ไขมันดี ดีอย่างไร รวมสารพัดประโยชน์ที่ควรรู้เกี่ยวกับไขมันดี

หลาย ๆ คนยังมีความเชื่อว่าการรับประทานอาหารที่มีไขมัน จะส่งผลเสียแก่ร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วยังมีไขมันที่เรียกว่า ‘ไขมันดี’ ที่มาพร้อมกับสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคอื่น ๆ โดยการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันและปัจจัยอื่น ๆ จะช่วยสร้างไขมันดีภายในร่างกาย

ดังนั้นการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน อาจจะไม่ได้ส่งผลเสียแก่ร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่เรายังได้รับประโยชน์และสารอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันดีอีกมากมาย และคุณรู้หรือไม่ว่าอาหารโปรดของใคร ๆ หลายคนอย่างแซลมอน ยังอุดมไปด้วยไขมันดีที่จะช่วยรักษาระดับค่าไขมันดีภายในร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ มาทำความเข้าใจกันเลยดีกว่าว่าไขมันดีคืออะไร ดีอย่างไร และช่วยลดความเสี่ยงจากโรคอะไรได้บ้าง  

ไขมันดี คืออะไร  

ไขมันดี High-Density Lipoprotein (HDL) หรือไขมันชนิดดี มีหน้าที่ช่วยไล่ไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังภายในหลอดเลือดออกไป โดยในร่างกายของคนเราต้องรักษาค่าไขมันชนิดดี หรือที่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า High-Density Lipoprotein Cholesterol (HDL-C) ให้อยู่ในระดับสูงและไม่ควรต่ำกว่าเกณฑ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และโรคอื่น ๆ ได้ในอนาคต  

โดยค่าไขมันชนิดที่ดี (HDL-C) ควรอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ดังนี้  

  • เพศชาย ไม่ต่ำกว่่า 40 – 50 mg/dL  
  • เพศหญิง ไม่ต่ำกว่่า 50 – 59 mg/dL 
ภาพการตรวจสอบไขมันดีจากเลือด

ประโยชน์ของการมีค่าไขมันดีสูง  

หากมีค่าไขมันดี (HDL-C) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และช่วยลดค่าความเสี่ยงที่มีต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคตได้ ดังนั้น ควรรักษาค่าระดับไขมันดีให้อยู่ในระดับเกณฑ์มาตรฐานหรือสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 

วิธีเพิ่มค่าไขมันดีภายในร่างกาย

เพื่อป้องกันการลดลงของค่าไขมันดีภายในร่างกาย ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและขนมที่มีไขมันไม่ดี (LDL) ในปริมาณมาก เช่น หลีกเลี่ยงการรับประทานขนมที่มีปริมาณไขมันทรานส์สูง ทั้งนี้เราสามารถเพิ่มและคงระดับไขมันดีได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น  

  • ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม – การบริโภคแอลกอฮอล์ประเภทไวน์จำนวน 2 – 6 ออนซ์จะช่วยทำให้ระดับไขมันดีในร่างกายเพิ่มขึ้นได้ แต่ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม และผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคแอลกอฮอล์

  • เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มไขมันดีภายในร่างกาย – เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันชนิดดี เช่น เลือกรับประทานอาหารประเภทปลาที่มีโอเมก้า 3 มากขึ้น

  • ออกกำลังกาย – ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อรักษาค่าไขมันดีให้อยู่ในระดับเกณฑ์มาตรฐานและช่วยเผาผลาญพลังงานที่บริโภคเข้าไปในแต่ละวัน 

  • เลิกบุหรี่  – การเลิกบุหรี่จะทำให้ค่าไขมันชนิดที่ดีต่อร่างกาย (HDL-C) เพิ่มสูงขึ้นถึง 15% – 20% 

ผู้หญิงออกกำลังกายเพื่อเพิ่มไขมันดี

อาหารไขมันดีมีอะไรบ้าง 

อาหารที่อุดมไปด้วยไขมันดีประกอบไปด้วย 

น้ำมันมะกอก 

เลือกใช้น้ำมันมะกอกแทนการใช้น้ำมันชนิดอื่นจะช่วยเพิ่มไขมันชนิดดีภายในร่างกาย ซึ่งการใช้น้ำมันมะกอกราดบนเมนูผักสลัด จะช่วยให้การรับประทานน้ำมันมะกอกสะดวกมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับสายสุขภาพที่ไม่ต้องการใช้น้ำมันมะกอกไปทอดกับอาหารชนิดอื่น ๆ หรือหากต้องการใช้น้ำมันมะกอกเพื่อการทอด ควรจำกัดปริมาณอย่างเหมาะสม ไม่ควรใช้น้ำมันในการทอดมากเกินไป 

อะโวคาโด 

การรับประทานอะโวคาโดจะช่วยทำให้ค่าไขมันดีภายในร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวายเฉียบพลัน รวมไปถึงช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจเพราะอะโวคาโดอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย อุดมไปด้วยกากใยอาหาร ที่จะทำให้ระดับ
คลอเรสเตอรอลภายในร่างกายของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

พืชตระกูลถั่วและถั่วเมล็ดแห้ง

การรับประทานพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วพุ่มจะช่วยให้ค่าไขมันดีภายในร่างกายเพิ่มขึ้น โดยสามารถเลือกรับประทานเป็นของว่างก็ได้ เป็นอาหารที่ทั้งทานง่ายและดีต่อสุขภาพ

ธัญพืช

อาหารประเภทธัญพืชจะช่วยลดไขมันเลว (LDL) และลดระดับคลอเรสเตอรอลภายในร่างกาย เพราะว่าอาหารประเภทธัญพืชจะช่วยเสริมสร้างไฟเบอร์ที่ดีต่อลำไส้ เช่น รับประทานโอ๊ตมีล (Oatmeal) ในมื้อเช้า

ผลไม้กากใยสูง

การทานผลไม้กากใยอาหารสูง เช่น สม กีวี หรือแอปเปิ้ล จะช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลและเพิ่มค่าไขมันดีได้เป็นอย่างดี สามารถนำผลไม้ไปรับประทานกับข้าวโอ๊ต หรือปั่นเป็นสมูทตี้ก็ได้  

ปลาทะเลน้ำลึก 

การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของปลาทะเลน้ำลึก อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอราล หรือปลาเทราต์สายรุ้ง จะช่วยลดอัตราไขมันเลว (LDL) ภายในร่างกาย และเสริมสร้างไขมันชนิดดีภายในร่างกาย 

เมล็ดแฟลกซ์

มีลักษณะคล้าย ๆ กับเม็ดงา แต่มีลักษณะเมล็ดใหญ่กว่าเมล็ดงา ซึ่งคนนิยมนำมาบดเพื่อโรยบนอาหารก่อนรับประทาน โดยเมล็ดแฟลกซ์จะช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลภายในร่างกาย เนื่องจากเมล็ดแฟลกซ์อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3

ถั่ว

การรับประทานถั่วชนิดต่าง ๆ  เช่น อัลมอนด์ ถั่วพิสตาชีโอ จะช่วยเพิ่มกากใยอาหาร ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะถั่วชนิดต่าง ๆ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันไม่อิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังสามารถรับประทานเป็นเมนูของว่างได้

เมล็ดเซีย 

เมล็ดเซียประกอบไปด้วยไขมันโอเมก้า 3 กากใยอาหาร และอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมาย โดยเมล็ดเซียไม่เพียงแค่จะช่วยเพิ่มค่าไขมันดีภายในร่างกายเท่านั้น แต่ยังช่วยลดระดับความดันเลือดอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง จะช่วยเพิ่มค่าไขมันดีภายในร่างกาย และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองสามารถหาซื้อได้ง่าย จึงเป็นอาารทางเลือกที่เหมาะกับใครหลาย ๆ คน

สุดท้ายนี้ อย่าลืมรักษาค่าไขมันดี (HDL-C) ภายในร่างกายให้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เพราะถ้าหากเรารับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาหารและกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้ระดับไขมันดีภายในร่างกายอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ส่งผลให้ระดับคลอเรสเตอรอลสูงขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ รวมไปถึงความเสี่ยงการเกิดของอาการหัวใจวายเฉียบพลัน และอย่าลืมตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อห่างไกลโรคร้าย 

อ่านเพิ่มเติม:

เที่ยวอังกฤษครั้งนี้ วิธีการชำระต่างๆมีแบบไหน

ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะเลือกท่องเที่ยว หางานหรือเลือกศึกษาต่อในต่างประเทศกันมากขึ้น ซึ่งประเทศในโซนยุโรปหลาย ๆ ประเทศก็ถือเป็นโซนที่ได้รับความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวจากคนทั่วทั้งโลก เนื่องจากมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศไทยซึ่งถึงแม้ว่าจะมีค่าครองชีพที่สูงก็ตามแต่สุทธิแล้วก็ยังคงได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าประเทศไทยอยู่ดี โดยสกุลเงินของประเทศอังกฤษที่ใช้นั้นเป็นปอนด์ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการเลือกเดินทางไปเที่ยว ไปทำงานหรือศึกษาต่อซึ่งตั้งแต่เกิดวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 หลาย ๆ ประเทศก็ประสบกับปัญหาเศรษฐกิจครั้งใหญ่และเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคของสังคมไร้เงินสดนับแต่นั้นเป็นต้นมา อีกทั้งเป็นยุคของสังคมเด็กรุ่นใหม่ Gen Z ซึ่งทำให้มีการชำระค่าใช้จ่ายผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ในโซนยุโรปนั้นแทบจะไม่ได้ใช้เงินสดในการชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กันแล้วด้วยซ้ำ เช่นเดียวกันกับประเทศอังกฤษที่ถือว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วก็เป็นสังคมไร้เงินสดเช่นเดียวกัน จากสถิติ 89% ของคนอังกฤษเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์อย่างน้อยเดือนละครั้งและ 43% เลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งจะเห็นว่าการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านทางออนไลน์นั้นถือเป็นช่องทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในปัจจุบันของประเทศอังกฤษเลยทีเดียว

ก่อนที่คุณจะทำการชำระเงินสำหรับแผนประกันการเดินทาง เราขอแนะนำให้คุณดูข้อมูลเกี่ยวกับ ประกันการเดินทางสำหรับอังกฤษ โดยการเลือกแผนที่เหมาะสมกับการเดินทางของคุณเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาความปลอดภัยและความคุ้มครองที่ดีที่สุด

เรามีแผนประกันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณมั่นใจในการเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ โดยให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งการเจ็บป่วย การสูญหาย หรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

วิธีการชำระเงินทางออนไลน์ที่ได้รับความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศอังกฤษนั้น ได้แก่

บัตรเดบิตและบัตรเครดิต

บัตรเดบิตและบัตรเครดิตถือเป็นวิธีการชำระเงินที่คนส่วนใหญ่ในอังกฤษเลือกใช้ในการชำระเงินผ่านทางออนไลน์ ซึ่งคิดเป็น 75% ของรูปแบบการชำระเงินทั้งหมดเลยทีเดียว ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วผู้ซื้อมักจะถือบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต 2 – 3 ใบต่อคนเลยทีเดียวเพื่อให้มีสภาพคล่องทางการเงินมากยิ่งขึ้น ซึ่งบัตรส่วนใหญ่ที่คนที่นี่เลือกใช้มักจะเป็นบัตรเดบิต Visa ซึ่งก็ถือเป็นเครือข่ายของบัตรเดบิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกและ Mastercard ซึ่งก็ถือเป็นเครือข่ายของบัตรเครดิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน

โดยทั่วไป ประเทศอังกฤษจะนิยมรับ Mastercard มากกว่า Visa เลยอยากแนะนำให้มีบัตรแบบ Mastercard ติดตัวไว้บ้าง หากบางสถานที่ไม่อยากรับ หรือมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการใช้บัตร Visa นอกจากนั้นแล้ว บัตรเครดิตที่เป็นแบบ Contactless สามารถใช้จ่ายในการเดินทางด้วยรถเมล์หรือรถใต้ดินที่กรุงลอนดอนได้เลย โดยไม่ต้องมีบัตรโดยสารแยก

 

Mobile Payment

ประเทศอังกฤษเป็นหนึ่งประเทศที่นิยมการชำระเงินแบบ Mobile Payment อย่างมาก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีบัตร หรือบัญชีธนาคารที่อังกฤษ โดย PayZone ได้นำเสนอช่องทางในการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นั่นก็คือการเลือกจ่ายผ่าน Apple Pay สำหรับคนที่ใช้งานในระบบ ios และ Google Pay สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้งานใช้งานในระบบ ios แต่มีบัญชีกับทาง Google อยู่แล้ว การชำระเงินด้วยวิธีนี้ จะเป็น Contactless Payment ที่กำลังเป็นนิยมทั่วโลก เนื่องจากความสะดวกสบายและคล่องตัวในการใช้จ่าย

 

วิธีชำระเงินที่อังกฤษ

เงินสด

ในปี 2020 ที่ผ่านมานี้จากการสำรวจพบว่ามีผู้คนเพียง 17% เท่านั้นที่ยังคงใข้จ่ายสินค้าและบริการด้วยเงินสดและมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย

Oyster Card

หากเราต้องการเดินทางไปเที่ยวหรือไปศึกษาต่อในประเทศอังกฤษนั้นจะเห็นว่า เงินสด นั้นไม่ได้จำเป็นมากเท่าที่ผ่านมา ไม่ต้องคอยกังวลว่าเราจะต้องแลกเงินที่ธนาคารไหนถึงจะคุ้มค่าหรือจะต้องแลกเงินไปเท่าไหร่ถึงจะเพียงพออีกด้วย เพราะที่นี่เขาพัฒนาและปรับเปลี่ยนมาเป็นประเทศแบบไร้การสัมผัสกันแล้ว นอกจากนั้นที่นี่ยังได้ออกนโยบายมากระตุ้นให้มาเที่ยวกันแบบครอบครัวอีกด้วย โดยนโยบายที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจที่ว่านั้นคือ สำหรับครอบครัวไหนที่พาเด็กที่มีอายุไม่เกิน 5 ขวบมาเที่ยวด้วย เด็กจะสามารถเดินทางได้โดยไม่มีค่าใข้จ่ายใด ๆ ทุกเส้นทางในประเทศ แต่ถ้าหากเด็กมีอายุอยู่ในช่วง 5 – 11 ปียังคงเดินทางได้โดยไม่มีค่าใข้จ่ายใด ๆ ในเส้นทางของรถโดยสารประจำทาง รถราง รถไฟใต้ดิน รถไฟ DLR รถไฟ Elizabeth line และรถไฟ National ในบางสายแต่จะต้องเดินทางร่วมกับผู้ใหญ่และสามารถใช้สิทธิผู้ใหญ่ 1 คนต่อเด็กสูงสุดได้ถึง 4 คนแต่หากเด็กมีอายุมากกว่า 11 ปีขึ้นไปก็สามารถติดต่อขอรับส่วนลดในการเดินทางได้ถึง 50% เลยทีเดียว

นอกจากการใช้จ่ายในส่วนของสินค้าและบริการแล้วนั้น ในเรื่องของการเดินทางก็ถือเป็นค่าใข้จ่ายส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันเราที่อยู่ที่นู่นด้วยเช่นกัน โดยสามารถจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยบัตรที่ได้รับความนิยมในประเทศอังกฤษที่คนส่วนใหญ่ต่างเลือกใช้ในการเดินทางนั่นก็คือบัตร Oyster card และ Visitor Oyster card ซึ่งเป็นบัตรสมาร์ทการ์ดที่คุณสามารถทำการชำระได้ง่าย ประหยัดเวลาและมีความยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก แต่อาจมีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้หากบัตรนั้น ๆ ไม่ใช่ของประเทศอังกฤษ แต่การที่จะได้ถือบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตของที่นี่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องได้รับวีซ่าเล่มที่มากกว่า 6 เดือนเสียก่อนซึ่งในการไปเที่ยวหรือศึกษาต่อในระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือนนั้นอาจจะยังไม่ได้บัตรในรูปแบบนี้ ในเรื่องของความยืดหยุ่นของบัตรใบนี้นั้นเห็นได้จาก Pay as you go (จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง) ซึ่งถือเป็นวิธีที่ง่ายและนิยมใช้กันมากที่สุดในการเลือกชำระค่าเดินทางในกรุงลอนดอนไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะหรือรถไฟฟ้า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการไปซื้อตั๋วรายเที่ยวที่เครื่องจำหน่ายตั๋วตามสถานีต่างๆ ไร้การสัมผัสและสามารถทำธุรกรรมผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (mobile payments) ได้อีกด้วย นอกจากนั้นในบัตรยังมีสิทธิพิเศษอีกอย่างก็คือ มีการกำหนดขั้นสูงของค่าใช้จ่ายในการเดินทางไว้ในแต่ละวัน หากเราใช้เกินกว่านั้นต่อวันก็จะไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมซึ่งถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก และสำหรับนักท่องเที่ยวก็สามารถเลือกใช้บัตรเครดิต Visitor Oyster card ได้ โดยสามารถใช้ชำระค่าเดินทางสำหรับไปและกลับสนามบินได้อีกด้วย โดยสามารถเลือกใช้การเดินทางผ่าน รถไฟใต้ดิน, รถไฟ Elizabeth line, Heathrow Express และ Gatwick Express ซึ่งสามารถเลือกซื้อบัตรสมาร์ทการ์ดนี้ได้ตาม ช็อป TfL Visitor และ ช็อป VisitBritain ทั่วไป

โดยนอกจากบัตรสมาร์ทการ์ดอย่าง Oyster card และ Visitor Oyster card แล้วยังมี Travelcards ซึ่งจะเป็นการซื้อในราคาเหมาจ่ายในการโดยสารรถโดยสารประจำทาง รถไฟใต้ดิน รถไฟ DLR รถราง รถไฟ Elizabeth line และรถไฟ National แต่ Travelcards นี้ไม่ได้มีบัตรขายแยกเฉพาะแต่อย่างใดเป็นเพียงการซื้อเพิ่มเติมลงในบัตร Oyster card และ Visitor Oyster card เท่านั้นซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับการเดินทางในอังกฤษ

วิธีชำระเงินที่อังกฤษ
วิธีชำระเงินที่อังกฤษ

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไกลไปถึงประเทศอังกฤษหรือประเทศอื่น ๆ ในโซนยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวระยะสั้นหรือศึกษาต่อระยะกลางถึงระยะยาวนั้น นอกจากจะต้องวางแผนการท่องเที่ยวในแต่ละวัน ศึกษาและหาข้อมูลในเรื่องของการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และช่องทางในการใช้จ่ายแล้วยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทางด้วยเพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยทีเดียว เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจทำให้การเดินทางไกลของเรานั้นไม่สะดวกหรือปลอดภัยได้ แล้วยังอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย อาทิเช่น การล่าช้าในเรื่องของเวลาขึ้น – ลงของเครื่องบิน ความเสียหายหรือสูญหายของทรัพย์สิน การเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางหรือการเจ็บไข้ได้ป่วยระหว่างนั้น สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีประกันเดินทางต่างประเทศ เพราะนอกจากจะช่วยให้เรารู้สึกอุ่นใจระหว่างการเดินทางแล้วยังช่วยให้การทำวีซ่าในการเดินทางนั้นผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย เนื่องจากในบางครั้งทางการก็มีการขอเอกสารประกันการเดินทางเพื่อประกอบกับการพิจารณายื่นขอวีซ่าอีกด้วย โดย LUMA ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างสะดวก มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาและข้อมูลต่าง ๆ ให้ความคุ้มครองที่หลากหลายและครอบคลุมในหลาย ๆ สถานการณ์ เริ่มต้นตั้งแต่ 30,000 EUR หรือราว ๆ 1,500,000 บาทเลยทีเดียวและที่สำคัญมีราคาที่สามารถจับต้องได้อีกด้วย

การจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางในอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้ ระบบขนส่งสาธารณะในลอนดอน นอกจากนี้ หากคุณเดินทางพร้อมเด็ก โปรดศึกษาแนวทางการดูแลในกรณี เด็กป่วยขณะเดินทาง เพื่อความอุ่นใจของทุกคนในครอบครัว

โรคมือ เท้า ปาก (HFMD) โรคใกล้ตัวที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้

โรคมือเท้าปาก

หนึ่งโรคติดต่อในวัยเด็กที่มีความอันตรายต่อลูกน้อยจนพ่อแม่แทบทุกคนล้วนเป็นกังวลอย่างมากนั่นคือ โรคมือเท้าปาก เพราะนอกจากจะติดต่อระหว่างเด็กด้วยกันง่ายแล้ว เวลาต้องเห็นลูกมีอาการไม่สบายตัว ร้องไห้งอแง มันยิ่งทำให้คนเป็นพ่อแม่ปวดใจแบบไม่มีคำบรรยาย ลองมาทำความรู้จักกันดีกว่าว่า โรคมือเท้าปาก คืออะไร มีอาการแบบไหน วิธีรักษาและการป้องกันโรคฮิตในวัยเด็กต้องทำยังไงบ้าง เพื่อให้ลูกห่างไกลจากความอันตรายเหล่านี้

โรคมือเท้าปาก คืออะไร มาทำความรู้จักกันเลย

โรคมือเท้าปาก คือ โรคที่เกิดจากในกลุ่มเอนเทอโรไวรัสซึ่งมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุคือ คอกซากีไวรัส เอ16 (Coxsackievirus A16) และ เอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71)  หรือ EV 71 มักพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน ปกติแล้วอาการของโรคมักไม่ค่อยรุนแรงมากนัก ยกเว้นการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ไข้สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรืออัมพาตกล้ามเนื้อ ก็อาจสุ่มเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เช่นกัน

 

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรคระบุว่าโรคฮิตในวัยเด็กนี้มักเกิดกับเด็กอายุระหว่าง 0-4 ปี เป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือเด็กอายุ 5-9 ปี ซึ่งถ้าประเมินให้เห็นภาพง่ายขึ้น ช่วงวัยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยมือเท้าปาก คือ เด็กในวัยเรียนที่ต้องอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่น ๆ ซึ่งสถานที่ระบาดของโรคมีได้ทั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล ศูนย์เด็กเล็ก ไปจนถึงโรงเรียนประถม หรือแม้แต่ในสนามเด็กเล่น ห้างสรรพสินค้า ก็อาจมีเชื้อเหล่านี้ปะปนอยู่ตามสิ่งของที่เด็กสัมผัสได้

โรคมือเท้าปาก ติดต่อได้อย่างไร

อย่างที่กล่าวไปกว่าโรคมือเท้าปากมาจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคในวัยเด็กนี้มาจากการที่เด็กอาจสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่าง ๆ น้ำมูก น้ำลาย ไปจนถึงของเสียอย่างอุจจาระผู้ป่วย ไปจนถึงการสัมผัสเชื้อแบบทางอ้อม เช่น น้ำ อาหาร มือของพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู

 

จากนั้นเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจหรือการอมนิ้วมือที่สัมผัสเชื้อ การหยิบของโดยไม่ล้างมือเข้าปากก็ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมานั่นเอง ซึ่งความอันตรายอย่างหนึ่งของโรคมือเท้าปาก คือ ตัวเชื้อจะฟักตัวในร่างกายของเด็กประมาณ 1 สัปดาห์ และในระยะนี้สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้แม้ตัวผู้มีเชื้อจะยังไม่แสดงอาการใด ๆ ก็ตาม นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าโรคนี้ระบาดและติดต่อกันได้ง่ายมาก

โรคมือเท้าปาก

อาการของโรคมือเท้าปากที่พ่อแม่ต้องคอยสังเกต

หากรู้ว่าลูกของคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจติดเชื้อมือเท้าปาก เช่น มีการระบาดภายในโรงเรียนที่ลูกเรียนอยู่ หรือการพาไปสถานที่สาธารณะต่าง ๆ พ่อแม่ควรต้องสังเกตอาการมือเท้าปากให้ดี หากพบเจอความผิดปกติใดก็ตามจะได้รีบพบแพทบ์และเข้ารักษาอย่างทันท่วงที

 

ซึ่งอาการโรคมือเท้าปากหลังได้รับเชื้อประมาณ 1 สัปดาห์ จะค่อย ๆ แสดงออก เริ่มจากอ่อนเพลีย รู้สึกตัวร้อนและมีไข้ต่ำ ๆ ประมาณ 38 องศาเซลเซียส จากนั้นอีกประมาณ 1-2 วัน จะเริ่มรู้สึกเจ็บในช่องปากพร้อมกับมีตุ่มพองขนาดเล็กบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และตุ่มแผลบริเวณลิ้น กระพุ้งแก้ม เพดานปาก แล้วจึงแตกออกเป็นแผลหลุมแบบตื้น บางรายอาจเกิดตุ่มบริเวณรอบอวัยวะเพศ รอบก้น มีผื่นตามแขน ขา ลำตัว เบื่ออาหาร ทานได้น้อย เจ็บปากจนน้ำลายไหลออกมาเยอะ ซึ่งส่วนมากอาการจะเกิดประมาณ 1 สัปดาห์จากนั้นจะค่อย ๆ ทุเลาลง

 

อย่างไรก็ตามในบางรายที่มีภาวะแทรกซ้อนก็อาจแสดงความรุนแรงของโรคมากขึ้นซึ่งจุดนี้หลังจากเข้ารับการรักษาเบื้องต้นแล้วพ่อแม่ยังต้องคอยสังเกตลูกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาการที่บ่งบอกว่าควรรีบพบแพทย์อีกครั้งอย่างเร่งด่วน ได้แก่

โรคมือเท้าปากรักษาได้อย่างไร

ปัจจุบันโรคมือเท้าปากยังไม่มียารักษาแบบเฉพาะทาง การรักษาเบื้องต้นหากเด็กติดเชื้อนี้ให้พ่อแม่คอยสังเกตอาการที่เกิดขึ้น หากไม่แน่ใจว่ารุนแรงแค่ไหนรีบพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินก่อน จากนั้นแพทย์จะรักษาตามความเหมาะสม ซึ่งเบื้องต้นพ่อแม่สามารถทำตามคำแนะนำของคุณหมอได้ดังนี้

สำหรับอาการโรคมือเท้าปากที่ไม่รุนแรงมากนัก ประมาณ 5-7 วัน เด็กก็จะเริ่มกลับมาเป็นปกติและหายจากโรคได้ไม่ยากเลย

โรคมือเท้าปาก ป้องกันได้อย่างไร

เมื่อโรคมือเท้าปากถือเป็นโรคติดต่อวัยเด็กที่พบเจอได้ตลอดและมีโอกาสระบาดได้ในทุกพื้นที่หากมีเด็กอยู่ร่วมกันจำนวนมาก การรู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้ลูกน้อยสัมผัสเข้ากับเชื้อจนก่อให้เกิดโรค ซึ่งพ่อแม่สามารถบอกกล่าวสอนกับเด็ก และปฏิบัติตนเองได้ ดังนี้

ประสบการณ์ โรคมือเท้าปาก จากพนักงานลูม่า

โรคมือเท้าปาก

ลูกชายคนโตของฉันเคยเป็นตอนอายุประมาณ 2-3 ขวบ ติดมาจากที่โรงเรียน ตอนนั้นนโยบายของโรงเรียน (โรงเรียนอนุบาลนานาชาติ) คือการปิดชั้นเรียนหากมีการติดโรคมือเท้าปาก มากกว่า 2 คน เพื่อให้ทางโรงเรียนได้ทำความสะอาด และจำกัดการแพร่กระจายภายในชั้นเรียนและไปยังชั้นเรียนอื่นๆ

ฉันรีบพาไปที่โรงพยาบาลแล้วให้แอดมิท นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะลูกไม่ยอมกินและอาการอาเจียนหนัก เลยเป็นห่วงเรื่องการขาดน้ำ พอถึงมือหมอ ก็รับเป็นคนไข้แล้วเฝ้าดูอาการลูกชาย มีการให้สารอาหารผ่านสายเลือดและน้ำเกลือ ตอนนั้นลูกคนแรก ก็กลัว กังวลไปหมดเลย 

ตอนนั้นครอบครัวฉันทำประกันสุขภาพเด็กกับบริษัทลูม่า และทุกอย่างได้รับความคุ้มครอง ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินอะไร พอถึงวันกลับบ้าน เซ็นเอกสาร แล้วกลับได้เลย เพราะเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสมิติเวช เป็นหนึ่งในเครือข่ายของลูม่า ทำให้ไม่ต้องสำรองจ่ายหรืออะไรเลย

แต่เรื่องที่ตลกคือ ครอบครัวที่รักษาอยู่ตรงข้ามกับห้องลูกชายฉัน ก็คือ เด็กอีกคนที่เป็นโรค มือเท้าปาก จากโรงเรียน ในห้องเดียวกัน กลายเป็นว่า เราทั้ง 2 ครอบครัวเป็นต้นเหตุในการปิดชั้นเรียนในสัปดาห์นั้น

หลังจากนั้นไม่กี่ปี ลูกชายคนที่สองก็ติดโรคมือเท้าปากเหมือนกัน ตอนนั้นเขาอายุประมาณ 1 ขวบ ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการประกาศล็อคดาวน์ครั้งแรกที่ไทย ฉันคิดว่าเขาน่าจะได้รับเชื้อจากพี่ชายเขาที่นำเชื้อกลับมาจากโรงเรียน อาการเขาไม่รุนแรงมาก มีแค่ไข้เล็กน้อย และมีจุดขึ้นที่เท้า ครั้งนั้นเลยไม่ได้พาไปหาหมอ รักษาเองที่บ้านแล้วคอยเฝ้าดูอาการเขา

  • -Thuyvan (แผนกการตลาด)

หลายชายของฉันเคยเป็นโรคมือเท้าปากตอนอายุประมาณ 2 ขวบ ตอนนั้นสังเกตเห็นผื่นแดงบนฝ่ามือของเขา และเห็นว่าเขาไม่ค่อยกินอาหาร  เลยตัดสินใจพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล ตอนนั้นหมอก็แนะนำให้นอนแอดมิทไว้ดูอาการ

 

ระหว่างตอนที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล หลานก็มีไข้ ไม่ค่อยกินข้าว ไม่อยากอาหาร และร้องไห้บ่อย จำไม่ค่อยได้ว่านานเท่าไรแต่น่าจะประมาณ 5 วันที่รักษาจนหาย

  • -Yha (แผนกเคลม)

อ่านเพิ่มเติม:

  • ภูมิแพ้ – โรคที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ พร้อมวางแผนป้องกันด้วยประกันสุขภาพที่ครอบคลุม
  • RSV – เชื้อไวรัสในเด็กเล็กที่พบบ่อย พร้อมแผนประกันสุขภาพช่วยลดความกังวลของผู้ปกครอง
DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว