรือ 2 ไฟล์ท โดยจ่ายแยกกันคนละไฟล์ท ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางการบินไม่ได้ถูกกำหนดให้ต่อเครื่องแบบต่อเนื่องกันจากทางสายการบิน (พูดง่าย ๆ เลือกวางแผนการต่อเครื่องเอง) 

จากตัวอย่างเดียวกัน ซื้อตั๋วโดยสารสายการบิน A ไปลงฮาเนดะ จ่ายเงินก่อน 1 รอบ จากนั้นก็ซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่จากฮาเนดะไป JFK จ่ายเงินอีก 1 รอบ แม้จะเป็นสายการบินเดียวกัน แต่ไม่ใช่รูทที่ถูกจัดเอาไว้ให้ต่อเครื่องและชำระเงินรอบเดียวตั้งแต่แรก หากเที่ยวบินจากเมืองไทยล่าช้าแล้วเครื่องบินจากฮาเนดะออกไปก่อน ก็มักไม่ได้รับการเคลมประกัน ยกเว้นการล่าช้าดังกล่าวมากกว่าระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนดเอาไว้ (ซึ่งส่วนใหญ่ต้องล่าช้าเกิน 6 ชม.)  

โดยสรุปการเคลมของบริษัทประกันกรณีไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน จะจ่ายให้เฉพาะเที่ยวบินล่าช้า (ดีเลย์) และต้องเป็นกรณีคุณซื้อไฟล์ทเที่ยวบินแบบรูทเดียวตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางเท่านั้น หากซื้อแยกไฟล์ทจะรับเคลมเฉพาะไฟล์ทไหนก็ตามล่าช้าเกินกว่า 6 ชม. หรือตามระยะเวลาที่กรมธรรม์ระบุไว้ 

กรณีเคลมประกันได้ผู้เอากรมธรรม์จะได้อะไรบ้าง 

ปกติแล้วหากคุณไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน แล้วได้รับการชดเชยจากบริษัทประกัน จะได้เป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม สัมภาระที่จำเป็น (กรณีสัมภาระไม่ได้ offload ออกมาด้วย) รวมถึงค่าตั๋วเครื่องบินไฟล์ทใหม่ (หากต้องเดินทางทันที ไม่สามารถรอไฟล์ทถัดไปจากสายการบินเดิมได้) ซึ่งทางผู้เอาประกันต้องทำเรื่องเพื่อขอเอกสารยืนยันการเกิดเที่ยวบินล่าช้าด้วย 

อย่างไรก็ตามกรณีที่สายการบินมีการชดเชยให้เบื้องต้นจากค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ทางสายการบินมักไม่ได้ออกเอกสารดังกล่าวให้เนื่องจากมีการรับผิดชอบเรียบร้อย แม้จะมีตั๋วเครื่องบินอยู่ส่วนใหญ่ทางบริษัทประกันก็จะไม่ได้รับเคลม 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

สรุป 

สำหรับใครที่ยังสงสัยว่าไปต่อเครื่องบิน (Transfer) ไม่ทัน ทำอย่างไรดี แนะนำให้มีประกันเดินทางติดตัวเอาไว้ก่อนลำดับแรก จากนั้นก็ต้องดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามาจากสาเหตุใด ซึ่งส่วนมากหากเป็นเหตุผลจากทางสายการบินดีเลย์โดยคุณซื้อตั๋วแบบรูทเดียวตั้งแต่แรกก็สบายใจว่ายังไงก็รับเคลมแน่ แถมยังสบายใจเรื่องสัมภาระสูญหาย เสียหายได้อีกต่อด้วย  

ซึ่งใครที่กำลังมองหาประกันเดินทางต่างประเทศดี ๆ สักฉบับขอแนะนำ ประกันเดินทาง LUMA GO” จาก LUMA กับราคาเบา ๆ เริ่มต้นจ่ายเพียง 199 บาท คุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 ค่ารักษาพยาบาลจากเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ มีบริการช่วยประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน พร้อมสายด่วนตลอด 24 ชม. ส่วนใครที่ต้องการความคุ้มครองด้านการเดินทางราคาเริ่มต้นที่ 469 บาท คุ้มครองรวม 3 ล้านบาท (มีแพ็คเกจคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท) สมัครง่ายผ่านออนไลน์ ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง จะต่อเที่ยวบินกี่ไฟล์ทก็หายห่วง  

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเมื่อเกิดการตกเครื่องบิน สามารถอ่านได้ที่ ถ้าตกเครื่องบิน ต้องทำยังไง

ถ้าเที่ยวบินล่าช้า ต้องทำอย่างไร

ทุกครั้งของการเดินทางอาจมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะกับคนที่เดินทางด้วยเครื่องบิน ซึ่งเหตุการณ์ยอดฮิตต้องยกให้กับเที่ยวบินล่าช้า หรือ ไฟล์ทดีเลย์ ลำพังหากแค่เล็กน้อยประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็ยังพอรับไหว แต่ถ้ามากระดับ 3 ชั่วโมง ขึ้นไป คงต้องรีบวางแผนเป็นการด่วนว่าจะต้องเอายังไงต่อดีสำหรับคนเดินทางที่มีกำหนดเวลาชัดเจน คำถามคือ ถ้าเที่ยวบินล่าช้า ทำอย่างไร? แล้วกรณีคุณมีประกันเดินทางอยู่สามารถให้ความคุ้มครองได้หรือไม่ ลองหาคำตอบกันเลย! 

เที่ยวบินล่าช้า

สาเหตุสำคัญที่มักทำให้เที่ยวบินล่าช้า 

ก่อนจะรู้ว่าถ้าเที่ยวบินล่าช้า ทำอย่างไร ขอพาทุกคนไปหาข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุหลัก ๆ ที่มักทำให้เกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้า ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูล สามารถแยกรายละเอียดออกได้ทั้งหมด ดังนี้ 

1. สภาพอากาศแปรปรวน ขึ้นบินไม่ได้

สาเหตุแรกเป็นเรื่องสุดวิสัยที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ นั่นคือ สภาพดินฟ้าอากาศ ซึ่งกรณีนี้ทั้งทางกัปตันผู้ควบคุมการบิน ทีมงานวิเคราะห์ภาคพื้น และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะวิเคราะห์ หารือร่วมกันถึงความปลอดภัย ความรุนแรงของสภาพอากาศที่กำลังเกิดขึ้นมีแนวโน้มไปยังทิศทางใด เห็นสมควรให้เครื่องบินขึ้นบินหรือไม่ หากประเมินแล้วมีความเสี่ยงก็จำเป็นต้องดีเลย์ไฟล์ทบินเอาไว้จนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ซึ่งสภาพอากาศแปรปรวนนี้มีได้ทั้งฝนฟ้าคะนอง หิมะตกหนัก ไปจนถึงเกิดพายุ  

2. เครื่องบินเกิดเหตุขัดข้อง

สาเหตุต่อมาเป็นเรื่องสุดวิสัยแต่ก็อยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยด้วยเช่นกัน เครื่องบินก็ไม่ต่างจากยานพาหนะชนิดอื่น แถมยังต้องใส่ใจตรวจสอบความพร้อมให้ละเอียดมากกว่าด้วยซ้ำ จึงเป็นเรื่องปกติเมื่อเครื่องลำไหนจะออกต้องมีวิศวกรมาตรวจสอบความพร้อม รวมถึงกัปตันเช็กเครื่องอีกครั้ง หากมีจุดบกพร่องเพียงเล็กน้อยก็ต้องสั่งทำการแก้ไขซ่อมแซมทันที ตรงนี้เองหากยังไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จตามเวลาไฟล์ทบินปกติก็ต้องดีเลย์เลื่อนเที่ยวบินดังกล่าวออกไปจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย  

3. เหตุประท้วงของพนักงาน

อาจเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้บ้างแต่ไม่มากนัก นั่นคือ การประท้วงหยุดงานหรือพักงานของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทสายการบิน สนามบินต้นทาง / ปลายทาง ซึ่งอาจมาจากสาเหตุแตกต่างกันออกไป แต่นั่นก็ทำให้เครื่องบินไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติและต้องรอจนกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะตกลงกันเรียบร้อย 

4. เหตุไม่คาดฝันอื่น ๆ 

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เที่ยวบินล่าช้าได้ เช่น การถูกข่มขู่จากผู้ไม่ประสงค์ดี การตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระหว่างลำเลียงสัมภาระเข้าใต้ท้องเครื่องบิน อุบัติเหตุหรือโรคประจำตัวของผู้โดยสารกำเริบก่อนเริ่มออกบิน ฯลฯ เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลให้กัปตันไม่สามารถขึ้นบินได้ตามกำหนดเวลาและต้องเลื่อนออกเดินทางจนกว่าทุกอย่างจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ 

เที่ยวบินล่าช้า

วิธีแก้ปัญหา ถ้าเที่ยวบินล่าช้า ทำอย่างไร?

ต้องขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่าจากตัวอย่างเหตุการณ์ที่ระบุไปก็อาจมีผลทำให้เกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้าได้ ซึ่งคำถามที่ว่าถ้าเที่ยวบินล่าช้า ทำอย่างไรดี ปกติแล้วระยะเวลาในการล่าช้าอาจมีตั้งแต่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ไปจนถึง 1 วัน ซึ่งเบื้องต้นทางสายการบินจะต้องมีมาตรการรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิด ดังนี้ 

1. ล่าช้า 2 ชั่วโมง ไม่เกิน 3 ชั่วโมง

มีการจัดหาอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้โดยสาร และผู้โดยสารขอเงินคืนได้เต็มจำนวน 

2. ล่าช้า 3 ชั่วโมง ไม่เกิน 5 ชั่วโมง

มีการจัดหาอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้โดยสาร และผู้โดยสารขอเงินคืนได้เต็มจำนวน หรือกรณีผู้โดยสารต้องการเปลี่ยนสายการบินไปจุดหมายเดิม สายการบินต้องจ่ายค่าส่วนต่างและค่าธรรมเนียมสนามบิน 

3. ล่าช้า 5 ชั่วโมง ไม่เกิน 6 ชั่วโมง

ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อ 2 พร้อมชดเชยให้กับผู้โดยสารด้วยเงินสดซึ่งต้องจ่ายทันทีหากผู้โดยสารเตรียมออกเดินทาง 

4. ล่าช้า 6 ชั่วโมง ขึ้นไป

ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อ 3 พร้อม จัดหาที่พักแบบไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมให้กับผู้โดยสาร 

อย่างไรก็ตามเงื่อนไขดังกล่าวที่ระบุไว้อาจไม่ได้พบเจอกันได้ทุกสายการบิน หรือไม่ได้มีการระบุจากทางเจ้าหน้าที่สายการบินหากไม่มีการร้องขอ ด้วยเหตุนี้จึงอยากแนะนำว่าเมื่อเกิดเหตุไฟล์ทบินดีเลย์ต้องรีบสอบถามถึงความรับผิดชอบจากทางสายการบินทันที 

ประกันเดินทางคุ้มครองเที่ยวบินล่าช้าหรือไม่? 

จากเหตุการณ์เที่ยวบินล่าช้าคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง เพราะนอกจากไม่สามารถเดินทางถึงจุดหมายตามแผนที่วางเอาไว้ ยังต้องเสียเวลารอคอยแทนที่จะได้พักผ่อนอย่างสบายใจ ดังนั้นการเลือกซื้อ “ประกันเดินทาง” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่อย่างน้อยสุดคุณก็มั่นใจว่ามีสิทธิ์รับการดูแลจากบริษัทประกันตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้อย่างแน่นอน 

เบื้องต้นประกันเดินทางต่างประเทศจะให้ความครอบคลุมในกรณีเที่ยวบินดีเลย์ ล่าช้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่มีระบุเอาไว้ด้วย เช่น ให้ความคุ้มครองความล่าช้าของสายการบินทุก ๆ 6 ชั่วโมง ด้วยวงเงิน 2,000 บาท หมายถึง เมื่อครบ 6 ชั่วโมงแรกของการล่าช้าคุณจะได้รับเงินชดเชย 2,000 บาท ซึ่งไม่เกี่ยวกับการดูแลของสายการบินนั้น ๆ เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามกรณีที่คุณไม่สามารถรอคอยได้นานจำเป็นต้องมีค่าเดินทางใหม่ หรือกรณีรอนานจนต้องมีค่าที่พักเพิ่มเติมกรณีนี้ก็สามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนต่างไปเบิกกับทางประกันเดินทางต่างประเทศที่ซื้อเอาไว้เพื่อให้ช่วยเคลมได้ (ไม่เกินวงเงินที่ระบุ)  

โดยสรุปของเหตุการณ์นี้หากคุณมีประกันเดินทางซึ่งครอบคลุมเที่ยวบินล่าช้า เมื่อถึงกำหนดเวลาจริงปรากฏไฟล์ทดีเลย์ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เบื้องต้นให้ทำการสอบถามกับทางสายการบินถึงระยะเวลาใหม่ที่เครื่องบินสามารถออกเดินทางได้ แล้วถามเรื่องการชดเชย ความรับผิดชอบเบื้องต้นที่สายการบินสามารถมอบให้กับผู้โดยสาร 

ซึ่งปกติแล้วคุณจำเป็นต้องอ่านเงื่อนไขเกี่ยวกับเที่ยวบินล่าช้าในกรมธรรม์ด้วยว่าให้ความคุ้มครองอย่างไรบ้าง เช่น ถ้าระบุว่าจ่ายเงินทุก ๆ 6 ชั่วโมง นั่นหมายถึงหากไฟล์ทดีเลย์ไม่ถึง 6 ชั่วโมง ก็อาจไม่ได้รับการชดเชยใด ๆ แต่ถ้าไม่ได้จำกัดเงื่อนไขดังกล่าวเมื่อไหร่ที่เที่ยวบินออกช้าตั้งแต่ชั่วโมงแรกก็สามารถเคลมได้ทันที แต่ทั้งนี้ต้องมีเอกสารยืนยันจากทางสายการบิน  

อีกสิ่งที่ควรรู้คือ ปกติหากสายการบินชดเชยความเสียหายให้กับคุณบางส่วนแล้วบ่อยครั้งทางสายการบินอาจไม่ได้ออกเอกสารยืนยันไฟล์ทบินดีเลย์เนื่องจากพวกเขามองว่าได้ทำตามการดูแลพื้นฐานให้เรียบร้อย นอกจากคุณมีเหตุผลต้องเดินทางด้วยสายการบินอื่นทันที แล้วสายการบินเดิมมีงบให้ไม่พอ หรือคุณไม่ต้องการพักโรงแรมที่สายการบินจัดไว้ให้ แต่ราคาโรงแรมแห่งใหม่สูงกว่า ก็สามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่สายการบินเพื่อขอให้ออกเอกสารยืนยันสำหรับนำไปเคลมประกันได้ 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ขั้นตอนเบื้องต้นเมื่อต้องเคลมประกันเที่ยวบินล่าช้า 

1. เช็กรายละเอียดความคุ้มครองของประกัน

ลำดับแรกต้องเช็กข้อมูลความคุ้มครองของประกันเดินทางที่คุณทำว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขการชดเชยกรณีเครื่องดีเลย์ตั้งแต่กี่ชั่วโมง และต้องทำตามขั้นตอนอะไรบ้าง 

2. ติดต่อกับ Call Center บริษัทประกัน

เมื่อคุณรู้ว่าเที่ยวบินล่าช้าสิ่งแรกที่ควรทำคือต้องติดต่อกับ Call Center บริษัทประกันที่ตนเองได้ซื้อเอาไว้ เพื่อแจ้งเหตุที่เกิดขึ้น 

3. ติดต่อขอรับเอกสารยืนยันจากสายการบิน

สิ่งสำคัญคือต้องมีเอกสารยืนยันจากทางสายการบินว่าเที่ยวบินดีเลย์ซึ่งโดยทั่วไปมักทำพร้อม ๆ กับติดต่อ Call Center เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา 

4. เตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

ปกติแล้วคุณต้องเป็นผู้สำรองจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดจากเที่ยวบินดีเลย์ไปก่อน เช่น ค่าตั๋วโดยสารใหม่ ค่าอาหาร ค่าที่พัก ดังนั้นต้องมีเอกสารใบเสร็จตัวจริงของค่าใช้จ่ายเหล่านั้น รวมถึงสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาพาสปอร์ต เอกสารยืนยันจากสายการบินหรือสนามบิน ตั๋วเครื่องบินฉบับจริงทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงแบบฟอร์มการเคลมของบริษัทประกันแนบไปด้วยเสมอ 

แนะนำประกันเดินทางต่างประเทศที่ควรมี 

นี่คือคำตอบทั้งหมดสำหรับคนที่สงสัยว่าถ้าเที่ยวบินล่าช้า ทำอย่างไร ซึ่งใครไม่อยากกังวลกับเหตุการณ์น่าปวดหัวแบบนี้แนะนำให้มีประกันเดินทางต่างประเทศติดตัวไว้ตอบโจทย์กว่าแน่นอน ซึ่งขอแนะนำ ประกันเดินทาง LUMA GO” จาก LUMA กับราคาเบา ๆ เริ่มต้นจ่ายเพียง 199 บาท ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ พร้อมบริการช่วยประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน สายด่วนตลอด 24 ชม. ขณะที่ใครต้องการความคุ้มครองด้านการเดินทางเพิ่มเติมราคาเริ่มต้นที่ 469 บาท คุ้มครองรวม 3 ล้านบาท (มีแพ็คเกจคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท) สมัครง่ายผ่านออนไลน์ เดินทางไปที่ไหนก็สบายใจแน่นอน 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับมือกับความล่าช้าในการบิน:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว