ทริปสายมูเวียดนาม กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อสิริมงคล

นอกจากการไปเที่ยวเวียดนามเพื่อชมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว วิถีชีวิตผู้คน รวมถึงอาหารอร่อย ราคาประหยัดแล้ว ใครเป็นสายมูก็อยากให้ลองเปิดทริปสายมูที่ประเทศแห่งนี้ดูสักครั้ง บอกเลยมีหลายจุดน่าสนใจชนิดไม่ควรพลาด แถมยังศักดิ์สิทธิ์ขอพรสำเร็จกันมานับไม่ถ้วนแล้ว ว่าแต่สายมูเวียดนามจะมีที่ไหนห้ามพลาดบ้าง ต้องปักหมุดสายมูประเทศเพื่อนบ้านแล้วออกไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตกันเลยดีกว่า 

สายมูเวียดนาม

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

สายมูเวียดนาม, ทริปสายมูเวียดนาม กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อสิริมงคล

เปิดทริปสายมูที่วัดหลินอึ๋ง (Linh ng Temple) 

วัดแรกสำหรับสายมูที่ไม่อยากให้พลาดเป็นอันขาดเมื่อไปเที่ยวเวียดนาม ตั้งอยู่บนเกาะเซินตร่า (Son Tra) ตอนเหนือของเมืองดานัง (Danang) วัดขนาดใหญ่สุดของแถบเวียดนามกลาง ระหว่างทางขึ้นไปบนวัดสามารถมองเห็นองค์เจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่สูง 67 เมตร ฐานหน้ากว้าง 35 เมตร สร้างจากปูนขาวตั้งตระหง่านหันหลังชนภูเขา ซึ่งชาวเมืองเชื่อกันว่าพระองค์ทำหน้าที่คุ้มครองชาวประมงเมื่อต้องออกไปสัตว์ทะเลให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง 

สามารถกราบไหว้ขอพรถ่ายรูปกับองค์เจ้าแม่ได้ซึ่งมีความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าโรคร้าย ส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้น รวมถึงเรื่องหน้าที่การงาน เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดมือ และยังนิยมขอพรเรื่องลูกกันด้วย ขณะที่ภายในวัดยังมีบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีจุดพักผ่อนอันแสนเงียบสงบ และไฮไลต์ของทริปสายมูเมื่อมาวัดนี้คือการชมวิวทะเลสวย ๆ แบบพาโนรามา 360 องศา และวิวเมืองแบบสุดลูกหูลูกตา หามุมถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ตามสะดวก การเดินทางแนะนำให้นั่งแท็กซี่ หรือ Grab จะสะดวกที่สุด 

สายมูต้องไหว้พระที่วัดบ่ายดิงห์ (Bai Dinh Temple)  

บางคนจะเรียกวัดไบ่ดิงห์ วัดบ๋ายดิงห์ ก็ตามสะดวก ถือเป็นวัดที่สายมูประเทศเพื่อนบ้านไม่ควรพลาด ด้วยขนาดกว่า 700 เฮคตาร์ นี่คือวัดขนาดใหญ่สุดในอาเซียน ตั้งอยู่ในเมืองนิงห์ดิง (Nam Dinh) มาอย่างยาวนาน การออกแบบสถาปัตยกรรมต่าง ๆ จะเป็นแบบเวียดนามย้อนยุคไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารเก่าทั้งหมด 20 แห่ง อาคารแห่งใหม่ และมีสวนอีกนับไม่ถ้วนรวมแล้วกว่า 80 แห่ง อาคารหลักสูง 34 เมตร ตั้งตระหง่านโดดเด่นเห็นแต่ไกล 

การสร้างดูแลโดยช่างประจำท้องถิ่น มีการวางผังให้ถูกหลักฮวงจุ้ยแบบเป๊ะ ๆ ทางเข้าด้านข้างจะเป็นระเบียงยาวซึ่งตลอด 2 ฝั่ง อัดแน่นด้วยพระพุทธรูปแกะสลักหินซึ่งถูกสร้างในลักษณะพระอรหันต์ประดิษฐานเรียงรายกันมากกว่า 2,000 องค์ สามารถแวะชมความสวยงามของหอระฆัง กราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมพันกรอันถือเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเวียดนามเคารพบูชากันมาช้านาน  

การเดินทางสามารถนั่งรถไฟจากตัวเมืองนัมห์ดิงมาลงที่เมืองนิญบิ่ญ (Ninh Binh) แล้วต่อแท็กซี่ หรือ Grab ไปยังวัดได้เลย แนะนำสายมูเวียดนามให้มาเยือนช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ผู้คนจะไม่เยอะมากเพราะพึ่งผ่านช่วงเทศกาลตรุษจีนและอากาศกำลังเย็นสบาย 

สายมูเวียดนาม, ทริปสายมูเวียดนาม กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อสิริมงคล

ขอพรสำเร็จที่วัดหง็อกเซิน (Ngoc Son Temple) 

ข้ามไปทางฝั่งฮานอยกันบ้าง คนไทยนิยมเรียกกันว่า “วัดเนินหยก” ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบคืนดาบ หรือทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมที่มีชื่อเสียงและเป็นแลนด์มาร์กยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีประวัติศาสตร์อันแสนยาวนานเกิดขึ้นมาคู่กับการสร้างเมืองในยุคอดีต สายมูเมื่อมาถึงวัดแห่งนี้ต้องซื้อบัตรเข้าชมคนละ 30,000 VND จากนั้นก็เดินข้ามสะพานเทฮุค หรือสะพานแสงอาทิตย์ สถาปัตยกรรมสะพานโค้งสีแดงสุดงดงามพร้อมสัมผัสวิวสวย ๆ เมื่อมองเข้าไปยังตัววัด 

การตกแต่งของวัดหง็อกเซินจะเป็นศิลปะแบบจีนผสมเวียดนาม ไฮไลต์แรกคือการพบเจอกับ “ตะพาบน้ำ” ในตำนาน ซึ่งชาวเวียดนามมีความเชื่อว่าเป็นตะพาบผู้ที่นำดาบลงมาสู่ทะเลสาบแห่งนี้จนเป็นที่มาของชื่อสุดคลาสสิก รวมถึงยังพบเจอกับอนุสาวรีย์ “ตรันคว็อกตวน” ในฐานะแม่ทัพใหญ่ผู้ซึ่งเป็นผู้นำในการพาทหารเวียดนามสู้รบกับทหารมองโกเลียจนได้รับชัยชนะ 

รวมถึงยังมีเทพเจ้าให้ได้ขอพรสำเร็จกันตามความเชื่อของแต่ละคน บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ มีต้นไม้ร่มรื่นอยู่หลายจุด เหมาะกับการท่องเที่ยวและพักผ่อนไปในตัว การเดินทางสามารถนั่งรถเมล์สาย E02, 08B, 55B, 146 รวมถึงเรียกแท็กซี่ หรือ Grab ก็จะสะดวกมากกว่า 

สายมูเวียดนามวัดเฉินก๊วก (Tran Quoc Pagoda) 

หรือเจดีย์เฉินก๊วก ตั้งอยู่ในกรุงฮานอย บริเวณทะเลสาบโฮไต สร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์ลี้ ออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณกึ่ง ๆ จุดเด่นสำคัญที่สายมูเวียดนามต้องไปชมให้ได้นั่นคือเจดีย์ 6 เหลี่ยม สีแดงออกส้มสุดงดงาม ความสูง 15 เมตร แบ่งออก 11 ชั้น แต่ละชั้นมีประตูโค้งชั้นละ 6 จุด มองผ่าน ๆ คล้ายกับงานสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น ด้านในเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปอมิตาภพุทธสีขาวถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อของชาวพุทธนิกายมหายานสามารถแวะเข้าไปกราบไหว้กันได้ 

บริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่หลายจุด เช่น พิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุโบราณซึ่งรวมเอาของเก่าอายุหลายร้อยปีเอาไว้ให้ได้ชมความคลาสสิก และต้นศรีมหาโพธิ์ขนาดมหึมาซึ่งได้รับสืบทอดมาจากกษัตริย์อินเดียและยังเชื่อว่าเป็นต้นที่มีความใกล้ชิดกับต้นศรีมหาโพธิ์สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าด้วย  

การเดินทางไปวัดไม่ยากห่างจากวัดหง็อกเซินเพียง 5 กิโลเมตร สามารถนั่งรถเมล์สาย 50, 58 แต่ถ้าเน้นสะดวกจะนั่งรถแท็กซี่ เรียก Grab ก็ไม่ว่ากัน สายมูเดินทางไปเวียดนามต้องไม่พลาดเป็นอันขาดเลยสำหรับวัดแห่งนี้ 

สายมูเวียดนาม, ทริปสายมูเวียดนาม กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อสิริมงคล

สายมูประเทศเพื่อนบ้านที่วัดเทียนมู่ (Thiên Mu Temple) 

ทริปสายมูที่เดินทางไปยังเมืองเว้ (Hue) ต้องแวะไปชมความงดงามของวัดนิกายเซนแห่งนี้เลย จัดเป็นวัดอันแสนเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2144 บริเวณริมฝั่งแม่น้ำหอม (Perfume River) ศูนย์กลางของผู้เลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนานิกายเซนอย่างแท้จริงโดยเฉพาะไฮไลต์อย่างเจดีย์ทรง 8 เหลี่ยม ไล่เรียงขนาดใหญ่ไปเล็กตามระดับความสูงทั้งหมด 7 ชั้น ซึ่งตามความเชื่อของชาวเวียดนามในแต่ละชั้นแสดงถึงภพชาติของพระพุทธเจ้า 

ขณะที่สายมูประเทศเพื่อนบ้านอยากขอพรสำเร็จวัดแห่งนี้ก็มีรูปปั้นเทพเจ้าถึง 6 องค์ ให้ได้กราบไหว้ โดยรูปปั้นแต่ละองค์จะทำหน้าที่ปกป้องไม่ให้มีความชั่วร้ายใด ๆ เข้ามาย่างกรายบริเวณวัด มีพระพุทธรูปโอบล้อมด้วยกระจก มีระฆังขนาดยักษ์หนักถึง 2 ตัน ก่อนกลับอย่าลืมซื้อของที่ระลึกกลับไปกันด้วยนะ การเดินทางแนะนำใช้บริการแท็กซี่หรือ Grab จะสะดวกมากที่สุด 

สายมูแวะไปที่วัดเจดีย์เสาเดียว (One Pillar Pagoda) 

ปิดท้ายสายมูทุกคนหากไปเที่ยวฮานอยแนะนำจัดทริปสายมูที่วัดแห่งนี้เอาไว้ด้วย ชื่อตามภาษาเวียดนามเรียกว่า “Diên Hu t” หมายถึง เจดีย์แห่งพรอันแสนไพบูลย์ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1409 ยุคราชวงศ์หลี แม้เดิมทีจะถูกออกแบบให้เป็นวัดพุทธแต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมไปกราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมเพื่อขอพรในทุกเรื่องให้ประสบแต่ความสำเร็จในชีวิต รวมถึงขอพรเรื่องลูก 

บรรยากาศภายในถือว่าเงียบสงบมากด้านหลังเจดีย์มีต้นไทรขนาดใหญ่ซึ่งถูกปลูกโดยประธานาธิบดีเนห์รูแห่งอินเดียตั้งแต่ ค.ศ. 1958 ตัวเจดีย์ตั้งอยู่กลางสระบัวมีความแปลกตาด้วยการทำเสาเพียงต้นเดียว ด้านหน้ามีศาลเจ้าที่สามารถแวะเวียนไปกราบไหว้เพิ่มเติมกันได้ การเดินทางสามารถนั่งรถเมล์สาย 18, 23, 146 ตัววัดตั้งอยู่หลังสุสานของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ นอกจากขอพรสำเร็จจากเจ้าแม่กวนอิมแล้วยังสามารถแวะเที่ยวเพิ่มเติมได้อีกด้วย 

สรุป 

นี่คือทริปสายมูสำหรับสายมูตัวจริงที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการไปตะลุยเวียดนาม สิ่งสำคัญอีกเรื่องที่ไม่อยากให้มองข้ามทุกครั้งเมื่อต้องไปเมืองนอก “ประกันเดินทางไปเวียดนาม” ถือเป็นสิ่งที่ควรมีติดตัวเอาไว้เสมอ หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล จึงขอแนะนำ “ประกันเดินทางเวียดนาม” ไม่ว่าจะสายมูเวียดนาม สายมูประเทศเพื่อนบ้านที่ไหนก็หายห่วง จ่ายเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 199 บาท แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท คุ้มครองโควิด-19 พร้อมบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน และอื่น ๆ สมัครง่ายรับกรมธรรม์ผ่านออนไลน์ ไม่ว่าทริปไหนก็ไม่กังวลใจอย่างแน่นอน ซื้อได้เลย 

Table of Contents