เที่ยวออสเตรเลีย เมืองไหนดี ปักหมุด 6 เมืองน่าเที่ยวห้ามพลาด

“ออสเตรเลีย” หนึ่งในดินแดนต่างประเทศที่มีชาวไทยอาศัยอยู่จำนวนมากทั้งเรียนต่อ ทำงาน หรือย้ายไปใช้ชีวิตก็ตาม ด้วยการเป็นประเทศขนาดใหญ่จึงไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากอยากมีโอกาสเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเอง แต่สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเที่ยวออสเตรเลีย เมืองไหนดี แต่ละเมืองมีจุดเด่นอะไร สถานที่ไหนห้ามพลาดบ้าง จะขอปักหมุด 6 เมืองที่การันตีความน่าประทับใจ

เที่ยวออสเตรเลีย

เที่ยวออสเตรเลียครั้งนี้ เมืองไหนบ้างที่ไม่ควรพลาด

  1. เมืองแคนเบอร์รา (Canberra)

เมืองน่าเที่ยวออสเตรเลียแห่งแรกที่ขอแนะนำ ย้ำว่านี่คือ “เมืองหลวง” ของประเทศที่มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี (ไม่ใช่ซิดนีย์อย่างที่หลายคนเข้าใจ) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของบริเวณที่มีผู้คนอาศัยอยู่ ถูกโอบล้อมด้วยทะเลสาบ Lake Burley Griffin ซึ่งถูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 โดดเด่นด้วยความทันสมัย สะดวกสบาย เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมจากสิ่งก่อสร้างที่มีประวัติศาสตร์มากมายสลับกับธรรมชาติสุดร่มรื่น ซึ่งที่เที่ยวแนะนำในเมืองแคนเบอร์รา มีดังนี้

  • อนุสรณ์สงครามออสเตรเลีย (Australian War Memorial) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหล่าทหารกล้าแห่งออสเตรเลียที่เสียชีวิตจากทุกเหตุการณ์ความขัดแย้งทั่วโลกตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคมจนถึงปัจจุบัน สัมผัสประวัติศาสตร์และความคลาสสิก
  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติออสเตรเลีย (National Museum of Australia) เยี่ยมชมประวัติความเป็นมา เรื่องราวในอดีตอันน่าสนใจของออสเตรเลีย ไปจนถึงศึกษาแนวทางการปกครองแบบประชาธิปไตย

 

2.เมืองซิดนีย์ (Sydney)

เที่ยวออสเตรเลีย เมืองไหนดี นี่คือเมืองที่มีชื่อเสียง มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นเป้าหมายการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกคงไม่ผิดนัก เมืองหลวงแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) ตั้งอยู่บริเวณริมชายหาดฝั่งตะวันออก อัดแน่นด้วยประชากรที่อยู่อาศัยกว่า 4 ล้านคน ด้วยการเป็นเมืองท่าที่มีการค้าขายมาตั้งแต่อดีตทำให้ที่นี่พัฒนาและเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนมากกว่า 3 ล้านคน ศูนย์รวมความเจริญ ความทันสมัย และสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตมากมายไม่ว่าจะเป็น

  • ซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ (Sydney Opera House) สัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่ริมทะเลโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันแสนงดงาม สามารถทัวร์เดินชมพร้อมไกด์ได้ หรือวันมีการแสดงจะจองตั๋วเข้าไปรับชมก็ตามสะดวก
  • สะพานฮาร์เบอร์ (Harbour bridge) สะพานเหล็กถักทรงโค้งขนาดใหญ่ที่สุดของโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 เพื่อเชื่อมระหว่างฝั่งการค้าและฝั่งเหนือของเมือง คนมักแวะเวียนมาถ่ายรูปวิวสวย ๆ กันตลอด
  • หาดบอนได (Bondi Beach) ชายหาดทอดยาวแบบสุดสายตา อัดแน่นไปด้วยร้านรวงและผู้คนที่แวะเวียนมาปล่อยความเหนื่อยล้า และยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำเยอะมาก
  • สวนสัตว์ทารองก้า (Taronga Zoo Sydney) รวมสัตว์จำนวนมากไว้กว่า 4,000 ชนิด โดยเฉพาะสัตว์ที่มีเฉพาะในออสเตรเลีย เช่น จิงโจ้ หมีโคอาล่า
  • สวนสนุกลูน่า ปาร์ค ซิดนีย์ (Luna Park Sydney) เปิดมายาวนานกว่า 100 ปี และยังคงได้รับความนิยมจากทั้งผู้คนในประเทศและนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์อยู่ตลอด

 

3.เมืองเมลเบิร์น (Melbourne)

อีกเมืองน่าเที่ยวในออสเตรเลีย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เมืองหลวงแห่งรัฐวิกตอเรีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลีย ถูกยกย่องว่าเป็นเมืองน่าอยู่มากสุดในโลกถึง 7 ปีซ้อน แม้ขนาดไม่ได้ใหญ่แต่กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่น สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานของการใช้ชีวิตครบครัน มีชื่อเสียงในด้านของกาแฟ ค่าครองชีพต่ำ ความปลอดภัยสูงมาก ซึ่งที่เที่ยวยอดนิยมขอแนะนำดังนี้

  • ย่านเศรษฐกิจ CBD (Central Business District) เยี่ยมชมอาคารสถาปัตยกรรม สัมผัสความสะดวกของการเดินทาง ถ่ายรูปกับ Flinders Street Railway Station สถานีรถไฟแห่งแรกของออสเตรเลีย
  • โบสถ์เซนต์ปอลส์ ( Paul’s Cathedral) ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ตั้งอยู่บริเวณแยกขนาดใหญ่ มีความงดงามตามแบบฉบับของชาวคริสต์ ควรค่ากับการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นอย่างมาก
  • ห้องสมุดแห่งเมลเบิร์น (State Library Victoria) ห้องสมุดสาธารณะขนาดยักษ์พร้อมการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอันแสนตระการตา จุดถ่ายรูปห้ามพลาดคือห้องโถง 8 เหลี่ยม
  • เดกราวีส สตรีท (Degraves Street) ย่านเล็ก ๆ ใจกลางกรุงเมลเบิร์นที่อัดแน่นไปด้วยร้านกาแฟ คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปสุดแตกต่างเยอะมาก บางคนถึงกับขนานนามให้เป็นตรอกไดแอกอนแห่งออสเตรเลียเลยทีเดียว
เที่ยวออสเตรเลีย

4.เมืองบริสเบน (Brisbane)

เที่ยวออสเตรเลีย เมืองไหนดี บริสเบนถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน มีขนาดใหญ่อันอับ 3 ของประเทศ และยังเป็นเมืองที่ผู้คนอาศัยอยู่เยอะสุดแห่งรัฐควีนส์แลนด์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก กลางเมืองมีแม่น้ำบริสเบนไหลผ่าน อาคารสูงใหญ่ติดทะเลเป็นภาพที่คุ้นชินตา เมืองด้านการศึกษาชั้นนำระดับโลก และยังอัดแน่นไปด้วยสถานที่เที่ยวแนะนำอีกเยอะมาก

  • ศูนย์อนุรักษ์โคอาล่า (Lone Pine Koala Sanctuary) ตั้งอยู่ย่านชานเมืองบริสเบน เป็นศูนย์แห่งแรกและมีขนาดใหญ่สุดสำหรับการดูแลโคอาล่า สัตว์ประจำชาติ สามารถถ่ายรูปเจ้าหนูน้อยเหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึกได้เลย
  • ซากเรืออับปาง Tangalooma Shipwrecks ออกจากชายฝั่งของบริสเบนไปยังจุดที่มีซากเรือ 12 ลำ อับปางลง เหมาะสำหรับคนชอบการดำน้ำแบบแอดเวนเจอร์และท้าทายขั้นสุด
  • ควีนส์ สตรีท มอลล์ (Queen Street Mall) ช้อปปิ้งกันให้จุใจกับย่านที่รวมร้านค้าเอาไว้จำนวนมากกว่า 700 ร้าน มีตั้งแต่สินค้าแบรนด์เนม งานแฮนด์เมด งานคราฟท์ ของกินแสนอร่อย และอื่น ๆ อีกเพียบ

 

5.เมืองโกลด์โคสต์ (Gold Coast)

อีกเมืองที่มีชื่อเสียงของรัฐควีนส์แลนด์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีขนาดใหญ่อันดับ 6 ของประเทศ แต่โดดเด่นด้วยชายหาดและท้องทะเลอันงดงามชนิดติดลำดับต้น ๆ ของโลกแบบไม่ต้องสงสัย เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ รักการทำกิจกรรมกลางแจ้งกับธรรมชาติ หรือใครอยากเป็นสายชิลก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน แนะนำจุดเที่ยวห้ามพลาด ดังนี้

  • หาดเซิร์ฟเฟอร์ส พาราไดซ์ (Surfers Paradise) เป็นหาดทางตอนเหนือเหมาะกับการทำกิจกรรมทางทะเล เช่น เล่นเซิร์ฟ กระดานโต้คลื่น แถมยังมีจุดปีหน้าผา กระโดดร่มอีกด้วย
  • หาดเบอร์ลีห์ (Burleigh Beach) หาดเดียวกันแต่อยู่ทางตอนใต้ กิจกรรมน่าสนใจมีเยอะมาก รวมถึงใครอยากนั่งเรือไปชม “วาฬหลังค่อม” ก็มีให้เลือกสรรกันจุใจ
  • วอร์เนอร์ บราเดอร์ มูฟวี่ เวิล์ด (Warner Brothers Movie World) สวนสนุกชื่อดังของออสเตรเลีย มีการแสดงสุดผาดโผน ตัวการ์ตูนผู้แสนน่ารัก และเครื่องเล่นวัดใจมากมาย มีทั้งโซน Movie World และ Sea World

6.เมืองเพิร์ท (Perth)

เที่ยวออสเตรเลีย ที่ไหนดี เมืองสุดท้ายที่อยากแนะนำ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะออสเตรเลียฝั่งมหาสมุทรอินเดีย โดดเด่นด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมเพราะมีผู้คนอยู่อาศัยกว่า 200 สัญชาติ เมืองขนาดใหญ่สุดของรัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย ความพิเศษเพิ่มเติมคือจะเป็นเมืองที่มีระยะเวลากลางวันยาวนานสุด มีแสงแดดส่องนานถึง 9 เดือน / ปี สถานที่เที่ยวแนะนำ เช่น

  • ย่านฟรีแมนเทิล (Fremantle) มีหลายจุดให้ได้แวะเวียนไปเยี่ยมชม เช่น ตลาดท้องถิ่นที่มักคึกคักช่วงสุดสัปดาห์ อดีตเรือนจำที่เคยใช้คุมขังนักโทษ พิพิธภัณฑ์การเดินเรือ เป็นต้น
  • แม่น้ำสวอน (Swan River) แม่น้ำที่มีความเก่าแก่มากสุดของโลก แนะนำให้ล่องเรือสัมผัสกับธรรมชาติและบรรยากาศอันแสนบริสุทธิ์ ยิ่งถ้าเป็นช่วงเย็นพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าบอกเลยโรแมนติกมาก
  • สวนสาธารณะคิงส์พาร์ค Kings Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่ร่มรื่นด้วยหมู่มวลแมกไม้กว่า 2,000 ชนิด เหมาะกับการผักผ่อนชิล ๆ ปิกนิก ดูนก นอนสูดอากาศบริสุทธิ์ เป็นต้น

สรุป

เที่ยวออสเตรเลียครั้งนี้ วันนี้นำเสนอถึง 6 เมืองพร้อมสถานที่แนะนำห้ามพลาด ตอบโจทย์ของคนรักการเดินทาง แต่ละแห่งมีความพิเศษและแตกต่างให้ทุกคนได้ลองพิสูจน์ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามทุกครั้งเมื่อต้องไปเมืองนอกด้วยเหตุผลใดก็ตาม ประกันเดินไปออสเตรเลีย  คือสิ่งสำคัญที่ต้องมีติดตัวไว้เสมอ เพิ่มเติมความสบายใจด้านการรักษาพยาบาล และความคุ้มครองอื่น ๆ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงขอแนะนำประกันเดินทางสุดคุ้มค่า LUMA GO จาก Luma ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ราคาเริ่มต้นเบา ๆ เพียง 199 บาท พร้อมแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท คุ้มครองจากเชื้อโควิด-19 บริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชม. และอื่น ๆ ตามเงื่อนไขกำหนด ทริปไหนก็มั่นใจในการเดินทาง

ประกันเดินทางญี่ปุ่น ที่ไหนดี 2568 LUMA รวมและสรุปมาให้แล้ว

เมื่อคุณต้องเดินทางไปญี่ปุ่น สิ่งที่จำเป็นคือ การทำประกันการเดินทาง ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่า ประกันเดินทางญี่ปุ่น ที่ไหนดี? วันนี้ LUMA จึงอยากมาชวนคุยเรื่องประกันการเดินทาง สิ่งสำคัญสำหรับการเลือกซื้อ ประกันเดินทางญี่ปุ่นที่ไหนดี คือต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งประกันการเดินทางนั้นถือเป็นประกันประเภทพิเศษที่ช่วยคุณได้หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในขณะที่คุณเดินทาง สามารถช่วยจ่ายค่าต่างๆ เช่น

  • การไปพบแพทย์หรือการเข้าพักในโรงพยาบาล หากคุณป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังสามารถให้เงินกับครอบครัวของคุณได้หากมีเหตุเลวร้ายเกิดขึ้นกับคุณ
  • ประกันควรคุ้มครองคุณตลอดเวลาที่เดินทาง
  • ค่าเบี้ยประกัน เหมาะสมกับความคุ้มครองที่ได้รับมา
  • บริษัทประกันภัยที่ดีที่คุณเชื่อถือได้

ประกันเดินทาง ญี่ปุ่น ที่น่าสนใจ

เพราะแต่ละบริษัทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน LUMA จึงได้คัดเลือกประกันเดินทางไปญี่ปุ่นที่น่าสนใจมาให้ถึง 5 บริษัทด้วยกัน

  1. LUMA GO 
  2. MSIG 
  3. SOMPO
  4. Allianz Trave
  5. AXA

ใครที่พร้อมจะเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นแบบอุ่นใจไปกับประกันเดินทาง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตารางด้านล่างนี้เลย

ประกันเดินทางญี่ปุ่น ที่ไหนดี

ประกันเดินทาง ญี่ปุ่น LUMA GO

Luma insurance logo

แผนยอดนิยม

LUMA Go Plan 2

ราคาเบี้ยประกัน

469 บาท

วงเงินคุ้มครอง

3 ล้านบาท

แผนประกันเดินทาง ญี่ปุ่น จาก LUMA GO มอบความคุ้มครองตั้งแต่ 1 ล้านบาท ถึง 5 ล้านบาท สามารถสมัครออนไลน์ รับเอกสารได้เลยทันทีทางอีเมล แนะนำสมัครช้าสุด 2 ชั่วโมงก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย 

เลือกแผนได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้นๆ หรือเดินทางหลายครั้งในปีเดียวก็มีแผนให้เลือกตามความต้องการ

ความคุ้มครอง :

คุ้มครองครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือกระเป๋าหาย LUMA GO มีคุ้มครองให้ครบหมด รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอื่นๆ 

ความยืดหยุ่น :
สำหรับความคุ้มครองจาก LUMA สามารถเลือกได้ว่าต้องการความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างเดียว หรือ การเดินทางด้วย และมากกว่านั้น สามารถเลือกความคุ้มครองที่ดูแลหากต้องเลื่อน หรือ ยกเลิกการเดินทาง

เบี้ยประกันและความคุ้มค่า :

เบี้ยประกันของ LUMA GO อยู่ในระดับที่คุ้มค่าที่สุดในตลาด เมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ เพียง 469 บาท คุ้มครองสูงถึง 3,000,000 บาท สำหรับระยะเวลา 7 วัน

LUMA GO จึงเป็นตัวเลือกที่นิยมสำหรับคนที่กำลังจะไปญี่ปุ่นและต้องการความสบายใจระหว่างการเดินทาง! สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันเดินทาง 

ประกันเดินทาง MSIG แผน Easy 2

ประกัน msig

แผนยอดนิยม

Easy 2

ราคาเบี้ยประกัน

1,000 บาท

วงเงินคุ้มครอง

3 ล้านบาท

แผนประกันเดินทางที่มอบความคุ้มครอง 3,000,000 บาท ราคา 1,000 บาทสำหรับระยะเวลา 7 วันในประเทศญี่ปุ่น สามารถกรอกใบสมัครออนไลน์และรอรับกรมธรรม์ในอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้ได้เลย

แผนประกันเดินทาง MSIG Easy 2 สำหรับไปเที่ยวญี่ปุ่นมีจุดเด่นด้านดูแลสุขภาพ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในกรณีเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD) 

ความคุ้มครอง :

คุ้มครองครบจบทุกเรื่อง: ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือกระเป๋าหาย ก็มีคุ้มครองให้ครบ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและความล่าช้าในการเดินทางด้วย

ความยืดหยุ่น :

สามารถเลือกเองได้ ว่าต้องการเฉพาะความคุ้มครองทางการแพทย์ หรือต้องการความคุ้มครองเกี่ยวกับการเดินทางเพิ่มเติม และมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ไหนก็โทรขอความช่วยเหลือได้ทันที

เบี้ยประกันและความคุ้มค่า :

ด้วยคุ้มครองที่สูง แต่เบี้ยประกันก็ยังอยู่ในราคาที่เอื้อมถึง คุ้มค่ากับความอุ่นใจในการเดินทาง

ประกันนี้เลยเหมาะกับคนที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นและอยากได้ความสบายใจตลอดทริป!

สามารถซื้อประกันเดินทางไปญี่ปุ่น  MSIG ได้เลย

ประกันเดินทาง SOMPO แผน B+

sompo-logo

แผนยอดนิยม

Plan B+

ราคาเบี้ยประกัน

712 บาท

วงเงินคุ้มครอง

3 ล้านบาท

แผนประกันเดินทาง ญี่ปุ่น จากซมโปะประกันภัย ให้ความคุ้มครอง 3,000,000 บาท ในราคา 712 บาทสำหรับการเดินทางไปยังญี่ปุ่น 1 สัปดาห์เต็ม สมัครง่ายผ่านทางออนไลน์และรับเอกสารทางอีเมล ไม่ต้องพกเอกสารให้ยุ่งยาก

พิเศษ ตอนนี้รับ e-Voucher Starbucks มูลค่า 100 บาทเมื่อซื้อแผน B+ ต่อ 1 กรมธรรม์ ระยะเวลาโปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 2567 หรือจนกว่าของแถมจะหมด 

หมายเหตุ : บริษัทลูม่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรโมชั่นและผลิตภัณฑ์ประกันภัยตามรายการนี้

ความคุ้มครอง :

ดูแลค่าใช้จ่ายตามวงเงินประกันจริง ไม่ต้องสำรองจ่าย มีบริการเฉพาะสำหรับสื่อสารกับคุณหมอชาวญี่ปุ่น เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเจ็บป่วยทางการแพทย์

ความยิดหยุ่น :

เนื่องจากแผน B+ ครอบคลุมไปถึงกรณีขับรถเช่า ชดเชยการรักษาเป็นผู้ป่วยใน การจี้เครื่องบิน เป็นต้น ซึ่งผู้ซื้อสามารถศึกษาแผนอื่นๆ เพิ่มเติมตามความต้องการและงบประมาณได้

เบี้ยประกันและความคุ้มค่า :

ถือว่าราคาอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับประกันเดินทางบริษัทอื่น แต่ผู้ที่ซื้อประกันนี้จะได้รับการบริการช่วยเหลือตลอด 14 ชั่วโมง จากบริษัทประกันภัยอันดับ 1 จากญี่ปุ่น อีกทั้งยังคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลโรคโควิดอีกด้วย

ประกันเดินทาง Allianz Travel แผน Samba

allianz-travel-logo

แผนยอดนิยม

Samba

ราคาเบี้ยประกัน

940 บาท

วงเงินคุ้มครอง

3 ล้านบาท

ประกัน Allianz Travel แผน Samba ให้ความคุ้มครอง 3,000,000 บาท ในราคา 940 บาท แผนที่ให้การคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุดของประกันเดินทางอลิอันซ์สำหรับเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

แผน Samba ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการเที่ยวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ไม่ต้องห่วงเรื่องการขอวีซ่า เพราะประกันนี้ช่วยให้ขอวีซ่าได้ง่ายขึ้น

ความคุ้มครอง :

คุ้มครองคุ้มค่า ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือกระเป๋าหาย แผนนี้ก็ครอบคลุมหมด รวมถึงค่ารักษาพยาบาลและความล่าช้าในการเดินทาง

ความยืดหยุ่น :

สำหรับบริษัท Allianz Travel มีแผนให้เลือกหลากหลาย ด้วยความคุ้มครองตั้งแต่ 1,000,000 ถึง 5,000,000 บาท สามารถเลือกได้ตั้งแต่ คุ้มครองการเจ็บป่วยทางการแพทย์ ไปถึงการเดินทาง ที่ครอบคลุมถึงเที่ยวบิน กระเป๋าสัมภาระ ระยะเวลาเกินทาง และคุ้มครองอุปกรณ์ตีกอล์ฟสูงถึง 20,000 บาท

เบี้ยประกันและความคุ้มค่า :

แม้จะมีความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่เบี้ยประกันของแผนนี้ก็อยู่ในระดับที่คุ้มค่า เหมาะกับนักเดินทางหลากหลายประเภท 

ประกันเดินทาง AXA แผน Platinum

AXA insurance

แผนยอดนิยม

Platinum

ราคาเบี้ยประกัน

665 บาท

วงเงินคุ้มครอง

3 ล้านบาท

ประกัน AXA แผน Platinum ให้ความคุ้มครอง 3,000,000 บาท ในราคา 665 บาท แผนที่ให้การคุ้มครองทางด้านสุขภาพ สัมภาระและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเดินทาง เช่น ไฟลท์ดีเลย์หรือยกเลิกเที่ยวบิน

หากมีเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล หากเป็นเคสแบบ IPD ที่ต้องนอนโรงพยาบาล สามารถทำเรื่องการชำระตรงระหว่างบริษัทประกัน และ โรงพยาบาลในเครื่อข่ายของ AXA ได้ โดยติดต่อ AXA Hotline ได้ตลอด 24 ชั่วโมง คิดค่าบริการตามอัตรา Roamming

ความคุ้มครอง :

สำหรับประกัน AXA คุ้มครองทั้งการเดินทาง สุขภาพและชีวิต โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน (IPD) ในเครือข่ายสถาพยาบาลแอกซ่า ทุกแผนไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก 

ความยืดหยุ่น :

ในเรื่องของค่าเบี้ยกับความคุ้มครองที่ได้รับ แผนเริ่มต้นจะ มอบความคุ้มครองชีวิต 1,000,000 บาท แต่สามารถอัปเกรดเพิ่มความคุ้มครองกรณียกเลิกการเดินทาง โดยแผน Platinum ได้ให้ความคุ้มครองสูงสุดและมากที่สุดสำหรับประกันเดินทางไปญี่ปุ่น

เบี้ยประกันและความคุ้มค่า :

เพียง 665 บาท ซื้อง่ายทางออนไลน์ รับกรมธรรม์ผ่านอีเมล คุ้มครองทันทีตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

การจัดการค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล

การจัดการค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเครือข่ายคู่สัญญาสถานพยาบาลของบริษัทผู้เอาประกันภัย เพราะบางโรงพยาบาลอาจไม่มีบริการสำรองจ่ายได้ ดังนั้น LUMA หนึ่งในบริษัทประกันภัยเดินทางที่มีบริการให้ความช่วยเหลือทางแพทย์ ขอแนะนำให้ผู้เอาประกันภัยติดต่อบริษัททุกครั้ง เพื่อตรวจสอบการสำรองจ่ายของแต่ละโรงพยาบาลที่จะเข้าทำการรับรักษา อีกทั้งเพื่อทำการนัดหมายโรงพยาบาลที่ใกล้เคียงและเหมาะสมมากที่สุด

สรุปเลือกประกันเดินทางญี่ปุ่น ที่ไหนดี

ทั้งนี้ LUMA แนะนำให้ผู้ที่สนใจซื้อประกันเดินทางสำหรับท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น พิจารณาจากความคุ้มครองที่ต้องการ หรือในบางท่านที่อยากเน้นสุขภาพมากกว่า ความคุ้มครองทางด้านเที่ยวบินหรือกระเป๋าเดินทาง อาจเลือกแผนจากบริษัทที่ให้วงเงินคุ้มครองสุขภาพที่สูงเมื่อเทียบกับความคุ้มครองทางด้านอื่นๆ หากท่านใดที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก ประกันเดินทางญี่ปุ่น ที่ไหนดี สามารถติดต่อเราเพื่อปรึกษาหรือขอคำแนะนำเพิ่มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

อ่านเพิ่มเติม:

ไปเที่ยวลาวต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เช็กลิสต์ให้ครบแล้วเดินทางเลย

บ้านพี่เมืองน้องที่คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวกันไม่น้อยสำหรับ “ลาว” หรือ สปป. ลาว ด้วยความสะดวก ง่ายดาย สื่อสารภาษากันเข้าใจง่าย วัฒนธรรมแทบไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แถมยังมีสถานที่น่าสนใจให้ได้แวะเวียนไปสัมผัสอีกมากมาย อย่างไรก็ตามด้วยการขึ้นชื่อว่าเป็นต่างประเทศยังไงก็ต้องเช็กลิสต์รายละเอียดให้ครบถ้วนสำหรับการเตรียมไปลาว เพื่อความสบายใจ ปลอดภัย และสร้างความสุขให้กับทริปนี้แบบไร้ที่ติ 

waterfall-laos

เอกสารที่ต้องเตรียมไปลาว 

ต้องขออธิบายก่อนว่าด้วยการเดินทางไปลาวสามารถทำได้หลายวิธี จึงขึ้นอยู่กับรูปแบบที่นักท่องเที่ยวเลือกด้วย อย่างไรก็ตามเอกสารเข้าลาวเบื้องต้นที่ควรมี ประกอบด้วย 

  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน) 
  • ตั๋วเครื่องบินขาเข้า-ออกลาว 
  • เอกสารการจองที่พักในลาว 
  • แผนการท่องเที่ยวลาวเบื้องต้น (ภาษาไทยก็ได้) 

การข้ามไปเที่ยวลาวสำหรับคนไทยไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่าและผลตรวจโควิดใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงใครที่ไม่มีพาสปอร์ตก็สามารถข้ามไปเที่ยวลาวได้แต่มีเงื่อนไขว่าต้องขอบัตรผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) และอยู่เฉพาะในนครหลวงเวียงจันทน์ด้วยระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน 2 คืน  

เอกสารเข้าลาว victory-gate-laos

การจองตั๋วเครื่องบิน รถทัวร์ หรือรถไฟ ข้ามไปลาว 

ด้วยการเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถเดินทางได้หลายวิธี การเลือกรูปแบบเดินทางจึงขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้ 

1. การเดินทางด้วยเครื่องบิน

ปัจจุบันสนามบินหลักของประเทศลาวคือท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต (Wattay International Airport) และท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง (Luang Prabang International Airport) มีสายการบินตรงระหว่างไทย-ลาวอยู่เยอะพอสมควร เช่น Air Asia, Thai Airways, Lao Airlines, Bangkok Airways เป็นต้น ซึ่งท่าอากาศยานในเมืองไทยที่มีไฟล์ทบินตรงไปลาว ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ซึ่งการจองตั๋วก็ทำได้ทั่วไปทั้งการจองตรงกับสายการบิน หรือจองผ่านคนกลาง 

2. การเดินทางด้วยรถไฟ

สามารถนั่งจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ไปลงยังสถานีหนองคายได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-10 ชั่วโมง มีทั้งแบบรถนอนแอร์ รถไฟนอนชั้น 1 และรถพัดลมปกติ เมื่อถึงสถานีหนองคายให้ทำเรื่องผ่านแดนแล้วนั่งรถไฟสายหนองคาย ท่านาแล้ง ไปลงยังฝั่งลาวได้เลย การจองตั๋วรถไฟสามารถซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือซื้อที่สถานีก็ได้เช่นกัน ส่วนรถไฟที่เข้าลาวให้ซื้อที่สถานีหนองคายได้เลย 

3. การเดินทางด้วยรถบัส

อีกวิธียอดนิยมในการไปเที่ยวลาวคือการเดินทางด้วยรถบัส ซึ่งมีหลายด่าน หลายเส้นทางให้เลือกขึ้นอยู่กับความสะดวกหรือจุดหมายปลายทางของแต่ละคน ดังนี้ 

  • กรุงเทพฯ เวียงจันทน์ (เส้นทางหนองคาย – เวียงจันทน์) 
  • กรุงเทพฯ – ปากเซ (เส้นทางช่องเม็ก อุบลราชธานี)  
  • หนองคาย เวียงจันทน์ 
  • อุดรธานี – เวียงจันทน์ 
  • อุบลราชธานี – ปากเซ 
  • มุกดาหาร สะหวันนะเขต 
  • ขอนแก่น – เวียงจันทน์ 
  • นครพนม – ท่าแขก 
  • เชียงใหม่ – หลวงพระบาง 
  • เลย – หลวงพระบาง 
  • เชียงราย – บ่อแก้ว 
  • น่าน – ไชยะบุรี – หลวงพระบาง 
  • อุดรธานี – หนองคาย วังเวียง 

การซื้อตั๋วสามารถซื้อกับบริษัทรถทัวร์ได้โดยตรง หรือจะซื้อที่สถานีขนส่งต้นทางก็ได้เช่นกัน แต่แนะนำให้มีพาสปอร์ตเพื่อความสะดวก ไม่ต้องทำเรื่องขอบัตรผ่านแดนชั่วคราว 

นอกจากนี้การเดินทางไปเที่ยวลาวยังสามารถใช้รถยนต์ไทยได้ แต่มีเงื่อนไขเบื้องต้นคือ ต้องเป็นรถที่ผ่อนหมดแล้ว มีเล่มรถถูกต้อง ทำพาสปอร์ตรถเล่มสีม่วง มีใบขับขี่แบบ Smartcard หรือใบขับขี่สากล ป้ายทะเบียนรถระหว่างประเทศ เป็นต้น 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ประเภทที่พักในลาวและวิธีจอง 

เรื่องที่พักในลาวก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภทอยู่ที่ความต้องการของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก หากใครเน้นราคาประหยัด สไตล์ Backpacker จะเลือกนอนแบบเกสต์เฮ้าส์ ห้องน้ำรวม ห้องนอนรวมก็ได้ อยากพักดีขึ้นมาอีกเล็กน้อยแนะนำเป็นโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ซึ่งมีอยู่ตามเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ส่วนคนเน้นอยู่สบาย ได้ความสะดวกครบครันจะพักโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ก็ไม่มีปัญหา การจองสามารถจองตรงกับทางที่พักหรือจองผ่านคนกลาง เว็บตัวแทนก็ได้เช่นกัน แต่แนะนำให้เลือกเว็บน่าเชื่อถือเท่านั้น 

สิ่งอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปลาว 

การเตรียมไปลาวนอกจากเอกสารเข้าลาวที่มีความสำคัญ รวมถึงวิธีเดินทางรูปแบบต่าง ๆ และการจองที่พัก ยังมีสิ่งอื่นที่ต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อความสบายใจ เที่ยวได้แบบมีความสุข สร้างความประทับใจตลอดทริปอีกด้วย 

1. ซิมมือถือ

หากข้ามไปลาวซิมมือถือที่แนะนำจะมี 2 ค่ายหลัก ได้แก่ Unitel และ Lao Telecom สามารถเลือกตามแพ็คเกจหรือความเหมาะสมในการใช้งานกันได้เลย โดยสามารถซื้อแล้วไปรับที่ปลายทางได้ แต่ถ้าใครเน้นความสะดวกจะเลือกซื้อแพ็คเกจจากซิมมือถือค่ายที่ตนเองใช้อยู่ในเมืองไทยแบบเปิด Roaming ก็ไม่มีปัญหา รวมถึงการพกพา Pocket Wi-Fi ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน 

2. การเตรียมเงินสด บัตรเครดิต บัตรเดบิต

ปัจจุบันลาวได้ยกเลิกการใช้เหรียญ ซึ่งการข้ามไปเที่ยวลาวคุณสามารถใช้ได้ทั้งเงินกีบ หรือ LAK (สกุลเงินของลาว) เงินบาทไทย และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นแบบธนบัตรเท่านั้น ส่วนบัตรเครดิต บัตรเดบิต ก็สามารถใช้ได้ตามปกติกับร้านที่รับ ทั้งนี้แนะนำให้ใช้บัตรที่มีแคมเปญรูดจ่ายหรือกดเงินต่างประเทศแบบไม่เสียค่าธรรมเนียมจะช่วยประหยัดได้อีกเยอะพอควรเลยทีเดียว 

3. การเดินทางในลาว

สำหรับการเดินทางในลาวส่วนใหญ่จะใช้วิธีนั่งรถบัส รถประจำทาง แท็กซี่ การเช่าไกด์พร้อมคนขับรถเที่ยว รวมถึงการเช่ารถทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ขับขี่ด้วยตนเอง ขึ้นอยู่กับความสะดวกของนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้เลย 

4. ปลั๊กไฟลาว

สำหรับเรื่องของปลั๊กไฟในลาวใช้แบบเดียวกับไทยทั้งเต้ารับและปลั๊กเสียบ นั่นคือปลั๊กแบบ Type B แบบ 3 ขา โดย 2 ขาเป็นแบบแบน มีรูขนาดเล็กตรงปลาย อีกขาเดี่ยวเป็นแบบกลมสำหรับใช้งานสายดิน กระแสไฟแบบ 220V 50Hz จึงไม่จำเป็นต้องเตรียม Universal Adaptor ไปให้ยุ่งยาก ยกเว้นใครอยากเตรียมปลั๊กพ่วงเพื่อเพิ่มจำนวนรูปลั๊กในการใช้งานก็ตามสะดวก 

waterfall-bridge-laos

แนะนำแผนการท่องเที่ยวลาว 

เมื่อเช็กข้อมูลการเตรียมไปลาวครบถ้วนแล้วก็มาถึงแผนการท่องเที่ยวที่อยากบอกต่อสำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าควรแวะเวียนไปสัมผัสกับความสวยงามในประเทศลาวที่ไหนบ้าง บอกเลยแต่ละแห่งน่าประทับใจ งดงามสุด ๆ จัดลิสต์ลงแพลนกันได้ทันที 

1. ประตูชัย (Patuxay Monument)

หรือ ปะตูไช สัญลักษณ์เด่นใจกลางกรุงเวียงจันทน์ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหล่าผู้กล้าที่เคยร่วมรบยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังบ่งบอกถึงการประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส หามุมสวยถ่ายรูปกันได้เลย บริเวณรอบ ๆ ยังมีต้นไม้ให้ความร่มรื่นอีกด้วย 

2. พระธาตุหลวง (Pha That Luang)

หรือ พระเจดีย์โลกะจุฬามณี ตั้งอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ ศาสนสถานชื่อดังและเป็นสถานที่เคารพศรัทธาของพี่น้องชาวลาวมาอย่างยาวนาน ตามประวัติศาสตร์บอกเล่าต่อกันมาว่าพระธาตุหลวงแห่งนี้สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างกรุงเวียงจันทน์ จึงควรค่ากับการแวะไปกราบไหว้พร้อมชมความงดงามอย่างยิ่ง 

3. น้ำตกตาดกวางสี (Kuang Si Waterfall)

ตั้งอยู่ในเมืองหลวงพระบาง สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความงดงามและสวยสุดของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ แบ่งออกทั้งหมด 4 ชั้น ระดับความสูงประมาณ 75 เมตร โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันแสนร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง 

4. บลู ลากูน (Blue Lagoon)

ตั้งอยู่ในวังเวียง สระน้ำสีฟ้าครามเกิดจากธรรมชาติ ความใสดุจคริสตัลสะท้อนแสงจนแทบจะมองเห็นผืนดินด้านล่าง อีกทั้งด้านข้างยังมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาซึ่งสามารถไต่ขึ้นไปบนเชือกแล้วกระโดดลงมาสร้างความสนุกสนานได้อีกด้วย 

5. หอพระบาง Haw Pha Bang

ปิดท้ายกับอีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่บริเวณพระราชวังหลวงพระบาง ภายในประดิษฐาน “พระบาง” ให้ได้กราบสักการะบูชา รวมถึงยังมีพระนาคปรก สลักบนศิลา 4 ชิ้น และกลองโบราณให้ได้ชมความงดงามอีกด้วย 

สรุป 

การเตรียมไปลาว สิ่งสำคัญมากที่สุดอย่าลืมเอกสารเข้าลาวอย่างพาสปอร์ต และรายละเอียดต่าง ๆ ที่บอกไปไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ซิมมือถือ ปลั๊กไฟ รวมถึงแม้จะไปใกล้ ๆ แค่ลาวแต่ประกันเดินทางยังคงมีความสำคัญเสมอ จึงขอแนะนำ ประกันเดินทางลาว จาก LUMA ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ราคาเริ่มต้นเบา ๆ เพียง 199 บาท พร้อมแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท รวมการคุ้มครองจากเชื้อโควิด-19 บริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชม. จัดกระเป๋าแล้วไปเที่ยวกันเลย 

หลังจากเตรียมเอกสารการเดินทางครบถ้วนแล้ว อย่าลืมสำรวจ อาหารสตรีทฟู้ดในลาว ที่น่าสนใจ เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง อ่านเพิ่มเติม

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว