มัดรวมของฝากจากอิตาลี พร้อม 6 ย่านช้อปปิ้งยอดฮิต !

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในแถบยุโรปที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลัง เชื่อว่าประเทศอิตาลีต้องติดอันดับอย่างแน่นอน เที่ยวอิตาลีชื่นชมเมืองที่อบอวลไปด้วยศิลปะ รวมถึงวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ถ้าคุณรักการเดินทาง อิตาลีถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่คุ้มค่าแก่การเดินทาง เพราะประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำด้านแฟชั่นระดับโลก รวมแบรนด์ดังต่าง ๆ ไว้มากมาย ไม่ต่างจาก ปารีสหรือนิวยอร์ก

นอกจากความทันสมัยของแฟชั่นแล้ว อิตาลียังเป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยทะเลและภูเขา วิวทิวทัศน์สวยงามชวนให้หลงใหล แต่ด้วยสภาพอากาศของอิตาลีแตกต่างจากประเทศไทย อาจทำให้คุณป่วยได้ แม้ว่าหลาย ๆ อย่างในประเทศนี้จะสะดวกสบาย เมืองสวย อาหารอร่อย แต่คงไม่ดีนักถ้าเกิดป่วยขึ้นมากะทันหัน หากไม่มีประกันเดินทางต่างประเทศ ทริปเที่ยวยุโรปของคุณอาจจะสะดุด และหมดสนุกได้ เมื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาเช็กอิน 6 สถานที่ช้อปปิ้งยอดฮิตในอิตาลี ไปดูกันว่าแหล่งช้อปปิ้งที่ห้ามพลาดเมื่อไปเยือนอิตาลีมีอะไรบ้าง ?

ไปเที่ยวอิตาลี ซื้ออะไรเป็นของฝากดี ?

มาเที่ยวอิตาลีทั้งที ถ้าไม่มีของฝากติดไม้ติดมือ เพื่อน ๆ และคนที่บ้านคงงอนแย่ แต่คำถามคือ จะซื้ออะไรที่อิตาลีเป็นของฝากดี ถึงจะถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับ จริง ๆ แล้วอิตาลีไม่ได้มีแค่สินค้าแบรนด์เนมเท่านั้นที่น่าเป็นของฝาก แต่ยังมีสินค้าอีกมากมายที่รอให้คุณเลือกสรร ส่วนจะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้นไปดูกันเลย

  • เครื่องสำอาง อิตาลีเป็นเมืองแห่งแฟชั่นอยู่แล้ว ของฝากที่นิยมและถูกใจสาว ๆ มากที่สุด ก็ต้องยกให้เครื่องสำอางแบรนด์เนมทั้งหลาย ที่ถูกกว่าซื้อที่ไทยตั้งหลายเท่า
  • เครื่องแก้วจากเกาะมูราโน่ ถือเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการทำ ลวดลายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลิตจากฝีมือคนล้วน ๆ มีให้เลือกหลายแบบ เช่น ลูกปัด โคมไฟ และเครื่องประดับ
  • เหล้ามะนาว นักดื่มที่ชอบลิ้มลองของอร่อย ต้องห้ามพลาดเหล้ามะนาวเด็ดขาด เป็นการนำเปลือกเลมอนมาผสมผสานให้เข้ากัน จนเกิดรสชาติหวานอมเปรี้ยว และแฝงด้วยรสฝาดนิด ๆ
  • ไวน์อิตาลี เครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้ของชาวอิตาลีคือไวน์ นิยมใช้เป็นของฝากเพราะราคาไม่สูง รสชาติดี ไวน์ที่มีชื่อเสียงส่วนมากจะมาจากทางตอนใต้ของอิตาลี เช่นไวน์จากซิซิลี
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง สายแฟชั่นไปเที่ยวอิตาลี ต้องอย่าลืมสอยเครื่องหนังกลับไปเป็นของฝากผู้หลักผู้ใหญ่ เพราะเครื่องหนังจากที่นี่การันตีเรื่องคุณภาพ และอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • รองเท้า อีกหนึ่งของฝากยอดนิยมคือ รองเท้า ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าบูต รองเท้าหนัง รองเท้าส้นสูง หรือแม้แต่รองเท้าแตะธรรมดา เพราะรองเท้าของที่นี่เน้นความสบายและทนทาน
  • น้ำมันมะกอก เครื่องปรุงหลักของทางยุโรป น้ำมันมะกอกจากอิตาลีผ่านการตรวจสอบว่าไร้สารเจือปน อีกทั้งรสชาติและกลิ่น ยังได้มาตรฐาน

เรียกได้ว่าทุกชิ้นเป็นของฝากที่ดูดี มีคุณภาพ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับช่วงวัยได้ รับรองว่าเป็นสุดยอดของฝากจากอิตาลีที่ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างแน่นอน

ของฝากอิตาลี

6 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิต สุดคลาสสิก ที่ห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวอิตาลี

และแล้วก็ถึงเวลาสำคัญที่ทุกคนรอคอย เรามาดูกันว่าเที่ยวอิตาลีครั้งนี้ต้องเริ่มช้อปปิ้งที่ไหน เนื่องจากอิตาลีเป็นแหล่งรวมเหล่าช่างฝีมือดี รวมถึงร้านบูติกและแบรนด์ดังของเมืองมากมาย โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมที่เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร สถานที่ช้อปปิ้งในอิตาลี ที่เราแนะนำในวันนี้มีตั้งแต่ร้านค้าไปจนถึงห้างดัง เรียกได้ว่าเป็นแหล่งละลายทรัพย์ชั้นดี ถ้าคุณพร้อมตะลุยอิตาลีแล้ว เรามาเริ่มเช็กอินตามนี้กันเลย!

Via Del Corso, Rome

ถนนช้อปปิ้งเส้นหลักของอิตาลี ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ความยาวของถนนประมาณ 1.5 กิโลเมตร ตลอดทั้งเส้นทางเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมชื่อดังของอิตาลี อีกทั้งยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านไอติม ให้เลือกอีกมากมาย ร้านค้าส่วนใหญ่ของที่นี่จำหน่ายสินค้าสไตล์อิตาเลียน เช่น หมวก ผ้าไหม ถุงมือ กระเป๋าหนัง นอกจากนี้ยังมีแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังในอิตาลีอย่างศูนย์การค้า Galleria Alberto Sordi ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ด้วย

Via Giovan Battista Zannoni, Florence

สำหรับใครที่อยากได้ของฝากจากอิตาลีเป็นเครื่องประดับหนังสุดคลาสสิก จำพวก แจ็คเก็ต เข็มขัด หรือกระเป๋าสตางค์ แนะนำให้ไปที่ 50123 Firenze FI, อิตาลี ริมแม่น้ำอาร์โน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูง ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงในการเดินทางจากกรุงโรมมาเมืองฟลอเรนซ์ ที่นี่คุณจะพบกับ “Via Giovan Battista Zannoni, Florence” ซึ่งรอบ ๆ ตลาดมีแผงขายของมากมายให้คุณได้เลือกชม เรียกได้ว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งในอิตาลี ที่สายช้อปต้องห้ามพลาด

Mercerie, Venice

“Mercerie, Venice” ตั้งอยู่ระหว่าง Rialto และ San Marco ของประเทศอิตาลี สถานที่นี้เหมาะสำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ในแฟชั่นเครื่องแต่งกาย ไปจนถึงเครื่องประดับ เมืองเวนิสมีผู้คนพลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา เพราะเต็มไปด้วยร้านค้าบูติกและของกินอร่อย ๆ ที่นี่เต็มไปด้วยคอลเลกชันจากผู้นำด้านแฟชั่นอย่าง Prada และ Gucci นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกให้เลือกซื้อมากมาย รวมถึงร้านอาหาร ร้านค้าแผงลอย ร้านกาแฟ ช้อปเพลิน ๆ ได้ตลอดทั้งวัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ช้อปปิ้งที่ดีที่สุดในอิตาลี

ของฝากอิตาลี

Corso Buenos Aires, Milan

มาต่อกันที่ “Corso Buenos Aires” ตั้งอยู่ที่ถนนสายหลักของตอนเหนือของมิลาน ประเทศอิตาลี ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้าวินเทจที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี เสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นของช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และ 20 นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ยังมีสินค้าที่ผลิตจากประเทศอิตาลี และสินค้านำเข้าให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แว่นตา กระเป๋าถือ และรองเท้าบูต สินค้าส่วนใหญ่ราคาย่อมเยา ถนนสายนี้น่าตื่นเต้น เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย เป็นถนนช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี

Via Polo, Turin

Via Polo สถานที่ช้อปปิ้งในอิตาลี ตั้งอยู่ที่เมืองตูริน แหล่งรวมหนังสือมือสอง เสื้อผ้า ของที่ระลึก บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอย ร้านอาหาร แกลเลอรี ถนนที่ทอดยาวจากฝั่งแม่น้ำไปยังราชวัง ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ของร้านค้าและบาร์ได้อย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอิตาลี ถ้าคุณกำลังมองหาแหล่งช้อปปิ้งราคาไม่แพง มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย Via Polo ก็ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ

Streets near the Harbor, Portofino

Portofino เมืองชายฝั่งเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอิตาลี เนื่องจากที่นี่เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ทำให้สามารถเดินทัวร์รอบ ๆ หมู่บ้านได้ ร้านขายสินค้ากระจายอยู่รอบ ๆ เมือง มีร้านขายโปสต์การ์ด และงานศิลปะวางโชว์มากมาย นอกจากนี้ยังมีสินค้าแบรนด์เนมให้เลือกซื้ออีกด้วย ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ ทำให้กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในอิตาลี ที่ “Streets near the Harbor” คุณสามารถเดินเลือกซื้อของได้หลากหลายสไตล์ เลือกถ่ายรูปได้หลายมุม เหมาะสำหรับขาช้อปที่ชอบความอินดี้มาก ๆ

 

ของฝากอิตาลี

การจ่ายเงินซื้อของช้อปปิ้งที่ประเทศอิตาลี

ประเทศอิตาลีใช้สกุลเงินเป็นยูโร 1 บาทไทยเท่ากับ 0.026 ยูโร (ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาท) การซื้อของที่ประเทศอิตาลี แนะนำให้ใช้เป็นเงินสดจะคุ้มค่า เพราะถ้าใช้บัตรเครดิตต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม หรือที่เรียกว่าค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน อีกทั้งบางร้านมีการกำหนดวงเงินขั้นต่ำในการจ่ายค่าอาหาร ถ้าวงเงินไม่ถึงก็ไม่สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรได้ การแลกเงินสดจึงถือว่าสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด ส่วนการแลกเงินสดแนะนำให้แลกตั้งแต่ก่อนไปเที่ยว เพราะประเทศอิตาลีหาที่แลกเงินได้ค่อนข้างยาก ถ้าแลกเปลี่ยนที่อิตาลีอัตราแลกเปลี่ยนไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก

บทส่งท้าย

ทั้งหมดนี้คือแหล่งช้อปปิ้งในประเทศอิตาลี รวมถึงสินค้ายอดนิยมที่ควรซื้อเป็นของฝาก อิตาลีดินแดนแห่งความโรแมนติก เต็มไปด้วยสถานที่ช้อปปิ้งสุดวิเศษมากมาย สำหรับใครวางแพลนจะไปเที่ยวอิตาลีในเร็ว ๆ นี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ ประกันเดินทางอิตาลี เพราะแค่คุณก้าวเท้าออกจากบ้านก็มีความเสี่ยงแล้ว ยิ่งไปไกลบ้านความเสี่ยงยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก การซื้อประกันช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างอุ่นใจ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาระหว่างทริป ก็ยังมีคนช่วยแบ่งเบาค่ารักษา ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง เก็บเงินไว้ช้อปปิ้งได้อีกยาว ๆ

อ่านเพิ่มเติม:

10 ประโยคที่ใช้บ่อยเมื่อไปเที่ยวฝรั่งเศส

สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศในฝันของใครหลาย ๆ คน สถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความงดงาม และสถาปัตยกรรมที่เป็นต้นแบบของหลาย ๆ ที่ในปัจจุบัน รวมถึงงานศิลปะชื่อดังก้องโลก ไล่มาตั้งแต่โบราณสถาน ปราสาท วัง จนถึงสถานที่ท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ดูโมเดิร์นขึ้นมา เดินชมเมืองงาม ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศฝรั่งเศสที่ต้องเช็กอินให้ได้เมื่อไปเยือนคือ “หอไอเฟล” ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์สำคัญของฝรั่งเศส ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1889 เพื่อใช้ต้อนรับแขก นับว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีความสูงมากที่สุดในโลก หลังจากที่คุณได้เลือกสถานที่ท่องเที่ยว และเตรียมลางานเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมความพร้อมให้กับตัวเอง นอกจากการจัดเตรียมของใช้ส่วนตัวและสิ่งของจำเป็นแล้ว คุณควรศึกษาภาษาฝรั่งเศสในเบื้องต้นไว้บ้าง สำหรับใช้สื่อสารกับคนในท้องถิ่น เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นตลอดการเดินทาง

แนะนำข้อมูลภาษาฝรั่งเศส ก่อนเริ่มตะลุยทริป!

หลายคนยกให้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่โรแมนติกที่สุด ด้วยความไพเราะของภาษาเมื่อได้ฟังยิ่งรู้สึกคล้อยตาม ภาษาฝรั่งเศสมีระเบียบแบบแผนชัดเจนว่า ต้องเชื่อมกับคำไหน และตรงไหนห้ามเชื่อม การเชื่อมคำของภาษาเพิ่มความนุ่มนวลให้ประโยคได้มากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ของภาษาฝรั่งเศสก็ว่าได้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษหลาย ๆ คำก็คล้าย ๆ ภาษาฝรั่งเศส เนื่องจากได้อิทธิพลมาจากฝรั่งเศสโดยตรง ถ้าอยากเที่ยวประเทศฝรั่งเศส พูดภาษาอังกฤษได้อย่างเดียวคงยังไม่พอ เพราะคนฝรั่งเศสส่วนใหญ่ไม่ชอบพูดภาษาอื่นกันเท่าไรนัก การเรียนภาษาฝรั่งเศสในเบื้องต้น จะช่วยให้คุณท่องเที่ยวในฝรั่งเศสได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

ภาษาฝรั่งเศส

10 ประโยคหรือคำพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันเมื่อไปเที่ยวฝรั่งเศส

เมื่อเวลาของทริปเที่ยวฝรั่งเศสมาถึง หลายคนอาจจะมัวตื่นเต้นกับการได้ผจญภัยในต่างแดน จนลืมไปว่าภาษาฝรั่งเศสที่ต้องใช้ในระหว่างท่องเที่ยวก็สำคัญ ถ้าอย่างงั้นเรามาดูกันว่า 10 ประโยคที่จะช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์มีประโยคไหนบ้าง ?

สวัสดี / ทักทาย

ประโยคสวัสดีและทักทาย ถือว่าเป็นประโยคภาษาฝรั่งเศสที่คุณต้องใช้บ่อยที่สุดระหว่างทริปท่องเที่ยว สวัสดีภาษาฝรั่งเศสออกเสียงว่า bonjour (บง-ชูร์) เป็นคำทักทายที่ใช้ได้อย่างยืดหยุ่น สามารถใช้ได้ทั้ง เช้า บ่าย หรือเย็น เช่น Bonjour madame (บง-ชูร์ มา-ดาม) แปลว่า สวัสดีคุณผู้หญิง หากคุณกล่าวคำทักทายกับบุคคลแปลกหน้า ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทางอะไร เพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อยก็พอ

ขอบคุณ

หลังจากได้รับความช่วยเหลือ หรือไมตรีจิตจากเจ้าบ้าน ให้คุณกล่าว “ขอบคุณ” เป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Merci (แมร์-ซี) เช่น Merci du fond du coeur (แมร์ซี ดู ฟง ดู เกอร์) แปลว่า “ขอบคุณจากใจ” อย่าลืมกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม รับรองว่าคุณจะได้รอยยิ้มกว้าง ๆ ด้วยความยินดีจากคนฝรั่งเศสกลับมาอย่างแน่นอน

ด้วยความยินดี / ไม่เป็นไร

คำว่า “ไม่เป็นไร” ให้ใช้เมื่อคุณได้รับคำขอโทษจากผู้อื่น แปลเป็นภาษาฝรั่งเศสได้ว่า Je t’en prie (เฌอ-ต็อง-พรี) ส่วนคำว่า “ด้วยความยินดี” ให้ออกเสียงว่า Avec plaisir (อะ-แว็ก-เปล-ซีร์) ให้ใช้คำนี้เพื่อตอบรับคำขอบคุณเมื่อคุณมอบของขวัญกับแก่ผู้อื่น

ขอโทษ / ขออภัย

คำขอโทษภาษาฝรั่งเศสอ่านว่า Désolé(e) (เด-โซ-เล) ยกตัวอย่างเช่น Désolé, je suis en retard. ซึ่งแปลว่า “ขอโทษที่ฉันมาสาย” คำว่าขอโทษในภาษาฝรั่งเศส ถ้าเป็นผู้หญิงพูดให้ใช้ Désolé(e) แต่ถ้าเป็นผู้ชายพูดให้ใช้คำว่า Désolé สังเกตง่าย ๆ คือ ตัด e ตัวท้ายออกไป

ฉันต้องการ…

หากคุณอยู่ร้านอาหารและต้องการสั่งอาหารเป็นภาษาฝรั่งเศส ให้พูดว่า Je voudrais (เฌอ-วู-แดร) ซึ่งแปลว่า “ฉันต้องการ” ยกตัวอย่างเช่นคุณบอกกับพนักงานเสิร์ฟว่า Je voudrais une salade ซึ่งหมายความว่า “ฉันต้องการสลัด” เป็นต้น

ภาษาฝรั่งเศส

ราคาเท่าไหร่

สำหรับสายช็อปปิ้ง คำศัพท์พื้นฐานที่คุณต้องใช้คือ การถามราคาของสินค้า ซึ่งภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า Combien ça coûte ? (กง-เบียง-ซา-กู๊ต) แปลว่า “ราคาเท่าไร ?” จำคำศัพท์เบื้องต้นเพียงเท่านี้ คุณก็สามารถช็อปปิ้งยาว ๆ ได้ตลอดทั้งวัน

… อยู่ที่ไหน ?

หากคุณต้องการถามเส้นทางเป็นภาษาฝรั่งเศส ยกตัวอย่างเช่น “Excusez-moi Où se trouve la gare” ? (เอ็กซ์กูเซ่-มัว อุ๊ เซอะ ทูป ละ ก้า) ซึ่งแปลว่า “ขอโทษนะ สถานีรถไฟตั้งอยู่ที่ไหน ?” เป็นคำถามที่เป็นทางการ สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์ คำนี้ใช้ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย หรือจะใช้คำว่า แปลว่า “Excusez-moi Où est la gare” (เอ็กซ์-กู-เซ-มัว, อู-เซอ-ทรูว์ … ?) ซึ่งแปลว่า “ขอโทษนะ สถานีรถไฟอยู่ที่ไหนเหรอ ?”

ยินดีที่ได้รู้จัก

enchante (ออง-ช็อง-เต) เป็นคำทักทายภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก” สามารถใช้เป็นคำแนะนำตัวง่าย ๆ ได้ด้วย เริ่มจาก Bonjour! Je m’appelle Remi enchante (บงชูร์ เชอ มาแปเลอะ เคมี่ อองชองเต ) “สวัสดี! ฉันชื่อเรมี่ ยินดีที่ได้รู้จัก” ในกรณีนี้คุณสามารถถามกลับไปได้ว่า Et toi, comment tu t’appelles? (เอ่ ตัว, คอมมอง ตู ตั๊บแปเลอะ) ซึ่งแปลว่า “แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร ?”

ลาก่อน

ประโยคบอกลาในภาษาฝรั่งเศสมีหลายรูปแบบ สำหรับประโยคที่สามารถพูดได้ทั่วไป แปลได้ตรงความหมาย คือคำว่า au revoir (โอ-เรอ-วัวร์) คำนี้คือการบอกลาเพื่อมาพบกันใหม่ หรือเพื่อเจอกันอีกครั้ง สามารถใช้ได้ทั้งโอกาสที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ถ้าคุณต้องเจอกันอีกในไม่ช้า ให้คุณเอ่ยคำลาด้วยคำว่า A la prochaine (อา- เบียง- โต) ซึ่งแปลว่า “ไว้เจอกันคราวหน้านะ”

พูดภาษาอังกฤษได้ไหม ?

แม้ว่าชาวฝรั่งเศสจะไม่นิยมพูดภาษาอื่นกันมากนัก แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ในกรณีที่คุณเจอชาวฝรั่งเศสรัวภาษาบ้านเกิดใส่รัว ๆ ให้คุณตอบกลับไปว่า Je parle un peu  français.  (เฌอ-ปาร์ล-อัง-เปอ-ฟรอง-เซ) แปลว่า ฉันพูดภาษาฝรั่งเศสได้นิดหน่อย แล้วตามด้วยคำถามว่า Tu parles anglais ? (ตูว์-ปาร์ล-ออง-กเล ?) ซึ่งแปลว่า คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม ?

ภาษาฝรั่งเศส

การกระทำหรือมารยาทที่คุณควรรู้ก่อนเที่ยวประเทศฝรั่งเศส

สำหรับใครที่วางแพลนเที่ยวฝรั่งเศส นอกจากการเตรียมสิ่งของที่จำเป็น เตรียมเรียนรู้ภาษาฝรั่งเศสแบบพื้นฐานแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เราจะแนะนำคือ การกระทำหรือมารยาทที่คุณควรระวังระหว่างเที่ยวฝรั่งเศส ดังคำพังเพยที่ว่า เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ชาวฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับเรื่องมารยาทเป็นอย่างมาก กฎระเบียบในการปฏิบัติตามสถานที่ต่าง ๆ ค่อนข้างเคร่งครัด ดังนั้นถ้าคุณเรียนรู้เรื่องมารยาทไว้หน่อย จะถือว่าเป็นการแสดงความเคารพแก่สถานที่และวัฒนธรรมของพวกเขา ถ้าคุณพร้อมแล้วเรามาดูกันว่ามารยาทแบบชาวฝรั่งเศสที่คุณควรรู้มีอะไรบ้าง ?

  • ห้ามลืมทักทายผู้คน ให้คุณพูด “บงชูว์” ทุกครั้ง เมื่อเดินเข้าร้านค้าหรือร้านอาหาร แม้ว่าคุณจะไม่ได้รู้จักกับคนในร้านค้าเป็นการส่วนตัวก็ตาม แต่นั่นคือการทักทายที่สุภาพ และถือเป็นการเปิดการสนทนาที่ดี
  • อย่าส่งเสียงดัง ชาวฝรั่งเศสชอบความเงียบสงบ ดังนั้นอย่าพยายามพูดจาเสียงดังตามสถานที่ต่าง ๆ การกระทำเช่นนั้น คุณจะถูกมองว่าไร้มารยาทในทันที
  • ห้ามแบ่งอาหารในจานให้ผู้อื่น การแชร์อาหารในจานให้กับผู้อื่น ถือว่าเป็นการดูหมิ่นและเสียมารยาทกับพ่อครัวอย่างที่สุด เพราะอาหารแต่ละจานถูกปรุงแต่ง และคิดคำนวณมาอย่างดีแล้ว
  • ห้ามโบกมือเรียกบริกรในร้านอาหาร การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างรุนแรง เพราะโดยปกติแล้วบริกรจะถูกอบรมมาเป็นอย่างดี แต่ละร้านจะมีพนักงานคอยบริการตามจุดต่าง ๆ อยู่แล้ว
  • ห้ามลืมบอกลา เช่นเดียวกับการทักทายยามพอเจอ เป็นมารยาทขั้นพื้นฐานที่นักท่องเที่ยวควรเรียนรู้ไว้ก่อนเดินทาง เพื่อไม่ให้คนในท้องถิ่น หรือตำรวจในพื้นที่ตำหนิเอาได้

ภาษาฝรั่งเศส อาจจะดูยากถ้าต้องพูดเป็นประโยคยาว ๆ แต่ถ้าหัดพูดประโยคสั้น ๆ ตามที่เราแนะนำ รับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญไม่แพ้เรื่องภาษาและมารยาทคือ ประเทศฝรั่งเศสมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น อากาศร้อน ฤดูมรสุม หรือฤดูหนาว โดยส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวฝรั่งเศสในช่วงฤดูหนาว ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส ด้วยความหนาวที่ติดลบ อาจทำให้เกิดอาการป่วยขึ้นได้ เนื่องจากสภาพร่างกายปรับตัวไม่ทัน เพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวของคุณติดขัด หรือเกิดปัญหาระหว่างการพักผ่อน การทำ “ประกันเดินทางต่างประเทศ” ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีมาก ๆ เพราะมีไว้ก็อุ่นใจ ท่องเที่ยวปลอดภัย ไร้ปัญหาเรื่องสุขภาพ

สำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับฝรั่งเศส:

เกิดไม่สบายที่ฝรั่งเศส ซื้อยาทั่วไปได้ไหม

นเราไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ไหน หรือออกไปท่องเที่ยวแห่งหนใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ บางครั้งการเจ็บป่วยก็ห้ามกันไม่ได้ และเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นได้ในตอนไหน ทางที่ดีเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือรุนแรง ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ ก็คงจะต้องหาทางรับมือกับเรื่องนี้ให้ดี เดิมทีหลายคนอาจคงเคยได้ยินหรือได้รับรู้มาว่าในบางประเทศที่อยู่ในโซนยุโรปนั้น การจะหาซื้อยาตามร้านขายยาได้นั้นทำได้ยากมาก จนบางคนอาจไม่กล้าที่จะไปซื้อยาที่ร้านขายยา หรือถึงแม้ว่าจะไปซื้อกอาจจะไม่มีขายให้ก็ได้ เป็นต้น  

ในความเป็นจริงแล้วปัจจุบันนี้ โลกได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก การซื้อยาสามัญในบางเมืองที่ยุโรป สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด และถ้าหากเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วเกิดอาการไม่สบายเจ็บป่วยที่ฝรั่งเศสขึ้นมาจะทำอย่างไร และหากมีความต้องการจะซื้อยาทั่วไปจะสามารถหาซื้อได้ไหม บทความนี้จะแนะนำถึงวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ เมื่อเกิดไม่สบายขึ้นมาที่ฝรั่งเศส ถ้าอยากทราบกันแล้ว รีบตามมาอ่านกันได้เลย 

ร้านขายยาที่ฝรั่งเศส 

เมื่อมาถึงฝรั่งเศสแล้วไม่สบายจะหาร้านขายยาได้อย่างไร สิ่งนี้เป็นปัญหาที่น่าคิดและเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง เพราะเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ การจะหาร้านขายยาต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นเดียวกัน ที่ปารีสนี้ร้านขายยาจะสามารถพบเห็นได้บ่อยเทียบเท่าร้านขายขนมเลย เพราะร้านขายยาที่นี่มีให้เห็นเกือบทุกมุมถนน โดยทั่วไปแล้วในฝรั่งเศสร้านขายยา หรือฟาร์มาซีจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ได้แก่ ฟาร์มาซี ซึ่งเป็นร้านขายยาที่ขายเฉพาะแต่ยารักษาโรคเท่านั้น และอีกประเภทหนึ่งคือ ร้านขายยาที่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ วางขายร่วมด้วย (Parapharmacie)   

ร้านขายยาที่ฝรั่งเศสนั้นสามารถสังเกตได้ง่าย เนื่องจากจะมีสัญลักษณ์เครื่องหมายบวกสีเขียวขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านหน้าร้านเกือบทุกร้าน ถ้าหากไม่ต้องการที่จะไปพบแพทย์ เนื่องจากเจ็บป่วยแค่เล็กน้อย อาจจะเข้าไปขอคำแนะนำจากเภสัชกรก่อนได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยาหลาย ๆ ชนิดในฝรั่งเศสนั้น จำเป็นต้องได้รับใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น จึงจะสามารถทำการซื้อยาได้ และถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจภาษาที่แพทย์เขียนให้บนใบสั่งยา ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะเภสัชกรในร้านขายยาจะสามารถช่วยเหลือในส่วนนี้ได้  

ไม่สบายที่ฝรั่งเศส

ข้อแนะนำในการซื้อยาที่ฝรั่งเศส  

บางครั้งการเจ็บป่วยก็ห้ามกันไม่ได้ เมื่อเกิดการเจ็บป่วยระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวอยู่ เราขอแนะนำให้เข้าไปถามในร้านขายยาเลย ไปเล่าอาการเบื้องต้นให้เภสัชกรฟังก่อน และให้เภสัชกรนั้น ๆ ให้คำแนะนำเลยดีกว่า ไม่จำเป็นต้องทนอาการเจ็บป่วย และการซื้อยานั้นก็ทำได้ไม่ยาก เภสัชกรจะให้ความช่วยเหลืออย่างดีมาก ๆ สำหรับยาประเภทที่สามารถซื้อได้ทั่วไป จะสามารถซื้อได้แค่ยาสามัญทั่วไปเท่านั้น ส่วนยาประเภทที่ต้องมีใบสั่งยาโดยแพทย์อาจจะขายตามปกติไม่ได้ โดยทั่วไปร้านขายยาจะออกแบบร้านเน้นความโปร่ง สว่าง สินค้ากลุ่มยาก็จะจัดเรียงตามกลุ่มโรคอย่างชัดเจน เภสัชกรจะอยู่ประจำที่เคาน์เตอร์ บางทีก็จะคอยเดินเข้าไปสอบถามปัญหาของคนที่เข้ามาในร้าน การจะแยกพนักงานกับเภสัชกรสามารถสังเกตได้ที่ป้ายติดหน้าอก ถ้าเป็นเภสัชกรจะติดป้ายว่าPharmacian” ส่วนพนักงานจะติดแค่ป้ายโลโก้ร้านเท่านั้น 

โดยเภสัชกรจะถามว่าเรามีอาการเป็นอย่างไร และเป็นผู้แนะนำว่าสามารถใช้ยาตัวไหนได้บ้างในการรักษาอาการของโรคที่เป็นอยู่ โดยที่เภสัชกรจะไม่ตัดสินใจให้ว่าต้องใช้ยาตัวไหน  ผู้ป่วยจะต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกยาเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นยาพารา ก็จะมีให้เลือกหลากหลายขนาด เภสัชกรจะนำทุกขนาดที่ใช้ได้มาให้ดู แล้วก็ให้ตัดสินใจเองว่าจะซื้อแบบไหน หรือถ้าเป็นยาอม ก็จะเอายาอมทั้งหมดมาให้เลือก และบอกแค่ว่าแต่ละอย่างเป็นยังไง และให้เราตัดสินใจเลือกซื้อเอาเอง เป็นต้น 

ทั้งนี้ก็อยากจะให้พกยาสามัญติดตัวไปด้วยในทุกทริป ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะใกล้ไกลมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ถ้าหากมียาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินย่อมจะอุ่นใจมากกว่าแน่นอน เพราะในบางประเทศนั้นอาจจะไม่สามารถหาซื้อได้ แม้จะเป็นเพียงแค่ยาสามัญก็ตาม และก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายาที่นั่นมีราคาแพงมาก อีกประการหนึ่งร้านขายยาในฝรั่งเศส ก็อาจจะมีขายแค่ยาของประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น บางครั้งอาจจะอยากไปหายาที่ใช้จากประเทศหนึ่งในอีกประเทศหนึ่งไม่ได้ เพราะมีแค่ยาของประเทศตัวเอง 

ข้อจำกัดในการซื้อยาที่ฝรั่งเศสสำหรับนักท่องเที่ยว 

และถ้าหากเราเป็นนักท่องเที่ยวแล้วจะมีข้อจำกัดในการซื้อยาหรือไม่นั้น คำตอบคือย่อมต้องมีอยู่แล้วเพราะว่าเราจะไม่มีบัตรประกันสุขภาพของฝรั่งเศส ถ้าหากเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างการท่องเที่ยว ยาที่ต้องการคงเป็นเพียงแค่ยาสามัญ ซึ่งถ้าหากเป็นในกรณีแบบนี้ ก็คงจะพอหาซื้อยาสามัญทั่วไปตามร้านขายยามากินได้ ในการท่องเที่ยวย่อมต้องทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนน้อย แล้วก็ไปเจอกับสภาพอากาศที่แตกต่างไปจากเดิม เลยทำให้เป็นที่มาของการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้  

แต่ถ้าเกิดการเจ็บป่วยที่เป็นอาการหนักแล้ว ก็คงต้องเรียกรถพาเข้าโรงพยาบาลกันไป ดังนั้น จึงควรทำการศึกษาให้ดีก่อนที่จะออกเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อให้รับรู้รับทราบถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ในการรักษาพยาบาลของประเทศนั้น ๆ เพื่อจะได้ท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน เกิดความเพลิดเพลินได้ ไม่ต้องมาค่อยห่วงกังวลกับเรื่องของสุขภาพ พลอยทำให้การไปเที่ยวในครั้งนั้นหมดสนุกเอาได้ 

 

ไม่สบายที่ฝรั่งเศส

การซื้อยาที่ฝรั่งเศส ต้องใช้เอกสารอะไรไหม 

การซื้อาในร้านขายยาที่ฝรั่งเศสต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง คงเป็นคำถามที่ใครหลาย ๆ คนวิตกกังวลกัน จริง ๆ แล้วเวลาซื้อยาสามัญทั่วไปไม่ต้องแสดงเอกสารอะไร เพียงแค่ไปแจ้งกับเภสัชกรถึงอาการของโรคที่เป็นอยู่ เขาก็จะแนะนำให้ว่าควรจะใช้ยาตัวไหนบ้างแล้วให้เราเป็นคนตัดสินใจเลือกยาเอง ส่วนที่เป็นยาควบคุมจำเป็น ก็ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ก่อนจึงจะสามารถซื้อได้ ทั้งนี้ยังมียาบางประเภทที่ประกันครอบคลุมไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเอง และยาที่อยู่นอกเหนือจากประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นยาที่ต้องจ่ายเงินซื้อเองด้วย  

ยาที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปที่ฝรั่งเศส

การซื้อยาในฝรั่งเศสจะต้องทำตามขั้นตอนทางกฎหมายและมีบางรายการยาที่คุณสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาแพทย์ นี่คือบางตัวอย่างของยาที่คุณสามารถหาซื้อได้ทั่วไปในร้านขายยาในฝรั่งเศส:

ยาปกครอง: ยาปกครองหรือยาที่ไม่ต้องการใบสั่งยาแพทย์สามารถซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol), ยาอิบโพรเฟน (Ibuprofen)

ยาคุมกำเนิด: ยาคุมกำเนิดยังเป็นยาที่คุณสามารถซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไปในฝรั่งเศสโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาแพทย์ แต่ควรใช้ยานี้อย่างระมัดระวังและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์

ยาแก้ปวดคอและไอ: ยาแก้ปวดคอและไออย่างยาลูกกระเทียมและยาน้ำมันมินต์ (Menthol) สามารถหาซื้อได้ในร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อ

ยาแก้ท้องเสีย: ยาแก้ท้องเสียอย่างแพ็คโลเพียม (Loperamide) อาจหาซื้อได้ในร้านขายยา.

ยาแก้แพ้: ยาแก้แพ้เบนาดริล (Benadryl) หรือยาอันติสฮิสตามีอาจจะพบในร้านขายยา.

ยาเสริมสร้างร่างกาย: ยาเสริมสร้างร่างกายอย่างวิตามิน C, วิตามิน D, และเหล็ก สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อ.

โปรดระวังว่าบางยาหรือสารอาจมีข้อกำหนดเฉพาะหรือจำกัดในการใช้ และการใช้ยาควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์หรือคำแนะนำในบ้านอย่างระมัดระวังเสมอ หากคุณไม่แน่ใจเรื่องการใช้ยาหรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพควรปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำเพิ่มเติมและการรักษาที่ถูกต้อง

สรุป

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนได้ไม่มากก็น้อย ในกรณีที่เกิดการเจ็บป่วยขึ้นระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว ยิ่งเป็นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศฝรั่งเศส จะได้รู้ไว้แล้วเข้าใจว่าถ้าเกิดการเจ็บป่วยแล้วต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนการเดินทางให้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่จะไปท่องเที่ยว รวมถึงเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นจะต้องทำอย่างไร ก็จะทำให้เบาใจไปได้เป็นอย่างมาก  

ทั้งนี้ก่อนที่จะเดินทางควรทำประกันเดินทางต่างประเทศเอาไว้ด้วย คิดเผื่อไว้ในกรณีที่อาจจะป่วยด้วยก็จะดีมาก เพราะประกันเดินทางสำหรับประเทศฝรั่งเศสเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ประกันเดินทางต่างประเทศไม่ใช่เพียงคุ้มครองแค่อุบัติเหตุหรือในกรณีที่เจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังคุ้มครองถึงกรณีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เครื่องบินล่าช้า การคุ้มครองความสูญเสีย การเสียหายของกระเป๋าเดินทาง เป็นต้น เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้น การจะไปหาหมอต้องมีการจองคิวที่ต้องใช้เวลานานตัวเลือกที่ดีคือการหาร้านขายยาเพื่อซื้อยามากินบรรเทาอาการป่วยไปก่อน ถ้ายังไม่หายค่อยไปหาหมอเมื่อถึงคิวนัดก็ได้ ถึงอย่างไรก็ขอให้นักเดินทางทุกท่านมีสุขภาพที่ดี และมีความสุขในการเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสำราญใจ

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางในฝรั่งเศส:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว