ไปเที่ยวฮ่องกง เตรียมอะไรบ้าง เตรียมให้พร้อมแล้วไปเที่ยวกันเลย!

“ฮ่องกง” หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปมากที่สุด โดดเด่นด้วยอาหารอันแสนอร่อย แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ สวนสนุกระดับโลก และความสวยงามอีกนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตามยังคงมีหลายคนสงสัยกันอยู่โดยเฉพาะใครวางแผนอยากเที่ยวฮ่องกงครั้งแรกนั่นคือ เตรียมไปฮ่องกงต้องมีอะไรบ้าง ลองเช็กข้อมูลเหล่านี้แล้วลากกระเป๋าตะลุยกันได้เลย! 

เอกสารเข้าฮ่องกง

เอกสารที่ต้องเตรียมเข้าฮ่องกง 

ทุกการเดินทางไปต่างประเทศเรื่องเอกสารเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะสามารถบ่งบอกได้ระดับหนึ่งเลยว่าคุณมีโอกาสผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและได้ท่องเที่ยวตามปรารถนาของตนเองหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันเอกสารเข้าฮ่องกงที่ต้องใช้ประกอบไปด้วย 

  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน 
  • ตั๋วเครื่องบินขาเข้าและออกฮ่องกง 
  • ใบจองที่พัก โรงแรม ตลอดระยะเวลาที่พำนักอาศัย 
  • แผนการท่องเที่ยวเบื้องต้น (ภาษาอังกฤษ) หากถูก ตม. ร้องขอ 

ปัจจุบันการไปเที่ยวฮ่องกงสำหรับคนไทยไม่ต้องใช้วีซ่า และไม่ต้องมีการแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิดใด ๆ แล้ว หากเอกสารเข้าฮ่องกงทุกอย่างครบถ้วนโดยเฉพาะพาสปอร์ต ก็สามารถท่องเที่ยวได้ทันที 

การจองตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกง 

ด้วยระยะการเดินทางจากประเทศไทยถึงฮ่องกงใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเศษ จึงมีเที่ยวบินตรงจากสายการบินจำนวนมากให้ได้เลือกตามความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคนเพื่อเดินทางลงยังท่าอากาศยานนานาชาติเช็กแลปก๊อก (Chek Lap Kok International Airport) เช่น Air Asia, Thai Airways, Cathay Pacific, Emirates, Hongkong Airlines, HK Express Airways, Greater Bay Airlines เป็นต้น ขณะที่สนามบินในเมืองไทยที่มีไฟล์ทบินตรงไปฮ่องกง ได้แก่ 

  • ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ 
  • ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง 
  • ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ 
  • ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต 

ซึ่งการจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวฮ่องกงสามารถเลือกได้หลายวิธีทั้งการจองตรงผ่านสายการบิน หรือการจองกับตัวแทนขายตั๋วโดยสารต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ต้องเช็กข้อมูลให้ดีว่าตัวแทนดังกล่าวน่าเชื่อถือ ดำเนินการจองให้จริง มีชื่อตนเองเป็นผู้โดยสารบนไฟล์ทบินดังกล่าว 

ประเภทที่พักในฮ่องกงและวิธีจอง 

ในส่วนของที่พักฮ่องกงก็มีด้วยกันหลายประเภทขึ้นอยู่กับความต้องการของนักท่องเที่ยว หากเน้นราคาประหยัดมากก็สามารถเลือกกลุ่มเกสต์เฮาส์หรือที่นอนแคปซูล มีพื้นที่ส่วนตัวเล็ก ๆ ในการนอนและส่วนใหญ่จะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกับผู้อื่น เช่น ห้องน้ำ แต่ถ้าใครอยากพักแบบสบายมากขึ้นจ่ายเงินเพิ่มแต่ได้ความส่วนตัวแนะนำเป็นโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ขณะที่คนต้องการสัมผัสความหรูหรา มีระดับ ก็จะแลกด้วยค่าค่าใช้จ่ายอันแสนแพงของที่พักฮ่องกง 4-5 ดาว 

วิธีจองที่พักฮ่องกงก็สามารถทำได้คล้ายกับการจองตั๋วเครื่องบิน นั่นคือเลือกจองกับทางโรงแรมโดยตรง หรือการจองกับตัวแทนรับจองที่พักต่าง ๆ ซึ่งอย่าลืมเช็กรายละเอียดให้ครบถ้วน เลือกจองผ่านตัวแทนที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัย ห้องพักตรงปก ไม่ถูกหลอกให้จ่ายเงินฟรี แถมยังต้องเสียเวลาหาที่พักใหม่ 

เอกสารเข้าฮ่องกง

สิ่งอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมเมื่อจะบินไปฮ่องกง 

หลังจากเช็กข้อมูลเบื้องต้นเมื่อต้องเตรียมไปฮ่องกงไม่ว่าจะเป็นเอกสารเข้าฮ่องกง การจองตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก ก็ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องเตรียมตนเองให้พร้อมเพื่อทริปการเดินทางของคุณจะราบรื่น ไร้ปัญหากวนใจ เที่ยวได้สนุกตามแผนที่คาดหวังเอาไว้ 

1. ซิมมือถือ

ปัจจุบันการติดต่อโดยใช้อินเทอร์เน็ตคือสิ่งจำเป็น นักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวฮ่องกงจึงต้องเตรียมการเรื่องนี้ให้ดี สามารถเลือกได้ทั้งการซื้อซิมฮ่องกงแพ็คเกจสำหรับท่องเที่ยวซึ่งมีตัวเลือกหลายเจ้า เช่น Discover Hong Kong Tourist มีทั้งแบบซื้อแล้วไปรับสนามบินฮ่องกง รับที่สนามบินต้นทาง ไปจนถึงการใช้ซิมท่องเที่ยวที่ขายโดยผู้ให้บริการเมืองไทย หรือใครอยากเน้นความสะดวกจะซื้อแพ็คเกจ Roaming ของเครือข่ายที่ตนเองใช้อยู่ และการซื้อ Pocket Wi-Fi ก็ตามสะดวกเลย 

2. การเตรียมเงินสด บัตรเครดิต บัตรเดบิต

สกุลเงินของประเทศฮ่องกงคือ ดอลลาร์ฮ่องกง หรือ HKD แนะนำให้พกเป็นเงินสดจำนวนหนึ่งโดยแลกไว้จากเมืองไทยก่อนเดินทางจะได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า ขณะที่ใครเลือกใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต ต้องเลือกประเภทบัตรที่มีแคมเปญใช้งานสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อให้ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดี ไม่มีค่าธรรมเนียมทั้งการใช้รูดและการกดเงินสดต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นคุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมแพงมาก 

3. บัตรเดินทางในฮ่องกง

อีกข้อสำคัญในการเตรียมไปฮ่องกงนั่นคือบัตรโดยสารหรือบัตรเดินทางขนส่งสาธารณะบนเกาะฮ่องกง ซึ่งมีด้วยกันหลายรูปแบบ ดังนี้

3.1 บัตร Octopus  

ได้รับความนิยมมากสุดเพราะใช้งานได้ทั้งกับรถไฟฟ้าใต้ดิน รถประจำทาง รถราง เรือ รวมถึงใช้จ่ายกับร้านค้าต่าง ๆ ซื้อตั๋วภาพยนตร์ จ่ายค่าเข้าที่เที่ยว และอื่น ๆ แทบทุกอย่าง จะแบ่งเป็นแบบ 

  • บัตรเช่า (On-Loan Octopus Card) ราคาเริ่มต้น 150 HKD (แบ่งเป็นมัดจำ 50 HKD) รับมัดจำคืนได้ตอนเดินทางกลับโดยหักค่าบัตร 9 HKD  
  • บัตรแบบซื้อ (Sold Tourist Octopus Card) เสียค่าบัตร 39 HKD คืนบัตรไม่ได้ (เก็บไว้เป็นที่ระลึกแทน

3.2 บัตร Airport Express Travel Pass 

ใช้ได้กับรถไฟใต้ดินทุกสายยกเว้นไปเซินเจิ้น ประเทศจีน และรถบัสได้ 3 วัน ตั้งแต่ขบวนแรกถึงขบวนสุดท้าย แบ่งออกเป็น 2 แบบ 

  • Airport Express เที่ยวเดียว 250 HKD 
  • Airport Express 2 เที่ยว ราคา 350 HKD

3.3 บัตร Tourists Cross-Boundary Travel Pass 

บัตรเดินทางสำหรับคนข้ามไปประเทศจีน แต่จะใช้งานกับสถานี Lo Wu Station และ Lok Ma Chau Station เพื่อข้ามไปยังเซินเจิ้น 2 เที่ยว และใช้ได้กับทุกสายยกเว้น Airport Express แบ่งออกดังนี้ 

  • แบบ 1 วัน ใช้ได้จนถึงรถไฟเที่ยวสุดท้ายวันถัดไป ราคา 100 HKD 
  • แบบ 2 วัน ใช้ได้จนถึงรถไฟเที่ยวสุดท้ายอีก 2 วันถัดไป ราคา 140 HKD

3.4 บัตร MTR Tourist Day Pass 

บัตรเหมาใช้กับรถไฟใต้ดินและรถบัสแบบไม่จำกัด 1 วัน ยกเว้นสาย Airport Express และสายข้ามไปเมืองจีน แบ่งออก ดังนี้ 

  • Adult Tourist Day Pass สำหรับอายุ 11 ปีขึ้นไป ราคา 65 HKD 
  • Child Tourist Day Pass สำหรับอายุ 3-11 ปี ราคา 30 HKD

3.5 ใช้บัตรเครดิต / บัตรเดบิต ชำระค่าเดินทาง หรือซื้อตั๋ว MTR แบบเที่ยวเดียว

4. ปลั๊กไฟฮ่องกง

ปลั๊กไฟฮ่องกงจะเป็นแบบ UK คือ ปลั๊ก 3 ขาสี่เหลี่ยมหนา (รูที่ 3 สำหรับเสียบสายดิน) รูไม่เป็นหลุมลึก ซึ่งต่างกับเมืองไทย ดังนั้นต้องเตรียม Universal Adapter หรือหัวแปลงปลั๊กไฟฟ้าติดกระเป๋าเดินทางไปด้วยเสมอ ขณะที่กระแสไฟใช้แบบ 220-240 V. 50 Hz ซึ่งเหมือนกับบ้านเรา 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

แนะนำแผนการท่องเที่ยวฮ่องกง 

นอกจากการเตรียมไปฮ่องกงจากข้อมูลที่ให้ไว้แบบครบถ้วนแล้ว การรู้แผนท่องเที่ยวบนเกาะแห่งนี้จะช่วยเปิดทริปแห่งความสุขให้คุณได้มากขึ้นกว่าเดิม ใครยังไม่แน่ใจว่าควรไปที่ไหนบ้าง นี่คือตัวเลือกที่เที่ยวฮ่องกงยอดฮิตใส่ในแพลนไว้ได้เลย

1. Ngong Ping 360 และ Tian Tan Buddha Statue

ข้ามกระเช้านองปิง 360 ชมวิวแบบ 360 องศา เหนือเกาะฮ่องกงไปยังวัดโป๋หลินกราบไหว้พระพุทธรูปเทียนถาน หรือพระใหญ่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงบนฝั่งเกาะลันเตา และยังได้เดินเที่ยวเล่นบริเวณหมู่บ้านซื้อของที่ระลึก หาของอร่อยทานกันอีกด้วย

2. Victoria Peak

นั่งรถรางขึ้นไปชมความสวยงามของยอดเขาสูงสุดบนเกาะฮ่องกง มองเห็นอ่าววิคตอเรียและเมืองแบบสุดลูกหูลูกตา ยิ่งช่วงเย็นดวงอาทิตย์กำลังตกดินจัดเป็นไฮไลต์ที่ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง สวยงาม น่าประทับใจมาก

3. Hong Kong Disneyland

สวนสนุกธีมดิสนีย์หนึ่งในที่เที่ยวฮ่องกงยอดฮิต สัมผัสกับโซนต่าง ๆ อัดแน่นไปด้วยเครื่องเล่นสุดสนุก รวมถึงยังมีการแสดงจากเหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์ยกพลมาสร้างความสุข การแสดงโดรน และพลุอันแสนงดงามเกินบรรยายอีกด้วย

4. Kwun Yam Shrine Repulse Bay

ศาลเจ้าแม่กวนอิม ริมอ่าวรีพัลส์เบย์ สถานที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมซึ่งเชื่อว่าขอสิ่งใดก็สมปรารถนา รวมถึงยังมีองค์เทพอื่น ๆ เช่น เจ้าแม่ทับทิม พระสังกัจจายน์ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย สะพานอายุยืน ให้ได้กราบไหว้ขอพรตามความเชื่อชาวจีน

4. Tsim Tsa Tsui

ช้อปปิ้งแบรนด์เนม ของฝาก ของที่ระลึก รวมถึงหาของอร่อยทานกันแบบจุใจในย่านจิมซาจุ่ย ย่านที่มีชื่อเสียงมากบนเกาะฮ่องกง จัดเต็มแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเอาไว้แบบครบถ้วน บอกเลยสายช้อปไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 

สรุป 

การเตรียมไปฮ่องกงสิ่งต้องมีประกอบไปด้วย  เอกสารเข้าฮ่องกงทั้งหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) อายุมากกว่า 6 เดือน ตั๋วเครื่องบิน เอกสารการจองโรงแรม แผนการท่องเที่ยวเบื้องต้น เตรียมซื้อซิมมือถือหรือ Roaming เพื่อใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ เตรียมเงินให้เพียงพอ ซื้อบัตรการเดินทางที่เหมาะกับตนเอง เหนือสิ่งอื่นใด “ประกันเดินทาง” ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรซื้อเอาไว้ด้วยเช่นกันเพื่อความสบายใจ จึงขอแนะนำ ประกันเดินทางไปฮ่องกง จาก LUMA ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ กับราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท พร้อมแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท ให้ความคุ้มครองจากเชื้อโควิด-19 มีบริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชม. บินเที่ยวที่ไหนก็หายห่วงแน่นอน 

อ่านเพิ่มเติม:

ไปเที่ยวเวียดนาม ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เช็กให้ครบแล้วบินกันเลย

“เวียดนาม” หนึ่งในประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยจุดเด่นสำคัญทั้งเรื่องความสะดวก ใช้เวลาบินประมาณ 1.30 ชั่วโมง บวกกับธรรมชาติสดใหม่ ผู้คนน่ารัก อาหารน่าลอง และอีกมากมาย แต่สำหรับใครที่วางแผนอยากไปเที่ยวเวียดนามครั้งแรก แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมตนเองยังไงบ้าง ลองมาเช็กลิสต์การเตรียมไปเวียดนามแบบครบถ้วนทุกเรื่อง นอกจากผ่าน ตม. ได้อย่างง่ายดาย ยังเที่ยวสนุก สร้างความประทับใจแบบไม่รู้ลืมอีกด้วย! 

ฮานอย เวียดนาม

เอกสารที่ต้องเตรียมไปเวียดนาม

เริ่มต้นกันด้วยเอกสารเข้าเวียดนามที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจะต้องจัดเตรียมให้พร้อม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบและส่งกลับประเทศจากด่านตรวจคนเข้าเมือง ประกอบไปด้วย 

  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน 
  • ตั๋วเครื่องบินขาเข้าและออกเวียดนาม 
  • ใบจองที่พัก โรงแรม ตลอดระยะเวลาที่พำนักอาศัย 
  • แผนการท่องเที่ยวเบื้องต้น (ภาษาอังกฤษ) หากถูก ตม. ร้องขอ 

ทั้งนี้ปัจจุบันการไปเที่ยวเวียดนามสำหรับคนไทยไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่า และไม่ต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิดใด ๆ แล้ว หากเตรียมเอกสารเข้าเวียดนามได้ครบถ้วนตามที่ระบุก็พร้อมเที่ยวกันเลย 

การจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเวียดนาม

ด้วยประเทศเวียดนามมีหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามเหนือ เวียดนามกลาง และเวียดนามใต้ ดังนั้นก่อนจองตั๋วเครื่องบินจึงต้องรู้ว่าจะเดินทางไปยังจุดใด ซึ่งหลัก ๆ แล้วสนามบินเวียดนามที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมจะประกอบไปด้วย 

  • ท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย (Noi Bai International Airport) ฮานอย เวียดนามเหนือ 
  • ท่าอากาศยานนานาชาติดานัง (Da Nang International Airport) ดานัง เวียดนามกลาง 
  • ท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต (Tan Son Nhat International Airport) โฮจิมินห์ ซิตี้ เวียดนามใต้ 

 

ส่วนสายการบินจากเมืองไทยที่บินตรงไปยังสนามบินต่าง ๆ ในประเทศเวียดนามก็มีอยู่เยอะมาก สามารถเลือกไฟล์ทที่ตอบโจทย์การเดินทางของตนเองได้เลย เช่น Air Asia, VietJet Air, Thai Airways, Vietnam Airlines, Viettravel Airlines, Bangkok Airways เป็นต้น 

ขณะที่การจองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามสามารถเลือกได้ตามความสะดวกของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นการจองตรงกับสายการบิน การจองผ่านบริษัทคนกลาง แต่ทั้งนี้ต้องเลือกให้รอบคอบ ใช้บริการเฉพาะคนกลางที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น 

ประเภทที่พักในเวียดนามและวิธีจอง 

สำหรับประเภทของที่พักเวียดนามก็ไม่ได้ต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักท่องเที่ยวว่าชื่นชอบแบบไหน มีงบเท่าไหร่ หรือบริเวณที่ต้องการพักมีลักษณะห้องพักแบบใด หากคุณต้องการที่พักเวียดนามราคาถูกก็จะจำกัดอยู่ในหมวดของเกสต์เฮ้าส์ซึ่งมีทั้งแบบการให้ห้องน้ำรวม การนอนรวม (ราคาถูกมาก) หรือนอนห้องส่วนตัว มีห้องน้ำส่วนตัวแต่ขนาดเล็ก 

ใครอยากพักระดับดีขึ้นมาสักนิดก็เลือกเป็นโรงแรมเกรด 2-3 ดาว สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานมีให้ เช่น เครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำในตัว อาหารเช้า เป็นต้น ส่วนคนที่เน้นอยู่สบายที่เวียดนามก็มีโรงแรมหรูระดับ 4-5 ดาว ให้ได้จองเช่นกัน แต่ส่วนมากมักอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น ฮานอย โฮจิมินห์ ซิตี้ และดานัง  

วิธีจองที่พักเวียดนามสามารถจองได้ตรงกับทางที่พักผ่านช่องทางหลัก เช่น เว็บไซต์ Social Media หรือจะจองผ่านตัวแทนต่าง ๆ ที่หลายคนคุ้นเคยกันดีก็ตามสะดวก ระบุวันเข้าพักให้ชัดเจน ถูกต้อง ป้องกันความผิดพลาดจะได้ไม่เสียเงินเพิ่มโดยใช่เหตุ 

travel vietnam

สิ่งอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมก่อนไปเที่ยวเวียดนาม 

ข้อมูลหลัก ๆ ในการเตรียมไปเวียดนามที่ระบุไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะเอกสารเข้าเวียดนามอย่าง Passport อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งอื่นเพิ่มเติมซึ่งนักท่องเที่ยวควรเตรียมให้พร้อมเพื่อทริปอันแสนพิเศษ สนุกได้ตั้งแต่เริ่มเดินทางจนถึงวันกลับ ดังนี้ 

1. ซิมมือถือ

ด้วยยุคนี้การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญมาก การซื้อซิมเวียดนามเพื่อเตรียมไปเวียดนามจึงขาดไม่ได้เป็นอันขาด ปัจจุบันซิมการ์ดเวียดนามสำหรับนักท่องเที่ยวก็มีอยู่หลายเจ้ามาก เช่น Vinaphone, Viettel ซึ่งการซื้อสามารถซื้อได้ทั้งตัวแทนขาย คนกลางในเมืองไทยแล้วไปรับที่สนามบินปลายทาง (ระบุสนามบินตอนจองซื้อให้ถูกต้อง) หรือใครจะไปซื้อที่สนามบินปลายทางเลยก็มีให้เลือกด้วยเช่นกัน 

อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ไม่สะดวกเปลี่ยนหรือถอดซิมมือถือ เน้นความสะดวก ลงเครื่องแล้วใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันทีก็สามารถเลือกใช้บริการ Roaming จากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเมืองไทยที่ตนเองเป็นลูกค้าอยู่ หรือจะซื้อ Pocket Wi-Fi ไปใช้งานก็ตามสะดวกเลย 

2. การเตรียมเงินสด บัตรเครดิต และบัตรเดบิต

สำหรับสกุลเงินที่ใช้ในเวียดนามจะเรียกว่า เงินดอง (VND) ซึ่งที่ประเทศเวียดนามร้านค้าทั่วไป หรือร้านสตรีทฟู้ดจะยังนิยมรับเป็นเงินสด จึงควรคำนวณเงินที่จะใช้แต่ละวันให้ดีแล้วแลกให้เรียบร้อย ขณะที่บัตรเครดิต และบัตรเดบิตต่าง ๆ สามารถใช้งานได้กับร้านค้าขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โรงแรม ที่พัก ห้างสรรพสินค้า ซึ่งขอแนะนำให้เลือกบัตรที่มีแคมเปญใช้จ่ายต่างประเทศไม่เสียค่าธรรมเนียมจะดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นรูดซื้อสินค้าหรือกดเงินสดก็ตาม 

3. การเดินทางในเวียดนาม

ปัจจุบันเวียดนามยังไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน การเดินทางในเมืองใหญ่จึงนิยมใช้รถโดยสารขึ้น-ลงตามป้ายรถประจำทาง ส่วนใครเน้นความสะดวก รวดเร็ว เดินทางง่าย แต่จะเสียเงินแพงกว่าเล็กน้อยสามารถใช้บริการแท็กซี่ รวมถึงแอปพลิเคชัน Grab ก็ได้เช่นกัน รวมถึงเวียดนามยังมีบริการนำเที่ยวพร้อมคนขับรถซึ่งคนขับจะพาคุณไปตามสถานที่ที่กำหนดหรือคุณร้องขอให้แบบครบถ้วน 

ส่วนการเดินทางไปต่างเมืองจะมีด้วยกัน 3 รูปแบบ ได้แก่ การเดินทางด้วยรถไฟ การเดินทางด้วยรถบัส และการเดินทางด้วยเครื่องบิน หรือใครสะดวกเช่ารถขับก็สามารถเลือกตามความต้องการของตนเองได้เลย แต่แอบกระซิบนิดว่าในเมืองหลวงจะมีรถมอเตอร์ไซค์เยอะมากต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ  

4. ปลั๊กไฟเวียดนาม

เรื่องของปลั๊กเวียดนามขอบอกว่าสบายใจหายห่วงได้เลย เพราะที่นั่นเขาใช้ปลั๊กไฟแบบเดียวกับบ้านเรานั่นคือปลั๊กแบนแบบ 2 ขา เต้าเสียบ 2 รู ขนาดเท่ากัน จะเสียบแบตมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ไดร์เป่าผม ที่หนีบผม หรืออื่น ๆ ก็ง่ายดายไม่ต้องมีหัว Adaptor แต่ถ้าใครกลัวใช้งานไม่พอจะพกปลั๊กพ่วงไปด้วยก็ตามสะดวกเลย 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

แนะนำที่ท่องเที่ยวเวียดนาม 

เมื่อการเตรียมไปเวียดนามพร้อมทุกอย่างแล้วก็ถึงเวลาวางแผนท่องเที่ยวเพื่อความสนุกและตอบโจทย์ทริปอันแสนพิเศษ ซึ่งอย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่าเวียดนามมีอยู่หลายพื้นที่ จึงขอแนะนำสถานที่เที่ยวตามเมืองดัง ๆ ให้ได้รู้จักกันเลย 

1. วัดหงอกเซิน (Den Ngoc Son) เมืองฮานอย

วัดเก่าอายุกว่า 300 ปี อยู่บนเกาะเล็ก ๆ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ ต้องเดินข้ามสะพานไม้สีแดงชื่อ สะพานเทฮุก (สะพานแสงอาทิตย์) วิวโดยรอบสวยงาม และยังได้กราบไหว้ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตด้วย 

2. อ่าวฮาลองเบย์ (Halong Bay) เมืองฮาลอง

ห้ามพลาดกิจกรรมล่องเรือในอ่าวฮาลองเบย์ชมวิวทิวทัศน์อันแสนงดงามของเกาะหินปูนจำนวนมาก มีขนาดแตกต่างกันออกไป รวมถึงยังมีถ้ำสวรรค์และถ้ำนางฟ้าให้ชื่นชมความแปลกตาด้วย หรือใครอยากนั่ง Cable Car ข้ามอ่าวไปยังสวนสนุก Sun World Halong Park ก็ได้วิวมุมสูงน่าประทับใจมาก 

3. บานาฮิลล์ (Ba Na Hills) เมืองดานัง

เมืองแห่งเทพนิยายฝรั่งเศสตั้งอยู่บนภูเขาสูง ต้องใช้การนั่งกระเช้าขึ้นไปประมาณ 40 นาที ระยะทางราว 5,801 เมตร วิวระหว่างทางสวยงามเกินบรรยาย ด้านบนมีกิจกรรมให้ทำเพียบโดยเฉพาะสวนสนุก Ba Na Hills Suns World Fantasy Parks รวมถึงถ่ายรูปสวย ๆ ที่ Golden Bridge 

4. ตลาดเบนถัน (Ben Thanh Market) เมืองโฮจิมินห์

สายช้อป ชอบความคลาสสิกต้องไม่พลาดเดินหาของอร่อย ของฝาก เสื้อผ้า งานแฮนด์เมด ไปจนถึงสินค้าพื้นเมืองจากเวียดนามได้ที่นี่ มีครบจบในตลาดเดียว โดยเฉพาะคอกาแฟไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงกับเมล็ดกาแฟหลากสายพันธุ์ 

5. เมืองฮอยอัน (Hoi An)

เมืองเล็ก ๆ ทางตอนกลางของประเทศในเขตจังหวัดกว๋างนาม ถูกยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกกับอาคารบ้านเรือนสีเหลืองสไตล์เวียดนามที่ยังคงเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีอาหารแสนอร่อยและกิจกรรมให้ทำเยอะมาก

สรุป 

การเตรียมไปเวียดนามสิ่งสำคัญสุดคือ เอกสารเข้าเวียดนามอย่างพาสปอร์ต ส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตจะเลือกซื้อซิมมือถือ Roaming หรือ Pocket Wi-Fi ก็ได้ทั้งหมด แนะนำให้พกเงินสดมากกว่ารูดบัตร และการเดินทางมีทั้งรถประจำทาง แท็กซี่ Grab หรือซื้อทัวร์พร้อมคนขับก็สะดวกมาก เหนือสิ่งอื่นใดไม่ว่าจะเที่ยวเวียดนามเมืองไหนประกันเดินทางเวียดนามต้องมีติดตัวไว้เสมอ จึงขอแนะนำ ประกันเดินทางต่างประเทศ จาก LUMA ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท และยังมีแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท คุ้มครองจากเชื้อโควิด-19 มีบริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชม. ไปเวียดนามสบายใจ เที่ยวได้แบบเต็มพิกัด

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในเวียดนาม:

ไปไต้หวัน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เกาะไต้หวัน อีกจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางมากด้วยความครบถ้วนทั้งการไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาหารการกินแสนอร่อย และที่เที่ยวสวย ๆ อีกมากมาย ซึ่งใครที่วางแผนจัดทริปก็ต้องรู้ด้วยว่าเตรียมไปไต้หวันมีสิ่งไหน เรื่องอะไรบ้าง เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ตะลุยเที่ยวอย่างสบายใจ สนุก ประทับใจแบบไม่รู้ลืมแน่นอน! 

taiwan-train-bridge

เอกสารที่ต้องเตรียมไปไต้หวัน 

สิ่งแรกในการเตรียมไปไต้หวันนั่นคือ เอกสารเข้าไต้หวัน เพื่อให้มั่นใจว่าหลังลงจากเครื่องบิน ณ สนามบินปลายทางแล้วจะสามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแบบไม่มีปัญหาอื่นใด ซึ่งเอกสารประกอบไปด้วย 

  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน 
  • ตั๋วเครื่องบินขาเข้าและออกไต้หวัน 
  • เอกสารการจองที่พัก โรงแรม ตลอดระยะเวลาที่พำนักอาศัย 
  • แผนการท่องเที่ยวเบื้องต้น (ภาษาอังกฤษ) หากถูก ตม. ร้องขอ 

ซึ่งปัจจุบันการไปเที่ยวฮ่องกงสำหรับคนไทยไม่ต้องใช้วีซ่า และไม่จำเป็นต้องมีการแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิดใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่เตรียมเอกสารเข้าไต้หวันให้ครบถ้วนก็พร้อมเที่ยวกันเลย 

การจองตั๋วเครื่องบินไต้หวัน 

จุดเด่นสำคัญอย่างหนึ่งของการไปเที่ยวไต้หวันคือใช้ระยะเวลาเดินทางเพียงแค่ประมาณ 3.30 ชั่วโมง เท่านั้น แม้มีเวลาแค่ช่วงสุดสัปดาห์ก็เที่ยวได้ ซึ่งสนามบินหลักของไต้หวันคือ ท่าอากาศยานนานาชาติไต้หวัน เถาหยวน (Taiwan Taoyuan International Airport) และสายการบินหลักที่บินตรงจากเมืองไทยก็มีหลายสายมาก เช่น Thai Airways, Air Asia, Thai Lion Air, Tiger Air, Vietjet Air, China Airlines, Eva Air เป็นต้น ขณะที่สนามบินในเมืองไทยที่เปิดให้บริการไฟล์ทบินตรงไปฮ่องกง ประกอบด้วย 

  • ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ 
  • ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง 
  • ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ 

ในส่วนของการจองตั๋วเครื่องบินสามารถเลือกได้ทั้งการจองกับทางสายการบินโดยตรง หรือการจองผ่านตัวแทนจำหน่ายทั้งหลาย แต่ก็ต้องเลือกเฉพาะตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และมีชื่อเสียง เพื่อป้องกันการถูกหลอกและเสียเงินโดยใช่เหตุ

ประเภทที่พักในไต้หวันและวิธีจอง 

สำหรับที่พักไต้หวันก็มีด้วยกันหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล หากใครเน้นที่พักไต้หวันราคาถูกก็มีประเภทเกสต์เฮ้าส์ทั้งแบบห้องน้ำรวม นอนรวม สายแบ็คแพคเกอร์จะนิยมมาก จ่ายเงินน้อยแต่มีที่นอนทุกคืน ส่วนคนที่อยากพักดีขึ้นมาก็จะมีโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ห้องน้ำส่วนตัว สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานมีให้ เช่น เครื่องปรับอากาศ อาหารเช้า แต่ถ้าต้องการที่พักแบบหรูหราระดับ 4-5 ดาว ก็มีให้เลือกเช่นกัน เน้นบริการประทับใจ แต่ส่วนใหญ่มักอยู่ย่านกรุงไทเป  

ซึ่งการจองที่พักไต้หวันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย จะจองผ่านโรงแรม ที่พัก เกสต์เฮ้าส์ โดยตรงบนเว็บไซต์ หรือ Social Media ก็ตามสะดวก รวมถึงการจองผ่านตัวแทนให้บริการรับจองชื่อดังที่สายเที่ยวรู้จักเป็นอย่างดี แต่แนะนำว่าต้องเลือกเจ้าที่น่าเชื่อถือเพื่อความสบายใจ จองได้แบบไร้กังวล 

101 tower in taiwan

สิ่งอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมเมื่อจะไปเที่ยวไต้หวัน 

นอกจากการเตรียมไปไต้หวันเบื้องต้นโดยเฉพาะเอกสารเข้าไต้หวันอย่างพาสปอร์ต การจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมที่พักแล้ว ก็ยังมีสิ่งอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ต้องวางแผนและจัดการให้เรียบร้อย สามารถตะลุยเที่ยวไต้หวันได้แบบหมดห่วง 

1. ซิมมือถือ

เมื่ออินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต เวลาไปเที่ยวก็จำเป็นต้องมีใช้งานเช่นกัน ซึ่งซิมมือถือสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นตัวเลือกน่าสนใจมาก ราคาประหยัด สัญญาณดี ซึ่งซิมไต้หวันหลัก ๆ แล้วจะมี Chunghwa Telecom สามารถซื้อจากตัวแทนขายในเมืองไทยแล้วไปรับซิมที่สนามบินปลายทางได้ หรือจะเลือกซื้อที่สนามบินตอนลงเครื่องก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน แต่สำหรับใครไม่สะดวกถอดซิมหรือเปลี่ยนซิมมือถือ จะเลือกใช้แพ็คเกจ Roaming จากผู้ให้บริการของไทยที่คุณใช้งานอยู่ก็ได้ หรือจะเลือกเช่า Pocket Wi-Fi ก็ง่ายดาย เน็ตแรงสะใจ 

2. การเตรียมเงินสด บัตรเครดิต บัตรเดบิต

สกุลเงินของไต้หวัน คือ ดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) สามารถพกได้ทั้งเงินสดจำนวนหนึ่งสำหรับใช้กับร้านสตรีทฟู้ด ร้านเล็ก ๆ ทั่วไป โดยแลกไปจากเมืองไทยจะมีอัตราแลกเปลี่ยนดีกว่า ส่วนบัตรเครดิต บัตรเดบิต มีร้านจำนวนมากที่ยินดีให้บริการ แต่ขอแนะนำเพิ่มเติมว่าควรเลือกใช้บัตรที่มีแคมเปญรูดจ่ายหรือกดเงินต่างประเทศแบบไม่เสียค่าธรรมเนียมจะคุ้มมากที่สุด 

3. บัตรเดินทางในไต้หวัน

ไต้หวันถือเป็นอีกประเทศที่มีระบบขนส่งสาธารณะดีมาก ๆ นักท่องเที่ยวทุกคนจึงสบายใจได้ว่าสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดาย ซึ่งบัตรเดินทางไต้หวันที่จะแนะนำ มีดังนี้ 

3.1 บัตร Easy Card 

นี่คือบัตรเดินทางไต้หวันที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกคน เพราะสามารถใช้งานได้กับระบบขนส่งแทบทุกอย่างบนเกาะแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นรถประจำทาง รถไฟธรรมดา TRA (ยกเว้นสาย Taroko Express, Puyama Express, Tze-Chiang Express) รถไฟฟ้า MRT แท็กซี่ (เฉพาะคันที่มีมิเตอร์แบบแตะบัตร) เช่าจักรยาน YouBike, T-Bike กระเช้าเมาคง ไปจนถึงการซื้อของในห้างร้านต่าง ๆ ค่าบัตร 100 TWD เติมเงินได้ตามต้องการและคืนเงินได้เมื่อคืนบัตร หาซื้อได้ที่ ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารรถไฟฟ้าสนามบินเถาหยวน, EasyCard Customer Service Center บริเวณ Taipei Main Station, ร้านสะดวกซื้อ ได้แก่ 7-Eleven, Family Mart, Hi-Life ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติสถานีรถไฟฟ้า (MRT) บางสถานี  

3.2 บัตร i-Pass 

รูปแบบการใช้งานจะคล้ายกับ Easy Card แต่ไม่สามารถใช้กับแท็กซี่ และกระเช้าเมาคงได้ จุดเด่นคือ มีลายสวย ๆ น่ารักให้เลือกซื้อ จะใช้แบบเติมเงินหรือมีพวงกุญแจกก็ตามชอบ ราคาบัตร 100 TWD ซื้อได้ที่สถานีรถไฟฟ้า (MRT) และร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Family Mart, Hi-Life จากนั้นเติมเงินเข้าในบัตรได้เลย ขากลับคืนบัตรและรับเงินคืนได้แต่จะไม่ได้เป็นเงินสดทันที (ส่งทางไปรษณีย์)  

3.3 บัตร i-CASH 2.0  

บัตรเดินทางไต้หวันแบบเติมเงินอีกประเภทที่ใช้ได้เฉพาะการโดยสารขนส่งสาธารณะบางประเภท ได้แก่ รถประจำทาง รถไฟธรรมดา TRA (ยกเว้นสาย Taroko Express, Puyama Express, Tze-Chiang Express) เช่าจักรยาน T-Bike การซื้อของในห้างร้านต่าง ๆ ค่าบัตร 100 TWD และร้านสะดวกซื้อเฉพาะ 7-Eleven และ Hi-Life ค่าบัตร 100 TWD แลกคืนเป็นเงินสดได้วันเดินทางกลับ หาซื้อได้ที่ สถานีรถไฟฟ้า (MRT) และร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Hi-Life

4. ปลั๊กไฟไต้หวัน

สำหรับปลั๊กไฟไต้หวันจะเป็นแบบขาแบน 2 ขา และขาแบน 2 ขา กับขากลม 1 ขา กระแสไฟ 110 V. 60 Hz ซึ่งแตกต่างจากเมืองไทย จึงจำเป็นต้องใช้ Universal Adaptor หรือหัวแปลงกระแสไฟด้วย อย่าลืมเตรียมสิ่งนี้มาเด็ดขาด 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

แนะนำแผนการท่องเที่ยวไต้หวัน 

เมื่อเช็กลิสต์การเตรียมไปไต้หวันแบบครบถ้วนทุกเรื่องแล้ว ก็อยากแนะนำเกี่ยวกับแผนเที่ยวไต้หวันเพิ่มเติมหากยังไม่แน่ใจว่าควรแวะไปจุดไหนบ้าง แต่ละที่มีความน่าสนใจและเป็นไฮไลต์แบบห้ามพลาด เพิ่มเติมกันในแพลนได้เลย 

1. Chiang Kai-Shek Memorial Hall

อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็กสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดีคนแรก แลนด์มาร์กสุดงดงามกลางกรุงไทเป อาคารหลักสร้างจากหินอ่อนสีขาว โดดเด่นด้วยหลังคา 8 เหลี่ยมสีฟ้า โดยรอบมีสวนและต้นไม้ให้ความร่มรื่นมาก 

2. Taipei 101

แลนด์มาร์กแห่งใหม่กลางกรุงไทเป ตึกสูงสุดของไต้หวันความสูง 508 เมตร มีทั้งสิ้น 101 ชั้น ด้านในมีทั้งโซนพลาซ่า ร้านอาหาร ช้อปแบรนด์ดัง และจุดชมวิวมุมสูงให้ได้รับชม ยิ่งถ้าช่วงเคาต์ดาวน์ปีใหม่จะมีการจุดพลุฉลองงดงามมาก 

3. Jiufen

หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น ดีต่อใจไปกับสถาปัตยกรรมแบบจีน ยิ่งตอนกลางคืนมีการเปิดไฟสว่างไสวแทบทุกหลังคาเรือนให้ความสวยงามแบบเกินบรรยาย สามารถเดินหาของอร่อย สินค้าพื้นเมือง คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ได้เลย 

4. Sun Moon Lake

ทะเลสาบสุริยันจันทรา ความพิเศษคือด้านทิศเหนือจะมีรูปร่างคล้ายพระอาทิตย์ส่วนทิศใต้จะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ใครเป็นสายธรรมชาติสามารถเดินเล่นชมวิวสวย ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ หามุมถ่ายรูปสุดคูล หรือจะปั่นจักรยานชิล ๆ ก็ดีเยี่ยม 

5. Ximending

ย่านซีเหมินติงแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังบนเกาะไต้หวัน แหล่งรวมวัยรุ่น สินค้าแฟชั่นหลากสไตล์ ไปจนถึงร้านอาหารแสนอร่อย คาเฟ่สวย ๆ มีให้เลือกเพียบ ใครเป็นสายช้อปของราคาถูกอย่าพลาดเด็ดขาด เดินกันให้ขาตึงไปข้างเลย 

สรุป 

การเตรียมไปไต้หวัน สิ่งสำคัญมากที่สุดคือเอกสารเข้าไต้หวันอย่างพาสปอร์ต รวมถึงต้องไม่ลืมเช็กลิสต์เรื่องอื่นเพิ่มเติมทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บัตรเดินทาง ซิมมือถือ ปลั๊กไฟ มากไปกว่านั้นทุกครั้งที่ต้องไปต่างประเทศประกันเดินทางที่ดีจะช่วยให้คุณรู้สึกอุ่นใจ จึงขอแนะนำ ประกันเดินทางสำหรับไต้หวัน จาก LUMA ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ราคาเริ่มต้นเบา ๆ เพียง 199 บาท มีแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท รวมการคุ้มครองจากเชื้อโควิด-19 มีบริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชม. เตรียมเปิดทริปแห่งความสนุกได้เลย 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในไต้หวัน:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว