5 สุดยอดสวัสดิการพนักงานที่บริษัทชั้นนำเสนอให้แก่ลูกจ้าง

สวัสดิการที่บริษัทชั้นนำเสนอให้แก่ลูกจ้างปัจจุบันมีรูปแบบที่น่าสนใจต่าง ๆ มากมาย สำหรับผู้สมัครงานต่างก็พิจารณาสวัสดิการพนักงานที่ดีที่สุดอื่น ๆ ที่พ่วงมากับเงินเดือนอีกด้วย เป็นเรื่องน่าสังเกตว่า บริษัทชั้นนำมุ่งเน้นไปที่สวัสดิการที่มีความหมายต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวของลูกจ้างเป็นสำคัญ ลองมาดูว่า ในปี 2020 นั้น มีโปรแกรมสิทธิประโยชน์ที่เหล่าบริษัทนำเสนอต่อลูกจ้างอย่างไรกันบ้าง

การทำประกันสุขภาพให้แก่พนักงาน

แม้พนักงานจะมีประกันสังคม แต่อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน ดังนั้น บริษัทชั้นนำหลายแห่งจึงมีประกันสุขภาพให้พนักงาน หรือ ประกันกลุ่มเพิ่มเติมเพื่อเป็นหนึ่งในสวัสดิการพนักงานมาเพิ่มความมั่นใจในการทำงาน การทำประกันสุขภาพจึงถือเป็นข้อเสนอหลักที่บริษัทชั้นนำเสนอให้แก่ลูกจ้าง อีกทั้งยังเป็นข้อพิจารณาหลักในการสมัครงานอีกด้วย เพราะเป็นความมั่นใจหลักในการทำงาน แต่สำหรับบริษัทต่าง ๆ นั้น สูงกว่าผลประโยชน์ประเภทอื่น ๆ เลยต้องทำการพิจารณาอย่างหนัก ในการประกันสุขภาพที่สูงกว่าผลประโยชน์ของลูกจ้าง แพ็คเกจการดูแลสุขภาพของลูกจ้างเพื่อคุ้มค่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับนั้น ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ประกันสุขภาพแบบกลุ่มที่ครอบคลุมทั้งผลประโยชน์การจ้างงานและเพื่อให้พนักงานได้รับการดูแลทางการแพทย์ที่ดีที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้ อีกเหตุผลหนึ่งในเชิงบวกต่อผลผลิตก็คือเมื่อลูกจ้างมีสุขภาพที่ดี ก็ผลการปฏิบัติงานก็จะดีตามไปด้วย นอกจากนี้ ในส่วนของบริษัทที่ทำงานด้านวิศวกรรมอาจเพิ่มแผนทุพพลภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการจูงใจในการทำงาน

ประกันกลุ่ม

 

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เปรียบเสมือนเสบียงเงินในอนาคต ที่มาจากเงินสะสมของลูกจ้าง และอีกส่วนเป็นเงินสมทบจากบริษัท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นลักษณะของสวัสดิการพนักงานที่นายจ้างมีให้กับลูกจ้าง เพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินให้แก่ลูกจ้างบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” บริษัทชั้นนำทั้งหลายมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อช่วยดึงดูดให้เหล่ามืออาชีพไม่ตีจากไปก่อนเวลา อาจภักดีกับองค์กรจนถึงช่วงวัยเกษียณ เพิ่มความมั่นคงให้กับลูกจ้าง การออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงเป็นการลงทุนโดยสมัครใจ โดยเงินนี้จะถูกบริหารโดยมืออาชีพผ่านบริษัทจัดการกองทุน หรือ บลจ. เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้กับเหล่าลูกจ้างนั้นเอง ทั้งนี้ ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับเงินจากกองทุนเมื่อความเป็นสมาชิกสิ้นสุดลง หากทำงานเป็นเวลานานหรือจนครบวาระตามที่กำหนดจะได้เงินสมทบ 100 เปอร์เซนต์

จำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปี

วันหยุดพักผ่อนประจำปี หรือพักร้อน เป็นสิทธิ์ในการหยุดงานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานบังคับให้นายจ้างจะต้องจัดให้ลูกจ้างได้หยุด หรือหยุดตามที่นายจ้างตกลงกับลูกจ้าง ถ้าลูกจ้างขอหยุดแต่นายจ้างไม่ตกลงก็ต้องให้สะสมไปหยุดในปีถัดไป หรือจ่ายเป็นค่าจ้างให้ลูกจ้างไป ปัจจุบัน บริษัทใหญ่ ๆ ต่างนำวันหยุดพักผ่อนประจำปี หรือวันลาพักร้อน มาเป็นจุดเด่นในการเพิ่มผลประโยชน์ให้กับลูกจ้าง เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานจริง ๆ แล้วก็ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เมื่อลูกจ้างได้พักผ่อนเต็มที่ก็สามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

โบนัสและเงินพิเศษ

คำว่าโบนัส คำสั้น ๆ แต่ทำให้ทุกคนยิ้มได้ เมื่อก่อนเราอาจจะได้ยินคำว่า โบนัสประจำปี ซึ่งเป็นระบบโบนัสมาตรฐานปกติสำหรับบริษัททั่วไป การจ่ายโบนัสจะมีปีละ 1 ครั้ง โดยมักจะจ่ายกันทุกช่วงสิ้นปี หรือไม่ก็ตรุษจีน หรือวันสงกรานต์ แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละบริษัท โดยบริษัทที่จ่ายโบนัสในระบบนี้มักจะใช้หลักการมาตรฐานเดียวกันนั่นก็คือ โบนัสปลายปีเป็นอัตรามาตรฐานที่ทุกคนได้รับเหมือนกันอย่างเท่าเทียมกัน โบนัสแบบ 2 ครั้ง/ปี อาจเพื่อเป็นการจ่ายโบนัสประจำปีแบบแบ่งงวดก็เป็นไปได้ แต่ในปัจจุบันนี้ มีระบบโบนัสประจำไตรมาส เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้กับพนักงานมากยิ่งขึ้น หรือบางบริษัทที่ต้องการความเคลื่อนไหวและแข่งขันกันมาก ๆ อาจสร้างแรงจูงใจด้วยการจ่ายโบนัสในแบบรายเดือน หรือจ่ายเงินพิเศษทุกสิ้นเดือนให้กับลูกจ้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการพนักงานที่ลูกจ้างต้องการมาก ๆ

สวัสดิการพนักงาน

ประโยชน์เรื่องความสะดวกสบายในการทำงาน และการยืดหยุ่นด้วยการทำงานจากที่บ้าน

ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมืออาชีพที่ยุ่งระหว่างการวางแผนการนำเสนอและการวิเคราะห์รายงานของลูกจ้าง การพิจารณาความต้องการขั้นพื้นฐานในที่ทำงานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อบรรเทาความเครียดต่าง ๆ ในการทำงานให้ลุล่วงไปด้วยดี เพราะการทำงานและการจัดการบริหารเรื่องในครอบครัวนั้นย่อมเกี่ยวพันกัน การนำเสนอสวัสดิการพนักงานในสำนักงาน เช่น อาหารฟรี อุปกรณ์ออกกำลังกาย บริการดูแลเด็ก ช่วยเหลือผู้สูงอายุและบริการซักรีด อีกทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เช่น อุปกรณ์ล้างรถ บริการตัดผม และทรีทเมนท์สปา เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกจ้างสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดนั่นเอง พนักงานหลาย ๆ คนอาจต้องชั่งน้ำหนักเมื่อต้องเดินทางไกล ๆ ไปทำงาน การใช้การสื่อสารทางเลือกในบางโอกาสจึงมีความจำเป็น และสะดวกสบายในการทำงานมากยิ่งขึ้น

สวัสดิการพนักงานบริษัท

ปัจจุบัน อาชีพส่วนใหญ่สามารถทำงานจากที่บ้านได้แล้ว อาจจัดเวลาเพื่อ work from home เป็นประจำทุกอาทิตย์ หรือในบางกรณีช่วงที่สภาพอากาศเลวร้าย เสนอค่าจ้างโฮมออฟฟิศ หรือจัดหาอุปกรณ์เพื่อทำงานจากที่บ้านให้ความรู้สึกสบายและมีประสิทธิผลมากขึ้น

สวัสดิการพนักงานเหล่านี้ ลูกจ้างจำนวนมากใช้เป็นตัวเลือกในการทำงานให้กับองค์กร หากมีสวัสดิการที่พวกเขาต้องการ พวกเขาอาจอยู่นาน และช่วยองค์กรลดการลาออกของลูกจ้างที่ทำงานมานานและมีความชำนาญอีกด้วย

ตะลุยดินแดนสวิสทั้งที นี่คือ 5 ของกินสวิตเซอร์แลนด์ต้องลอง!

หากเอ่ยชื่อของ “สวิตเซอร์แลนด์” นี่คือหนึ่งในดินแดนยุโรปที่คนไทยจำนวนมากอยากมีโอกาสสัมผัสด้วยตนเองมากที่สุด ทั้งภูมิทัศน์อันแสนตระการตา สภาพอากาศดีเยี่ยมสูดหายใจสดชื่นแบบเต็มปอด เรื่องอาหารก็เป็นอีกความน่าสนใจสำหรับคนที่ได้ไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เป็นอย่างยิ่ง ใครที่กำลังวางแผนเตรียมเดินทางอย่าพลาดกับ 5 เมนูของกินสวิตเซอร์แลนด์ เยือนถึงถิ่นบ้านเมืองเขาทั้งทียังไงก็ต้องลิ้มลองความอร่อยด้วยตัวเอง! 

5 เมนูของกินสวิตเซอร์แลนด์ต้องลอง อร่อยสมคำร่ำลือ 

ต้องขออธิบายก่อนว่าปกติเมื่อนึกถึงของกินสวิตเซอร์แลนด์คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่ามีแค่ช็อกโกแลตที่โด่งดัง แต่ถ้าคุณได้มีโอกาสเดินทางมาที่ประเทศนี้จริงจะพบว่ามีอีกหลายเมนูที่ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง มาเช็กลิสต์กันเลยดีกว่าว่า 5 เมนูเด็ดที่ต้องกินในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีอะไรบ้าง  

rosti

Rosti 

เริ่มกันด้วยอาหารสวิตเซอร์แลนด์เมนูแรก เป็นอาหารพื้นเมืองที่ชาวสวิสคุ้นเคยและกินกันมาเนิ่นนาน ดั้งเดิมนี่คือมื้อเช้าของบรรดาเกษตรกรที่ต้องการพลังงานเอาไว้ใช้ตลอดวัน แต่ทุกวันนี้กลายเป็นเมนูขึ้นชื่อที่มีเสิร์ฟเฉพาะร้านอาหารเท่านั้น นิยมกินคู่กับไส้กรอก วัตถุดิบหลักคือมันฝรั่งต้มสุกปอกเปลือกแล้วขูดให้เป็นฝอย ตั้งกระทะจนร้อนพอดี ใส่เนยลงไปเล็กน้อยตามด้วยมันฝรั่งที่ขูดกดให้เป็นแผ่นกลมแน่นขนาดพอดีกับกระทะ 

ทิ้งไว้สักพักแล้วกลับด้านเติมเนยลงไปอีกนิดเพื่อความหอม ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที พอเริ่มมีสีน้ำตาลสวยก็ตักขึ้นพัก นำไส้กรอกหรือแฮมแล้วแต่ชอบมาย่างบนกระทะ (บางคนจะทอดก็ตามสะดวก) ตัวของ Rosti จะมีสัมผัสความกรอบนอกแต่นุ่มใน เนื้อมันฝรั่งไม่แห้งแข็งแต่ก็ไม่แฉะเกินไป จัดเป็นความอร่อยที่ใครก็หลงรักแถมยิ่งได้ไส้กรอกรสชาติดีมื้อนี้คืออิ่มชัวร์  

racalette

Raclette 

เมนูของกินสวิตเซอร์แลนด์ถัดมาเรียกว่า “ราเคล็ตต์” จัดเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากในแถบเทือกเขาเนื่องจากมีสภาพอากาศหนาวเย็น เมนูนี้จะนำเอาชีสก้อนใหญ่มาอุ่น พอส่วนไหนเริ่มละลายหรือมีความเกรียมสีน้ำตาลเข้มสวยก็ทำการขูดออก นิยมกินคู่กับมันต้ม มีทั้งแบบเสิร์ฟคู่กันเวลากินจะหั่นมันออกแล้วนำไปแตะกับชีส หรือบางเจ้าก็ใช้วิธีราดลงมาบนมันต้มที่ผ่ากลางเอาไว้แล้ว  

สิ่งที่สังเกตได้อย่างหนึ่งเวลาสั่งเมนูนี้ที่สวิตเซอร์แลนด์นั่นคือก้อนชีสของเขาจะเป็นก้อนวงกลมขนาดใหญ่ ชีสมักทำจากนมวัว นมแกะ ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละร้าน ให้ความมันตัดกับรสชาติของมันฝรั่งกำลังดี ไม่ได้รู้สึกเลี่ยนจนเกินไป ส่วนใหญ่นิยมกินเป็นออเดิร์ฟจานแรกก่อนสั่งจานหลักมากิน อาจชิลด้วยไวน์ก็ชุ่มฉ่ำและได้อรรถรสชั้นยอดมากทีเดียว 

Polenta (Cornmeal) 

อาหารสวิตเซอร์แลนด์จานต่อมาเรียกว่า “โพเลนต้า” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอาหารที่มีความเก่าแก่ในแถบยุโรป พบเจอได้ในหลายประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ตอนเหนือของอิตาลี ออสเตรีย เป็นต้น ตามประวัติคาดว่าน่าจะถูกทำขึ้นตั้งแต่ยุคชาวกรีกเรืองอำนาจกระทั่งพัฒนาสูตรมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันเป็นอาหารที่หลายคนหลงรักกับรสชาติหวานมันกำลังดี นุ่มละมุนลิ้นแต่ไม่ถึงกับเลี่ยนจนเกินไปนัก ลักษณะคล้ายโจ๊กบ้านเรา 

สิ่งที่สังเกตได้คืออาหารจานนี้อาจมีสีสันแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทแป้งที่ใช้ทำ ที่พบบ่อยสุดคือสีเหลืองทำจากแป้งข้าวโพด แต่ถ้าสีเข้มขึ้นมานิดจะทำจากบัควีท กรรมวิธีไม่ยุ่งยากแต่เป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลมีการนำแป้งที่ได้ลงไปเคี่ยวกับน้ำ ผสมเกลือเล็กน้อยตามด้วยเนยเพื่อเพิ่มความเข้มข้น พอเห็นว่าข้นได้ทีรสชาตน่าพอใจมักมีการเพิ่มชีสขูดโรยลงไปด้านบน เท่านี้ก็ได้เมนูแสนอร่อยที่แนะนำให้ลองกับอากาศหนาวฟินสะใจ 

polenta

Landjäger 

อร่อยกันต่อกับอาหารสวิตเซอร์แลนด์ที่เรียกว่า “ลุนด์เยเกอร์” ซึ่งเป็นไส้กรอกประเภทหนึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในสวิตเซอร์แลนด์และแถบเยอรมนี มักทำจากเนื้อวัวหรือเนื้อหมู ผสมกับเครื่องเทศ เช่น ยี่หร่า เม็ดผักชี พริกไทยดำ กระเทียม จนได้รสชาติเข้มข้น ส่วนคำเรียกชื่อนี้เพี้ยนเสียงมาจากภาษาเยอรมัน “lang tige” หมายถึง การรมควันเป็นเวลานาน ส่วนคำว่า “Jäger” ภาษาเยอรมันแปลว่า นักล่า ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เหล่านายพราน หรือทหารมักใช้เป็นเมนูพกติดตัวเวลาต้องออกไปทำหน้าที่ของตนเอง 

ขั้นตอนการทำก็เป็นแบบเดียวกับไส้กรอกทั่วไป นั่นคือ เมื่อนำเนื้อหมู เนื้อวัวบดมาหมักกับเครื่องเทศจนได้ที่จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการรมควันจนแห้งสุกพอดี เสร็จแล้วนำมาเข้าบล็อกพิมพ์กดออกเป็นแท่งขนาดเท่ากันพร้อมเสิร์ฟทันที จะกินเล่นเพลิน ๆ เป็นมื้อระหว่างวัน กินคู่กับอาหารจานหลัก เป็นส่วนผสมของเมนูอื่น ไปจนถึงการกินกับไวน์ก็ดีงามมาก ลองแล้วต้องติดใจจนอยากซื้อกลับเป็นของฝากเลยทีเดียว 

fondue

Fondue 

ปิดท้ายด้วยของกินสวิตเซอร์แลนด์ที่คนไทยและทั่วโลกต่างคุ้นเคยกันอย่างดี “ฟองดูว์” ซึ่งคนไทยอาจนำมาเรียกแบบติดตลกว่า เมนูจิ้มจุ่มแบบสวิสก็ว่ากันไป คำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า การต้ม หรือทำให้ละลายจัดเป็นเมนูยอดนิยมมาก ๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่สภาพอากาศเย็นจัด หากมีหม้อไฟร้อน ๆ มาตั้งเอาไว้กลางวงอาหารแล้วจึงเป็นเรื่องที่น่าประทับใจบวกกับกินของอร่อยด้วยแล้วมันช่างฟินเกินต้านเสียเหลือเกิน 

หลัก ๆ แล้วเมนู Fondue จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ฟองดูว์ชีส เป็นสูตรแบบสวิสแท้ เสิร์ฟหม้อไฟพร้อมกับชีสซึ่งมีส่วนผสมของไวน์ขาวเพื่อความกลมกล่อม มีขนมปังอบกรอบให้ได้จุ่มแล้วกินกันแบบอร่อยน้ำตาไหล ตอนกินต้องใช้เหล็กจิ้มกับขนมปังแล้วนำไปจุ่มคนในหม้อชีสฟองดูว์แล้วตวัดจนชีสเกาะเป็นก้อนบนขนมปังแล้วกินได้เลย อร่อยจริง ส่วนอีก 2 แบบ จะเป็นฟองดูว์น้ำมันกับฟองดูว์ช็อกโกแลต ชอบแบบไหนเลือกได้เลย 

ร้านอาหารแนะนำเมื่อมีโอกาสไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เด็ดมาก! 

หลังจากรู้จักกับอาหารสวิตเซอร์แลนด์กันไปพอสมควรแล้ว ใครที่เตรียมเดินทางมาที่นี่ต้องเข้าใจวัฒนธรรมว่าประเทศแถบยุโรปเขาไม่ได้มีสตรีทฟู้ดเหมือนบ้านเราดังนั้นเมนูที่แนะนำมาจึงมักอยู่ตามร้านอาหาร จึงอยากแนะนำร้านอาหารสวิตเซอร์แลนด์ยอดนิยม เข้าไปลองสั่งกินกันได้เลย รับรองโดนใจไม่ผิดหวังแน่ 

Old Swiss House 

นี่คือร้านอาหารสวิตเซอร์แลนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เปิดให้บริการมามากกว่า 147 ปี ตั้งอยู่ในเมืองลูเซิร์น เน้นการตกแต่งแบบวินเทจแฝงด้วยความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับ เอาแค่ตัวร้านก็มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ ให้ลั่นชัตเตอร์กันเพลิน เมนูยอดนิยมของที่นี่มักเป็นอาหารสไตล์สวิตเซอร์แลนด์แบบดั้งเดิม ตัวอย่างเมนูที่ไม่ควรพลาด เช่น Wiener Schnitzel ทำจากเนื้อลูกวัดนำมาปรุงรสและทอดสไตล์เวียนนา (ร้านจะทอดกันข้าง ๆ โต๊ะอาหารให้เห็นกันเลย) เสิร์ฟคู่เส้นพาสต้า รวมถึงยังมีไวน์รสชาติถูกคอให้ได้ดื่มเพิ่มบรรยากาศอีกด้วย  

Zeughauskeller 

สำหรับร้านอาหารสวิตเซอร์แลนด์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองซูริค เปิดให้บริการมายาวนานตั้งแต่ปี ค.. 1487 เน้นขายอาหารแบบพื้นเมืองของสวิสเป็นหลักแต่เมนูยุคใหม่ก็รสชาติดีเยี่ยมไม่แพ้กัน มีตัวเลือกเยอะมาก โดดเด่นด้วยการดีไซน์อาคารแบบย้อนยุคแบบศตวรรษที่ 15 ใช้คานไม้โอ๊กขนาดใหญ่ มีการนำเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสไตล์คลาสสิกมาตั้งเอาไว้เยอะมาก เมนูแนะนำที่หลายคนกินแล้วติดใจ เช่น Rosti เสิร์ฟคู่กับซุปเห็ดแชมปิยองสุดเข้มข้น หรือบรรดาไส้กรอกต่าง ๆ ก็จัดว่าโดนใจ กินคู่กับเบียร์สดหรือไวน์รับรองฟินลืมแน่ 

Restaurant Engiadina 

ปิดท้ายด้วยร้านอาหารสวิตเซอร์แลนด์สำหรับคนที่อยากสัมผัสอากาศหนาวเย็น ความสวยงามของเทือกเขาแอลป์ หรือเล่นสกีรีสอร์ต ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองเซนต์ โมริตส์ ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ แน่นอนว่าการแวะมาร้านอาหารแห่งนี้เมนูห้ามพลาดเด็ดขาดนั่นคือ “ฟองดูว์” ชีสเยิ้ม ๆ ที่ผ่านการปรุงรสมาอย่างดี จากนั้นใช้เหล็กแท่งจิ้มกับขนมปังกรอบ จุ่มลงไปในหม้อที่ร้อนกำลังพอดี เกี่ยวชีสเยิ้ม ๆ ขึ้นมาแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย ที่นี่มีฟองดูว์ให้เลือกหลายประเภท รวมถึงยังสามารถสั่งแชมเปญมาดื่มคู่กันได้ อร่อยอย่าบอกใคร 

สรุป 

หากคุณมีฝันว่าอยากไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งหมดนี้คือของกินสวิตเซอร์แลนด์ที่ต้องลองให้ครบถ้วน รวมถึงร้านอาหารชั้นยอดที่หยิบเอามาฝากกัน อย่างไรก็ตามหากต้องเดินทางไปยุโรปการมีประกันเดินทางต่างประเทศคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายขึ้น จึงขอแนะนำ ประกันเดินทางสวิตเซอร์แลนด์ ซื้อง่ายมากผ่านช่องทางออนไลน์ ราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท พร้อมความคุ้มครองสูงสุดให้ถึง 5 ล้านบาท ใช้ยื่นวีซ่าผ่านแบบสบายใจ มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. กรณีติดเชื้อโควิด-19 ก็คุ้มครอง ทริปนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุขแบบไม่รู้ลืม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในสวิตเซอร์แลนด์:

เผยเคล็ดลับการวางแผนทำ “ประกันสุขภาพครอบครัว” ที่คุ้มค่าที่สุด

หลายคนทำงานหนักเพื่อสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงให้กับครอบครัว แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า ในสภาวะปัจจุบันนี้ มีปัจจัยเสี่ยงมากมาย หากเกิดอะไรขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน ครอบครัวอันเป็นที่รักจะรับมืออย่างไรโดยไม่เดือดร้อน ทางเลือกที่โดดเด่นในสภาวะเช่นนี้ คือการทำประกันสุขภาพครอบครัวที่เหมาะสำหรับสมาชิกในครอบครัวและครอบคลุม ซึ่งหมายถึง สามารถคุ้มครองชีวิต สุขภาพและทรัพย์สิน ตลอดไปจนถึงครอบครัวอันเป็นที่รักให้มีหลักประกัน มีความมั่นใจในการดูแลสุขภาพ และสามารถดำเนินชีวิตได้ภายใต้ความมั่นคงทางการเงินได้ตลอดไป

ประกันสุขภาพครอบครัว

การซื้อประกันสุขภาพครอบครัวให้คุ้มค่า

สุขภาพของคนในครอบครัวสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่มักจะทำประกันสุขภาพครอบครัวที่ครอบคลุมเพื่อลูก ๆ ตั้งแต่แรกเกิด เพราะการทำประกันสุขภาพครอบครัวเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลย และมีข้อดีเช่น

ประหยัดค่าใช้จ่าย

ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง เพราะบริษัทประกันจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ ดังนั้น จึงไม่กระทบกับเงินออม ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจากประกันนี้จะต้องอยู่ภายใต้วงเงินตามกรรมธรรม์ที่เอาเท่านั้น

บริหารค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้และคาดการณ์ไม่ได้

บริหารค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้และคาดการณ์ไม่ได้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ เราจะไม่มีวันทราบหรอกว่า เราจะป่วยเป็นโรคอะไร ดังนั้น ซื้อประกันสุขภาพให้ครอบคลุมก็ถือว่า ช่วยให้มั่นใจในระดับหนึ่งว่า ถ้าป่วยด้วยโรคหนึ่ง ก็จะไม่เป็นภาระเงินออมหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นของเรา อย่างไรก็ตาม เราสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในส่วนที่คาดการณ์ได้ เช่น เบี้ยประกันที่เราทราบว่าเราจะต้องจ่ายต่องวดเท่าไร หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตายตัวรายเดือน

อุ่นใจและมั่นใจว่าเครือข่ายโรงพยาบาลและบริษัทประกันที่เราเลือกจะดูแลเราเป็นอย่างดี

ประกันสุขภาพครอบครัว

หลักในการเลือกซื้อประกันสุขภาพครอบครัวให้คุ้มค่า

 

  • หัวหน้าครอบครัวต้องสำรวจสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่ตนเองมีอยู่เสียก่อน ว่ามีแบบไหน ชนิดไหนอยู่แล้ว หลังจากนั้นให้เลือกในส่วนที่ขาดอยู่ เพื่อให้ได้ครอบคลุม และไม่ซ้ำซ้อนกับของเดิมที่หัวหน้าครอบครัวมีอยู่แล้ว
  • หัวใจสำคัญ คือ การคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยต้องไม่ควรเกิน 10% ของรายได้ทั้งปีที่หาได้
  • ทำตารางเปรียบเทียบให้เห็นข้อแตกต่างของบริษัทประกันแต่ละที่ว่า มีแผนความคุ้มครองแบบไหนบ้าง เช่น:
    • คุ้มครองมากน้อยแค่ไหน
    • ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งในกรณีเป็นผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกหรือไม่
    • ต้องสำรองจ่ายเองไหม
    • มีโรงพยาบาลที่คุณใช้เป็นประจำอยู่ในเครือข่ายหรือไม่
    • มีส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยอย่างไร เหล่านี้เป็นต้น
    • เข้ารักษาได้ทันทีหรือไม่

 

เมื่อได้ตารางเปรียบเทียบแล้ว ลองให้คะแนนบริษัทประกันในแต่ละสถานที่ แล้วเราก็สามารถที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดอย่างแน่นอน

ประกันสุขภาพครอบครัว

ประกันแบบไหนที่เหมาะกับครอบครัว

ก่อนตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพให้ตัวเองและคนที่คุณรัก ให้นึกถึงประกันสุขภาพแบบกลุ่มอื่น ๆ ไปด้วย เช่น สำหรับธุรกิจ SME โรงเรียน หน่วยงาน ที่มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว และเดินทางสัมมนา เป็นต้น เพราะบางเงื่อนไขของประกันเหล่านี้ก็ครอบคลุมเรื่องของสุขภาพไปด้วย

การทำประกันแบบกลุ่ม เป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองดูแลสุขภาพของกลุ่ม ๆ นั้น ให้ได้การรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้กิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น เมื่อบุคคลต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดเจ็บป่วยในทุกกรณี ทั้งผู้ป่วยในที่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล กรณีผู้ป่วยนอก รวมถึงความคุ้มครองในส่วนของประกันอุบัติเหตุได้อีกด้วย

ข้อดีการทำประกันสุขภาพแบบกลุ่ม คือ นอกจากคุ้มครองอย่างครอบคลุมแล้ว ยังสามารถเลือกระยะเวลาในการคุ้มครองได้ ประโยชน์การประกันแบบกลุ่มยังช่วยเพิ่มสวัสดิการให้กับกลุ่มพนักงานให้ทำงานกับบริษัทฯ หรือหน่วยงานต่าง ๆ และสามารถนำเบี้ยประกันไปช่วยลดภาษีประจำปีให้ได้ รวมทั้งสร้างความรู้สึกมั่นใจและมั่นคงให้กับทั้งบริษัทและเหล่าพนักงานทุกคน

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว