แนะนำขั้นตอนทำวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยวอัปเดตฉบับ 2025

“เดนมาร์ก” อีกหนึ่งประเทศในทวีปยุโรปที่ตอนนี้กำลังเป็นกระแสมาแรงอย่างมากโดยเฉพาะชาวไทยที่อยากลองสัมผัสกับวิถีชีวิต อาหาร และดื่มดำกับนมโคซึ่งว่ากันว่าอร่อยติดอันดับต้น ๆ ของโลก แต่การจะไปเที่ยวเดนมาร์กของบ้านเราต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “วีซ่าเดนมาร์ก” อันเปรียบเสมือนใบเบิกทางเพื่อให้สามารถตะลุยได้ทุกจุดอย่างไม่ต้องกังวลใจ จึงอยากพาทุกคนมาศึกษาวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์กแบบละเอียดยิบฉบับปี 2025 กันได้เลย 

ขอวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยว ต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้ 

สำหรับวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยวถูกจัดอยู่ในกลุ่มของวีซ่าพำนักอาศัยระยะสั้น (วีซ่าเชงเก้น) ซึ่งคนไทยที่จะเดินทางไปยังดินแดนโคนมต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เมื่อได้วีซ่าท่องเที่ยวแล้วสามารถเที่ยวและอยู่อาศัยที่เดนมาร์กไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน ลองมาเช็กข้อมูลอัปเดตใหม่ล่าสุด 2025 สำหรับวิธีขอวีซ่าเดนมาร์กประเภทนี้กันเลยดีกว่า 

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก 

หากคุณต้องการยื่นวีซ่าเดนมาร์ก เบื้องต้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ (เด็กต่ำกว่า 18 ปี จะขอวีซ่าเดนมาร์กต้องมีเอกสารยืนยันจากพ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งออกให้โดยอำเภอที่ตนองอยู่อาศัย) ไม่เป็นผู้ทำผิดคดีตามกฎหมายรุนแรง หรือเป็นผู้ถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยระหว่างท่องเที่ยวที่เดนมาร์ก  

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก 

หากจะบอกว่านี่เป็นสิ่งสำคัญมากสุดของการยื่นวีซ่าเดนมาร์กคงไม่ใช่เรื่องผิดนัก ถ้าหากเอกสารไม่ครบก็ต้องเสียเวลาจัดเตรียม จองคิว และดำเนินการใหม่ทั้งหมด ดังนั้นใครที่คิดขอวีซ่าเดนมาร์ก ต้องเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้พร้อม เช็กลิสต์กันเลย 

1.Cover Letter เป็นการกรอกข้อมูลของตัวผู้ขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์  จากนั้นก็ปริ้นท์ออกมาแนบไว้ในวันยื่นเอกสาร (เอกสารนี้ยังสามารถใช้ได้กับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังไอซ์แลนด์ (Iceland) กรีนแลนด์ (Greenland) และ หมู่เกาะแฟโร (the Faroe Islands) ได้ด้วย 

ปล. ต้องมีเอกสาร Checklist พร้อมเซ็นลายเซ็นตามที่ระบุเอาไว้ด้วย  

2.หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริงฉบับปัจจุบัน มีอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันที่จะเดินทางกลับเมืองไทย มีหน้าว่างเหลืออย่างน้อย 2 หน้า ถ่ายสำเนาหน้าแรก รวมถึงหน้าที่มีการแก้ไข และหน้าที่มีวีซ่าเข้าประเทศกลุ่มเชงเก้น อังกฤษ หรือสหรัฐฯ (หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่าให้นำติดมาด้วย)

3.รูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังสีอ่อน ขนาดกว้าง 3.5 ซม. สูง 4.5 ซม. ไม่สวมแว่นตาดำ หมวก หรืออุปกรณ์ปิดบังใบหน้า ยกเว้นแต่งตัวตามข้อกำหนดทางศาสนา มองเห็นตั้งแต่ศีรษะถึงบ่า 1 รูป

4.เอกสารยืนยันตัวตนการทำงานตามอาชีพของผู้ขอวีซ่า แบ่งได้ 3 ประเภท ทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ได้แก่

พนักงานบริษัท ใช้เป็นจดหมายรับรองการทำงานจากองค์กรที่ตนเองทำงานอยู่ ระบุจำนวนวันและระยะเวลาในการลาหยุดชัดเจน 

เจ้าของธุรกิจ ใช้หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 

นักเรียน นักศึกษา ใช้จดหมายรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ซึ่งออกโดยสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษา 

5.เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

6.เอกสารยืนยันทางการเงิน เช่น สมุดบัญชีออมทรัพย์มีรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) 3 เดือนขึ้นไป

7.เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ

8.เอกสารการจองโรงแรมทุกวันตลอดการพำนักในประเทศเดนมาร์ก

9.ประกันเดินทางต่างประเทศ ความคุ้มครองเหมารวมทั้งเจ็บป่วยและอุบัติเหตุวงเงินไม่น้อยกว่า 30,000 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)

10.แผนการเดินทางตลอดทริปในเดนมาร์กอย่างละเอียด

11.กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางคนเดียว ต้องมีสูติบัตร และเอกสารยืนยันจากพ่อแม่ผู้ปกครองออกให้โดยอำเภอเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนเด็กที่เดินทางกับพ่อหรือแม่แค่คนเดียวต้องมีเอกสารยืนยันจากอีกฝ่ายด้วย ซึ่งเอกสารทั้งหมดต้องใช้ทั้งตัวจริงและสำเนา

วีซ่าเดนมาร์ก
วีซ่าเดนมาร์ก

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยว 

อีกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการขอวีซ่าเดนมาร์กนั่นคือค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้ทั้งหมด เพื่อให้การวางแผนด้านงบประมาณเป็นไปอย่างแม่นยำ ควบคุมให้อยู่ตามแพลนที่ประเมินไว้ ซึ่งการยื่นวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยวต้องมีค่าใช้จ่าย ดังนี้ 

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ผู้ใหญ่ 80 EUR หรือประมาณ 3,200 บาท 
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า เด็กอายุ 6-12 ปี 40 EUR หรือประมาณ 1,600 บาท 
  • เด็กอายุ 0-11 ปี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า 
  • ค่าบริการของศูนย์รับยื่นวีซ่า VFS Global 520 บาท / ท่าน 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการทางศูนย์จึงมีบริการพิเศษ เพิ่มเติมตามเหมาะสมโดยค่าใช้จ่ายมีดังต่อไปนี้ 

  • บริการส่ง SMS เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลผลการขอวีซ่า 80 บาท 
  • บริการส่งเอกสารคืนผ่าน EMS 592 บาท  
  • บริการถ่ายเอกสารแผ่นละ 8 บาท 
  • บริการถ่ายรูปชุดละ 280 บาท 
  • บริการปริ้นท์เอกสารแผ่นละ 25 บาท 
  • บริการยื่นเอกสารนอกเวลาทำการปกติ 2,400 บาท  

ขั้นตอนวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก ทำอย่างไรบ้าง 

เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบถ้วนแล้วคราวนี้ก็มาถึงวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก ซึ่งหลายคนอาจกังวลใจถึงความยุ่งยาก ขอบอกว่าจริงแล้วมีขั้นตอนไม่เยอะและยังใช้เวลารวดเร็วอีกต่างหาก สามารถทำตามคำแนะนำทั้งหมดนี้เลย 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก ทำได้ไม่ยาก 

1.วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์กเริ่มจากต้องทำการนัดหมายกับ VFS Global ลงทะเบียนให้เรียบร้อย จากนั้นจึงเลือกวัน-เวลาที่ตนเองสะดวกเพื่อเตรียมทำวีซ่ากันได้เลย

2.เมื่อถึงวันนัดหมายให้เดินทางไปยังศูนย์ยื่นวีซ่าฯ พร้อมด้วยเอกสารทั้งหมด รับบัตรคิวแล้วยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ ถ้าไม่มีปัญหาใดให้ชำระเงิน (ชำระได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต) ตามด้วยการตรวจอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (สแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า) สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำวีซ่ามาก่อน

3.ทางศูนย์รับยื่นฯ จะส่งเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ ไปยังสถานทูตเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ทางสถานทูตอาจขอเรียกสัมภาษณ์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หลังทุกอย่างดำเนินการเรียบร้อยทางศูนย์รับยื่นฯ จะแจ้งให้ไปรับเล่มหนังสือเดินทางคืน แต่ตอนนี้จะมีแค่บริการส่งคืนผ่าน EMS ก็ทำได้เช่นกัน (ต้องเลือกตอนจองวันนัดหมาย) สุดท้ายคือรอผลการอนุมัติ เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นวิธีขอวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยวแล้ว

วีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์กต้องขอที่ไหน 

จากวิธีขอวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยวคงเข้าใจกันชัดเจนถึงความสะดวกและง่ายดาย ทั้งนี้ยังอาจมีข้อสงสัยเพิ่มเติมหากจะยื่นวีซ่าเดนมาร์กต้องทำการยื่นที่ไหน ปัจจุบันสถานที่ยื่นคือศูนย์บริการรับยื่นคำร้องทำเรื่องวีซ่าเดนมาร์ก VFS Global 

ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าเดนมาร์ก VFS 

ที่อยู่: เลขที่ 10/104-106 ชั้น 8 อาคารเดอะเทรนดี้ สุขุมวิท ซอย 13 คลองเตยเหนือ วัฒนา กรุงเทพ 10110 

โทรศัพท์: 02-460-7056 

อีเมล: [email protected] 

เว็บไซต์: visa.vfsglobal.com/ 

วัน-เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลาสำหรับยื่นวีซ่าตั้งแต่ 08.00 – 12.00 น. และ 13.00 – 14.30 น. 

วีซ่าเดนมาร์ก

ข้อมูลน่าสนใจอื่น ๆ เกี่ยวกับการขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก 

นอกจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ระบุเอาไว้แล้วก็ยังขอเพิ่มเติมเกร็ดเล็กน้อยอีกสักนิดสำหรับใครต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก จะได้วางแผนของตนเองทั้งเรื่องระยะเวลาดำเนินการไปจนถึงวางแผนการเที่ยวให้คุ้มค่ามากที่สุด 

ระยะเวลาดำเนินการขอวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก 

คนที่สนใจไปเที่ยวเดนมาร์กแล้วตัดสินใจยื่นวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยวจะมีระยะเวลาพิจารณาผลประมาณ 15 วันทำการ ทั้งนี้หากนับตั้งแต่ขั้นตอนการจองคิวอาจใช้เวลาประมาณ 50 วันทำการ จึงควรวางแผนล่วงหน้าให้ดี และสามารถขอวีซ่าเดนมาร์กล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน ก่อนเดินทาง 

ถือวีซ่าท่องเที่ยวเดนมาร์ก สามารถไปที่ไหนได้บ้าง 

เมื่อคุณดำเนินการทำวีซ่าเดนมาร์กเสร็จครบถ้วน และถือเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็สามารถไปเที่ยวเดนมาร์กได้ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นกรุงโคเปนเฮเกน (Copenhagen), เมืองฮิลเลอรอด (Hillerød), เมืองเฮลซิงกอร์ (Helsingør), เมืองอัลบอร์ก (Aalborg), เมืองโอเดนเซ่ (Odense), เมืองเอสบีเยร์ (Esbjerg), ออร์ฮูส (Aarhus) และอื่น ๆ อีกเยอะมาก 

สรุป 

นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าเดนมาร์กประเภทท่องเที่ยว ใครที่วางแผนอยากสัมผัสกับดินแดนโคนมทำตามได้เลย และอย่าลืมเมื่อพร้อมไปเที่ยวเดนมาร์กแล้วอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือ ประกันเดินทาง ซึ่งอยากแนะนำ ประกันเดินทางเดนมาร์ก ทุกเส้นทางทั่วโลกอุ่นใจขึ้นกว่าเดิมด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 385 บาท สามารถเลือกความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท ใช้ยื่นวีซ่าเชงเก้น หรือ วีซ่าเกนมาร์กได้ คุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 เลือกได้ทั้งแบบรายเที่ยวและรายปี สมัครและอนุมัติเร็วผ่านออนไลน์รับกรมธรรม์ทันที จะเที่ยวแบบไหนก็หายห่วง 

อัปเดตล่าสุดทุกขั้นตอนการขอวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว 2025

หลายคนอยากมีโอกาสเดินทางไปยังประเทศแถบสแกนดิเนเวียสักครั้งเพื่อสัมผัสกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง กลิ่นอายแห่งความสงบสุข ไปจนถึงอาหารและการใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งการเที่ยวสวีเดนก็ถือเป็นอีกแพลนที่มักได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่เสมอ และหากคนไทยที่อยากสัมผัสกับความพิเศษของประเทศแห่งนี้ “วีซ่าสวีเดน” คือสิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด ใครอยากรู้ว่าวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสวีเดนทำยังไง ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เราได้รวมทุกเรื่องฉบับอัปเดตล่าสุด 2025 มาไว้ให้แล้ว 

ข้อมูลเบื้องต้นควรรู้หากวางแผนขอวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว 

ถ้าคุณสนใจอยากขอวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า นักท่องเที่ยวสามารถเลือกขอวีซ่าเชงเก้นเพื่อเข้าสู่ดินแดนของสวีเดนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทุกประการที่ได้ระบุเอาไว้ เมื่อผ่านแล้วสามารถพำนักอาศัยในสวีเดนได้ไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน ดังนั้นการเตรียมเอกสารและเข้าใจขั้นตอนทุกอย่างจะทำให้ดำเนินการง่ายขึ้น 

sweden-map

คุณสมบัติเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ต้องการขอวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว 

หลังตัดสินใจแล้วว่ามีแผนเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศแห่งนี้สิ่งสำคัญลำดับแรกต้องตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของตนเองว่าพร้อมสำหรับการยื่นวีซ่าสวีเดนหรือไม่ เริ่มตั้งแต่ต้องเป็นคนที่ไม่ถูกคำสั่งห้ามจากศาลเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศ ไม่ทำผิดคดีร้ายแรง สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยในพื้นที่ต่างแดน ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ กรณีอายุต่ำกว่าต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองด้วยเอกสารทางการ รวมถึงใครที่พึ่งขอวีซ่าสวีเดนครั้งแรกจะต้องผ่านการตรวจยืนยันตัวตนทั้งการสแกนลายนิ้วมือและใบหน้าผ่านระบบไบโอเมตริกซ์กับทางศูนย์รับยื่นฯ  

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว 

มาถึงสิ่งที่หลายคนอยากรู้มากที่สุดเพื่อเตรียมพร้อมยื่นวีซ่าสวีเดนให้ถูกต้องทุกประการ ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไข หรือจัดเตรียมเอกสารใหม่ให้ยุ่งยาก ซึ่งสิ่งที่ต้องเตรียมต่อไปนี้ย้ำว่าควรมีให้ทั้งหมด แล้วการยื่นเรื่องเพื่อขอดำเนินการทำวีซ่าสวีเดนจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 

  1. แบบฟอร์มคำร้องสำหรับขอวีซ่าท่องเที่ยว  พร้อมเอกสารปริ้นท์ออกมาแล้วเลือกข้อมูลเอกสารที่จะยื่นทั้งหมด เซ็นชื่อตนเอง
  2. หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับปัจจุบันและต้องเหลือระยะเวลาก่อนวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่จะกลับจากสวีเดน พร้อมสำเนาหน้าแรก ทั้งนี้หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่าก็ให้พกติดมาด้วยเช่นกัน
  3. รูปถ่ายสีหน้าตรง ขนาดกว้าง 3.5 ซม. สูง 4.5 ซม. ฉากหลังเป็นสีขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ไม่มีการสวมอุปกรณ์ปกปิดใบหน้า เช่น แว่นตาดำ หน้ากาก ผ้าปิดปาก ผ้าคลุมผม ยกเว้นการใส่ตามความเชื่อทางศาสนา เห็นตั้งแต่ด้านบนของศีรษะจนถึงบริเวณหัวไหล่ 1 ใบ
  4. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  5. หลักฐานทางการเงิน เช่น รายการเดินบัญชีย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 3 เดือน (Statement) หรือหนังสือรับรองซึ่งออกให้โดยสถาบันการเงิน
  6. เอกสารยืนยันตัวตนด้านการทำงาน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามลักษณะอาชีพของแต่ละคน ทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ประกอบไปด้วย
  • พนักงานบริษัท ต้องมีจดหมายรับรองการทำงานจากองค์กรที่ตนเองทำงานอยู่ พร้อมระบุจำนวนวันและระยะเวลาในการลาหยุดให้ชัดเจน 
  • เจ้าของธุรกิจ ต้องมีหนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา ต้องมีจดหมายรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ซึ่งออกโดยสถาบันนั้น ๆ  
  1. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  2. เอกสารการจองที่พักตลอดระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในสวีเดน
  3. ประการเดินทางต่างประเทศ มีเงื่อนไขว่าวงเงินประกันต้องไม่ต่ำกว่า 30,000 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)
  4. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากเดินทางไปคนเดียวต้องมีเอกสารยินยอมจากพ่อแม่ออกให้โดยอำเภอ กรณีพ่อหรือแม่เลี้ยงดูคนเดียวต้องมีเอกสารดังกล่าวจากฝ่ายผู้เลี้ยง หรือเดินทางกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องมีเอกสารยินยอมจากอีกฝ่ายพร้อมสำเนา และสูติบัตร ทั้งหมดแปลเป็นภาษาอังกฤษ
  5. เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
  6. แผนการท่องเที่ยวระหว่างพำนักอาศัยในสวีเดนอย่างละเอียด
ขอวีซ่าสวีเดน

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวสวีเดน 

เมื่อทำการเตรียมเอกสารต่าง ๆ สำหรับยื่นวีซ่าสวีเดนเสร็จแล้ว ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้เอาไว้ด้วยเช่นกัน เพื่อจะได้วางแผนประเมินงบที่ต้องใช้ได้แบบครบถ้วน ซึ่งเงินที่ต้องจ่ายส่วนนี้สำหรับการขอวีซ่าสวีเดนต้องเตรียมไว้เท่าไหร่บ้างมาเช็กกันเลย 

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ผู้ใหญ่ 90 EUR หรือประมาณ 3,400 บาท 
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า เด็กอายุ 6-12 ปี 45 EUR หรือประมาณ 1,700 บาท 
  • เด็กอายุ 0-11 ปี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า 
  • ค่าบริการของศูนย์รับยื่นวีซ่า VFS Global 600 บาท / ท่าน 

อย่างไรก็ตามทางศูนย์ยื่นวีซ่าฯ ยังมีบริการเพิ่มเติมอื่น ๆ เพื่อความสะดวกของทุกคนโดยมีค่าใช้จ่ายตามที่จะบอกต่อไปนี้ 

  • บริการส่ง SMS แจ้งเตือนความคืบหน้าของวีซ่า 80 บาท 
  • บริการส่งเอกสารคืนผ่าน EMS 295 บาท  
  • บริการถ่ายเอกสารแผ่นละ 6 บาท 
  • บริการถ่ายรูป 285 บาท / ชุด 
  • บริการปริ้นท์เอกสารแผ่นละ 30 บาท 

ขั้นตอนการขอวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว 

นี่คือสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องรู้หากวางแผนขอวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว ปกติแล้วขั้นตอนทั้งหมดสามารถดำเนินการได้ทันทีหากคุณเตรียมเอกสารและค่าธรรมเนียมเอาไว้ครบถ้วนแล้ว มาศึกษาวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสวีเดนอย่างละเอียดกันได้เลย 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสวีเดน มีขั้นตอนอะไรบ้าง 

  1. วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสวีเดนลำดับแรกให้ทำนัดกับทาง VFS Global  หากยังไม่เคยลงทะเบียนต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำตามขั้นตอนให้เรียบร้อย จากนั้นล็อกอิน เลือกวัน-เวลาที่ต้องการไปยื่นเอกสาร เสร็จแล้วพิมพ์เอกสารแนบไว้สำหรับวันจริง
  2. เมื่อถึงวันนัดให้เดินทางไปยังศูนย์ยื่นวีซ่าฯ ทำการยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยให้ทำการชำระเงิน (ชำระได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต) จากนั้นจึงตรวจอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (สแกนลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า) สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำวีซ่ามาก่อน
  3. ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็รอผลจากทางศูนย์ฯ ว่าจะออกมาอย่างไร ซึ่งสถานทูตผู้พิจารณาอาจมีการเรียกคุณไปสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ให้เดินทางไปรับเล่มหนังสือเดินทางคืน หรือใครเลือกส่งคืนผ่าน EMS ก็รออยู่บ้านได้เลย เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีขอวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว แล้วรอผลว่าวีซ่าผ่านหรือไม่

ดำเนินการขอวีซ่าท่องเที่ยวสวีเดนได้ที่ไหน 

หลังเข้าใจวิธีขอวีซ่าสวีเดนกันไปเรียบร้อย ยังอาจมีข้อสงสัยว่าหากต้องการยื่นวีซ่าสวีเดนสามารถดำเนินการได้ที่ไหน ปัจจุบันจะมีศูนย์สำหรับรับยื่นอยู่เพียงแห่งเดียว ถ้าคุณต้องการขอวีซ่าสวีเดนสามารถจองคิวและทำตามขั้นตอนทั้งหมดโดยเดินทางไปยังศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าสวีเดน VFS Global ได้เลย 

ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าสวีเดน VFS 

ที่อยู่: 10/104-106 ชั้น 8 อาคารเดอะเทรนดี้ สุขุมวิท ซอย 13 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110 

โทรศัพท์: 02-460-7064 

อีเมล: [email protected]  

เว็บไซต์: visa.vfsglobal.com/ 

วัน-เวลาเปิดทำการ: เปิดบริการทุกวันจันทร์ วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. (มีพักเที่ยง) และสามารถรับหนังสือเดินทางคืนได้ระหว่างเวลา 13.30 – 14.30 น. 

 

sweden-reindeers

ข้อควรรู้เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจทำวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยว 

นอกจากเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ แบบละเอียดแล้วก่อนตัดสินใจทำวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยวก็ยังมีบางเรื่องที่ควรรู้เอาไว้สำหรับใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินความคุ้มค่า และวางแผนของตนเองให้ได้ในสิ่งที่คาดหวังเอาไว้

ขอวีซ่าท่องเที่ยวสวีเดนใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ 

ปกติแล้วในการยื่นวีซ่าสวีเดน ต้องใช้ระยะเวลาตรวจสอบเอกสารหลังการยื่นเรียบร้อยแล้วประมาณ 5-7 วันทำการ ยกเว้นบางกรณีที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก็อาจใช้เวลานานขึ้น ทั้งนี้คุณสามารถดำเนินการขอวีซ่าสวีเดนท่องเที่ยวล่วงหน้าได้ไม่เกิน 180 วัน ก่อนวันเดินทางไปเที่ยวสวีเดน 

ถือวีซ่าท่องเที่ยวสวีเดน สามารถเดินทางไปที่ไหนได้บ้าง 

เมื่อคุณมีวีซ่าสวีเดนประเภทท่องเที่ยวแล้ว ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวสวีเดนได้ทุกเมือง ทุกจุด ตามแผนการเดินทางของตนเองไม่ว่าจะเป็นกรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm), กอเทนเบิร์ก (Gothenburg), คิรูนา (Kiruna), สมอลันด์ (Smaland), แวซโจ (Vaxjo), วิสบี (Visby) และอื่น ๆ ชอบสไตล์ไหนเลือกด้วยตนเองแล้วออกสู่โลกกว้างกันเลย 

สรุป 

นี่คือทุกเรื่องที่ควรรู้สำหรับวิธีขอวีซ่าสวีเดนสำหรับใครวางแผนอยากออกไปฮันนีมูน เปิดประสบการณ์ด้วยทริปเที่ยวสวีเดน อย่างไรก็ตามหากวางแผนไปยุโรปการมี ประกันเดินทางต่างประเทศ จึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ เลยก็ซ่าได้ จึงอยากแนะนำให้รู้จักกับ ประกันเดินทางสวีเดน เดินทางอุ่นใจทั่วโลกด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 385 บาท สำหรับแผนที่ใช้ยื่นขอวีซ่าเชงเก้น หรือ วีซ่าไปสวีเดน และ สามารถเลือกความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท สมัครง่ายผ่านออนไลน์ ใช้ยื่นวีซ่าทั่วโลกผ่านแบบสุดชิล คุ้มครองโควิด-19 พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ไลฟ์สไตล์แบบไนก็วางใจได้แน่นอน 

นิ้วล็อค ภัยใกล้ตัวที่ไม่ได้อยู่แค่พนักงานออฟฟิศ

นิ้วล็อค

นิ้วล็อค เป็นอาการที่นิ้วไม่สามารถเหยียด หรือไม่สามารถงอกลับมาได้อย่างปกติ และสามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกเพศทุกวัย ยิ่งในปัจจุบันผู้คนต้องติดต่อสื่อสารผ่านสมาร์ทโฟน รวมไปถึงอิทธิพลการทำงานจากที่บ้าน (Work from home) หรือการเรียนออนไลน์ที่ต้องติดต่อสื่อสารผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ทำให้ผู้คนมีแนวโน้มเกิดอาการบาดเจ็บดังกล่าวสูงขึ้นด้วย

นิ้วล็อค เกิดจากอะไร

นิ้วล็อคเกิดจากการที่เส้นเอ็นหรือปลอกหุ้มเอ็นของนิ้วมือ มีอาการอักเสบหรือบวม ส่งผลให้เส้นเอ็นประสาทและปลอกหุ้มของนิ้วมืออยู่ในภาวะไม่สมดุลกัน โดยเส้นเอ็นประสาทไม่สามารถเคลื่อนที่เข้าปลอกหุ้มเอ็นได้ ซี่งปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบเส้นเอ็นของนิ้วมือ ได้แก่

การทำงาน

อาชีพที่ใช้งานนิ้วอย่างหนัก มีแนวโน้มที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บดังกล่าวได้ง่ายมากขึ้น เช่น แม่บ้าน นักดนตรี คนทำสวน นักกีฬา หรือพนักงานออฟฟิศ

โรคประจำตัว

นิ้วล็อคสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ วัณโรค โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) และโรคไฮโปไทรอยด์ รวมไปถึงกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 40 – 60 ปี จะมีแนวโน้มที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการบาดเจ็บดังกล่าวได้ง่ายขึ้น

รูปแบบการใช้ชีวิต

แต่ละคนมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นอาการนิ้วล็อคจึงสามารถเกิดขึ้นได้ในกลุ่มคนทุกวัย โดยหนึ่งในพฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงต่ออาการนิ้วล็อค คือการใช้เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อติดต่อกันมากขึ้น เช่น การรับ – ส่งข้อความผ่านสมาร์ทโฟน ที่ส่งผลให้นิ้วมือถูกใช้งานหนักมากขึ้น

นิ้วล็อค

อาการนิ้วล็อคเป็นอย่างไรบ้าง

อาการของนิ้วล็อคจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่ความรุนแรงของอาการ ซึ่งสามารถอธิบายอาการที่พบบ่อยของนิ้วล็อคได้ ดังนี้

  • รู้สึกเจ็บบริเวณโคนนิ้วมือหรือนิ้วโป้ง และรู้สึกว่าขยับส่วนดังกล่าวได้ยากขึ้น
  • งอนิ้วมือแล้วพบว่ามีอาการสะดุด มีเสียงกรอบแกรบขณะที่ขยับนิ้วมือ
  • พบก้อนตามฐานนิ้วมือและนิ้วหัวแม่มือ
  • นิ้วมืองอได้ยากขึ้น เหยียดไม่ออก และไม่สามารถขยับนิ้วได้

แนวทางป้องกันอาการนิ้วล็อค 

สำหรับการป้องกันการเกิดนิ้วล็อคสามารถทำได้หลายวิธี สามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการทำพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการใช้งานของนิ้วหนักมากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดของอาการบาดเจ็บได้ภายในอนาคต ดังนี้ 

  • จำกัดชั่วโมงการใช้งานสมาร์ทโฟน และหลีกเลี่ยงการพิมพ์ข้อความบนสมาร์ทโฟนเป็นระยะเวลานาน แต่เปลี่ยนเป็นการสื่อสารผ่านทางเสียง หรือเปลี่ยนมาสื่อสารผ่านการโทรแทน

  • ถ้าหากเริ่มมีอาการปวดตึงข้อมือหรือนิ้วมือ ให้จุ่มมือลงไปในน้ำอุ่นเป็นระยะเวลา 5 – 10 นาที เพื่อลดความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณนิ้วมือที่ถูกใช้งานหนัก

  • ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น ซ้อมดนตรีที่ใช้นิ้วในระยะเวลาที่เหมาะสม หากทำกิจกรรมเป็นระยะเวลานาน ในระหว่างพักควรมีการบริหารข้อมือและนิ้วมือ

  • ลดการทำงานที่ส่งผลต่อการใช้นิ้วมือและข้อมือ

นิ้วล็อค รักษาอย่างไรบ้าง

วิธีการรักษานิ้วล็อค สามารถทำได้ด้วยการบรรเทาอาการเบื้องต้นและรักษาด้วยการผ่าตัด

การบรรเทาเบื้องต้น

การบรรเทาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

  • หากมีอาการบวม ปวด หรือติดเชื้อ ควรปรึกษาเภสัชเพื่อรับประทานยาให้ตรงกับอาการ
  • พักกิจกรรมที่ใช้งานนิ้วหนัก 
  • สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด
  • หมั่นนวดบริหารนิ้วมือ 
  • หากรู้สึกปวดติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

รักษาได้ด้วยการผ่าตัด

การผ่าตัดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ คือ การผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดแบบปิด

  • การผ่าตัดแบบเปิด : เป็นวิธีที่คนนิยมทำมากที่สุด โดยแพทย์จะฉีดยาชาเพื่อผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว จะใช้เวลาในการฟื้นตัวของนิ้วมือเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของความรวดเร็วในการการฟื้นตัวของผู้ป่วย

  • การผ่าตัดแบบปิด : แพทย์จะทำการสะกิดปลอกหุ้มเอ็นผ่านผิวหนัง สำหรับการผ่าตัดรูปแบบนี้จะมีความเสี่ยงต่อเส้นประสาทและเส้นเอ็นที่อยู่บริเวณข้างเคียง เมื่อผ่าตัดเสร็จจึงมีอาการปวดบริเวณที่ผ่าตัดและมีอาการชาปลายนิ้ว เมื่อการผ่าตัดดำเนินการเสร็จเรียบร้อย ผู้ป่วยจะสามารถกลับไปทำกิจกรรมที่ใช้งานนิ้วมือได้ ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน

นิ้วล็อคเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือวัยสูงอายุ โดยปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบเส้นเอ็นของนิ้วมือ ได้แก่ การทำงาน โรคประจำตัว หรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละบุคคล ดังนั้นการทราบถึงวิธีการป้องกันนิ้วล็อค จะช่วยลดอาการบาดเจ็บนิ้วมือได้เบื้องต้น ลองหันมาเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ หมั่นดูแลสุขภาพของนิ้วและข้อมือให้มีสุขภาพดี เพราะนิ้วและข้อมือมีความสำคัญไม่ต่างจากการดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ ภายในร่างกาย และหากรู้สึกปวดนิ้วมือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นิ้วมือมีอาการบวม หรืออักเสบ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรักษาอาการดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว