สิทธิประโยชน์ก่อนและหลังการเข้ารักษาตัวแบบผู้ใน คืออะไร?

สิทธิประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาล:

ผลประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาล หมายถึง ความคุ้มครองที่ขยายไปยังผู้ถือกรมธรรม์สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยทั่วไประยะเวลานี้จะอยู่ในช่วงตั้งแต่สองสามวันถึง 60 วัน ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยและข้อกำหนดกรมธรรม์เฉพาะ

 

เหตุผลเบื้องหลังผลประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาลอยู่ที่ว่าหัตถการทางการแพทย์มักเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการเตรียมการก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจริง ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจวินิจฉัย การปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ ยา และบริการเสริมอื่นๆ ด้วยการครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ผู้ให้บริการประกันภัยจึงมั่นใจได้ว่าผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับการสนับสนุนที่ครอบคลุมตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการแทรกแซงทางการแพทย์

 

ตัวอย่างเช่น หากผู้ถือกรมธรรม์ประสบกับอาการที่นำไปสู่การวินิจฉัยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการวินิจฉัย เช่น การทดสอบในห้องปฏิบัติการ การสแกนด้วยภาพ และการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ จะได้รับการคุ้มครองภายใต้สิทธิประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาล สิ่งนี้ไม่เพียงบรรเทาภาระทางการเงินของแต่ละบุคคลเท่านั้น แต่ยังอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นอย่างทันท่วงที ซึ่งส่งผลให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพดีขึ้น

ก่อนและหลังการเข้ารักษา คืออะไร

ผลประโยชน์หลังเข้ารับการรักษาแบบผู้ใน:

ในอีกด้านหนึ่ง ผลประโยชน์หลังเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะมีผลหลังจากที่ผู้ถือกรมธรรม์ออกจากโรงพยาบาลและยังคงต้องการการรักษาพยาบาลในระหว่างระยะพักฟื้น หรือ นัดติดตามอาการ ระยะนี้มีความสำคัญเนื่องจากครอบคลุมการให้คำปรึกษาติดตามผล การใช้ยา การตรวจวินิจฉัยเพื่อติดตามความคืบหน้า และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ

 

ผลประโยชน์หลังการรักษาในโรงพยาบาลให้ความคุ้มครองความต้องการทางการแพทย์ที่กำลังดำเนินอยู่เหล่านี้ เพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละบุคคลจะได้รับการดูแลที่ครอบคลุมนอกเหนือจากการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล การสนับสนุนนี้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเปลี่ยนจากโรงพยาบาลสู่บ้านอย่างราบรื่น และอำนวยความสะดวกในกระบวนการเยียวยาโดยไม่มีความตึงเครียดทางการเงิน

 

ตัวอย่างเช่น หากผู้ถือกรมธรรม์เข้ารับการผ่าตัดและออกจากโรงพยาบาลแล้ว ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสำหรับการปรึกษาติดตามผลกับศัลยแพทย์ ค่ายาที่จ่าย และค่ากายภาพบำบัดจะครอบคลุมอยู่ภายใต้สิทธิประโยชน์หลังการรักษาในโรงพยาบาล ช่วยให้มั่นใจได้ถึงความต่อเนื่องในการดูแลและช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือการพ่ายแพ้ในช่วงระยะเวลาพักฟื้น

ประโยชน์ของการรักษาในโรงพยาบาลก่อนและหลัง

สิทธิประโยชน์ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีคุณสมบัติและสิทธิประโยชน์หลักหลายประการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าโดยรวมของการประกันสุขภาพ:

 

ความคุ้มครองที่ครอบคลุม: ด้วยการครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการรักษาในโรงพยาบาล สิทธิประโยชน์เหล่านี้จึงให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับการดูแลแบบองค์รวมตลอดการเดินทางทางการแพทย์

 

ความมั่นคงทางการเงิน: ผลประโยชน์ก่อนและหลังการรักษาในโรงพยาบาลช่วยลดภาระทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ช่วยให้บุคคลมุ่งเน้นไปที่การฟื้นตัวโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินไป

 

การเข้าถึงการดูแลอย่างทันท่วงที: ด้วยการครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวินิจฉัย การให้คำปรึกษา และยา สิทธิประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาลช่วยให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงที ทำให้สามารถตรวจพบและแทรกแซงภาวะสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

 

ความต่อเนื่องของการดูแล: ผลประโยชน์หลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนับสนุนความต่อเนื่องของการดูแลโดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาติดตามผล ยา และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ จึงส่งเสริมการเปลี่ยนจากโรงพยาบาลสู่บ้านได้อย่างราบรื่น

ก่อนและหลังการเข้ารักษา คืออะไร

โดยสรุป ผลประโยชน์ก่อนและหลังการรักษาในโรงพยาบาลมีบทบาทสำคัญในการประกันสุขภาพ โดยให้ความคุ้มครองทางการเงินและการสนับสนุนแก่บุคคลตลอดการเดินทางทางการแพทย์ ด้วยการครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการรักษาในโรงพยาบาล ผลประโยชน์เหล่านี้จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินและรับประกันความต่อเนื่องของการดูแล ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ถือกรมธรรม์

อ่านเพิ่มเติม:

ยื่นวีซ่าอิตาลี ฉบับปี 2025 ต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูกัน

ด้วยประวัติศาสตร์ อารยะธรรมยุคโบราณ ไปจนถึงอาหารอันแสนอร่อยทำให้ “อิตาลี” เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ตามหากต้องการเดินทางเที่ยวอิตาลีสิ่งสำคัญนอกจากพาสปอร์ตแล้วทุกคนจะต้องมี “วีซ่าอิตาลี” ด้วย ใครอยากรู้ว่าการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวไปอิตาลีฉบับปี 2025 ต้องทำยังไงบ้าง มาเจาะลึกแบบละเอียดทุกเรื่องเพื่อทำตามอย่างถูกต้องและรวดเร็วกันได้เลย

วีซ่าอิตาลี

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการขอวีซ่าอิตาลีที่ควรรู้

สำหรับคนที่อยากเที่ยวอิตาลีต้องทำการขอวีซ่าอิตาลีเพื่อจะได้เข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อได้รับวีซ่าแล้วสามารถพำนักอาศัยทั้งหมด 90 วัน จึงขอแนะนำข้อมูลทั่วไปต่าง ๆ อันน่าสนใจเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าอิตาลี ศึกษาแล้ววางแผนให้ดี เตรียมตัวเปิดประสบการณ์พิเศษกับดินแดนแห่งความคลาสสิกแห่งนี้ได้เลย

คุณสมบัติผู้ขอวีซ่าท่องเที่ยวอิตาลี

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ที่ต้องการยื่นวีซ่าอิตาลีให้ผ่านต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป หากอายุต่ำกว่านั้นต้องมีผู้ปกครองดูแลและปฏิบัติตามขั้นตอนการขอวีซ่าอิตาลี ผู้สมัครทุกคนต้องมีการนัดหมายออนไลน์ผ่านระบบของศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศอิตาลี จากนั้นจะต้องมีการเก็บลายนิ้วมือที่ศูนย์ในวันดำเนินการ ที่สำคัญคือต้องไม่เป็นผู้ต้องคดีห้ามเดินทางออกนอกประเทศและไม่มีความผิดทางกฎหมายร้ายแรงอื่น ๆ ด้วย

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวอิตาลี มีอะไรบ้าง

ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ทุกคนต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนยื่นวีซ่าอิตาลีเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องแก้ไข ส่งเอกสารเพิ่ม หรือทำวีซ่าไม่ผ่าน โดยเอกสารทั้งหมดที่ต้องเตรียมประกอบด้วย

1. หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องมีหน้าว่างเหลือ 2 หน้าขึ้นไป

2. รูปถ่ายสีขนาด 3.5 x 4.5 จำนวน 2 รูป ไม่เกิน 6 เดือน ฉากหลังต้องเป็นสีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม มองเห็นใบหน้าชัดเจนบนกระดาษถ่ายรูปเท่านั้น ห้ามยิ้ม ห้ามเห็นฟัน ห้ามสวมแว่นตา หมวก ผ้าคลุมศีรษะ หรืออุปกรณ์ปกปิดใบหน้าทุกชนิด ยกเว้นผ้าคลุมตามศาสนา และไม่อนุญาตให้ตกแต่งด้วยโปรแกรมแต่งรูป

3. แบบฟอร์มการขอวีซ่าอิตาลี

4. หลักฐานเกี่ยวกับการทำงาน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • พนักงานบริษัท / ข้าราชการ เอกสารรับรองการทำงานฉบับจริงระบุชื่อ ตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาวันลาหยุด (ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด) มีอายุเอกสารไม่เกิน 30 วัน นับจากวันยื่น และมีการระบุ To Whom It May Concern แต่ไม่ต้องใส่ชื่อสถานทูต
  • ประกอบธุรกิจส่วนตัว หนังสือจดทะเบียนธุรกิจหรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์ อายุเอกสารไม่เกิน 90 วัน
  • นักเรียน หรือ นักศึกษา จดหมายรับรองจากสถานศึกษาฉบับจริง (ภาษาอังกฤษทั้งหมด) อายุเอกสารไม่เกิน 30 วัน

5. หลักฐานทางการเงิน ใช้ Bank Statement ตัวจริง (บัญชีออมทรัพย์ทั่วไป) รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3 เดือนล่าสุด และทำรายการล่าสุดไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสาร

6. เอกสารกรมธรรม์ประกันเดินทางต่างประเทศและประกันอุบัติเหตุ วงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 30,000 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)

7. เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เอกสารการจองโรงแรม โปรแกรมการท่องเที่ยว (ภาษาอังกฤษ) เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

8. กรณีอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องมีสำเนาสูติบัตร และสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมฉบับแปลอังกฤษ และหากเดินทางคนเดียวต้องมีเอกสารยินยอมเดินทางไปต่างประเทศตัวจริงจากพ่อแม่ออกโดยเขตหรืออำเภอ

ค่าธรรมเนียมของวีซ่าอิตาลี

ในการยื่นวีซ่าอิตาลีจะมีค่าธรรมเนียมสถานทูตอยู่ที่คนละ 80 EUR หรือประมาณ 2,960 บาท แต่สำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าอิตาลีจะเหลือเพียง 40 EUR หรือประมาณ 1,480 บาท ขณะที่เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

นอกจากนี้ยังมีค่าบริการอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ ค่าบริการศูนย์รับยื่น VFS 342 บาท ค่า SMS 75 บาท (สำหรับอัปเดตสถานะวีซ่าล่าสุด) หรือถ้าใครจะดำเนินการผ่านเอเย่นต์ก็มีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง และถ้าหากทำการยื่นขอวีซ่าน้อยกว่า 5 วัน ก่อนการเดินทางต้องจ่ายค่าธรรมเนียมด่วนพิเศษอีก 400 บาท

*ค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงตามความผันผวนของสกุลเงินได้

วีซ่าอิตาลี

วิธีขอวีซ่าอิตาลี เป็นอย่างไร ทำตามได้เลย

เมื่อเตรียมพร้อมในเรื่องเอกสาร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว คราวนี้ก็มาถึงวิธีขอ”วีซ่าอิตาลี”ซึ่งไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวลใจ ลองมาทำตามคำแนะนำที่กำลังจะบอกต่อไปนี้กันเลย ผ่านฉลุยเตรียมลุยเที่ยวอิตาลีกันให้เพลิน

ขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยวอิตาลี มีอะไรบ้าง

1. เตรียมเอกสารต่าง ๆ ตามที่ระบุให้ครบถ้วนทั้งหมดเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินการภายในเวลาอันรวดเร็ว

2. ทำการจองคิวออนไลน์กับศูนย์รับทำวีซ่า จองการนัดหมาย | vfsglobal

3. เมื่อถึงวันนัดหมายให้เดินทางไปยื่นเอกสารตามสถานที่ที่ระบุ แนะนำให้ไปก่อนเวลาเล็กน้อย เตรียมเอกสารและค่าธรรมเนียม พร้อมใบจองนัดของตนเองให้เรียบร้อย

4. ดำเนินการยื่นเรื่องตามวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวอิตาลีที่ศูนย์ได้กำหนดเอาไว้ เช่น ยื่นใบนัด แสดงหนังสือเดินทาง รอตรวจเอกสาร สแกนลายนิ้วมือ (หากใครเคยสแกนทำวีซ่าแล้วจะอยู่ในระบบ 5 ปี) เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ชำระเงิน

5. สามารถติดตามคำร้องได้ผ่านช่องทาง SMS อัปเดตสถานะ หรือผ่านช่องทางออนไลน์บนหน้าเว็บศูนย์รับคำร้องโดยกรอกหมายเลขอ้างอิงที่ระบุไว้บนใบเสร็จและใส่นามสกุลของผู้ขอวีซ่า

7. เมื่อทุกอย่างผ่านเรียบร้อยก็เตรียมรอรับวีซ่า จะเลือกส่ง EMS ถึงบ้าน (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) หรือไปรับเองก็ได้ วิธีขอวีซ่าอิตาลีไม่ยากอย่างที่คิดเลย

สามารถยื่นวีซ่าอิตาลีที่ไหนได้บ้าง

หลังจากเข้าใจวิธีขอวีซ่าอิตาลีกันไปเรียบร้อย คราวนี้ก็มาถึงสถานที่ในการยื่นคำร้องกันบ้าง ปัจจุบันหากเป็นการยื่นวีซ่าอิตาลีประเภทท่องเที่ยวจะดำเนินการผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าอิตาลี VFS มีด้วยกัน 3 แห่ง ดังนี้

1. ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าอิตาลี VFS กรุงเทพ

ที่อยู่: ยูนิต 322A และ 329 ชั้น 3 ศูนย์ค้าปลีก ซีอาร์ซีทาวเวอร์ ออลซีซั่นส์เพลส 87/2 ถ.วิทยุ ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

โทรศัพท์: 02-460-7059

อีเมล: [email protected]

เว็บไซต์: Welcome to VFS Global | vfsglobal

เวลารับยื่นคำร้องขอวีซ่าอิตาลี: วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30 – 12.00 น. และ 13:00 – 16:00 น.

2. ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าอิตาลี จังหวัดเชียงใหม่

ที่อยู่: 191 อาคารศิริพานิช ชั้น 6 บี ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30 – 12.00 น. และ 13.00 – 14.00 น. กรณียื่นคำร้องโดยไม่มีนัดหมายทำได้เฉพาะเวลา 13.00 – 14.00 น.

3. ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าอิตาลี จังหวัดภูเก็ต

ที่อยู่: อาคารซีซีเอ็ม คอมเพล็กซ์ 77/77 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000

เวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30 – 12.00 น. และ 13.00 – 14.00 น. กรณียื่นคำร้องโดยไม่มีนัดหมายทำได้เฉพาะเวลา 13.00 – 14.00 น.

วีซ่าอิตาลี

สิ่งที่ควรรู้ในการทำวีซ่าอิตาลี ยังมีเรื่องไหนอีกบ้าง

จากข้อมูลที่แนะนำเกี่ยวกับการทำวีซ่าอิตาลีจะเห็นว่าไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวลใจ แต่ทั้งนี้การทำประกันเดินทางต่างประเทศคือสิ่งสำคัญมาก เพราะต่อให้เอกสารครบถ้วนทั้งหมดแต่ขาดตัวนี้ก็ไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องผ่านแน่นอน นอกจากประกันแล้วก็ยังมีบางเรื่องที่อยากแนะนำด้วย

ขอวีซ่าอิตาลี กี่วันได้

ผู้ที่วางแผนเดินทางไปเที่ยวอิตาลีสามารถยื่นวีซ่าอิตาลีล่วงหน้าก่อนเดินทางได้ 90 วัน เนื่องจากระยะเวลารอพิจารณาวีซ่าอิตาลีจะอยู่ประมาณ 5 วัน ทำการ (ไม่รวมวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) แต่ในบางกรณีระยะเวลาอาจเพิ่มได้ถึง 30 วัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทางสถานทูตอิตาลี จึงแนะนำว่าควรยื่นก่อนเดินทางจริงไม่น้อยกว่า 15 วัน 

สามารถเดินทางไปพื้นที่ไหนได้บ้าง เมื่อถือวีซ่าท่องเที่ยวอิตาลี

เมื่อได้รับวีซ่าอิตาลีเป็นที่เรียบร้อยก็พร้อมออกเดินทางไปเที่ยวอิตาลีกันได้เลย ซึ่งคุณสามารถเดินทางได้ทุกพื้นที่ของประเทศตั้งแต่เมืองหลงอย่างกรุงโรม เมืองแฟชั่นมิลาน ไปจนถึงเวนิส ฟลอเรนซ์ ปิซ่า เซียน่า และยังสามารถไปเยี่ยมนครรัฐวาติกันได้อีกด้วย

สรุป

ทั้งหมดนี้คือขั้นตอนและเรื่องควรรู้เกี่ยวกับวิธีขอ”วีซ่าอิตาลี” อย่างไรก็ตามย้ำกันอีกครั้งหากคุณวางแผนเที่ยวอิตาลี การมีประกันเดินทางต่างประเทศคือสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากใช้ยื่นวีซ่าแล้วยังให้ความคุ้มครองกรณีเกิดเรื่องไม่คาดฝันด้วย จึงขอแนะนำ “ประกันเดินทางอิตาลี” ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท ใช้ยื่นวีซ่าอิตาลีแบบหายห่วง คุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชม. คุ้มค่าขนาดนี้ต้องมีไว้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม:

สรุปขั้นตอนวิธีขอวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยวฉบับล่าสุดปี 2025

“มอลตา” หรือที่คนไทยออกเสียงว่า “มอลต้า” เกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของทวีปยุโรปตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กลายเป็นอีกจุดหมายปักหมุดของนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสความสวยงามของท้องทะเล ธรรมชาติอันแสนพิเศษ ซึ่งใครวางแผนอยากเที่ยวมอลตานอกจากการศึกษาข้อมูลอย่างดีแล้ว “วีซ่ามอลตา” ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน จึงขอพามาศึกษาขั้นตอนแบบครบถ้วนและวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวมอลตาอย่างละเอียด ครบทุกเรื่องที่ควรรู้พร้อมทำตามได้เลย 

อยากขอวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยวต้องรู้อะไรบ้าง 

วีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยวถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ “วีซ่าเชงเก้น” หรือวีซ่าพนักอาศัยระยะสั้น ประเภท C สามารถท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเชงเก้นและอยู่ในมอลตาได้ไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน ใครอยากรู้ว่าวิธีขอวีซ่ามอลตาประเภทนี้ต้องทำยังไงบ้าง ตามมาทางนี้เลยไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่กังวลใจแน่นอน 

คุณสมบัติของผู้ขอวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยว 

สำหรับคนที่ต้องการยื่นวีซ่ามอลตาเพื่อไปท่องเที่ยว คุณสมบัติสำคัญต้องเป็นผู้มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กรณีเป็นผู้เยาว์ต้องมีเอกสารรับรองจากพ่อแม่ตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ ไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายร้ายแรงหรือถูกศาลสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ มีสุขภาพแข็งแรงพร้อมสำหรับการเดินทางและท่องเที่ยว หากครบถ้วนตามนี้ก็เตรียมขอวีซ่ามอลตาเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ของชีวิตไม่ยาก 

วีซ่ามอลตา

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับขอวีซ่าท่องเที่ยวมอลตา 

มาถึงสิ่งที่สำคัญมากสุดสำหรับคนที่อยากยื่นวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยวนั่นคือการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อถึงเวลายื่นจริงจะได้ไม่ต้องเสียเวลาจองคิวซ้ำหลายรอบเนื่องจากเตรียมไม่ครบ ซึ่งการขอวีซ่ามอลตาประเภทนี้มีเอกสาร ได้แก่ 

  1. แบบฟอร์มการขอวีซ่า ลงทะเบียนหากยังไม่เคยสมัครมาก่อน จากนั้นล็อกอินแล้วเข้าไปกรอกข้อมูลตามที่ระบุ ปริ้นท์ออกมาไว้สำหรับยื่นในวันนัดหมาย
  2. หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันเดินทางออกจากประเทศกลุ่มเชงเก้น เหลือหน้าว่างไม่ต่ำกว่า 2 หน้า พร้อมสำเนาหน้าแรกที่มีรูปถ่าย 1 ฉบับ เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่าให้นำติดตัวมาด้วย)
  3. ภาพถ่ายสี พื้นหลังขาว หน้าตรง ขนาด กว้าง 3.5 ซม. ยาว 4.5 ซม. ไม่สวมหมวก ผ้าคลุม หรือแว่นดำปิดบังใบหน้ายกเว้นการแต่งกายตามหลักศาสนา มองเห็นตั้งแต่ศีรษะถึงหัวไหล่ ไม่ยิ้มเห็นฟัน จำนวน 2 ใบ
  4. ประกันเดินทางต่างประเทศ คุ้มครองทั้งการเจ็บป่วยและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ วงเงินไม่น้อยกว่า 30,000 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)
  5. เอกสารการจองเที่ยวบินไป-กลับ
  6. เอกสารการจองโรงแรมที่พักตลอดการพำนักอาศัยในมอลตา
  7. แผนการเดินทางท่องเที่ยวตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในมอลตา
  8. สำเนาเอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
  9. รายการเดินบัญชีย้อนหลังประเภทออมทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ก่อนหน้า หรือหนังสือรับรองจากธนาคาร
  10. เอกสารยืนยันสถานะด้านการทำงานแบ่งตามลักษณะอาชีพของแต่ละบุคคล ทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ได้แก่
  • พนักงานบริษัท ต้องมีจดหมายรับรองการทำงานจากองค์กรที่ตนเองสังกัดอยู่ พร้อมระบุ ชื่อ-สกุล อายุงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน จำนวนวันและระยะเวลาในการลาหยุดให้ชัดเจน 
  • เจ้าของธุรกิจ ต้องมีหนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา ต้องมีจดหมายรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ซึ่งออกโดยสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษาในปัจจุบัน 
  1. หากเป็นผู้เยาว์เดินทางคนเดียวต้องมีหนังสือรับรองจากพ่อแม่ ถ้าเดินทางกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอีกฝ่ายต้องทำหนังสือรับรองยืนยันเช่นกัน รวมถึงหากเดินทางกับบุคคลอื่น พ่อแม่ต้องมีหนังสือรับรองพร้อมระบุความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คน ทั้งหมดนี้แปลเป็นภาษาอังกฤษ และออกให้โดยอำเภอ

ค่าธรรมเนียมเมื่อยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวมอลตา 

อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาดสำหรับใครที่อยากยื่นวีซ่ามอลตานั่นคือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพื่อจะได้เตรียมงบของตนเองให้พร้อมและชำระตามเงื่อนไขที่ศูนย์รับยื่นฯ กำหนดเอาไว้ ซึ่งจำนวนเงินค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่ามอลตา มีดังนี้ 

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ผู้ใหญ่ 80 EUR หรือประมาณ 3,040 บาท 
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า เด็กอายุ 6-12 ปี 40 EUR หรือประมาณ 1,520 บาท 
  • เด็กอายุ 0-11 ปี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า 
  • ค่าบริการของศูนย์รับยื่นวีซ่า VFS Global 16.40 EUR หรือประมาณ 622 บาท / ท่าน 

ทั้งนี้ทางศูนย์รับยื่นวีซ่าฯ ก็ยังมีบริการพิเศษเพิ่มเติมเพื่อสร้างความสะดวกสำหรับผู้ใช้บริการด้วย มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดังนี้ 

  • บริการห้องรับรองพิเศษ 2,200 บาท 
  • บริการแปลภาษา 500 บาท 
  • บริการส่งหนังสือเดินทางคืนแบบมีประกัน 350 บาท 
  • บริการกรอกแบบฟอร์ม 250 บาท 
  • บริการถ่ายรูป 250 บาท 
  • บริการส่งคืนหนังสือเดินทางปกติ 240 บาท 
  • บริการ SMS อัปเดตสถานะ 75 บาท 
  • บริการถ่ายเอกสาร 5 บาท / หน้า 
วีซ่ามอลตา

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวมอลตาทีละขั้นตอนแบบละเอียด 

หลังจากเตรียมเอกสารและเงินพร้อมแล้วก็เข้าสู่วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวมอลตาซึ่งจะขออธิบายแบบละเอียดเพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถนำไปทำตามได้อย่างไม่มีความยุ่งยากใด ๆ ทั้งสิ้น แม้พึ่งเคยดำเนินการครั้งแรกก็หายห่วงแน่นอน 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวมอลตาแบบละเอียด 

  1. วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวมอลตาลำดับแรกให้ทำนัดกับทาง VFS Global ใครพึ่งทำครั้งแรกต้องลงทะเบียนกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำตามขั้นตอนให้ครบถ้วน ล็อกอินอีกครั้ง เลือกวัน-เวลาที่ต้องการยื่นเอกสาร อย่าลืมพิมพ์ใบนัดหมายเอาไว้เป็นหลักฐานด้วย
  2. เมื่อถึงวันนัดให้เดินทางไปยังศูนย์ยื่นวีซ่าฯ ยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หากไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ก็ทำการชำระเงิน (ชำระได้เฉพาะเงินสด) จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนตรวจอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (สแกนลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า) สำหรับคนที่ทำวีซ่าเป็นครั้งแรก
  3. รอผลการอนุมัติวีซ่าว่าจะออกมาอย่างไร ซึ่งสถานทูตผู้พิจารณาอาจมีการเรียกคุณไปสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ โดยผู้ขอจะได้รับเล่มหนังสือเดินทางคืน สามารถเดินทางไปรับด้วยตนเองที่ศูนย์ฯ หรือใครเลือกส่งคืนผ่าน EMS ก็รอรับได้เลย เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีขอวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยว เหลือแค่ลุ้นว่าสรุปแล้วจะผ่านหรือไม่

สถานที่สำหรับขอวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยว 

จากข้อมูลวิธีขอวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยวจะเห็นว่าทุกขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือประเทศไทยของเราไม่มีสถานทูตมอลตา ดังนั้นเมื่อจะยื่นวีซ่ามอลตาจึงต้องดำเนินการผ่าน VFS Global Austria โดยสามารถติดต่อเพื่อขอวีซ่ามอลตาได้ตามรายละเอียดดังนี้ 

ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า VFS Global ประเทศออสเตรีย 

ที่อยู่: เดอะพลาซ่า ชั้น 4 ยูนิตที่ 404 – 405 อาคารจามจุรีสแควร์ ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

โทรศัพท์: 02-460-7052  

วัน-เวลาทำการ: วันจันทร์ วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.00 น. (พักเที่ยง) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

เว็บไซต์: visa.vfsglobal.com/ 

ข้อควรรู้เพิ่มเติมก่อนทำวีซ่าท่องเที่ยวมอลตา 

ยังมีข้อควรรู้เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยสำหรับใครที่อยากมีโอกาสไปสัมผัสกับความแตกต่างและความแปลกใหม่ของประเทศมอลตา เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ดำเนินการตั้งแต่แรกถูกต้องพร้อมเตรียมทำให้การท่องเที่ยวทริปนี้ของคุณมีความสุขมากกว่าเดิม 

ระยะเวลาในการขอวีซ่าท่องเที่ยวมอลตา 

ปกติแล้วในการขอวีซ่ามอลตาสำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวมอลตา จะใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ หลังดำเนินการยื่นวีซ่ามอลตาเรียบร้อย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณา ทั้งนี้สามารถยื่นได้ล่วงหน้า 180 วัน ก่อนเดินทาง ซึ่งคำแนะนำคือควรยื่นไม่น้อยกว่า 1 เดือน ก่อนวันเดินทาง 

ถือวีซ่าท่องเที่ยวมอลตา ไปที่ไหนได้บ้าง 

เป็นเรื่องน่าประทับใจอย่างยิ่งเมื่อคุณผ่านการอนุมัติขอวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยวเรียบร้อยก็สามารถไปตะลุยเที่ยวมอลตาได้ทั่วทั้งเกาะ อย่างสถานที่ยอดฮิตติดลมบนขอแนะนำ เช่น กรุงวัลเลตตา (Valletta), เมืองกอสปีกัว (Cospicua), หมู่บ้านป๊อบอาย (Popeye Village), เมืองเอ็มดินา (Mdina), เกาะโกโซ (Gozo), เมืองราบัต (Rabat), เกาะโคมิโน (Comino) เป็นต้น  

สรุป 

นี่คือวิธีขอวีซ่ามอลตาประเภทท่องเที่ยว หรือวีซ่าเชงเก้นซึ่งใครอยากไปเที่ยวมอลตาสักครั้งสามารถทำตามขั้นตอนที่ระบุเอาไว้ทั้งหมดได้เลย เหนือสิ่งอื่นใดต้องไม่ลืม ประกันเดินทางมอลตา เพื่อความสบายใจ และขอวีซ่าได้อย่างราบรื่น ให้ทุกเส้นทางทั่วโลกมีความสุขมากกว่าเคย เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 385 บาท แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท สมัครง่ายผ่านออนไลน์ ยื่นวีซ่าผ่านไม่ยาก คุ้มครองโควิด-19 บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน และอื่น ๆ ซื้อไว้ไม่ผิดหวัง 

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว