สรุปทุกขั้นตอนวิธีขอวีซ่าฮังการีประเภทท่องเที่ยวฉบับปี 2025

อีกหนึ่งประเทศที่ชาวไทยอยากมีโอกาสแวะเวียนไปสัมผัสสักครั้งสำหรับ “ฮังการี” ดินแดนในแถบยุโรปกลางแม้ไม่มีพื้นที่ติดทะเลแต่ก็มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สถาปัตยกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวสุดงดงามเยอะมาก ซึ่งก่อนจะไปเที่ยวฮังการีสิ่งสำคัญที่ต้องมีย่อมหนีไม่พ้น “วีซ่าฮังการี” ใครที่กำลังวางแผนจะเดินทางมาหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการีแบบละเอียดฉบับปี 2025 กันเลย ทำตามไม่ยาก 

ข้อมูลเบื้องต้นควรรู้ในการขอวีซ่าฮังการีประเภทท่องเที่ยว 

ก่อนจะไปศึกษาวิธีขอวีซ่าฮังการีประเภทท่องเที่ยวอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักข้อมูลเบื้องต้นกันสักเล็กน้อย วีซ่าฮังการีประเภทท่องเที่ยวปัจจุบันคนไทยจะใช้เป็น “วีซ่าเชงเก้น” สามารถตะลุยเที่ยวและพำนักอาศัยอยู่ในฮังการีรวมถึงประเทศกลุ่มเชงเก้นติดต่อกันไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน ซึ่งการเตรียมความพร้อมให้ดีย่อมช่วยเพิ่มโอกาสการขอวีซ่าผ่านง่ายขึ้น 

วีซ่าฮังการี

คุณสมบัติผู้ต้องการขอวีซ่าฮังการีประเภทท่องเที่ยว 

เริ่มจากคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ที่ต้องการขอวีซ่าฮังการีต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (กรณีเด็กอายุต่ำกว่านี้เมื่อยื่นวีซ่าฮังการีต้องมีเอกสารรับรองจากพ่อแม่แนบด้วยเสมอ) ไม่เป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมายรุนแรงหรือถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยคำสั่งของศาล สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง พร้อมต่อการเดินทางไปยังต่างประเทศแบบไม่น่ากังวลใจใด ๆ 

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการี 

มาถึงสิ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการยื่นวีซ่าฮังการีนั่นคือการเตรียมเอกสารทุกอย่างให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดของสถานทูตและศูนย์รับยื่นวีซ่าฯ เพื่อความรวดเร็วต่อขั้นตอนการดำเนินการขอวีซ่าฮังการี ไม่ต้องรอหรือเสียเวลาเตรียมซ้ำใหม่หลายรอบ โดยมีเอกสารทั้งหมดดังนี้ 

  1. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าประเทศฮังการี กรอกข้อมูลทุกอย่างให้ครบถ้วนจากนั้นปริ้นท์เอกสารนำมาเป็นหลักฐานแนบในวันนัดหมายกับทางศูนย์รับบริการฯ 
  2. หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริง มีอายุการใช้งานมากกว่า 6 เดือน และต้องไม่น้อยกว่า 3 เดือน หลังออกจากกลุ่มประเทศเชงเก้น มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า ถ่ายสำเนาหน้าแรกที่มีข้อมูลรูปถ่าย (แนบหนังสือเดินทางเล่มเก่ามาด้วยถ้ามี)
  3. รูปถ่ายสีหน้าตรง ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน พื้นหลังสีขาว ขนาดกว้าง 3.5 ซม. สูง 4.5 ซม. ไม่สวมแว่นตาดำ หมวก หรืออุปกรณ์ปกคลุมใบหน้ายกเว้นการสวมใส่ตามหลักศาสนา เห็นตั้งแต่ศีรษะถึงหัวไหล่ เห็นคิ้วและใบหู จำนวน 1 ใบ
  4. เอกสารรับรองสถานะด้านการทำงานหรือการศึกษาของผู้ขอวีซ่า แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ แปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ดังนี้
  • พนักงานบริษัท เอกสารรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่ตนเองเป็นพนักงานอยู่ 
  • เจ้าของธุรกิจ หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา เอกสารรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ออกให้โดยสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษาปัจจุบัน 
  1. เอกสารหลักฐานด้านการเงิน ใช้เป็นรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ของบัญชีออมทรัพย์ 3 เดือนล่าสุด และหนังสือรับรองจากธนาคาร มีรายการเดินบัญชีไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่ยื่นขอวีซ่า (พร้อมถ่ายสำเนาทุกฉบับ)
  2. เอกสารจองตั๋วเครื่องบินเดินทางไป-กลับ
  3. เอกสารจองที่พักโรงแรมตลอดการพำนักอาศัยและท่องเที่ยวในฮังการี
  4. แผนการท่องเที่ยวฮังการีอย่างละเอียด
  5. ประกันเดินทางต่างประเทศ ให้ความคุ้มครองทั้งการเจ็บป่วยและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ วงเงินไม่ต่ำกว่า 30,000 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)
  6. หากเคยมีวีซ่าเขงเก้นต้องแนบหลักฐานสำเนาเอกสารทั้งหมดติดไปด้วย
  7. เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
  8. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องมีสูติบัตรตัวจริงพร้อมสำเนา เอกสารรับรองจากพ่อแม่ออกให้โดยอำเภอ หากเดินทางกับคนใดคนหนึ่งอีกฝ่ายต้องออกหนังสือรับรองให้ด้วย หรือถ้าไปกับคนอื่นพ่อแม่ต้องออกหนังสือยืนยันความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งคู่มีลายเซ็นของตนเองกำกับไว้ ทั้งนี้หากผู้ปกครองสนับสนุนค่าใช้จ่ายต้องมีเอกสารยืนยันด้วย
วีซ่าฮังการี

ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการี 

หลังจากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารต่าง ๆ เพื่อใช้ยื่นวีซ่าฮังการีประเภทท่องเที่ยวกันไปเรียบร้อย สิ่งต่อมาที่อยากอธิบายต่อนั่นคือค่าธรรมเนียมที่จะเกิดขึ้นเมื่อขอวีซ่าฮังการี สามารถวางแผนและเตรียมจำนวนเงินให้เพียงพอและดำเนินการชำระตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไปได้เลย 

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ผู้ใหญ่ 80 EUR หรือประมาณ 3,021 บาท 
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า เด็กอายุ 6-12 ปี 40 EUR หรือประมาณ 1,511 บาท 
  • เด็กอายุ 0-11 ปี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า 
  • ค่าบริการของศูนย์รับยื่นวีซ่า TLS Contact 600 บาท / ท่าน 

ทั้งนี้ทางศูนย์ยังมีบริการพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกเพิ่มมากขึ้นในการยื่นขอวีซ่า ประกอบไปด้วย 

  • ค่าบริการพรีเมียมเลาจน์ 1,700 บาท 
  • ค่าบริการคิวนัดหมายพิเศษ / คิวนัดหมายพิเศษวันเสาร์ 1,700 บาท 
  • ค่าบริการกรอกใบสมัคร 500 บาท 
  • ค่าบริการส่งหนังสือเดินทางกลับคืนด้วย EMS 200 บาท 
  • ค่าบริการถ่ายรูป 250 บาท 
  • ค่าบริการถ่ายเอกสารหน้าละ 8 บาท 

ทางศูนย์บริการฯ ยินดีรับชำระเงินทั้งรูปแบบเงินสด เงินโอน และบัตรเครดิต (กรณีใช้บัตรเครดิตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 100 บาท) 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการีรวมทุกขั้นตอนให้ครบ 

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการีแบบครบถ้วนทุกขั้นตอนจะช่วยให้ทุกคนดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องยุ่งยากกับการแก้ไข หรือเพิ่มเติมเอกสารใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น รอผลอนุมัติตั้งแต่ครั้งแรกกันเลย 

รวมขั้นตอนวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการี 

  1. วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการี ขั้นตอนแรกต้องทำนัดกับ TLS Contact  ทำการสมัครเป็นสมาชิก กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน จากนั้นล็อกอินอีกครั้ง เลือกประเภทวีซ่า เลือกวัน-เวลาที่ต้องการไปยื่นเอกสาร เสร็จแล้วปริ้นท์ใบนัดเพื่อใช้ยืนยันในวันขอจริง
  2. เมื่อถึงวันนัดให้เดินทางไปยังศูนย์ยื่นวีซ่าฯ ยื่นเอกสารเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมด หากไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ก็ทำการชำระเงินเป็นสกุลเงินบาท และต่อด้วยขั้นตอนการตรวจอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (สแกนลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า) สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำวีซ่ามาก่อน
  3. ขั้นตอนสุดท้ายศูนย์บริการฯ จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังสถานทูตฮังการี ซึ่งทางสถานทูตสามารถเรียกผู้ขอวีซ่าไปสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ เมื่อทุกขั้นตอนครบถ้วนศูนย์ฯ จะแจ้งให้ไปรับเล่มหนังสือเดินทางคืน หรือถ้าเลือกส่งคืนผ่าน EMS ก็รอรับ EMS เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีขอวีซ่าฮังการีประเภทท่องเที่ยว เหลือแค่รอลุ้นผลว่าจะผ่านหรือไม่
วีซ่าฮังการี

สถานที่ดำเนินการขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการี 

จากวิธีขอวีซ่าฮังการีตั้งแต่การเตรียมเอกสารจนถึงขั้นตอนทั้งหมดถือว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยเพียงแค่ทำตามทั้งหมดให้ครบถ้วน ซึ่งการยื่นวีซ่าฮังการีปัจจุบันจะมีศูนย์บริการรับทำวีซ่าฮังการีเพียงแห่งเดียวในเมืองไทยนั่นคือ 

ศูนย์บริการรับยื่นวีซ่า TLS Contact ฮังการี 

ที่อยู่: ชั้น 12 สาทรซิตี้ ทาวเวอร์ 175 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 

เว็บไซต์: hu.tlscontact.com/ 

โทรศัพท์: 02-838-6622 (ติดต่อได้เฉพาะวันจันทร์วันศุกร์ เวลา 08.00 – 12.30 น. และ 13.30 – 16.30 น.) 

วันเวลาทำการ 

  • กรณีทำงานตามปกติ: วันจันทร์วันศุกร์ เวลา 08.00 – 12.15 น. และ 13.30 – 15.45 น. 
  • คิวนัดหมายพิเศษ: วันจันทร์วันศุกร์ เวลา 06.30 – 07.45 น. / 12.30 – 13.15 / 16.00 – 17.00 น. และวันเสาร์ เวลา 08.00 – 14.00 น.  
  • คืนเล่มหนังสือเดินทาง วันจันทร์วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. 

ขอวีซ่าท่องเที่ยวฮังการีใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ 

สำหรับคนที่จะไปเที่ยวฮังการี และทำการขอวีซ่าฮังการีเรียบร้อย ทางสถานทูตจะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 15 วันทำการ และคนที่จะยื่นวีซ่าฮังการีสามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ 180 วัน ก่อนถึงวันเดินทางจริงด้วย 

ถือวีซ่าท่องเที่ยวฮังการี เดินทางไปไหนได้บ้าง 

เมื่อคุณมีวีซ่าฮังการีอยู่ในมือเรียบร้อย การเที่ยวฮังการีก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สามารถเดินทางตะลุยได้ทุกเมืองตามชอบ เช่น กรุงบูดาเปสต์ (Budapest), เมืองเซเกด (Szeged), เมืองเปช (Pecs), เมืองเอสแตกอม (Esztergom) เป็นต้น รับรองไม่ผิดหวังกับความสวยงามในแบบยุโรปสุดคลาสสิก 

สรุป 

วิธีขอวีซ่าฮังการีประเภทท่องเที่ยวไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกังวลใจ แค่ทำตามทีละสเต็ปก็มีโอกาสผ่านฉลุยพร้อมออกไปเที่ยวฮังการีกันให้หนำใจ แต่อีกสิ่งที่อย่าลืมเด็ดขาดในการขอวีซ่านั่นคือ ประกันเดินทาง สำหรับใช้ทั้งยื่นวีซ่าและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายจากการเจ็บป่วย ซึ่งขอแนะนำ ประกันเดินทางฮังการี ตัวเลือกชั้นยอดที่ได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยวกว่า 60,000 คน ราคาเริ่มต้นเพียง 385 บาท ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท ใช้ยื่นวีซ่าทั่วโลกได้แน่นอน พร้อมคุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 สมัครง่ายมากผ่านช่องทางออนไลน์ คุ้มค่าไปกับการสร้างทริปสุดพิเศษกันเลย

อัปเดตการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว ฉบับปี 2025

การไปเที่ยวออสเตรเลียจัดเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของหลายคน นอกจากความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมีเรื่องน่าสนใจทั้งสัตว์ป่า ชุมชนคนไทย และอีกมากมาย ซึ่งใครวางแผนอยากสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่แบบนี้ก็จำเป็นต้องมี “วีซ่าออสเตรเลีย” ก่อนเดินทางเข้าประเทศด้วยเช่นกัน จึงขออัปเดตวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียและข้อมูลน่าสนใจฉบับปี 2025 ให้ทุกคนทำตามกันเลย 

วีซ่าออสเตรเลีย

ข้อมูลเบื้องต้นในการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว 

สำหรับผู้ที่สนใจขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยวจะถูกจัดอยู่ในหมวดของ Visitor Visa สามารถใช้ได้ทั้งจุดประสงค์การท่องเที่ยว ทำธุรกิจ เยี่ยมญาติ รวมถึงการเรียนคอร์สระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งวีซ่าปกติจะอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน อย่างไรก็ตามยังมีตัวเลือกระยะเวลาการพำนักอาศัยตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และ 3 ปี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละคนด้วย 

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว 

การยื่นวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยวผู้ที่สนใจจะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หากอายุต่ำกว่านี้และเดินทางคนเดียวต้องมีเอกสารรับรองจากพ่อแม่ รวมถึงผู้มีอายุมากกว่า 75 ปี ต้องมีใบรับรองการตรวจสุขภาพยืนยันด้วย ไม่เป็นผู้มีคดีความรุนแรงติดตัว หรือไม่ถูกศาลสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศในทุกกรณี มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมต่อการเดินทางและการพำนักอาศัยตลอดระยะเวลาที่วีซ่าออสเตรเลียระบุ 

เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย 

ในการยื่นวีซ่าออสเตรเลียสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และโอกาสในการทำวีซ่าออสเตรเลียผ่านง่ายขึ้นกว่าเดิม มาเช็กกันเลยว่าเอกสารทั้งหมดมีอะไรบ้าง 

  1. แบบฟอร์มการขอวีซ่าเข้าประเทศ (ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียจะใช้วิธียื่นขอวีซ่าผ่านออนไลน์เท่านั้นจึงต้องทำการกรอกข้อมูลทั้งหมดผ่านออนไลน์ให้ครบถ้วน คลิกกรอกเอกสาร
  2. หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มีอายุใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ใช้หน้าแรกและข้อมูลการเดินทางที่ประทับตราเอาไว้ทุกหน้าทั้งเล่มปัจจุบันและเล่มเก่า (ถ้ามี) ในการอัปโหลดไฟล์
  3. ภาพบัตรประชาชนตัวจริง
  4. เอกสารวีซ่าประเทศอื่นที่เคยได้รับ (ถ้ามี)
  5. สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อของตนเอง
  6. แผนการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทริป
  7. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป – กลับ
  8. เอกสารการจองโรงแรมที่พักตลอดระยะเวลาที่พำนักอาศัย
  9. รายการเดินบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ย้อนหลัง 6 เดือน / สลิปเงินเดือน / หนังสือรับรองจากธนาคาร อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด
  10. เอกสารยืนยันการทำงานแบ่งตามลักษณะอาชีพของแต่ละบุคคล แปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ได้แก่
  • พนักงานบริษัท ต้องมีจดหมายรับรองการทำงานจากองค์กรที่ตนเองสังกัดอยู่ ระบุ ชื่อ-สกุล อายุงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน จำนวนวันและระยะเวลาในการลาหยุดชัดเจน 
  • เจ้าของธุรกิจ ต้องมีหนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา ต้องมีจดหมายรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ที่ออกให้โดยสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษาในปัจจุบัน 
  1. ใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)
  2. กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องมีหนังสือรับรองจากพ่อแม่เป็นภาษาอังกฤษ ออกให้โดยนายอำเภอ หรือทำการกรอกแบบฟอร์ม 1229 พร้อมแนบสำเนาสูติบัตร 
  1. ผู้ที่อายุเกิน 75 ปี ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าสามารถเดินทางและพำนักอาศัยอยู่ได้ รวมถึงต้องซื้อ “ประกันเดินทางต่างประเทศ” ด้วย
  2. รูปถ่ายสีหน้าตรง พื้นหลังขาว ขนาด 2 นิ้ว 1 รูป มองเห็นศีรษะถึงหัวไหล่ ไม่สวมแว่นตา หมวก หรืออุปกรณ์ปิดบังใบหน้ายกเว้นการสวมใส่ตามหลักศาสนา

ค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย

เมื่อเอกสารครบถ้วนเรียบร้อยก็ต้องเตรียมเงินสำหรับจ่ายค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วย โดยการขอวีซ่าออสเตรเลียจะมีค่าธรรมเนียมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 

  • ค่าบริการขอวีซ่า Visitor Visa 600 จำนวน 190 AUD (ไม่รวมค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต) 
  • ค่าดำเนินการตรวจไบโอเมตริกซ์ผ่าน VFS Global จำนวน 735 บาท 

ทั้งเพื่อเพิ่มเติมความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย ทางศูนย์รับยื่นฯ ก็มีบริการเสริมเพิ่มเติมอื่น ๆ ให้ด้วย ดังนี้ 

  • บริการห้องรับรองพิเศษ 3,000 บาท 
  • บริการนอกเวลาทำการ 2,100 บาท 
  • บริการกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ 480 บาท 
  • บริการรับรองเอกสาร 50 บาท 
  • บริการปริ้นท์เอกสารแผ่นละ 25 บาท 
  • บริการสแกนเอกสารและส่งอีเมล 25 บาท 
opera-house

ขั้นตอนและวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย 

มาถึงสิ่งสำคัญมากที่ทุกคนควรรู้นั่นคือวิธีขอวีซ่าออสเตรเลียและขั้นตอนต่าง ๆ แบบละเอียด เพราะอย่างที่บอกว่าต้องทำการยื่นผ่านออนไลน์ และต้องมีการตรวจไบโอเมตริกซ์เพิ่มเติมด้วย 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียออนไลน์และตรวจไบโอเมตริกซ์ 

  1. วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียลำดับแรกให้คลิกเข้าไปยังหน้าแบบฟอร์มขอวีซ่า ลงทะเบียนผ่านหน้า Create an ImmiAccount ใส่ข้อมูล ใส่รหัสผ่าน ใส่คำถามลับ แล้วยืนยันผ่านลิงก์ในอีเมลที่ระบุไว้
  2. ทำการล็อกอินใหม่อีกครั้งแล้วกด New Application 
  3. กรอกข้อมูลตามขั้นตอนทั้งหมดให้ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นการเลือกประเภทวีซ่า ตอบคำถาม ใส่ข้อมูลพาสปอร์ต ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ระยะเวลาพำนักอาศัย ข้อมูลการทำงาน ทุนทรัพย์ที่ใช้ท่องเที่ยว แถลงเรื่องสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ประวัติการขอวีซ่า ฯลฯ
  4. หลังกรอกข้อมูลเสร็จให้ทำการอัปโหลดไฟล์เอกสารทั้งหมดผ่านระบบออนไลน์
  5. ทำการชำระเงินค่าขอวีซ่าจากนั้นจะได้อีเมล 2 ฉบับ คือ แจ้งยืนยันได้รับเอกสารการสมัครและแจ้งให้ยืนยันตัวตนผ่านระบบไบโอเมตริกซ์
  6. การยืนยันตัวตนไบโอเมตริกซ์ต้องนัดหมายล่วงหน้ากับ VFS Global 
  7. เมื่อถึงวันนัดหมายให้มาก่อนเวลาอย่างน้อย 15 นาที พร้อมเอกสารยืนยันตัวตน เช่น พาสปอร์ต บัตรประชาชน (กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องมาพร้อมพ่อแม่ในการเก็บอัตลักษณ์นี้)
  8. ทำการสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือพร้อมชำระเงินค่าธรรมเนียม (ศูนย์กรุงเทพฯ รับทั้งบัตรเครดิตและเงินสด ศูนย์เชียงใหม่รับเฉพาะเงินสด) สุดท้ายก็รอการอนุมัติวีซ่าจากหน่วยงานพิจารณาเป็นอันเสร็จสิ้นวิธีขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว

ยืนยันไบโอเมตริกซ์ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียที่ไหน 

อย่างที่บอกไปว่าการวิธีขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยวต้องยื่นผ่านระบบออนไลน์ แต่การยืนยันไบโอเมตริกซ์สำหรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของยื่นวีซ่าออสเตรเลียสามารถทำได้ที่ศูนย์รับยื่นฯ VFS Global วีซ่าออสเตรเลีย ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ 

  1. ศูนย์ยื่นวีซ่า (VFS) ออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย

ที่อยู่: เดอะ ช็อปปส์ อาคาร เบลล์ แกรนด์ พระราม 9 ยูนิต BS003 และ BS0003/1 ชั้น 1 131/1, 141/1 ถ.พระราม 9 

แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

วัน-เวลาทำการ: วันจันทร์วันศุกร์ 09.00น. – 16.00น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

อีเมล: [email protected] 

เว็บไซต์: visa.vfsglobal.com/ 

  1. ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลีย จังหวัดเชียงใหม่

ที่อยู่: 191 อาคารศิริพานิช ชั้น 6B ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 

วัน-เวลาเก็บข้อมูลไบโอเมตทริกซ์: วันจันทร์วันศุกร์ 08.30น. – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย 

นอกจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ระบุเอาไว้ให้แบบครบถ้วนแล้วก็ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกบางเรื่องที่อยากแนะนำสำหรับคนที่กำลังวางแผนอยากไปเที่ยว เรียนต่อคอร์สสั้น ๆ หรือเยี่ยมญาติ เยี่ยมเพื่อน เพื่อให้ดำเนินการอย่างถูกต้องและผ่านง่ายขึ้นกว่าเดิม 

australia-kangeroo

ระยะเวลาในการขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย 

ปกติแล้วเมื่อยื่นวีซ่าออสเตรเลียเรียบร้อยผ่านออนไลน์ จะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าออสเตรเลียประมาณ 7-10 วัน ทั้งนี้สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนเดินทางได้ไม่เกิน 90 วัน ก่อนถึงวันไปเที่ยวออสเตรเลีย 

มีวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียสามารถไปที่ไหนได้บ้าง 

เมื่อคุณทำวีซ่าออสเตรเลียผ่านเรียบร้อย การไปเที่ยวออสเตรเลียก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยสามารถสัมผัสกับความพิเศษได้ในทุกพื้นที่ของประเทศแห่งนี้โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เช่น เมืองซิดนีย์ (Sydney), กรุงเมลเบิร์น (Melbourne), เมืองแคนเบอร์รา (Canberra), เมืองบริสเบน (Brisbane), เมืองโกลด์โคสต์ (Gold Coast), เกาะฟิลลิป (Phillip Island), เมืองเพิร์ธ (Perth) เป็นต้น

สรุป

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยวของคนที่วางแผนอจากเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการเที่ยวออสเตรเลีย ซึ่งอีกเรื่องที่ไม่อยากให้มองข้ามเด็ดขาดนั่นคือการทำ ประกันเดินทางออสเตรเลีย จ่ายเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 249 บาท แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท สมัครง่ายพร้อมรับกรมธรรม์ผ่านออนไลน์ คุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน บริการ Call Center 24 ชม. ไม่ว่าทริปต่างประเทศที่ไหนก็สบายใจแน่นอน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในออสเตรเลีย:

New Health Standard คืออะไร

ความหมายของ New Health Standard 

New Health Standard คือมาตรฐานของประกันสุขภาพแบบใหม่ ที่มีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนเป็น New Health Standard?

เพื่อสร้างมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ให้เหมาะสมกับสังคมสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากจากเมื่อก่อน มาตรฐานประกันสุขภาพแบบเดิมจึงอาจมีความคุ้มครองไม่ครอบคลุมอีกต่อไปกับเทคนิคการแพทย์แบบใหม่ ๆ นอกจากนั้น ในสมัยนี้มีแผนประกันสุขภาพซึ่งถูกออกแบบโดยบริษัทประกันภัยต่าง ๆ ออกมาแบบหลากหลายเพื่อหวังจะแข่งขันกันภายในตลาด จึงทำให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างแผนประกันได้ยาก รวมถึงข้อกำหนดบางอย่างของประกันสุขภาพนั้นกว้างเกินไป จนอาจทำให้ผู้เอาประกันถูกเอาเปรียบได้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จึงออกมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่มาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ให้การซื้อประกันสุขภาพอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน เนื้อหาความคุ้มครองมีความทันสมัยตามทันการแพทย์สมัยใหม่ และเปรียบเทียบกันเองได้

New Health Standard คืออะไร

เงื่อนไขสำคัญของ New Health Standard

1. หลักเกณฑ์ทั่วไป

  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบ New Health Standard ต้องมี 13 หมวดความคุ้มครองหลัก
  • ข้อความในกรมธรรม์ต้องชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่คลุมเครือ
  • ผู้เอาประกันมีสิทธิ์ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์อย่างครบถ้วน

2. หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการต่ออายุกรณีครบรอบปีกรมธรรม์ 

บริษัทประกันไม่ต่ออายุกรมธรรม์ได้ใน 3 กรณีเท่านั้น คือ 

  1. 1. ผู้เอาประกันปกปิดข้อมูล ไม่แถลงตามจริง 
  2. 2. ผู้เอาประกันเคลมโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ 
  3. 3. ผู้เอาประกันเรียกร้องค่าชดเชยรายได้เกินรายได้ที่แท้จริง

3. หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการปรับเบี้ยประกัน

ข้อกำหนดของการปรับเบี้ยประกันของมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่จะขึ้นอยู่กับ 2 เงื่อนไข ได้แก่

  1. 1. อายุ และขั้นอาชีพของบุคคลนั้น ๆ
  2. 2. หากค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น รวมถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยรวมการพอร์ตนั้น ๆ โดยทางบริษัทจะต้องแจ้งให้กับผู้เอาประกันทราบไม่น้อยกว่า 30 วัน ในรูปแบบของลายลักษณ์อักษร และอัตราที่มีการปรับขึ้นต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนด้วย

4. หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา

บริษัทประกันสามารถบอกเลิกสัญญาได้ในกรณีที่ผู้เอาประกันฉ้อฉลเท่านั้น รวมถึงมาตรฐานประกันสุขภาพแบบเก่าจะสามารถบอกเลิกสัญญาได้ตลอด แต่มาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่จะไม่สามารถบอกเลิกสัญญาได้หลังจากผ่านไป 2 ปี 

เงื่อนไข New Health Standard

13 หมวดความคุ้มครองหลัก ได้แก่

 

ผลประโยชน์ถูกแบ่งออกเป็น 13 หมวดมาตรฐาน โดยแบ่งตามการเข้ารักษา ดังนี้

 

ผลประโยชน์กรณีผู้ป่วยใน

 

หมวด 1: ค่าห้องพัก ค่าอาหาร และค่าบริการทั่วไป

หมวด 2: ค่าบริการทางการแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโรค

หมวด 3: ค่าตรวจรักษาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์)

หมวด 4: ค่ารักษาโดยการผ่าตัดและหัตถการ

หมวด 5: การผ่าตัดใหญ่แต่ไม่ได้เข้าพักเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery)

 

ผลประโยชน์กรณีไม่ได้รักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน

 

หมวด 6: ค่าบริการการแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งก่อนและหลังการพักรักษาตัว

หมวด 7: ค่ารักษากรณีบาดเจ็บเป็นผู้ป่วยนอกจากอุบัติเหตุภายใน 24 ชั่วโมง

หมวด 8: ค่าเวชศาสตร์ฟื้นฟูหลังการเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน

หมวด 9: ค่าบริการการแพทย์เพื่อรักษาโรคไตวายเรื้อรัง

หมวด 10: ค่าบริการการแพทย์เพื่อรักษามะเร็ง โดยรังสีรักษา

หมวด 11: ค่าบริการการแพทย์เพื่อรักษามะเร็ง โดยเคมีบำบัด

หมวด 12: ค่าใช้จ่ายสำหรับรถพยาบาลฉุกเฉิน

หมวด 13: ค่ารักษาพยาบาล การผ่าตัดเล็ก

คำนิยามที่มีการเพิ่มและเปลี่ยนแปลงใน New Health Standard

คำนิยามที่มีการเพิ่มเข้ามา

 

  1. 1. ฉ้อฉลประกันภัย หมายถึง การกระทำของผู้เอาประกันหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับสัญญาประกันภัย ที่จงใจกระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งข้อมูลเท็จ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกินจริง การแกล้งทำร้ายตัวเอง หรือการร่วมมือกับบุคคลอื่นเพื่อฉ้อฉลเอาประกันภัย

 

  1. 2. เบี้ยประกันภัยในการต่ออายุ หมายถึง เงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องชำระให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อต่ออายุความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยต่อไปอีก 1 ปี และจะไม่มีการนำเงื่อนไขหรือส่วนลดเบี้ยประกันใดมาใช้เพื่อให้เกิดค่าใช้จ่ายร่วม หรือเพื่อกำหนดเบี้ยประกันใด เมื่อครบรอบปีกรมธรรม์หรือกรมธรรม์สิ้นผลบังคับใช้ 

 

คำนิยามที่มีการเปลี่ยนแปลง

 

  1. โรงพยาบาล หมายถึง สถานพยาบาลที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง ครอบคลุมโรงพยาบาลขนาดเล็กและโรงพยาบาลเฉพาะทาง
  2. การรักษาตัวครั้งหนึ่งครั้งใด หมายถึง การเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือได้รับการผ่าตัดใหญ่แบบไม่นอนโรงพยาบาลแต่ละครั้ง แล้วรักษาไม่หาย ต้องรักษาต่อเนื่องใน 90 วัน นับจากวันออกจากโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย จะถือว่าเป็นการรักษาครั้งเดียวกัน
  3. ผ่าตัด โดยจะมีการแบ่งรูปแบบการผ่าตัดออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ การผ่าตัดใหญ่ การผ่าตัดเล็ก การผ่าตัดใหญ่แบบไม่นอนโรงพยาบาล (Day Surgery) 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

คนที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ต้องทำยังไง?

ผู้ที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว สามารถพิจารณาได้ว่าอยากจะถือประกันสุขภาพแบบเดิมหรือเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากประกันสุขภาพแบบ New Health Standard อาจมีเบี้ยประกันสุขภาพสูงกว่าแบบเดิม เพราะแลกมากับความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น ดังนั้นหากคุณพึงพอใจกับความคุ้มครองและเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายอยู่แล้วก็สามารถถือประกันฉบับเดิมได้ แต่ถ้าหากต้องการเปลี่ยน สามารถติดต่อบริษัทประกันเพื่อขอปรับเปลี่ยนเป็น New Health Standard ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยส่วนใหญ่บริษัทมักมีจดหมายหรือมีการปรับให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

ข้อควรระวัง

ก่อนตัดสินใจปิดประกันสุขภาพแบบเก่า ควรพิจารณาประเด็นเหล่านี้ก่อนเสมอ

  1. สิทธิลดหย่อนภาษี

ประกันสุขภาพแบบใหม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี ดังนั้นหากปิดประกันเก่า จะเสียสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเต็มจำนวนตามมาตรฐานเก่า

  1. ระยะเวลารอคอย

ประกันสุขภาพแบบใหม่มีระยะเวลารอคอยสูงสุด 120 วัน หากปิดประกันเก่าไปแล้ว อาจไม่มีความคุ้มครองในระหว่างที่ต้องรอประกันใหม่มีผลบังคับใช้

  1. โรคประจำตัว

ประกันสุขภาพ (ทั้งแบบเก่าและใหม่) ไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนการเอาประกัน ดังนั้นหากปิดประกันเก่าที่เราทำตอนสุขภาพดีอยู่ แล้วในปัจจุบันเรามีโรคประจำตัวแล้ว อาจทำให้ไม่สามารถทำประกันได้อีก

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว