โรคไตป้องกันได้ แค่เปลี่ยนไลฟ์สไตล์

การดูแลรักษาไตให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ก็ท้าทายในเวลาเดียวกัน ไตเป็นองค์ประกอบหลักอย่างหนึ่งของร่างกายมนุษย์ที่ทำงานควบคู่กับอวัยวะอื่นๆ เพื่อให้เรามีสุขภาพแข็งแรง หน้าที่หลักของไต ได้แก่ รักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในเลือดให้เหมาะสม และกำจัดของเสียออกจากเลือดหลังการย่อยอาหาร การทำงานของกล้ามเนื้อ และการรับสารเคมีหรือยา ตลอดจนควบคุมความดันโลหิต และกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงผ่านการผลิตฮอร์โมนอีริโทรโพอิติน นอกจากนี้ไตยังช่วยในการผลิตวิตามินดีที่อยู่ในรูปแบบพร้อมใช้งานซึ่งจำเป็นต่อกระดูกอีกด้วย

เพราะไตเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานในร่างกายที่สำคัญหลายระบบ เราจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลป้องกันไม่ให้เกิดโรคไต เนื่องจากโรคไตสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากมาย โดยมีสาเหตุหลักมาจากการสะสมของของเสียและของเหลว การกักเก็บของเหลวและของเสียในร่างกายอาจทำให้เกิดอาการบวมที่ข้อเท้า หายใจลำบาก เพ้อ อาการชัก รวมถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอ (ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ)

โรคไต

โรคไตคืออะไร?

โรคไตส่งผลต่อความสามารถของร่างกายในการขับของเสียและกรองน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ซึ่งจะช่วยควบคุมความดันโลหิต นอกจากนี้ โรคไตยังส่งผลต่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและการเผาผลาญวิตามินดี ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จำเป็นต่อกระดูก โรคไตแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ การบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลัน และโรคไตเรื้อรัง สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลัน ได้แก่ เลือดไหลเวียนไปที่ไตลดลง ไตได้รับความเสียหายโดยตรง และมีการอุดตันในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งนำไปสู่การกักเก็บของเหลวในไต ทำให้เกิดความเสียหายและบวม

สาเหตุของการบาดเจ็บที่ไตพลันนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ สาเหตุนอกไต สาเหตุภายในไต และสาเหตุหลังไต

  1. 1. การบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลันซึ่งเป็นผลมาจากสาเหตุอื่นนอกไต

สาเหตุอื่นนอกไต (ก่อนถึงไต) คือภาวะที่มักส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปที่ไตลดลง ซึ่งรวมถึงภาวะที่เสียเลือดมากเกินไป อวัยวะมีรูพรุน การอาเจียนบ่อยครั้ง ท้องเสีย เหงื่อออกมากเกินไป และการผ่าหลอดเลือดแดง

  1. 2. การบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลันซึ่งเป็นผลมาจากสาเหตุภายในไต

สาเหตุภายในไต หมายถึง สาเหตุที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายภายในตัวไตเอง เช่น การรับประทานยาบางชนิดที่เป็นพิษต่อไตเป็นเวลานาน (ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) โรคไตอักเสบ (การอักเสบของโกลเมอรูลัสหรือกระจุกหลอดเลือดฝอยในไต) โรคหลอดเลือดอักเสบ (การอักเสบของหลอดเลือด) และโรคทางระบบอื่น ๆ เช่น มะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมา และ Henoch–Schönlein purpura (โรคหลอดเลือดขนาดเล็กอักเสบ)

  1. 3. การบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลันซึ่งเป็นผลมาจากสาเหตุหลังไต

สาเหตุหลังไต เกิดจากการอุดตันในระบบทางเดินปัสสาวะที่อยู่ถัดไปจากไต ส่งผลให้ไตมีความสามารถในการทำงานลดลง ซึ่งรวมถึงภาวะต่อมลูกหมากโต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ การตั้งครรภ์ นิ่วในท่อไตและโครงสร้างของท่อไต

โรคไตเรื้อรัง

โรคไตเรื้อรัง หมายถึงภาวะที่ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติในระยะ 3 เดือนขึ้นไป โดยสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคไตเรื้อรังคือ โรคเบาหวานชนิด 1 และชนิด 2 และความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะทำให้ไตเสียหายไปเรื่อยๆ ในขณะที่ความดันโลหิตสูงจะค่อยๆ สร้างรอยแตกบนเส้นเลือดและทำให้เส้นเลือดเสื่อมสภาพลง รวมถึงเส้นเลือดที่เชื่อมต่อไปที่ไตด้วย

นอกจากนี้ ยังพบสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ การใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ไอบูโพรเฟนและนาโพรเซน (ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) และการสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดเป็นเวลานาน รวมถึงความพิการแต่กำเนิดที่อาจทำให้เกิดการอุดตันในทางเดินปัสสาวะซึ่งส่งผลให้เกิดโรคไตเรื้อรังในทารก

การป้องกันโรคไต

คุณสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตได้ หากปฏิบัติตามมาตรการป้องกันที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งรวมถึงการรักษาร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังขยับร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และลดการซื้อยาจากร้านขายมารับประทานเองบ่อยๆ

 

โรคไต

ดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เมื่อพูดถึงการรักษาร่างกายให้ฟิตอยู่เสมอ การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยลดความดันโลหิต และช่วยป้องกันโรคไตเรื้อรังได้ ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิครวมกันอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์

รักษาระดับน้ำตาลในเลือด

รักษาระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นโรคเบาหวาน การบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไปอาจทำให้ไตถูกทำลายได้ จึงควรควบคุมอาหารการกิน รับประทานยา และตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ

หมั่นตรวจเช็คความดันโลหิต

เช่นเดียวกับการระดับน้ำตาลในเลือด การตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำก็มีความสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าความดันโลหิตจะไม่เกินระดับที่แนะนำ ซึ่งปกติอยู่ที่ 120/80 ความดันโลหิตที่สูงอยู่เรื่อยๆ สามารถทำให้ไตเสียหายได้เช่นกัน

กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

การดื่มน้ำให้เพียงพอและการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพสามารถป้องกันโรคไตเรื้อรังได้ ตัวอย่างการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การอบหรือย่างอาหารแทนการทอด และการรับประทานอาหารที่ทำจากธัญพืชไม่ขัดสี เช่น โฮลวีตและข้าวกล้อง และกินอาหารว่างทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ถั่วหรือเมล็ดพืช คำนึงถึงสิ่งที่คุณกินอยู่เสมอ โดยการจดบันทึกการกินอาหารในแต่ละวัน

ลดการกินยาและสูบบุหรี่

หลีกเลี่ยงการกินยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์เป็นประจำ เช่น ไอบูโพรเฟน เนื่องจากการกินยาเหล่านี้บ่อยๆ อาจทำให้ไตถูกทำลายได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาอาการปวดเรื้อรังด้วยวิธีอื่นแทนการรับประทานยา นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เนื่องจากจะทำให้เลือดไหลเวียนไปยังไตช้าลง มีผลทำให้ความสามารถในการทำงานของไตลดลง

โรคไต

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพไตที่ดี

ไลฟ์สไตล์หรือรูปแบบการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เราปรับเปลี่ยนได้และมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการป้องกันความเสี่ยงต่อโรคไต รูปแบบการใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับการเลือกสิ่งที่คุณจะกินและเลือกกิจกรรมที่ทำเพื่อดูแลรักษาร่างกาย ดังนั้นการเลือกกิจวัตรประจำวันที่ถูกต้องจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันโรคไต

ลดการกินเนื้อแดง

จากการศึกษาในประเทศสิงคโปร์เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า ผู้ที่บริโภคเนื้อแดงในปริมาณมากมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไตวายสูงกว่าเมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคเนื้อแดงในปริมาณน้อยจากเนื้อสัตว์ชนิดเดียวกัน และการศึกษาเดียวกันนี้ยังสรุปว่า ควรรับประทานเนื้อแดงในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อป้องกันโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย

ลดการบริโภคน้ำตาล

ลดปริมาณน้ำตาลและหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารขยะ เนื่องจากน้ำตาลซึ่งมักอยู่ในผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป อาจทำให้ฮอร์โมนไม่สมดุลและค่าของเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้หากบริโภคอย่างละเลย การบริโภคอาหารที่ให้พลังงานแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนการเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคเบาหวาน ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการทำงานของไตลดลง และการรับประทานอาหารขยะที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และแคลอรี่สูง ก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อไตและโรคเบาหวานในระยะยาวได้เช่นกัน

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวันเป็นอีกวิธีหนึ่งนอกเหนือไปจากการควบคุมอาหาร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคไตเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย ในทางตรงกันข้าม การนอนน้อยอาจทำให้การทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจังหวะการทำงานของร่างกายตามธรรมชาติในแต่ละวันขึ้นอยู่กับวงจรการนอนหลับและตื่นตามปกติ หากวงจรธรรมชาตินี้หยุดชะงัก การทำงานของไตก็จะลดลง เราจึงควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7 ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพต่างๆ ซึ่งรวมถึงโรคไตด้วย

เพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย

ชีวิตประจำวันที่ไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ไตถูกทำลายและภาวะหัวใจหยุดเต้นเนื่องจากความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงจะค่อยๆ ทำลายไตและหัวใจ และยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาอีกด้วย วิธีที่ดีที่สุดในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันที่ไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย ก็คือเพิ่มกิจรรมการเคลื่อนไหวให้มากขึ้น สร้างนิสัยเดินเร็ว ฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย หรือแม้แต่เต้น (ซุมบา) ​​เป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายรูปแบบนี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและระดับออกซิเจนในร่างกาย การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 30 นาทีสามารถช่วยเผาผลาญไขมันและลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งจะช่วยป้องกันโรคไตได้อีกด้วย

เมื่อใดก็ตามที่ไตได้รับความเสียหายแล้ว จะไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป แต่ถึงเราจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ การเลือกกิจวัตรประจำวันที่ดีก็มีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้ไตของเราถูกทำลายได้เช่นกัน 

การทำประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย และร่างกายยังแข็งแรง สามารถช่วยลดภาระการเงิน และ มอบการรักษาได้เต็มที่ หากในอนาคตได้มีการเจ็บป่วยขึ้นมา จึงแนะนำให้มีประกันสุขภาพติดตัวไว้ เพราะไม่มีทางรู้ว่าอนาคตจะเจออะไรบ้าง 

*บทความนี้แปลจากต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งได้รับการตรวจสอบทางการแพทย์โดยทีมแพทย์ภายในของ LUMA

อ่านเพิ่มเติม:

  • 4 โรคร้ายแรง – โรคร้ายแรงยอดฮิต 4 อันดับในไทยและประกันที่คุ้มครอง

อัปเดตขอวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยวปี 2025 ทำตามได้เลย

หนึ่งในประเทศเล็ก ๆ ของกลุ่มบอลติกแต่มีความน่าหลงใหลจนทำให้หลายคนอยากมีโอกาสไปเยือนสักครั้ง การเที่ยวลิทัวเนียจึงเป็นอีกประสบการณ์ใหม่ของชีวิตที่ควรค่าใกล้ชิดทั้งสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และความเงียบสงบ ซึ่งก่อนจะไปก็ต้องมี “วีซ่าลิทัวเนีย” ให้เรียบร้อย ใครที่อยากรู้วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนียต้องทำยังไงบ้าง ตามมาทางนี้เลย! 

แนะนำข้อมูลเบื้องต้นวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยว 

วีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยวสามารถเลือกขอ “วีซ่าเชงเก้น” เพื่อการพำนักอาศัยในระยะสั้นได้เลย (ยกเว้นใครจะเดินทางไปที่นี่แห่งเดียวและต้องอยู่นานเกิน 90 วัน ต้องขอวีซ่าพำนักระยะยาว ประเภท D) วีซ่าท่องเที่ยวนี้สามารถอยู่ในลิทัวเนียและกลุ่มประเทศเชงเก้นไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน ซึ่งวิธีขอวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยวไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวลใจเลย 

คุณสมบัติของผู้ที่ขอวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยว 

เบื้องต้นสำหรับใครอยากยื่นวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยวต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ หากอายุน้อยกว่านี้ต้องมีเอกสารรับรองจากพ่อแม่ ไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายร้ายแรง หรือถูกศาลสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศเป็นอันขาด สุขภาพร่างกายแข็งแรงเพื่อลดความเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วย และถ้าเป็นการขอวีซ่าลิทัวเนีย (เชงเก้น) ครั้งแรกต้องทำการเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ หรืออัตลักษณ์ส่วนบุคคลเพื่อการยืนยันตัวตนด้วย 

วีซ่าลิทัวเนีย

เอกสารที่ต้องใช้เมื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนีย 

เมื่อวางแผนแล้วว่าจะยื่นวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยว เรื่องของเอกสารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เพราะถ้าพลาดแม้แต่ฉบับเดียวก็ต้องเสียเวลาจองคิวใหม่ทั้งหมด ซึ่งวีซ่าลิทัวเนียสำหรับผู้ที่ต้องการไปท่องเที่ยวมีเอกสารทั้งหมด ดังนี้ 

  1. แบบฟอร์มการขอวีซ่าเชงเก้น  กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนแล้วปริ้นท์ออกมาเพื่อนำไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ในวันนัดหมายทำวีซ่า
  2. หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริง เหลืออายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ก่อนถึงวันเดินทางออกนอกประเทศกลุ่มเชงเก้น มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า (หากมีวีซ่าฉบับเก่าให้นำติดตัวพร้อมสำเนามาด้วย)
  3. รูปถ่ายพื้นลังสีขาว หน้าตรง ขนาด กว้าง 3.5 ซม. ยาว 4.5 ซม. มองเห็นศีรษะถึงหัวไหล่ ไม่ยิ้มเห็นฟัน ห้ามสวมหมวก ผ้าปิดปาก ผ้าคลุมผม หมวก หรืออุปกรณ์ใดปิดบังใบหน้ายกเว้นการแต่งกายตามหลักศาสนา ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 ใบ
  4. ประกันเดินทางต่างประเทศ ครอบคลุมการเจ็บป่วยและปัญหาบาดเจ็บต่าง ๆ วงเงินขั้นต่ำ 30,000 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)
  5. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป – กลับ แต่แนะนำให้ใช้แค่ใบจองหรือไฟล์ทที่คาดว่าจะเดินทาง อย่าพึ่งจองจริง
  6. เอกสารการจองที่พักโรงแรมทุกวันที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศลิทัวเนียและกลุ่มประเทศเชงเก้น
  7. แผนการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทริปแบบละเอียด
  8. เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
  9. เอกสารยืนยันตัวตนด้านการทำงานตามลักษณะอาชีพของตนเอง ทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ประกอบไปด้วย
  • พนักงานบริษัท ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากองค์กรที่สังกัดอยู่ ระบุ ชื่อ ตำแหน่ง รายได้ จำนวนวันและระยะเวลาของการลาหยุดตลอดการเดินทางในทริปนี้ 
  • เจ้าของธุรกิจ ใช้หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา ใช้จดหมายรับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ซึ่งออกโดยสถาบันที่กำลังศึกษาในปัจจุบัน 
  1. รายการเดินบัญชีออมทรัพย์ย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 3 เดือน หรือเอกสารรับรองจากธนาคารถึงสถานะทางการเงินของผู้เดินทาง
  2. หากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางคนเดียว ต้องมีเอกสารรับรองจากพ่อแม่ออกให้โดยอำเภอเป็นภาษาอังกฤษ หากเดินทางกับพ่อหรือไม่ 1 คน อีกฝ่ายต้องทำเอกสารยืนยัน หรือใครมีแค่ผู้ปกครองดูแลก็ให้คนเลี้ยงดูเป็นคนออกใบรับรองไปให้ทางอำเภอจัดการต่อ

ค่าธรรมเนียมสำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนีย 

อีกเรื่องที่ต้องรู้เอาไว้ด้วยสำหรับคนที่จะยื่นวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยวนั่นคือ ค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นสำหรับขอวีซ่าลิทัวเนีย จึงขอสรุปอย่างครบถ้วนเพื่อจะได้เตรียมพริอม วางแผนงบดำเนินการถูกต้อง ไม่ผิดพลาดภายหลัง 

  • ค่าธรรมเนียมสำหรับยื่นขอวีซ่า ผู้ใหญ่ 80 EUR / คน หรือประมาณ 3,040 บาท เด็กอายุ 6-11 ปี 40 EUR / คน หรือประมาณ 1,520 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 
  • ค่าบริการจาก VFS Global 19.13 EUR ประมาณ 727 บาท / คน แต่สำหรับใครยื่นวีซ่ากับศูนย์เชียงใหม่หรือภูเก็ตจะมีค่าบริการ 40 DUR ประมาณ 1,520 บาท / คน 

ส่วนคนที่อยากได้รับความสะดวกจากบริการของ VFS Global ก็ยังมีบริการเสริมอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการทำวีซ่าของคุณเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม 

  • บริการห้องรับรองพิเศษ (เฉพาะในกรุงเทพฯ) 2,171 บาท 
  • บริการตรวจสอบเอกสารและกรอกแบบฟอร์มการสมัคร 987 บาท 
  • บริการประกันคุ้มครองเอกสารส่งทางไปรษณีย์ 350 บาท 
  • บริการส่ง EMS 217 บาท 
  • บริการส่ง SMS อัปเดตสถานะ 59 บาท 
  • บริการถ่ายเอกสาร หน้าละ 15 บาท 
  • บริการปริ้นท์เอกสาร หน้าละ 25 บาท  
วีซ่าลิทัวเนีย

ขั้นตอนวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนีย อัปเดตล่าสุด 

มาถึงสิ่งที่หลายคนอยากรู้มากที่สุดนั่นคือขั้นตอนต่าง ๆ เกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนีย ด้วยความที่เมืองไทยไม่มีสถานทูตลิทัวเนียจึงอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะคุณสามารถดำเนินการได้ตามสิ่งที่จะบอกต่อไปนี้เลย 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนียแบบละเอียด 

  1. ขั้นตอนแรกสำหรับวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนียขั้นตอนแรกให้ทำการจองคิวเพื่อยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์กับทาง VFS Global Germany  ลงทะเบียนใหม่ ล็อกอินแล้วกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน ระบุวัน-เวลาที่ตนเองสะดวก
  2. เมื่อถึงกำหนดให้เดินทางไปยังศูนย์รับยื่นฯ VFS Global ตามนัดหมาย ปริ้นท์ใบจองคิวแนบกับเอกสารทั้งหมด ยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง มีการสแกนลายนิ้วมือเพื่อบันทึกอัตลักษณ์ส่วนบุคคล (สำหรับคนพึ่งเคยทำวีซ่าเชงเก้นครั้งแรก)  เข้าสู่ขั้นตอนชำระค่าธรรมเนียมให้จ่ายด้วยเงินบาท สามารถจ่ายโดยเงินสด บัตรเครดิต / บัตรเดบิต ก็ได้ ยกเว้นเชียงใหม่และภูเก็ตรับเฉพาะเงินสด
  3. ติดตามสถานะวีซ่า / รับเล่มคืน สามารถไปรับหนังสือเดินทางคืนได้ที่ศูนย์บริการ VFS Global ภายใน 30 วัน แต่ถ้าจะแนะนำวิธีที่สะดวกให้ส่ง EMS กลับมายังที่อยู่ของตนเองโดยทำการชำระค่าบริการเพิ่มเติม เป็นอันเรียบร้อยวิธีขอวีซ่าลิทัวเนียที่ใครก็ทำได้ ไม่ยุ่งยากอะไรมาก

สถานที่ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนีย 

หากต้องการยื่นวีซ่าลิทัวเนียในประเทศไทยสามารถดำเนินการได้กับ VSF Global Germany มีศูนย์บริการขอวีซ่าลิทัวเนียอยู่ 3 แห่ง เนื่องจากบ้านเราไม่มีสถานทูตลิทัวเนีย และทำตามวิธีขอวีซ่าลิทัวเนียที่ระบุเอาไว้ได้เลย สะดวกแห่งไหนจองคิวล่วงหน้าแล้วดำเนินการทันที 

  1. ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าเยอรมนี VFS Global กรุงเทพ

ที่อยู่: 404 ชั้น 4 อาคารจามจุรีสแควร์ ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพ10330 

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)  

เวลาทำการ: 08.30 – 12.00 น. และ 13.00 – 16.00 น. 

โทรศัพท์: 02-460-7065 

อีเมล: [email protected]  

  1. ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าเยอรมนี VFS Global เชียงใหม่

ที่อยู่: 191 อาคารศิริพานิช ชั้น 6B ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ – อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 

เวลาทำการ: ยื่นเอกสารและรับเล่มคืน ได้ตั้งแต่ 08.30 – 14.00 น. วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 

  1. ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าเยอรมนี VFS Global ภูเก็ต

ที่อยู่: ตึก ซีซีเอ็ม คอมเพล็ก ชั้น 5 เลขที่ 77/77 ม.7 ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 

เวลาทำการ: ยื่นเอกสารและรับเล่มคืน ได้ตั้งแต่ 08.30 – 14.00 น. วันจันทร์ – วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) 

วีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนียใช้เวลาดำเนินการกี่วัน 

หากวางแผนอยากไปเที่ยวลิทัวเนีย ปกติแล้วเมื่อยื่นวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยว (เชงเก้น) ต้องใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 15 วันทำการ โดยทุกคนสามารถขอวีซ่าลิทัวเนียล่วงหน้าได้ไม่เกิน 180 วัน ซึ่งแนะนำให้รีบขออย่างน้อย 1 เดือน ก่อนถึงวันเดินทาง 

ถือวีซ่าท่องเที่ยวลิทัวเนียไปที่ไหนได้บ้าง 

ด้วยประเทศนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนักเมื่อคุณมีวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยวอยู่ในมือก็สามารถเดินทางไปเที่ยวลิทัวเนียได้ทุกจุดโดยเฉพาะไฮไลท์เมืองท่องเที่ยวยอดฮิต เช่น กรุงวิลนีอุส (Vilnius), เมืองทราไก (Trakai), เมืองเคานาส (Kaunas), เมืองซัวเลย์ (Siauliai), เมืองดรัสคินินคาอิ (Druskininkai) เป็นต้น ชอบสไตล์ไหนวางแผนแล้วไปลุยกันเลย 

สรุป 

วิธีขอวีซ่าลิทัวเนียประเภทท่องเที่ยวต้องทำการขอผ่าน VFS Global Germany ซึ่งใครที่อยากเที่ยวลิทัวเนียก็ทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้กันได้เลย และต้องไม่ลืมทุกครั้งที่จะเดินทางเมืองนอกต้องมี ประกันเดินทางลิทัวเนีย ติดไว้เสมอ  ตัวเลือกมาแรงแห่งยุคของจริง ราคาเริ่มต้นเพียง 385 บาท และสามารถเลือกความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท สมัครผ่านออนไลน์รับกรมธรรม์ผ่านอีเมล ใช้ยื่นวีซ่าทั่วโลกแบบไม่ติดปัญหา คุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ประสานงานได้ตลอด 24 ชม. ซื้อแล้วคุ้มค่าไม่ผิดหวังแน่ 

สรุปให้ทุกขั้นตอนการขอวีซ่าสโลวาเกียประเภทท่องเที่ยว 2025

“สโลวาเกีย” หรือหลายคนอาจเรียก “สโลวัก” ดินแดนยุโรปกลางแม้ไม่ได้มีทางออกสู่ทะเลแต่การันตีความสวยงามของทั้งสถาปัตยกรรม แหล่งท่องเที่ยว และผู้คนน่ารักไม่เป็นสองรองใครบนโลกนี้แน่ ซึ่งใครอยากเที่ยวสโลวาเกีย สิ่งสำคัญที่ต้องมีนั่นคือ “วีซ่าสโลวาเกีย” แล้วจะต้องทำยังไง มีขั้นตอนอะไรบ้าง มาศึกษาวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกีย ฉบับปี 2025 สำหรับสายเที่ยวเพื่อออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตกันเลย! 

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้ก่อนขอวีซ่าสโลวาเกียประเภทท่องเที่ยว 

วีซ่าสโลวาเกียประเภทท่องเที่ยวถูกแยกหมวดไว้ในกลุ่มวีซ่าพำนักระยะสั้น เพื่อการท่องเที่ยว (Type C) ซึ่งคนไทยที่ไปเที่ยวจะต้องขอ “วีซ่าเชงเก้น” พร้อมข้อแนะนำวิธีขอวีซ่าสโลวาเกียควรเลือก Multiple Entry Visa เพื่อให้สามารถเข้า-ออกได้หลายประเทศในกลุ่มเชงเก้น และเข้าออกหลายครั้งจนวีซ่าหมดอายุ ทั้งนี้มีระยะเวลาการท่องเที่ยวและพำนักอาศัยทั้งในสโลวาเกียและประเทศกลุ่มเชงเก้นไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน 

คุณสมบัติของผู้ขอวีซ่าสโลกวาเกียประเภทท่องเที่ยว 

ใครวางแผนจะยื่นวีซ่าสโลวาเกียต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กรณีเป็นเด็กอายุต่ำกว่านี้หากขอวีซ่าสโลวาเกียต้องมีเอกสารรับรองจากพ่อแม่ออกโดยอำเภอแนบด้วยเสมอ ไม่เป็นผู้ทำผิดตามกฎหมายคดีร้ายแรงหรือถูกศาลสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ มีสภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง ไม่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคภัยที่มีความรุนแรงเพื่อการเดินทาง การท่องเที่ยวที่ปลอดภัย 

วีซ่าสโลวาเกีย

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกีย 

เรื่องของการจัดเตรียมเอกสารเพื่อยื่นวีซ่าสโลวาเกียถือเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้ผู้ที่ต้องการขอวีซ่าสโลวาเกียมั่นใจว่ามีโอกาสผ่านตามที่ตนเองคาดหวังเอาไว้ และไม่ต้องเสียเวลาจองคิวเดินทางไปทำวีซ่าด้วยตนเองใหม่หลายรอบ ซึ่งเอกสารทั้งหมดประกอบไปด้วย 

  1. แบบฟอร์มการสมัครวีซ่าพร้อมกรอกข้อมูลครบถ้วน จากนั้นปริ้นท์ออกมาแนบไว้กับเอกสารอื่น ๆ ในวันไปยื่นขอวีซ่า
  2. หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริงมีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ขนาดรูปสีบนหน้าพาสปอร์ต 3 x 3.5 ซม. และต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 3 เดือน หลังเดินทางออกจากประเทศกลุ่มเช้งเก้น
  3. รูปถ่ายสีหน้าตรงพื้นหลังสีขาว ขนาดกว้าง 3.5 ซม. สูง 4.5 ซม. ถ่ายไว้ไม่เกิน 3 เดือน ไม่สวมแว่นตาดำ หมวก หรืออุปกรณ์ปิดบังใบหน้ายกเว้นการแต่งตัวตามข้อกำหนดทางศาสนา มองเห็นศีรษะจรดหัวไหล่ เห็นคิ้วและใบหู จำนวน 2 ใบ
  4. เอกสารการทำงานหรือการเรียนเพื่อยืนยันสถานะอาชีพ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม สิ่งสำคัญคือเอกสารทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ประกอบไปด้วย
  • พนักงานบริษัท ใช้เอกสารรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่ตนเองทำงานอยู่ พร้อมระบุจำนวนวันและระยะเวลาในการลาหยุดให้ครบถ้วน 
  • เจ้าของธุรกิจ ใช้หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่ง 
  • นักเรียน นักศึกษา ใช้รับรองการเป็นนักเรียน นักศึกษา ซึ่งออกโดยสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษา 
  1. เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป – กลับ
  2. เอกสารการจองตั๋วโรงแรมที่พักตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในสโลวาเกีย
  3. ประกันเดินทางต่างประเทศ ให้ความคุ้มครองทั้งการเจ็บป่วยและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ วงเงินขั้นต่ำ 30,000 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)
  4. รายการเดินบัญชีออมทรัพย์ย้อนหลัง (Statement) อย่างน้อย 6 เดือนล่าสุด และหนังสือรับรองจากธนาคาร
  5. เอกสารการเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)
  6. แผนการท่องเที่ยวตลอดทริปที่อยู่ในสโลวาเกียอย่างละเอียด
  7. หากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางคนเดียวต้องมีเอกสารรับรองจากพ่อแม่ออกให้โดยอำเภอเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมแนบสำเนาสูติบัตร กรณีเดินทางกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้อีกฝ่ายทำหนังสือรับรองด้วย รวมถึงเดินทางกับบุคคลอื่น พ่อแม่ต้องมีหนังสือรับรองความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและบุคคลผู้นั้น
วีซ่าโสวาเกีย

ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกีย 

ในการยื่นวีซ่าสโลวาเกีย นอกจากการเช็กเอกสารให้ครบถ้วนตามข้อมูลที่ระบุแล้ว เรื่องของค่าธรรมเนียมก็เป็นอีกสิ่งที่ผู้ขอวีซ่าสโลวาเกียต้องทำด้วยเช่นกัน ในกรณีที่ทำวีซ่าไม่ผ่านด้วยเหตุผลอะไรก็ตามสถานทูตฯ จะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายทางสถานทูตจะรับเป็นเงินสดสกุลเงินบาทเท่านั้น (อัตราแลกเปลี่ยนตามเรทของสถานทูต) ดังนี้ 

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า ผู้ใหญ่ 90 EUR  หรือประมาณ 3,189 บาท
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า เด็กอายุ 6 – 12 ปี 45 EUR หรือประมาณ 1,594 บาท
  • เด็กอายุ 0 – 11 ปี ไม่เสียค่าธรรมเนียมวีซ่า 

แนะนำขั้นตอนวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกีย 

หลังจากเตรียมเอกสารต่าง ๆ พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมเพื่อขอวีซ่าเรียบร้อย ก็เข้าสู่ขั้นตอนทั้งหมดสำหรับคนที่กำลังต้องการข้อมูลวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกีย สามารถทำตามขั้นตอนที่จะระบุต่อไปนี้ได้เลย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด สะดวกง่ายดายมาก 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกียละเอียดทุกขั้นตอน 

  1. วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกียลำดับแรกให้ทำการจองนัดหมายกับสถานเอกอัครราชทูตสโลวาเกียประจำประเทศไทย โดยส่งอีเมลเข้าไปที่ [email protected] เพื่อเป็นการจองคิวล่วงหน้า (ระบุหัวอีเมลจองคิวทำวีซ่าเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)
  2. เมื่อสถานทูตยืนยันวัน-เวลาในการนัดหมายเรียบร้อย พอถึงกำหนดให้เดินทางไปพร้อมเอกสารทั้งหมดที่เตรียมเอาไว้ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยอาจมีการสัมภาษณ์ผู้ขอเพิ่มเติม เช่น จุดประสงค์การเดินทาง ระยะเวลาพำนักอาศัยทั้งหมด รายได้ต่อเดือน เหตุผลที่อยากเดินทางไปสโลวาเกีย เป็นต้น 
  3. ขั้นตอนต่อไปหลังการสัมภาษณ์ผู้ที่ไม่เคยทำวีซ่าเชงเก้นมาก่อนต้องเข้าสู่กระบวนการไบโอเมตริกซ์ (สแกนใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือ) เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ตัวบุคคล ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ขอวีซ่าต้องเดินทางไปด้วยตนเองเท่านั้น 
  4. ทำการชำระเงินค่าใช้จ่ายตาที่สถานทูตแจ้งเอาไว้จากนั้นรอผลการอนุมัติของเจ้าหน้าที่ เป็นอันเรียบร้อยวิธีขอวีซ๋าสโลวาเกียประเภทท่องเที่ยว

สถานที่สำหรับขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกีย 

อย่างที่อธิบายไปในหัวข้อวิธีขอวีซ่าสโลวาเกีย สถานที่สำหรับยื่นวีซ่าสโลวาเกียจะเป็นที่สถานทูตฯ เท่านั้น ไม่มีหน่วยงานรับยื่นอื่น ๆ หากใครสนใจไปเที่ยวประเทศแห่งนี้จึงต้องเดินทางไปขอวีซ่าสโลวาเกียประเภทท่องเที่ยวได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น 

แผนกวีซ่า สถานเอกอัครราชทูต ประเทศสาธารณรัฐสโลวักประจำประเทศไทย 

ที่อยู่: 25/9-4 อาคารกรุงเทพประกันภัย ชั้น 9 ถ.สาทรใต้ เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120 

โทรศัพท์: 02-677-3445-6 

อีเมล: [email protected] 

เว็บไซต์: www.mzv.sk/ 

วัน-เวลาทำการแผนกวีซ่า: วันจันทร์ และ วันพุธ เวลา 09.00 – 12.00 น. (รับเพียงวันละ 2 คิว) 

ข้อมูลเพิ่มเติมควรรู้เกี่ยวกับการทำวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกีย 

นอกจากเนื้อหาทั้งหมดที่อธิบายมาแล้วก็ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำวีซ่าสโลวาเกียประเภทท่องเที่ยวด้วยเพื่อให้นักเดินทางทุกคนมั่นใจว่าตนเองสามารถไปตะลุยเปิดโลกใบใหม่ได้แบบไม่ต้องกังวลใจ อีกทั้งยังมีความพิเศษรออยู่อีกเยอะมาก 

ขอวีซ่าท่องเที่ยวสโลวาเกียใช้เวลานานแค่ไหน 

สำหรับคนที่ยื่นวีซ่าสโลวาเกียหลังดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้วทางสถานทูตฯ จะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 15 วันทำการ อย่างไรก็ตามอาจเพิ่มเติมออกได้อีกรวมเป็น 45 วัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามคุณสามารถดำเนินการขอวีซ่าสโลวาเกียประเภทท่องเที่ยวได้ล่วงหน้า 180 วัน ก่อนถึงวันไปเที่ยวสโลวาเกีย 

ถือวีซ่าสโลวาเกีย เดินทางไปพื้นที่ใดได้บ้าง 

เมื่อคุณผ่านขั้นตอนทั้งหมดและได้รับวีซ่าสโลวาเกียเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถออกเดินทางไปเที่ยวสโลวาเกียได้ทุกพื้นที่ของประเทศแห่งนี้ ซึ่งเมืองแนะนำก็มีอยู่เยอะมาก เช่น กรุงบราติสลาวา (Bratislava), เมืองโคเซตซ์ (Kosice), เมืองโบจ์ไนซ์ (Bojnice), เมืองเลโวกา (Levoca), เทือกเขาทาทรา (High Tatras) เป็นต้น ชอบสไตล์ไหนวางทริปแล้วลุยกันได้เลย 

สรุป 

นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าสโลวาเกียประเภทท่องเที่ยวใครอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตด้วยการเที่ยวสโลวาเกียสามารถทำตามได้เลย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด และสิ่งสำคัญที่ต้องมีทุกครั้งในการขอวีซ่ายุโรปนั่นคือประกันเดินทางต่างประเทศ ขอแนะนำ ประกันเดินทางสโลวาเกีย กับราคาเริ่มต้นเพียง 385 บาท แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท สมัครง่ายผ่านออนไลน์รอรับกรมธรรม์บนอีเมลใช้งานได้ทันที ยื่นวีซ่าทั่วโลกหายห่วง ให้ความคุ้มครองโควิด-19 บริการติดต่อฉุกเฉินตลอด 24 ชม. พร้อมประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ตอบโจทย์ทุกเส้นทาง เหมาะกับไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ 

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว