นิวซีแลนด์ เกาะใต้ เที่ยวไหนดี รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเดินทาง

“นิวซีแลนด์” ประเทศในแถบโซนโอเชียเนียถือเป็นอีกจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสนใจและเดินทางไปเยี่ยมชมมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากการสัมผัสกับแสงแรกของปีแล้วประเทศแห่งนี้ยังมีความแตกต่างในอีกหลายด้านโดยเฉพาะการแบ่งเกาะออกเป็นฝั่งเหนือกับฝั่งใต้ ซึ่งใครอยากรู้ว่านิวซีแลนด์ เกาะใต้ มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ที่เที่ยวยอดฮิตห้ามพลาดคือจุดไหนบ้าง ลองมาหาข้อมูลทั้งหมดก่อนการเดินทางได้เลย 

นิวซีแลนด์ เกาะใต้

ทำความรู้จักกับนิวซีแลนด์ เกาะใต้ 

นิวซีแลนด์ เกาะใต้ หรือ South Island of New Zealand คือ เกาะที่ตั้งอยู่ฝั่งตอนใต้ของช่องแคกคุก (Cook Strait) มีพื้นที่ราว 150,437 ตร.กม. ขนาดความยาว 820 กิโลเมตร ถือเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่อันดับ 12 ของโลก มีพื้นที่มากกว่าเกาะเหนือราว 32% ลักษณะภูมิประเทศเกาะใหญ่ถูกล้อมรอบด้วยเกาะเล็ก ๆ จำนวนมาก ด้านฝั่งตะวันตกตั้งตามแนวเทือกเขา Southern Alps มี Aoraki / Mount Cook เป็นจุดสูงสุดของประเทศที่ระดับความสูง 3,745 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล สภาพแวดล้อมทั่วไปมีทั้งทะเล ทะเลสาบ เทือกเขา อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ ธรรมชาติ ด้านบนเทือกเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะ เงียบสงบ มีประชากรอาศัยอยู่ราว 4.8 ล้านคน มีความเงียบสงบอย่างมาก 

สภาพภูมิอากาศของนิวซีแลนด์ เกาะใต้ 

สำหรับสภาพภูมิอากาศของนิวซีแลนด์ เกาะใต้ จะไม่ได้แตกต่างจากเกาะเหนือมากนัก ส่วนใหญ่มีความอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยราว 10-20 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูหนาวบริเวณยอดเขาสูงมักปกคลุมด้วยหิมะ อุณหภูมิบนยอดจึงอยู่ประมาณ 0 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น (เคยมีสถิติต่ำสุด -10 องศาเซลเซียส) โดยเฉพาะบริเวณแนวเทือกเขา Southern Alps  

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการไปเที่ยวนิวซีแลนด์ เกาะใต้ 

  1. การใช้ไฟฟ้าประมาณ 3 ใน 4 ของพื้นที่ ถูกผลิตจากพลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานความร้อนใต้พิภพ จึงมีลักษณะเป็นพลังงานสะอาด บางพื้นที่ตามชานเมืองหรือชนบทอาจมีกระแสไฟตกหรือไม่เพียงพอได้บ้าง แต่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก
  2. ให้สิทธิ์เสรีภาพกับเรื่องความเท่าเทียมเป็นอย่างมาก มีการออกกฎหมายคุ้มครองไม่อนุญาตให้มีการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ และความพิการ
  3. มีความเข้มงวดมากเรื่องการนำเข้าสิ่งแปลกปลอมโดยเฉพาะอาหาร พืชผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ จึงไม่แนะนำให้พกเข้าไป หรือกรณีมีอาหารต้องเขียน Declare ระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นค่าปรับสาหัสมาก
  4. คนนิวซีแลนด์มีมารยาททางสังคมสูงมาก จึงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น เดินเรียงแถวชิดซ้ายบนฟุตบาท ไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ ไม่ควรแซงคิว ห้ามถ่มน้ำลาย น้ำมูกลงพื้น เป็นต้น
  5. ห้ามพกมีด ของมีคม หรืออาวุธติดตัวเป็นอันขาด แม้เพื่อการป้องกันตัวก็ตาม เพราะถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
  6. หากถูกปล้น จี้ อย่าทำร้ายกลับโดยอ้างเหตุผลป้องกันตัว เพราะคุณอาจต้องขึ้นศาล แนะนำให้แจ้งตำรวจแล้วรอดำเนินคดี

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

นิวซีแลนด์ เกาะใต้

แนะนำที่เที่ยวนิวซีแลนด์ เกาะใต้ ปักหมุดพร้อมเช็กอินได้เลย 

หลังจากรู้จักกับข้อมูลน่าสนใจของนิวซีแลนด์ เกาะใต้ กันไปพอสมควรแล้ว คราวนี้ก็มาถึงไฮไลต์เด็ดที่ทุกคนต่างรอคอย นั่นคือ ที่เที่ยวนิวซีแลนด์ห้ามพลาดทางฝั่งเกาะใต้ เตรียมปักหมุดเช็กอิน แล้วลิสต์ลงบนแพลน ออกเดินทางสัมผัสกับความแตกต่างและโลกใบใหม่ที่น่าประทับใจกันได้เลย 

1. Aoraki/Mount Cook National Park

หากคุณหลงใหลหิมะ ชื่นชอบความแอดเวนเจอร์และการผจญภัย นี่คือจุดหมายแรกที่อยากแนะนำให้ได้ลองสัมผัสกับตนเอง เทือกเขาสูงทางฝั่งตะวันตกของเกาะที่ตอบโจทย์สาย Trail ขนานแท้ มีเส้นทางเดินเขา เดินป่าให้เลือกเยอะมาก แต่ถ้าพูดถึงเส้นทางยอดฮิตที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากสนใจต้อง Hooker Valley Track ระยะทางไป-กลับราว 10 กิโลเมตร แต่ระหว่างทางงดงามด้วยทัศนียภาพที่คุณได้ลัดเลาะไปตามแม่น้ำ ภูเขา ทะเลสาบ แต่ทั้งนี้อย่าลืมฟิตร่างกายตัวเองให้พร้อมด้วยนะ 

2. Church of the Good Shepherd

ใครอยากจัดลิสต์ที่เที่ยวห้ามพลาดของนิวซีแลนด์ เกาะใต้ ต้องยกให้กับโบสถ์เก่าแก่ไซซ์กะทัดรัดแห่งนี้เลย ภายนอกอาจเหมือนบ้านรกร้างแต่ถ้าได้ลองเข้าไปยืนใกล้ ๆ แล้วมองวิวออกมาจะรู้ถึงความงดงามของทิวทัศน์ทะเลสาบ Tekapo บวกกับตัวโบสถ์ที่มีความคลาสสิกทำให้เหล่าบรรดาบ่าวสาวนิยมเลือกเป็นสถานที่ประกอบพิธีแต่งงาน แต่สำหรับคนโสดไม่ต้องคิดมากเพราะมีวิวให้ถ่ายรูปกันแบบจัดเต็ม ลั่นชัตเตอร์รัวไม่หยุดแน่ 

3. เมือง Christchurch

เมืองขนาดใหญ่สุดของเกาะใต้นิวซีแลนด์ เรียกเป็นภาษาไทยว่า “เมืองไครสต์เซิร์ซ” ซึ่งถูกผสานเอาไว้อย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงยุคใหม่ สถาปัตยกรรมโบราณสุดคลาสสิก ธรรมชาติ และวิถีชีวิตของผู้คน หากเป็นย่านใจกลางเมืองจะอัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่พอขยับออกชานเมืองเล็กน้อยก็ได้พบกับความสวยงามของต้นไม้ใบหญ้า ดีต่อใจมาก 

4. Lake Pukaki

ทะเลสาบอัลไพน์ขนาดใหญ่สุดของนิวซีแลนด์ด้วยพื้นที่ประมาณ 178 ตร.กม. โดดเด่นด้วยสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของน้ำอันเกิดจากธารน้ำแข็งบริเวณเทือกเขา Mount Cook ที่ไหลลงมาด้านล่าง ยิ่งใครได้มุมที่ฉากหลังคือเทือกเขาสูงแล้วด้านหน้าเป็นน้ำสีฟ้าม นี่คือภาพในฝันของช่างถ่ายภาพและนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสกับความพิเศษแบบนี้สักครั้งในชีวิต อารมณ์เหมือนเป็นโลกแห่งจินตนาการที่มีอยู่จริง 

5. เมือง Queenstown

นี่คือหนึ่งในเมืองทางเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แค่ทำเลที่ตั้งก็กินขาดด้วยการตั้งอยู่บริเวณใจกลางหุบเขา The Remarkable ทางฝั่งขวาริมทะเลสาบ Lake Wakatipu นั่นทำให้ทุกคนจะได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด มีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทำเยอะมาก เช่น การนั่งเรือ Shotover Jet หรือเรือเร็วเลาะไปตามแม่น้ำขนาบหน้าผาสูงและโตรกผา โขดหิน มีจังหวะโค้งแบบหวาดเสียว หรือการเดินเล่นถ่ายรูปบ้านเรือนสุดน่ารักก็เป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน 

6. Lake Wanaka

ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของนิวซีแลนด์ด้วยพื้นที่ราว 190 ตร.กม. ถูกโอบล้อมด้วยความแตกต่างของภูมิประเทศสุดหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสวนดอกไม้ ท่าเรือ ชายหาด และอีกเพียบ ไฮไลต์เด็ดที่คนส่วนใหญ่มักถ่ายรูปนั่นคือบริเวณที่เรียกว่า Wanaka Tree หรือ ต้นไม้แห่งความโดดเดี่ยว เหตุเพราะนี่คือต้นไม้เพียงต้นเดียวที่ยังคงมีชีวิตรอดอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ เชื่อว่าจะได้ลั่นชัตเตอร์กันมันมือไม่แพ้จุดอื่นแน่นอน 

7. Mirror Lakes

ทะเลสาบอีกแห่งของนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางที่จะขับไปยัง มิลฟอร์ด ซาวด์ (Milford Sound) แนวชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ การันตีด้านความสวยงามไม่เป็นสองรองใคร พร้อมกับชื่อที่ถูกตั้งเสมือนเป็นสมญานามกับความใสและนิ่งเงียบของน้ำที่สามารถสะท้อนเงาภูเขา ต้นไม้ให้เหมือนเป็นโลกแบบกระจกก็ไม่ปาน บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น เย็นสบาย แถมเดินทางง่ายมาก อีกจุดที่ควรค่ากับการได้แวะมาท่องเที่ยวสักครั้ง 

8. Milford Sound

นิวซีแลนด์ เกาะใต้ เที่ยวไหนดี นี่คืออีกจุดห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ถือเป็นที่เที่ยวสุดโด่งดังและมีชื่อเสียงมาก ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของทะเล Tasman แล้วเกิดการเชื่อมต่อกับจุดแผ่นดินที่ถูกธารน้ำแข็งกัดเซาะเกิดเป็นร่องลึกฟยอร์ด จึงไม่ต้องแปลกใจหากคุณจะพบว่าบริเวณโดยรอบของมิลฟอร์ด ซาวด์ เต็มไปด้วยความว้าวแบบเกินพิกัด ทั้งภูเขาหิน น้ำตก หน้าผาสูงชั้น หรือทะเลสาบที่สามารถพายเรือคายัคได้  

9. เมือง Wanaka 

ปิดท้ายกันด้วยเมืองวานากาที่ตอบโจทย์มากสำหรับใครที่ไปเที่ยวนิวซีแลนด์ช่วงกลางปีซึ่งจะตรงกับฤดูหนาวของพวกเขาพอดี เพราะเมืองแห่งนี้มีทัศนียภาพที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นลานสกีคาร์โดรนา (Cardrona) และทรีเบิลโคน (Treble Cone) รวมถึงทะเลสาบวานากา (Lake Wanaka) ก็งดงามและน่าประทับใจไม่แพ้กัน 

สรุป 

การไปเที่ยวนิวซีแลนด์ เกาะใต้ จะทำให้ทุกคนได้รับความประทับใจและเรียนรู้ประสบการณ์แปลกใหม่แบบไม่รู้ลืม โดยเฉพาะสายแอดเวนเจอร์และคนที่ชื่นชอบอยู่กับธรรมชาติ อย่างไรก็ตามทุกครั้งเมื่อวางแผนจะไปเมืองนอกสิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดนั่นคือ “ประกันเดินทางนิวซีแลนด์” เพื่อสร้างความมั่นใจหากมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจะไม่ติดขัดปัญหาทางการเงิน จึงขอแนะนำประกันเดินทาง “LUMA GO” จาก LUMA ราคาเริ่มต้นเบา ๆ เพียง 199 บาท มีแพ็คเกจที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท คุ้มครองจากเชื้อโควิด-19 พร้อมบริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชม. และอื่น ๆ ตอบโจทย์ทุกทริป มีความสุขกับการใช้ชีวิต

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในนิวซีแลนด์:

เที่ยวออสเตรเลีย ช่วงไหนดี แต่ละฤดูกาลมีอะไรน่าสัมผัสบ้าง

ด้วยประเทศออสเตรเลียเป็นเกาะขนาดใหญ่ ทำให้ฤดูกาลของแต่ละเมือง แต่ละโซน อาจไม่ได้มีอุณหภูมิเหมือนกันทั้งหมด แต่โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าใช้ข้อมูลใกล้เคียงและค่าเฉลี่ยที่ไม่ได้แตกต่างมากนักเป็นตัวชี้วัดสำหรับคนที่กำลังวางแผนเดินทางไปเยือนได้เช่นกัน ซึ่งใครที่สงสัยว่าควรเที่ยวออสเตรเลีย ช่วงไหนดี แล้วแต่ละฤดูกาลสภาพอากาศเป็นอย่างไร มีจุดไหนตอบโจทย์บ้าง มาค้นหาข้อมูลแล้วเตรียมวางลิสต์ใส่แพลนท่องเที่ยวกันได้เลย

เที่ยวออสเตรเลีย

สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลีย 

ลำดับแรกอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกันสักเล็กน้อย ตามที่เกริ่นเอาไว้ว่าออสเตรเลียเป็นประเทศเกาะขนาดใหญ่ พื้นที่แต่ละแห่งจึงมีอุณหภูมิไม่เหมือนกัน เมื่อบวกกับการตั้งอยู่บริเวณซีกโลกใต้สภาพอากาศจึงหลากหลายไปตามตำแหน่งที่ตั้ง ภูมิประเทศ และฤดูกาล มีตั้งแต่พื้นที่เขตร้อนจัดซึ่งมักอยู่ทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศ (พื้นที่ทะเลทราย) ไปจนถึงเขตอบอุ่นทางฝั่งชายทะเลตะวันออกกับตะวันตก และเขตอากาศหนาวเย็นทางฝั่งใต้ของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้คนมักอาศัยอยู่บริเวณเขตอบอุ่นและเขตอากาศหนาวเป็นหลัก 

ฤดูกาลของออสเตรเลีย 

แม้สภาพภูมิอากาศจะดูแตกต่างกันตามพื้นที่แต่โดยเฉลี่ยแล้วอุณหภูมิโดยรวมของทำเลที่ผู้คนอาศัยและมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจก็ไม่ได้ต่างมากนัก โดยฤดูกาลของประเทศออสเตรเลียมีทั้งหมด 4 ฤดูกาล ดังนี้ 

1. ฤดูร้อน

อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 20 – 33 องศาเซลเซียส สภาพอากาศมีความร้อนชื้นตามแบบฉบับของประเทศมีทะเลล้อมรอบ บางพื้นที่ร้อนจัดถึงขั้นแห้งแล้ง และอาจเกิดไฟป่าได้ง่ายกว่าช่วงเวลาอื่น 

2. ฤดูใบไม้ร่วง

อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม เดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 12 – 27 องศาเซลเซียส สภาพอากาศเย็นสบาย อาจมีอบอุ่นแต่ไม่ถึงกับร้อนมากเกินไป (เฉพาะเขตพื้นที่คนอาศัยอยู่) อาจมีสลับกับฝนตกได้ มีลมแรงในบางช่วงเวลา 

3. ฤดูหนาว

อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน เดือนสิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่  – 17 องศาเซลเซียส สภาพอากาศหนาวเย็น บางพื้นที่หนาวเย็นจัด บริเวณเทือกเขาสูงสามารถพบเจอหิมะได้ แต่ในบางพื้นที่บริเวณป่าต้องคอยระวังเรื่องไฟไหม้จากอากาศแห้งจัด 

4. ฤดูใบไม้ผลิ

อยู่ในช่วงเดือนกันยายน เดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 12 – 27 องศาเซลเซียส สภาพอากาศกลับมาอบอุ่นขึ้นอีกครั้งถือว่ากำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนจนเกินไป บางช่วงยังอาจพบเจอลมหนาวได้บ้างแต่ไม่ถึงขั้นหนาวจัด และอาจมีฝนโปรยปรายโดยเฉพาะบริเวณกลางเกาะ 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ขับรถเที่ยวออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย  แต่ละฤดูกาลมีอีเว้นท์พิเศษอะไรบ้าง 

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าควรเที่ยวออสเตรเลีย ช่วงไหนดี ขอยืนยันว่าแต่ละซีซั่นก็จะมีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ดังนั้นสามารถเที่ยวออสเตรเลียได้ทั้งปี และเมื่อฤดูกาลใหม่มาถึงก็ยังมีการจัดอีเว้นท์ตามพื้นที่ของเมืองต่าง ๆ ให้ทั้งผู้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกกันด้วย 

  1. อีเว้นท์พิเศษช่วงฤดูร้อน

  • Adelaide Festival เทศกาลศิลปะแอดิเลด มีการรวมงานศิลปะ จัดนิทรรศการ กิจกรรมเวิร์กช้อปต่าง ๆ เยอะมาก จัดกันที่เมือง Adelaide รัฐ South Australia  
  • Perth International Arts Festival เทศกาลศิลปะนานาชาติเพิร์ท ได้รวมเอางานศิลปะ นิทรรศการ ไปจนถึงดนตรี ภาพยนตร์ และการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมจากทั่วโลกมารวมเอาไว้ให้ได้รับชม จัดที่เมือง Perth รัฐ Western Australia  
  • Australian Open รายการแข่งขันเทนนิสระดับแกรนด์สแลม หรือ 1 ใน 4 รายการใหญ่สุดของโลก และเป็นรายการแรกของปี จัดกันที่เมือง Melbourne  
  1. อีเว้นท์พิเศษช่วงฤดูใบไม้ผลิ

  • Sydney Royal Easter Show เทศกาลเพื่อการเฉลิมฉลองเชิงวัฒนธรรม จัดขึ้นที่เมือง Sydney ภายในงานจะเต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย เช่น การแสดงจากสัตว์ งานคาร์นิวัล เครื่องเล่น การแข่งขันด้านการเกษตร ฯลฯ 
  • Melbourne International Comedy Festival เทศกาลตลกนานาชาติเมลเบิร์น จัดขึ้นที่เมือง Melbourne มีการรวมเอาเหล่าบรรดาศิลปินตลกจากทั่วโลกมาแสดงให้รับชม 
  • Adelaide Fringe เทศกาลงานศิลปะสุดยิ่งใหญ่ของออสเตรเลีย จัดขึ้นที่เมือง Adelaide ศิลปินกว่า 7,000 คน ทั่วโลกจะนำผลงานของตนเองมาแสดงเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เยี่ยมชม 
  • Australian Grand Prix การแข่งขันรถยนต์สูตร 1 หรือ ฟอร์มูล่าวัน ส่วนมากมักจัดที่ Albert Park Circuit เมือง Melbourne แต่ก็มีบางปีที่ย้ายการแข่งขันไปยังสนามจุดอื่น 
  1. อีเว้นท์พิเศษช่วงฤดูหนาว

  • Vivid Sydney เทศกาลประจำปีของเมืองซิดนีย์ มีการนำแสง สี เสียง มาจัดแสดงด้วยความสมจริงกลางแจ้ง งดงามตระการตา ขับกล่อมด้วยดนตรีอันแสนไพเราะจากศิลปินชั้นนำจากทั้งในและต่างประเทศร่วมแสดง 
  • Darwin Lions Beer Can Regatta เทศกาลการนำเอากระป๋องเบียร์และวัสดุรีไซเคิลมาทำเป็นเรือ ให้ความแตกต่าง แปลกใหม่ และแน่นอนว่าสายเบียร์ยังไงก็ไม่ควรพลาด จัดกันที่เมือง Darwin 
  • Australian Outback Marathon สายฟิต สายอึด ชอบการวิ่งมาราธอน แนะนำให้เข้าร่วมรายการนี้เลย นอกจากได้ออกกำลังกาย ยังชมวิวชนบทสวย ๆ ในเมือง Alice Springs รัฐ Northern Territory 
  1. อีเว้นท์พิเศษช่วงฤดูใบ้ไม้ผลิ

  • Royal Melbourne Show เทศกาลการเกษตรประจำปีของเมืองเมลเบิร์น นอกจากมีการจัดแสดงผลงานทางการเกษตรต่าง ๆ แล้ว ก็ยังมีเครื่องเล่น อาหารแสนอร่อย และความบันเทิงอื่นอีกเยอะมาก 
  • Cairns Festivals เทศกาลประจำปีเมืองแคนส์ ชาวเมืองจะออกมาเฉลิมฉลองด้วยกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงมีการแสดงดนตรี การออกงาน ขายสินค้าหลากประเภท และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม 
  • Brisbane Festival เทศกาลประจำปีเมืองบริสเบนและการจัดแสดงผลงานศิลปะในทุกแขนง รวมถึงยังมีด้านละคร ดนตรี และอื่น ๆ อีกมากมาย  

กิจกรรมน่าสนใจเพิ่มเติมของแต่ละฤดูกาลในออสเตรเลีย 

นอกจากอีเว้นท์พิเศษต่าง ๆ แล้ว การเลือกว่าจะเที่ยวออสเตรเลีย ช่วงไหนดี ก็ยังมีกิจกรรมน่าสนใจที่เหมาะกับแต่ละซีซั่นมาบอกต่อ เพื่อการวางแผนท่องเที่ยวออสเตรเลียง่ายขึ้นกว่าเดิม ลองเลือกที่ใช่ ความสนใจที่ชอบแล้วลุยกันเลย 

  1. กิจกรรมน่าสนใจในออสเตรเลีย – ฤดูร้อน

เที่ยวออสเตรเลียช่วงฤดูร้อนสิ่งที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดนั่นคือ การสัมผัสกับวิวทะเลสวย ๆ บริเวณชายหาดหลายแห่ง นอนอาบแดด การทำกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ เช่น การโต้คลื่น ไปจนถึงการดำน้ำตื้น ดูปะการังใต้ท้องสมุทร การดำน้ำลึกตามจุดที่ได้รับความนิยม การนั่งเรือออกไปชมวาฬ โลมา ซึ่งจุดปักหมุดยอดนิยมในช่วง Summer ของออสเตรเลีย เช่น 

  • หาดบอนได (Bondi Beach) เล่นเซิร์ฟ โต้คลื่น กับความแรงของคลื่นที่จะทำให้ทุกคนสนุกแบบไม่รู้ลืม 
  • เกรตแบริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ดำน้ำชมแนวปะการังความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร  
  • ซากเรืออับปาง Tangalooma Shipwrecks ชมปะการังน้ำตื้นและซากเรือที่อับปางลงถึง 12 ลำ 
  • ไวท์เฮฟเว่น บีช (Whitehaven Beach) บนเกาะ Whitsunday Island หาดทรายขาว น้ำทะเลคราม 
  1. กิจกรรมน่าเที่ยวในออสเตรเลีย – ฤดูใบไม้ร่วง

เที่ยวออสเตรเลีย ช่วงไหนดี ฤดูใบไม้ร่วงก็นับเป็นอีกช่วงเวลาที่มีความน่าสนใจ ด้วยฟิลใบไม้เปลี่ยนสี เปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นสีเหลืองทองอมส้ม เหมาะกับการชมวิวสวย ๆ หรือใครอยากได้โมเมนต์สุดโรแมนติกบอกเลยว่าไม่ควรพลาด ที่เที่ยวแนะนำ เช่น 

  • สวนพฤกษศาสตร์ Royal Botanic Gardens Melbourne เดินทางง่าย ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามเกินบรรยาย 
  • Fitzroy Garden สวนสาธารณะขนาดใหญ่ในกรุงเมลเบิร์น มีอายุกว่า 150 ปี บรรยากาศงดงามกินขาด 
  • Puffing Billy Railway นั่งรถไฟห้อยขา วิ่งผ่านเส้นทางทิวทัศน์ป่าสน ทุ่งหญ้า ทิวเขา วิวที่ใครก็ต้องอิจฉา 
  1. กิจกรรมน่าเที่ยวในออสเตรเลีย – ฤดูหนาว

ใครอยากลองสัมผัสความแตกต่างของช่วงฤดูหนาวในออสเตรเลีย ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก เพราะยังมีจุดท่องเที่ยวสุดชิลให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สัมผัสความหนาวเย็นกันไม่หยุดหย่อน ใครอยากมาช่วงนี้ก็แนะนำให้ไปตามสถานที่เหล่านี้เลย 

  • Perisher Ski Resort เที่ยวสกีรีสอร์ตขนาดใหญ่สุดของซีกโลกใต้ มีกิจกรรมเกี่ยวกับหิมะให้ทำเยอะมาก 
  • Cradle Mountain ภูเขาสวยในรัฐ Tasmania เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ที่อยากสัมผัสวิวสวยและอากาศหนาวเย็น 
  • สะพานฮาร์เบอร์ (Harbour bridge) ถ่ายรูปสวย ๆ บนสะพานเหล็กถักโค้งสุดงดงามของกรุงซิดนีย์ 
  • ซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ (Sydney Opera House) และหลบหนาวไปชมนิทรรศการและทัวร์โรงละครกันได้เลย 
  1. กิจกรรมน่าเที่ยวในออสเตรเลีย – ฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงเวลาที่อากาศกำลังเย็นสบาย หลายคนชื่นชอบในการเดินทางไปออสเตรเลียช่วงนี้ อากาศไม่หนาวเกินไป แถมใบไม้ยังออกดอกสวยงามเสมือนบ่งบอกว่ากำลังเข้าสู่สิ่งใหม่ ๆ ที่กำลังจะตามมา ที่เที่ยวแนะนำก็มีอยู่หลายจุด เช่น 

  • เดินชมเมือง Melbourne สัมผัสกับวัฒนธรรม สถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ กับสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก จิบกาแฟให้ชื่นใจ 
  • สวนสัตว์ทารองก้า (Taronga Zoo Sydney) แวะเยี่ยมชมความน่ารักของสัตว์หลากสายพันธ์โดยเฉพาะโคอาล่าและจิงโจ้ 
  • ย่านฟรีแมนเทิล (Fremantle) ในเมืองเพิร์ท ช้อปปิ้งตลาดท้องถิ่น พร้อมเที่ยวชมสถานที่สวย ๆ อีกหลายแห่งของเมือง 

สรุป 

เที่ยวออสเตรเลีย ช่วงไหนดี ขอยืนยันว่าสามารถไปได้ทุกช่วง ทุกเดือน สภาพอากาศไม่ได้หนาวจัดถึงขนาดคนไทยอยู่ไม่ไหว แต่เพื่อความสบายใจทุกครั้งที่ไปต่างประเทศอย่าลืมซื้อ ประกันเดินทางออสเตรเลีย ติดตัวไว้  ประกันเดินทางจาก LUMA ราคาเริ่มต้นเบา ๆ เพียง 199 บาท มีแพ็คเกจที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท คุ้มครองจากเชื้อโควิด-19 บริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชม. คุ้มค่า สบายใจ เที่ยวไหนก็มีความสุขแน่นอน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในออสเตรเลีย:

เปรียบเทียบแพ็กเกจฝากครรภ์และคลอดบุตร 2568

ในปี 2568 นี้ เป็นอีกหนึ่งปีที่หลาย ๆ ครอบครัวคาดหวังที่จะมีลูกน้อยเกิดในปีนี้ เพราะปี 2568 ตรงกับปีนักษัตรมะเส็ง หรือปีงูเล็ก ซึ่งถือว่าเป็นปีมหามงคลอีกปีหนึ่ง พ่อแม่หลายคู่จึงวางแผนที่จะมีบุตรกันในปีมงคลนี้ ทาง LUMA จึงได้รวบรวมแพ็กเกจคลอดบุตรจากโรงพยาบาลชั้นนำ เปรียบเทียบมาให้คุณได้ลองพิจารณากัน 

ฝากครรภ์

เปรียบเทียบแพ็กเกจคลอดบุตรจากโรงพยาบาลชั้นนำ 

โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ 

โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตรที่หลากหลาย ดังนี้ 

  1. แพ็กเกจการคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 139,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพ็กเกจคลอดเหมาจ่ายแบบคลอดปกติ ศูนย์สูติ-นรีเวช | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 

  1. แพ็กเกจการคลอดปกติโดยฉีดยาชาที่ไขสันหลัง อยู่ที่ราคา 159,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพ็กเกจคลอดเหมาจ่ายแบบปกติโดยฉีดยาชาที่ไขสันหลัง | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 

  1. แพ็กเกจการผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 159,000 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพ็กเกจคลอดเหมาจ่ายแบบการผ่าตัดคลอด | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 

โดยทั้ง 3 แพ็กเกจคลอดบุตรนี้ จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าสูติแพทย์และกุมารแพทย์ ค่าห้องและค่าบริการผู้ป่วย ค่าอุปกรณ์การแพทย์ ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ทั้งของคุณแม่และทารก 
  • การตรวจคัดกรองของทารก เช่น การตรวจการได้ยิน การตรวจโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด การตรวจหมู่เลือด และการฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค และวัคซีนตับอักเสบบีเข็มที่ 
  • สิทธิพิเศษต่าง ๆ เช่น การดูแลมารดาในขณะคลอด บริการเครื่องปั๊มนม ชุดของขวัญสำหรับทารก  
  • อื่น ๆ 

โรงพยาบาลสมิติเวช 

โรงพยาบาลสมิติเวช นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตรที่หลากหลาย ดังนี้ 

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Platinum
  • แพ็กเกจผ่าตัดคลอดบุตร (96 ชั่วโมง) อยู่ที่ราคา 129,000 บาท 
  • แพ็กเกจคลอดธรรมชาติ (72 ชั่วโมง) อยู่ที่ราคา 99,000 บาท 
  • แพ็กเกจผ่าตัดครรภ์แฝด อยู่ที่ราคา 215,000 บาท 
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Exclusive 
  • แพ็กเกจผ่าตัดคลอดบุตร (144 ชั่วโมง) อยู่ที่ราคา 215,000 บาท 
  • แพ็กเกจคลอดธรรมชาติ (96 ชั่วโมง) อยู่ที่ราคา 160,000 บาท 
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Elite 
  • แพ็กเกจผ่าตัดคลอดบุตร (168 ชั่วโมง) อยู่ที่ราคา 325,000 บาท 
  • แพ็กเกจคลอดธรรมชาติ (168 ชั่วโมง) อยู่ที่ราคา 305,000 บาท 

โดยทั้ง 3 แพ็กเกจคลอดบุตรนี้ จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าห้องพัก ค่าความเชี่ยวชาญแพทย์ ค่ายา อุปกรณ์ทางการแพทย์  
  • ค่าตรวจคัดกรองทารก เช่น การตรวจกรุ๊ปเลือด การตรวจการได้ยิน และการฉีดวัคซีนทารก ได้แก่ วัคซีนป้องกันวัณโรค วิตามินเค และวัคซีนตับอักเสบบีเข็มที่ 1 
  • อื่น ๆ  

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพคเกจคลอด  – โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 

โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) 

โรงพยาบาล BNH นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้ 

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบคลอดปกติ (48 ชั่วโมง)
  • คลอดปกติ อยู่ที่ราคา 89,000 บาท 
  • คลอดปกติ+ระงับความเจ็บปวด 108,000 บาท 
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด (72 ชั่วโมง)
  • ผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 99,900 บาท 
  • ผ่าตัดคลอด และทำหมันหลังผ่าตัด อยู่ที่ราคา 117,000 บาท 
  • ผ่าตัดคลอดครรภ์แฝด อยู่ที่ราคา 159,000 บาท 

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพ็กเกจคลอด Delivery & Care – BNH HOSPITAL 

นอกจากแพ็กเกจคลอดบุตรแล้ว ทางโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) ยังนำเสนอแพ็กเกจฝากครรภ์ สำหรับว่าที่คุณแม่ที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ที่ไม่มีความเสี่ยง หรือคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ครั้งที่สอง อยู่ที่ราคา 68,000 บาท (หมดเขตวันที่ 31 ธันวาคม 2567) 

 ครอบคลุมถึงรายการตรวจคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ เช่น 

  • การตรวจเลือดประเมินสุขภาพช่วงต้นการตั้งครรภ์ และก่อนการคลอด 
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ ทั้งแบบ  2 มิติ จำนวน 3 ครั้ง และแบบ 4 มิติ จำนวน 1 ครั้ง 
  • การตรวจประเมินภาวะครรภ์เป็นพิษ ตรวจคัดกรองเบาหวาน 
  • การตรวจคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรม 
  • การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก 

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพ็กเกจฝากครรภ์ BNH Prenatal care | โดยโรงพยาบาลบีเอ็นเอช  

แม่ตั้งครรภ์เตรียมตัวคลอดบุตร

โรงพยาบาลเมดพาร์ค (MedPark) 

โรงพยาบาลเมดพาร์ค นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้ 

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 98,000 บาท
  2. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 111,990 บาท
  3. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอดครรภ์แฝด อยู่ที่ราคา 165,000 บาท
  4. แพ็กเกจคลอดบุตรผ่าตัดคลอด (กรณีไม่สามารถคลอดเองได้) อยู่ที่ราคา 160,000 บาท

โดยทั้ง 4 แพ็กเกจคลอดบุตรนี้ จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าธรรมเนียมสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ และวิสัญญีแพทย์ ค่าห้องพัก ค่าอาหาร ค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 
  • การตรวจคัดกรองของทารก เช่น การตรวจหมู่เลือด การตรวจการได้ยิน และการฉีดวัคซีนทารก ได้แก่ วัคซีนป้องกันวัณโรค วิตามินเค และวัคซีนตับอักเสบบีเข็มที่ 1 
  • สิทธิพิเศษ เช่น Gift Set สำหรับเด็ก การแนะนำการให้บุตรโดยผู้เชี่ยวชาญ  
  • อื่น ๆ 

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพ็กเกจคลอด (Delivery Packages) | MedPark Hospital 

 นอกจากแพ็กเกจคลอดบุตรแล้ว ทางโรงพยาบาล MedPark ยังนำเสนอโปรแกรมฝากครรภ์และดูสุขภาพของคุณแม่ (Prenatal Care Program) อยู่ที่ราคา 70,900 บาท ครอบคลุมถึง : 

  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ ทั้งแบบ  2 มิติ จำนวน 3 ครั้ง และแบบ 4 มิติ จำนวน 1 ครั้ง 
  • การตรวจต่าง ๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น 
  • การตรวจหาหมู่เลือด ABO และ Rh 
  • การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อ HIV เชื้อซิฟิลิส 
  • การตรวจหาโรคโลหิตจางทางพันธุกรรมธาลัสซีเมีย และภาวะดาวน์ซินโดรม 
  • การตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์  
  • การฉีดวัคซีนที่คุณแม่ควรฉีดระหว่างตั้งครรภ์ 
  • การดูแลคุณแม่ในด้านอื่น ๆ  

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพ็กเกจฝากครรภ์ | MedPark Hospital 

โรงพยาบาลกรุงเทพ 

โรงพยาบาลกรุงเทพ นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้ 

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบปกติ
  • คลอดบุตร แบบคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 96,000 บาท 
  • คลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 132,000 บาท 
  • คลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอดบุตรครรภ์แฝด อยู่ที่ราคา 209,000 บาท 

โดยทั้ง 3 แพ็กเกจคลอดบุตรนี้ จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ และวิสัญญีแพทย์ (สำหรับผ่าตัดคลอด/บล็อคหลัง) 
  • ค่าห้องคลอด ห้องผ่าตัด ห้องพักฟื้น ค่าห้องพักมาตรฐาน และค่าห้องพักสำหรับทารกแรกเกิด 
  • ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ ค่าเครื่องมือแพทย์  
  • การตรวจคัดกรองของทารกที่จำเป็น เช่น การตรวจการทำงานหัวใจ การตรวจการได้ยิน รวมถึงค่ายาและค่าฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนตับอักเสบบีเข็มที่ 1 วิตามินเค และยาป้ายตาป้องกันตาอักเสบ 
  • อื่น ๆ  
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Elite Maternity and Exclusive Care อยู่ที่ราคา 251,000 บาท

แพ็กเกจคลอดบุตรแบบนี้ จะเป็นการคลอดแบบผ่าตัดคลอด ระยะเวลาพักที่โรงพยาบาล 7 คืน และให้ความคุ้มครองดังนี้ 

  • ค่าสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ ค่าผ่าตัด ค่าทำแผล 
  • ค่าแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังในการฟื้นฟูสภาพผิวคุณแม่หลังคลอด ค่าจิตแพทย์ในการให้คำปรึกษาหลังคลอดบุตร และค่านักกายภาพบำบัด 
  • ค่าห้องพัก ค่าห้องคลอด  
  • อื่น ๆ  

รายละเอียดเพิ่มเติม : ดูแลแม่คลอด 360 องศากับโรงพยาบาลกรุงเทพ | Bangkok Hospital 

โรงพยาบาลพญาไท (พญาไท 3) 

โรงพยาบาลพญาไท นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้  

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Standard
  • คลอดบุตร แบบคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 69,000 บาท 
  • คลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 85,000 บาท 
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Premium
  • คลอดบุตร แบบคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 75,000 บาท 
  • คลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 90,000 บาท 
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Presidential Suite
  • คลอดบุตร แบบคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 99,000 บาท 
  • คลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 125,000 บาท 
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Super Premium
  • คลอดบุตร แบบคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 120,000 บาท 
  • คลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 150,000 บาท 

โดยทั้ง 4 แพ็กเกจคลอดบุตรนี้ จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าคลอดปกติ/ค่าผ่าตัดคลอด ค่าสูติแพทย์ กุมารแพทย์ 
  • ค่าห้องพัก ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ ค่าเครื่องมือแพทย์  
  • การตรวจคัดกรองต่าง ๆ ของทารก เช่น การตรวจกลุ่มเลือด การตรวจฮอร์โมนต่อมไทรอยด์ การตรวจคัดครองการได้ยิน รวมไปถึงการฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค, ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี เข็มที่  
  • อื่น ๆ  

สำหรับแพ็กเกจคลอดบุตรแบบ Premium, Presidential Suite และ Super Premium จะมีสิทธฺพิเศษ ได้แก่ มอบชุดของขวัญให้ลูกน้อย และรูปถ่ายบันทึกความทรงจำลูกน้อย 

รายละเอียดเพิ่มเติม : โปรแกรมคลอดเหมาจ่าย รพ.พญาไท

โรงพยาบาลรามคำแหง 

โรงพยาบาลรามคำแหง นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้  

  1. แพ็กเกจคลอดบุตรแบบคลอดธรรมชาติ อยู่ที่ราคา 52,000 บาท
  2. แพ็กเกจคลอดบุตรแบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 72,000 บาท
  3. แพ็กเกจคลอดบุตรแบบคลอดธรรมชาติ และทำหมัน อยู่ที่ราคา 57,000 บาท
  4. แพ็กเกจคลอดบุตรแบบผ่าตัดคลอด และทำหมัน อยู่ที่ราคา 77,000 บาท
  5. แพ็กเกจคลอดบุตรแบบผ่าตัดคลอด และผ่าตัดไส้ติ่ง อยู่ที่ราคา 76,000 บาท
  6. แพ็กเกจคลอดบุตรแบบผ่าตัดคลอด ผ่าตัดไส้ติ่ง และทำหมัน อยู่ที่ราคา 81,000 บาท

โดยทั้ง 6 แพ็กเกจคลอดบุตรนี้ จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าแพทย์ต่าง ๆ ได้แก่ สูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ วิสัญญีแพทย์  
  • ค่าห้องคลอด ห้องพัก ค่าเครื่องมือแพทย์ ค่ายา และค่าอาหาร 
  • การตรวจคัดกรองต่าง ๆ ของทารก เช่น การตรวจการได้ยิน การตรวจหมู่เลือด การตรวจคัดกรองโรคเอ๋อ รวมถึงการฉีดวัคซีนและการให้ยาที่จำเป็นต่อทารก ได้แก่ การฉีดวิตามินเค วัคซีนป้องกันวัณโรค  
  • อื่น ๆ  

รายละเอียดเพิ่มเติม : โรงพยาบาลรามคำแหง – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางครบทุกสาขา  

 

โรงพยาบาลศิครินทร์  

โรงพยาบาลศิครินทร์ นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้  

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบคลอดปกติ
  • คลอดปกติ แบบห้องพัก Superior อยู่ที่ราคา 48,000 บาท 
  • คลอดปกติ แบบห้องพัก VIP อยู่ที่ราคา 55,000 บาท 
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด
  • ผ่าตัดคลอด แบบห้องพัก Superior อยู่ที่ราคา 65,000 บาท 
  • ผ่าตัดคลอด แบบห้องพัก VIP อยู่ที่ราคา 74,000 บาท 

แพ็กเกจคลอดบุตรข้างต้น จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ วิสัญญีแพทย์ ค่าห้องพัก ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์  
  • การตรวจคัดกรองทารก เช่น การตรวจกรุ๊ปเลือด การตรวจภาวะตัวเหลือง การตรวจการได้ยิน รวมถึงการฉีดวัคซีนที่จำเป็นสำหรับทารก ได้แก่ การฉีควัควีนป้องกันวัณโรค วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี 
  • ของที่ระลึกสำหรับคุณแม่ 
  • อื่น ๆ  

รายละเอียดเพิ่มเติม : แพ็กเกจคลอดเหมาจ่าย – โรงพยาบาลศิครินทร์  

 

โรงพยาบาลเปาโล (เปาโลเกษตร) 

โรงพยาบาลเปาโล (เปาโลเกษตร) นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้ 

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบคลอดปกติ
  • คลอดปกติ แบบ Silver อยู่ที่ราคา 49,900 บาท 
  • คลอดปกติ แบบ Diamond อยู่ที่ราคา 59,900 บาท 
  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด
  • ผ่าตัดคลอด แบบ Silver อยู่ที่ราคา 59,900 บาท 
  • ผ่าตัดคลอด แบบ Diamond อยู่ที่ราคา 69,900 บาท 

แพ็กเกจคลอดบุตรข้างต้น จะครอบคลุมถึง: 

  • บัตรสมาชิก Paolo สำหรับคุณแม่และทารก 
  • ค่าห้องพักสำหรับมารดา และสำหรับทารกแรกเกิด 
  • ค่าแพทย์ต่าง ๆ เช่น ค่าสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ ค่าเครื่องมือแพทย์ ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์  
  • การตรวจคัดกรองสำหรับทารก เช่น การตรวจหมู่เลือด การตรวจประเมินหัวใจพิการแต่กำเนิด การตรวจการได้ยิน และการฉีดวัคซีนสำหรับทารก ได้แก่ วิตามินเค วัคซีนป้องกันวัณโรค และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี เข็มที่ 1,2 
  • อื่น ๆ  

สำหรับแพ็กเกจคลอดบุตร แบบ Diamond จะให้บริการการฉีดวัคซีนสำหรับทารกที่มากกว่า มีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหลังคลอดให้  1 ครั้ง รวมถึงยังมอบชุดของขวัญให้อีกด้วย 

รายละเอียดเพิ่มเติม : โปรแกรมคลอดเหมาจ่าย | โรงพยาบาลเปาโล – Paolo Hospital 

 

โรงพยาบาลสินแพทย์ 

สำหรับโรงพยาบาลสินแพทย์ สาขารามอินทรา นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้ 

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 40,000 บาท
  2. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบคลอดปกติ+ทำหมัน อยู่ที่ราคา 56,000 บาท
  3. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 53,000 บาท
  4. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด+ทำหมัน อยู่ที่ราคา 56,000 บาท

แพ็กเกจคลอดบุตรข้างต้น จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าห้องคลอด ห้องพัก ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าเครื่องมือแพทย์ 
  • ค่าแพทย์ต่าง ๆ  
  • การตรวจคัดกรองต่าง ๆ ที่จำเป็นกับทารก เช่น การตรวจคัดกรองโรคหัวใจ การตรวจคัดกรองหาภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน 
  • อื่น ๆ  

รายละเอียดเพิ่มเติม : โปรแกรมและแพ็กเกจ – โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา  

สำหรับโรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาศรีนครินทร์ นำเสนอแพ็กเกจคลอดบุตร ดังนี้ 

  1. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบคลอดปกติ อยู่ที่ราคา 38,000 บาท
  2. แพ็กเกจคลอดบุตร แบบผ่าตัดคลอด อยู่ที่ราคา 49,900 บาท

แพ็กเกจคลอดบุตรข้างต้น จะครอบคลุมถึง: 

  • ค่าห้องคลอด ค่าห้องพัก ค่าบริการพยาบาล ค่าอาหาร 
  • ค่าสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์   
  • การตรวจคัดกรองสำหรับทารก เช่น การตรวจการทำงานของหัวใจ การตรวจกรุ๊ปเลือด การตรวจหาภาวะบกพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด การตรวจการได้ยิน 
  • การฉีดวัคซีนสำหรับทารก ได้แก่ วัคซีนป้องกันวัณโรค วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีเข็มแรก วิตามินเค 
  • อื่น ๆ  

รายละเอียดเพิ่มเติม : โปรแกรมและแพ็กเกจ | โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ 

 

การสรุปแพ็คเกจฝากครรภ์ในโรงพยาบาล

และนี่ก็คือแพ็กเกจคลอดบุตรคร่าว ๆ จากโรงพยาบาลชั้นนำ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ลองดูเพื่อพิจารณาเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมกับความต้องการของเหล่าคุณแม่มากที่สุด และอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคุณแม่ที่วางแผนตั้งครรภ์ในปีนี้ คือ การทำประกันค่าคลอดบุตรติดตัวไว้ เพื่อมอบความอุ่นใจ เพราะประกันค่าคลอดบุตร จะช่วยคุ้มครองทั้งการเจ็บป่วยต่าง ๆ ในระหว่างการตั้งครรภ์ คุ้มครองการดูแลทารกแรกเกิด และคุ้มครองถึงค่าคลอดบุตร ทั้งนี้ การซื้อประกันค่าคลอดบุตรจำเป็นที่จะต้องดูเงื่อนไขก่อนการซื้อดี ๆ เพราะประกันค่าคลอดบุตรมักจะมีระยะเวลารอคอย อย่างต่ำตั้งแต่ 10 เดือน ไปถึงบางเจ้า ระยะเวลารอคอย เกิน 1 ปี ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีการวางแผนครอบครัวให้รอบคอบก่อนซื้อ 

อ่านเพิ่มเติม:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว