ความแตกต่างระหว่างโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

เนื้อหาบทความนี้ นำเสนอโดย Bangkok Physio Center (BPC)

โรคข้ออักเสบเป็นคำอธิบายลักษณะความผิดปกติที่เกิดกับข้อต่อส่วนต่างๆ โดยประเภทของโรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยได้แก่โรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แม้ว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับข้อต่อเหมือนกัน แต่สาเหตุ ความรุนแรง และการรักษานั้นแตกต่างกัน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ 

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เมื่อภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง 

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (RA) เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติไปจากเดิม โดยการทำลายเซลล์เยื่อหุ้มข้อต่อ ซึ่งเป็นเยื่อบุของเยื่อหุ้มรอบข้อต่อ สาเหตุที่แท้จริงของการที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อร่างกายตนเองยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด (RA Factor) 

การตรวจวินิจฉัยอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์คือการตรวจหาสารรูมาตอยด์ (RF) ในเลือด RF เป็นแอนติบอดีที่ระบบภูมิคุ้มกันผลิตขึ้นเพื่อทำลายเนื้อเยื้อที่มีสุขภาพดี ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบและความเสียหายของข้อต่อ แม้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นโรค RA จะมีระดับ RF สูง แต่การตรวจพบสารดังกล่าวก็เป็นเกณฑ์อย่างหนึ่งในการวินิจฉัยได้

โรคข้อเสี่ยมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยต์

ความแตกต่างระหว่างโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

โรคข้อเสื่อม vs.โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่มาและกลไกลการเกิดโรค

โรคข้อเสื่อม (OA) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ไม่ได้มีแค่ปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่าง แต่กลไกพื้นฐานในการเกิดโรคก็ต่างกันด้วย โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของข้อต่อต่างๆ ในร่างกายเป็นหลัก เนื่องจากความชราและการสึกหรอของข้อต่อ เกิดขึ้นเมื่อกระดูกอ่อนป้องกันที่หุ้มปลายกระดูกมีการเสื่อมเมื่ออายุเยอะขึ้น ทำให้เกิดอาการปวด บวม และเคลื่อนไหวข้อต่อได้ยาก

ในขณะที่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นภาวะภูมิต้านตนเอง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำร้ายเยื่อหุ้มข้อต่อเสียเอง ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่อาจนำไปสู่ความเสียหายและความผิดปกติของข้อต่อเมื่อเวลาผ่านไป โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์แตกต่างจากโรคข้อเสื่อมตรงที่เกิดกับคนได้ทุกวัย ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น

อาการและข้อต่อที่ได้รับผลกระทบ

บางครั้งอาการของโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์อาจคล้ายคลึงกันและสร้างความสับสนได้ ทั้งสองภาวะนี้ทำให้เกิดอาการปวดข้อ บวม และตึง อย่างไรก็ตาม รูปแบบและตำแหน่งของข้อต่อที่มีอาการช่วยแยกแยะความแตกต่างระหว่างทั้งสองโรคได้ โรคข้อเสื่อมมักส่งผลต่อข้อต่อที่รับน้ำหนัก เช่น หัวเข่า สะโพก และกระดูกสันหลัง ในขณะที่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มักเกี่ยวข้องกับข้อต่อทั้งสองด้านของร่างกาย เช่น ข้อมือ เข่า และนิ้ว

อะไรร้ายแรงกว่ากันระหว่างโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์?

การประเมินความรุนแรงของโรค 

ความรุนแรงของโรคข้อเสื่อมกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ก็เป็นอีกสิ่งที่ควรพิจารณา โรคเข่าเสื่อม เป็นภาวะที่เกิดจากส่วนของร่างกายค่อยๆ สึกหรอ หลังจากใช้งานไปนานๆ หรืออายุมากขึ้น ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก รวมถึงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิตโดยรวม แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามระบบต่างๆ ของร่างกาย

ในทางกลับกัน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อระบบอื่นๆ ในร่างกาย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์อาจทำให้เกิดความผิดปกติของข้อต่อ ความพิการ หรือแม้แต่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่ออวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจและปอด ดังนั้นในแง่ของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นและผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จึงมักถือว่าร้ายแรงกว่า

โรคข้อเสี่ยมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยต์

มีโอกาสเป็นทั้งโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้หรือไม่?

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เป็นร่วมกัน 

แม้ว่าจะพบไม่บ่อย แต่คนหนึ่งสามารถเป็นทั้งโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์พร้อมกันได้ เรียกภาวะเช่นนี้ว่าโรคข้ออักเสบร่วม การเป็นโรคข้ออักเสบประเภทหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเป็นอีกประเภทหนึ่ง การรักษาโรคข้ออักเสบทั้งสองประเภทไปพร้อมๆ กันก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายและพบได้ไม่บ่อย

การรักษาโรคข้ออักเสบร่วมมักใช้แนวทางสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงการกินยาบรรเทาอาการอักเสบ ความเจ็บปวด และลดการลุกลามของโรค นอกจากนี้ การทำกายภาพบำบัดและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตยังส่งผลอย่างมากในการช่วยให้ข้อต่อทำงานได้ดีขึ้นและส่งเสริมสุขภาพร่างกายโดยรวม

การรักษาโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

แนวทางการรักษาโรคข้อเสื่อม 

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมมักใช้แนวทางรักษาแบบใช้ยาและไม่ใช้ยาร่วมกัน แพทย์อาจสั่งยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อบรรเทาอาการปวดและการอักเสบ ควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัด การควบคุมน้ำหนัก และดูแลรักษาข้อต่อ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคข้อเสื่อม

แนวทางที่ซับซ้อนขึ้นในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ 

การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากเป็นการจัดการกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยาต้านรูมาติกที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคสำหรับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (DMARDs) เช่น ยา Methotrexate มักใช้เพื่อระงับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันและชะลอการลุกลามของโรค ยาชีววัตถุ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกัน ได้ปฏิวัติแนวทางการรักษาโรครูมาตอยด์ ทำให้รักษาได้ตรงจุดกว่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต 

การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตประจำช่วยในการรักษาโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้มาก การออกกำลังกายที่ปรับให้เหมาะกับสภาพของแต่ละบุคคลช่วยรักษาความยืดหยุ่นของข้อต่อและลดความตึง การรับประทานอาหารที่สมดุลและการควบคุมน้ำหนักมีความสำคัญอย่างมากในการลดภาระของข้อต่อที่ต้องรับน้ำหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม

ความสำคัญของการตรวจรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ  

การวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ การสังเกตุและตรวจพบอาการต่างๆ อย่างทันท่วงที ช่วยป้องกันความเสียหายของข้อต่อและส่งผลดีต่อการรักษาในระยะยาว การพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ กินยาตามที่แพทย์สั่ง และการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับผู้ให้บริการด้านการแพทย์เป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการกับอาการเรื้อรังเหล่านี้

สรุป 

การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แม้โรคข้อเสื่อมจะเป็นภาวะความเสื่อมที่เกิดจากความชราเป็นหลัก แต่สำหรับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคภูมิต้านตนเองที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ในร่างกายได้ โดยความรุนแรงของอาการเหล่านี้แตกต่างกันไป แต่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มักถือว่าร้ายแรงกว่าเนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ในร่างกายได้ รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่บุคคลหนึ่งจะเป็นโรคข้ออักเสบทั้งสองประเภทพร้อมกัน เป็นการตอกย้ำถึงความซับซ้อนที่มากขึ้นในการจัดการกับโรคข้ออักเสบ

อ่านเพิ่มเติม:

แนะนำ 10 เมืองน่าเที่ยวในจีน เตรียมเก็บกระเป๋าแล้วไปกันเลย

ด้วยขนาดประเทศใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก จึงไม่แปลกที่การเที่ยวจีนจะสามารถไปได้แบบไม่มีเบื่อ ซึ่งใครอยากลองเที่ยวจีนด้วยตัวเองทั้งคนที่เริ่มต้นไปครั้งแรกและคนที่อยากไปสัมผัสกับเมืองใหม่ ๆ จะขอแนะนำ 10 เมืองน่าเที่ยวในจีน ให้รู้จักกัน บอกเลยว่าแต่ละแห่งคือเมืองยอดฮิตชนิดที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างก็หลงรักและอยากสัมผัสอีกหลายรอบ

เมืองน่าเที่ยวในจีน

10 เมืองน่าเที่ยวในจีน เมืองยอดฮิตควรไปสัมผัสสักครั้ง 

1. เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) 

เริ่มกันด้วยหนึ่งในเมืองที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดมาก สามารถผสานความก้าวหน้าจากอาคารสูง ขนาดใหญ่กับวัฒนธรรมแบบจีนดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างลงตัว จุดเช็กอินห้ามพลาด ได้แก่ พระใหญ่หลิงซานต้าฝอ สูง 88 เมตร อายุกว่า 1,000 ปี หอไข่มุก สัญลักษณ์แห่งนครเซี่ยงไฮ้ ช้อปปิ้งที่ถนนนานกิงลู่ หรือ นานจิงลู่ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนอี้หยวน รวมถึงบรรยากาศสุดโรแมนติก ณ หาดว่ายทัน หรือ เดอะ บันด์  

เมนูอร่อยสำหรับคนเที่ยวจีนเมืองเซี่ยงไฮ้แนะนำเสี่ยวหลงเปา ปูขนเซี่ยงไฮ้ บะหมี่หยางชุน และ ไก่ขอทาน ซึ่งหาทานยากมากและมักพบเจอเฉพาะในภัตตาคาร การเดินทางสามารถนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพไปลงยังสนามบินเซี่ยงไฮ้ได้เลย 

สามารถอ่านข้อมูลเรื่องเที่ยวเซี่ยงไฮ้เพิ่มเติม

2. มาเก๊า (Macao)

เมืองทางตอนใต้ติดกับเกาะฮ่องกงอัดแน่นไปด้วยความเจริญจึงไม่แปลกที่ใครนิยมเที่ยวจีนด้วยตัวเองจะแวะเวียนกันบ่อยมาก โดดเด่นด้วยอาคารสูงเสียดฟ้า ห้างร้านที่มีแบรนด์เนมชั้นนำของโลกรวมไว้มากมาย แต่อีกมุมหนึ่งก็ยังได้ความเป็นธรรมชาติแบบไม่เสื่อมคลาย จุดเช็กอินปักหมุด ได้แก่ มาเก๊าทาวเวอร์ ชมเมืองแบบ 360 องศา ช้อปปิ้งและชมสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกสไตล์โปรตุกีสที่จัตุรัสเซนาโด้ ซึ่งรวมที่เที่ยวไฮไลต์ไว้ครบ ได้แก่ ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล ป้อมปืนใหญ่มองเต และ พิพิธภัณฑ์มาเก๊า 

เมนูแนะนำหากมีโอกาสเที่ยวมาเก๊า ได้แก่ โจ๊กปู ขนมปังหมูทอด ทาร์ตไข่ รวมถึง อาหารแมคกานีส-โปรตุเกส ก็รสชาติแปลกใหม่ไม่แพ้กัน การเดินทางจะนั่งเครื่องบินมาลงตรงที่มาเก๊าเลย หรือจะไปลงฮ่องกงก่อนแล้วค่อยข้ามมาก็ได้ทั้งหมด 

3. คุนหมิง (Kunming)

เมืองทางตอนใต้ของจีนใกล้กับเมืองไทยมาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง แม้มีอาคารบ้านเรือนอยู่เยอะแต่บรรยากาศโดยรวมยังให้ความเป็นธรรมชาติสูง เน้นเดินทางด้วยรถบัส ขณะที่รถไฟฟ้ากำลังเร่งก่อสร้าง ต้นตำรับของคนจีนยูนนานที่แท้จริง ปักหมุดที่เที่ยวห้ามพลาดของเมืองยอดฮิตแห่งนี้ เช่น ไหว้พระขอพรที่วัดหยวนทง ความงดงามของธรรมชาติ ณ อุทยานป่าหิน เมืองโบราณลี่เจียง เป็นต้น 

ด้านเมนูอาหารน่าลิ้มลองส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสไตล์ยูนนาน เช่น เต้าหู้เหม็น ต้มซุปไก่ดำ ขาหมูยูนนาน เป็นต้น รสชาติอร่อยถูกปากหลายคนแน่นอน การเดินทางสามารถนั่งเครื่องบินไปลงตรงได้เลย ไม่เหนื่อย พร้อมเที่ยวทันที 

4. ไห่หนาน (Hainan)

หรือคนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ “เกาะไหหลำ” เมืองน่าเที่ยวในจีนที่โดดเด่นด้วยธรรมชาติอันแสนงดงาม โอบล้อมด้วยท้องทะเล อากาศเย็นสบาย และที่สำคัญบนเกาะแห่งนี้ยังเป็นดินแดนปลอดภาษี สามารถช้อปปิ้งกันให้จุใจไม่มีเบื่อแน่ ที่เที่ยวยอดฮิต เช่น อ่าวย่าหลง เจ้าของฉายาเกาะฮาวายแห่งฝั่งตะวันออก กราบไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่วัดหนานซาน เดินเล่นบริเวณถนนโบราณเต๋อเซิ่งซา 

เมนูขึ้นชื่อที่สุดเมื่อมายังเกาะไห่หนาน ต้องยกให้กับ “ขนมจีนไหหลำ” ลักษณะเส้นจะมีความเหนียวหนึบอารมณ์คล้ายเส้นอุด้งแต่แน่นกว่า ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะมีส่วนผสมลับอย่างกะปิจากเคย อร่อยมาก การเดินทางต้องนั่งเครื่องบินไปลงยังเมืองไหโข่ว เมืองหลวงของเกาะแล้วค่อยนั่งรถไปยังสถานที่ต่าง ๆ 

5. หางโจว (Hangzhou)

เมืองน่าเที่ยวในจีนที่เหมาะกับคนรักธรรมชาติ รักการทำกิจกรรมแบบสโลว์ไลฟ์มาก ๆ จัดเต็มทะเลสาบสุดงดงามให้ได้ผ่อนคลาย หรือจะเลือกปั่นจักรยานชมเมืองสุดชิลก็ไม่ว่ากัน ผสานวัฒนธรรมและความทันสมัยได้อย่างลงตัว จุดเช็กอินห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวหางโจว ได้แก่ ทะเลสาบตะวันตก หรือทะเลสาบซีหู ไหว้พระที่วัดหลิงอิ่น ชมบรรยากาศจีนโบราณ ณ ถนนเหอฟาง เป็นต้น  

ด้านของอร่อยที่นี่สายชาต้องไม่พลาดกับชาอู่หลงอันถือเป็นแหล่งผลิตดีที่สุดในโลก ด้านเมนูอิ่มท้อง เช่น กุ้งหลงจิ่ง อาหารทะเลสดย่างกลิ่นควันหอมฟุ้ง เต้าหู้เหม็น และแมลงทอดหลากชนิด การเดินทางสามารถนั่งเครื่องบินเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพไปยังเมืองหางโจวได้เลย 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

เมืองน่าเที่ยวในจีน

6. ฉางชา (Changsha)

ใครเคยไปเที่ยวจีนอาจไม่คุ้นชื่อมากนัก แต่ถ้าอยากลองสัมผัสการเที่ยวจีนด้วยตัวเองแบบน่าประทับใจแนะนำว่าไม่ควรพลาด เป็นเมืองทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศในมณฑลหูหนาน ลักษณะภูมิทัศน์ที่ยังมีภูเขาโอบล้อม แต่บริเวณกลางเมืองแน่นไปด้วยตึกรามบ้านช่องสไตล์คลาสสิกมัน มีแม่น้ำสายหลักขนาดใหญ่ตัดผ่าน จึงลงตัวทั้งบรรยากาศและอากาศเย็นสบาย ๆ ที่เที่ยวปักหมุด เช่น สวนสาธารณะพลับพลาเทียนซิน วัดไคฟู เกาะสีส้มกลางแม่น้ำเซียงเจียง เป็นต้น 

ด้านเมนูอาหารที่อยากแนะนำต้องไปร้าน Sexy Tea ที่เปิดสาขากันแทบทุกหัวถนน ส่วนถ้าเข้าร้านอาหารจีนอย่าพลาดหมูผัดพริก ไก่ฉีกบนไม้ถ่าน และเต้าหู้หม้อกระทะ การเดินทางยังมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพบินตรงไปยังเมืองฉางชาแต่ไฟล์ทน้อยมากต้องเช็กกันให้ดี 

7. จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie)

เมืองน่าเที่ยวในจีนที่หลายคนยกย่องว่าเป็นดินแดนแพนดอร่าที่มีอยู่จริงบนโลก ขณะที่บริเวณใจกลางเมืองยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งรูปแบบของบ้านยุคโบราณ สถาปัตยกรรมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเยอะมาก จุดแลนด์มาร์กปักหมุด เช่น สะพานแก้วจางเจียเจี้ย นั่งกระเช้าขึ้นเขาเทียนเหมินซาน แล้วชมความงดงามของถ้ำประตูสวรรค์ ระเบียงกระจกผันหลงหยา และสัมผัสกับเขาเทียนจื่อซาน ฉากที่ถูกใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ “อวตาร” 

ขณะที่เมนูยอดนิยมจะมีการผสานกันระหว่างอาหารสไตล์ยูนนานกับอาหารจีนต้นตำรับ เช่น ผัดพริกหมู ขาหมูเสิร์ฟพร้อมหมั่นโถว รวมถึงหม้อไฟสไตล์หูหนานก็อร่อยมาก การเดินทางจากเมืองไทยจะยังไม่มีเที่ยวบินตรง ต้องต่อเครื่องตามรูทที่สายการบินกำหนด 

8. ลี่เจียง (Lijiang)

อยากเที่ยวจีนแบบเน้นความคลาสสิกสไตล์เมืองเก่า ใกล้ชิดธรรมชาติแนะนำที่นี่เลย ด้วยการมีคูคลองและสะพานข้ามจำนวนมากจึงถูกตั้งฉายาว่า “เวนิสแห่งตะวันออก” รายล้อมด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ บ้านเรือนยุคเก่า อากาศเย็นสบายมาก และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเรียบร้อย ที่เที่ยวยอดฮิตของเมือง เช่น สระน้ำมังกรดำ หรือ สระน้ำยู้วฉวน เดินชมทิวทัศน์และถ่ายรูปย่านใจกลางเมือง หรือสายแอดเวนเจอร์จะไปภูเขาหิมะมังกรหยกก็มันสะใจ 

ส่วนของอาหารที่นี่ก็ยังคงเน้นไปทางจีนยูนนานเป็นหลัก เช่น ซุปไก่ดำ ขาหมูยูนนานเสิร์ฟคู่หมั่นโถว แพะดำตุ๋นหม้อไฟสไตล์ลี่เจียง เยลลี่ถั่วพิคชี และชาใส่เนย ด้านการเดินทางจากเมืองไทยตอนนี้ยังไม่มีเที่ยวบินตรง ต้องใช้การบินแบบต่อเครื่องตามรูทที่สายการบินระบุเอาไว้ 

9. ฮาร์บิน (Harbin)

เมืองยอดฮิตที่กำลังมาแรงสุด ๆ สำหรับคนไทย จุดเด่นสำคัญคือสภาพอากาศหนาวเย็นแบบจับใจ รวมถึงยังเป็นเมืองแห่งน้ำแข็ง มีการจัดนิทรรศการปั้นน้ำแข็งพร้อมแสงสีสุดตระการตา เน้นเลยว่าใครไปต้องเตรียมเสื้อผ้าให้ดี ด้านจุดปักหมุดแลนด์มาร์ก ได้แก่ เทศกาลน้ำแข็ง Harbin Ice and Snow World เทศกาลหิมะ International Snow Sculpture Art Expo หมู่บ้านหิมะ ลานสกีหยาปู่ลี่ ถนนจงหยาง เป็นต้น 

ขณะที่อาหารขึ้นชื่อด้วยความเป็นเมืองหนาวและอยู่ใกล้กับรัสเซีย สไตล์เมนูจึงแตกต่างจากเมืองอื่น ๆ ชัดเจน เช่น ไก่ทอดราดซอส หมูผัดเปรี้ยวหวาน รวมถึงอาหารสไตล์รัสเซียจำพวกสตูว์ ไส้กรอก การเดินทางจากเมืองไทยตอนนี้ยังไม่มีเที่ยวบินตรง จึงต้องใช้การต่อเครื่องตามรูทที่สายการบินนั้น ๆ กำหนดไว้ 

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในการเตรียมตัวไปเที่ยวฮาร์บิน

10. ต้าเหลียน (Dalian)

ปิดท้ายใครอยากเที่ยวจีนด้วยตัวเองพร้อมสัมผัสกับบรรยากาศเมืองรองที่ผสานทั้งความก้าวหน้าของอาคารบ้านเรือน ตึกสูงใหญ่ มีมหาวิทยาลัยชื่อดัง กับธรรมชาติอันแสนร่มรื่นพร้อมฟิลริมทะเลจากลักษณะของแหลมที่ยื่นออกไป ทุกอย่างลงตัวอย่าพลาดเป็นอันขาด ที่เที่ยวปักหมุดยอดนิยม ได้แก่ ถ่ายรูปสวย ๆ กับมุมสุดว้าวที่จัตุรัสชิงไห่ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดเหิงซาน เที่ยวเวนิสแบบไม่ต้องเดินทางไกล Dalian Oriental Venice Water City เป็นต้น 

ในส่วนของอาหารยอดฮิตชนิดห้ามพลาด เกี๊ยวสอดไส้ซีฟู๊ด กะหล่ำปลีผัดหอยทากทะเล สตูว์หอยนางรมพร้อมกับซี่โครงหมูและกะหล่ำปลีดอง เรียกว่าเป็นสไตล์จีนแท้ ๆ ที่มีเครื่องทะเลแน่น ๆ พร้อมเสิร์ฟ การเดินทางจากเมืองไทยยังไม่มีเที่ยวบินตรงเปิดให้บริการจึงต้องเลือกต่อเครื่องกับรูทที่ทางสายการบินได้กำหนดเอาไว้ 

นี่คือ 10 เมืองน่าเที่ยวในจีนที่คัดกันมาแบบเน้น ๆ ชอบสไตล์ไหนเตรียมจัดกระเป๋าแล้วออกตะลุยกันได้เลย อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดนั่นคือ “ประกันเดินทางต่างประเทศ” เพราะเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา อย่างน้อยการมีประกันเดินทางจีนก็ช่วยลดความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่อาจสูงเกินคาด สำหรับ LUMA GO จาก LUMA ราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท มาพร้อมแพ็คเกจที่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท ดูแลเมื่อติดเชื้อโควิด-19 บริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ติดต่อสายด่วนได้ตลอด 24 ชม. ซื้อง่ายมากผ่านช่องทางออนไลน์ สะดวก คุ้มค่าแบบนี้ จะไปเที่ยวจีนด้วยตัวเอง หรือชวนเพื่อน ญาติ แฟน ไปเที่ยวจีนด้วยก็หายห่วง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศจีน:

เที่ยวจีนใช้เงินเท่าไหร่ รวมค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการเที่ยวจีน

เชื่อว่า “เมืองจีน” เป็นอีกประเทศที่คนไทยอยากมีโอกาสแวะเวียนไปสัมผัสมากที่สุดทั้งเรื่องของความเป็นอยู่ วัฒนธรรม อาหารแสนอร่อย การได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะสายลุยที่ชอบเที่ยวจีนแบบชิล ๆ ไม่อยากไปตามทัวร์ก็คงมีข้อสงสัยกันอยู่พอสมควรว่าเที่ยวจีนใช้เงินกี่บาท จะขอพาทุกคนมาหาข้อมูลอย่างละเอียดมั่นใจเลยว่าแม้งบน้อย งบจำกัด ก็สามารถเที่ยวจีนด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องง้อทัวร์! 

เที่ยวจีนใช้เงินเท่าไหร่

เที่ยวจีนใช้เงินกี่บาท มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง 

ลำดับแรกขอทำความเข้าใจกับทุกคนก่อนว่า ประเทศจีนคือประเทศขนาดใหญ่มาก และมีหลายเมืองให้ได้เลือกเที่ยวกันตามความชอบ ดังนั้นค่าครองชีพ ระบบขนส่ง ค่าตั๋วเครื่องบิน จึงมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นจะขอสรุปแบบภาพรวมราคาคร่าว ๆ สำหรับคนงบน้อย งบจำกัด แต่อยากเที่ยวจีนให้เอาไว้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นกัน เพื่อจะได้รู้ว่าเที่ยวจีนใช้เงินกี่บาท 

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน

อย่างที่อธิบายไปว่าค่าตั๋วเครื่องบินในการเดินทางไปจีนจะขึ้นอยู่กับระยะทางและเมืองที่เลือกไป เช่น กว่างโจว หรือกวางเจา (Guangzhou) หรือคุนหมิง (Kunming) ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,500 บาท แต่ถ้าเป็นเมืองที่ไกลออกไป เช่น กรุงปักกิ่ง (Beijing), เซี่ยงไฮ้ (Shanghai), เฉิงตู (Chengdu), เซินเจิ้น (Shenzhen) ราคาก็ขยับขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 5,500 – 7,000 บาท แต่ถ้าไปเมืองทางตอนเหนือมาก ๆ เช่น ฮาร์บิน (Harbin) ราคาจะเริ่มตั้งแต่ประมาณ 8,000 บาท 

  1. ค่าโรงแรม ที่พักในจีน

ใครเตรียมไปเที่ยวจีนด้วยตัวเองเรื่องของโรงแรม ที่พัก เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้คุณมั่นใจว่าแต่ละคืนสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มพิกัด โดยราคาของแต่ละเมืองก็แทบไม่ได้แตกต่างกันมากนักขึ้นอยู่กับระดับความหรูหรา ความสะดวกสบาย ถ้าหากเป็นในเมืองใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ก็อาจมีราคาสูงกว่าปกติเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับแพงเกินเหตุ ซึ่งราคาที่พักในจีนแบ่งออกดังนี้ 

  • ที่พักระดับ 1 ดาว เกสต์เฮาส์ มีทั้งแบบนอนรวม ใช้ห้องน้ำรวม ราคาเริ่มต้นประมาณ 800 บาท 
  • ที่พักระดับ 2-3 ดาว มีระดับขึ้นมาเล็กน้อย ห้องพักพร้อมห้องน้ำในตัว สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานมีให้ ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,000 – 5,000 บาท 
  • ที่พักระดับ 4-5 ดาว ที่พักสุดหรูหรา มีบริการสุดครบครันมอบให้ครบถ้วนสามารถเข้าพักและใช้บริการสิ่งต่าง ๆ ได้ตามชอบ ส่วนมากมักอยู่ในเมืองใหญ่ ราคามีตั้งแต่หลัก 7,000 – 8,000 บาท ไปจนถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนบาทเลยทีเดียว 
  1. การเดินทางภายในจีน

เป็นเรื่องที่คนงบน้อย งบจำกัด มักกังวลใจเมื่อต้องไปเที่ยวจีน เพราะไม่อยากเหมารถราคาแพงไปส่งยังสถานที่ต่าง ๆ การเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะจึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์มากกว่า ซึ่งตัวเลือกการเดินทางลักษณะดังกล่าวของแต่ละเมืองก็แทบไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ตามเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ นานกิง กวางโจว เฉินตู ก็มีรถไฟฟ้าให้บริการกันหมด ส่วนเมืองรองลงไปก็พยายามสร้างให้เร็ซและปลอดภัยมากสุด ซึ่งค่าโดยสารเมื่อต้องเดินทางภายในเมืองจีน มีดังนี้ 

  • ค่ารถไฟฟ้าเดินทางภายในเมือง ราคาเริ่มต้นประมาณ 20 บาท 
  • ค่ารถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ราคาเริ่มต้นประมาณ 10 บาท  
  • ค่ารถแท็กซี่สามารถคำนวณตามมิเตอร์ได้เลย ซึ่งราคาเริ่มต้นของแต่ละเมืองแทบไม่ต่างกันมากนัก เช่น กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ มิเตอร์เริ่มต้นประมาณ 75 บาท ขณะที่เมืองเฉิงตู มิเตอร์เริ่มต้นประมาณ 40 บาท  

กรณีที่คุณมีการเดินทางระหว่างเมืองในประเทศจีนจะมีตัวเลือกหลัก ๆ 3 วิธี ซึ่งค่าโดยสารย่อมแตกต่างกันออกไป หากเดินทางด้วยเครื่องบินราคาสูงที่สุด ส่วนการเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสแทบไม่ได้แตกต่างกันนัก แต่ถ้าเมืองอยู่ห่างมาก ๆ ก็ใช้เวลาข้ามวันเลยทีเดียว 

  1. ค่าอาหารในเมืองจีน

ใครชอบอาหารจีนสิ่งที่ห้ามพลาดแม้จะเป็นการเที่ยวจีนด้วยตัวเองนั่นคือ ลิ้มลองกับอาหารแสนอร่อย มีทั้งแบบร้านค้า ภัตตาคาร ไปจนถึงอาหารแนวสตรีทฟู้ด ซึ่งราคาย่อมแตกต่างกันออกไปเป็นเรื่องปกติ หากเป็นแนวร้านค้าบ้าน ๆ ร้านแนวสตรีทฟู้ด ราคาไม่ถือว่าแพงมากตกราว 50 – 100 บาท ขณะที่ใครขยับขึ้นมาเป็นร้านอาหาร มีตัวอาคาร แต่ยังไม่ถึงกับหรูหรามากนักราคาเฉลี่ยต่อคนต่อมื้ออาจอยู่ราว 250 – 500 บาท ส่วนถ้าภัตตาคารหรูหราราคาก็มีตั้งแต่หลัก 1,000 บาท / คน ขึ้นไป 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

china-red-lanterns

เหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างเดินทาง? 

หลังจากรู้กันเบื้องต้นไปแล้วว่าเที่ยวจีนใช้เงินกี่บาท คงทำให้หลายคนสามารถวางแผนในการเที่ยวจีนได้ง่ายขึ้นในเรื่องงบประมาณ อย่างไรก็ตามอีกสิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมสำหรับสายท่องเที่ยวนั่นคือ การเดินทางทุกครั้งอาจมีเรื่องไม่คาดฝัน สิ่งเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และการเที่ยวจีนด้วยตัวเองก็อาจมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้เช่นกัน 

  1. เที่ยวบินดีเลย์ ล่าช้า ยกเลิกไฟล์ท

ปัญหาเที่ยวบินดีเลย์ ล่าช้า หรือยกเลิกไฟล์ท เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น สภาพอากาศไม่เหมาะกับการเดินทาง เครื่องบินมีปัญหาขัดข้อง การถูกขู่จากผู้ไม่หวังดี หากคุณล็อกแผนการท่องเที่ยวไว้ชัดเจนแล้วก็อาจจำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไฟล์ทใหม่ซึ่งราคาสูงมาก หรือแม้จะไม่ได้รีบร้อนก็ต้องเสียเวลารอคอย เสียเงินค่าอาหารเพิ่มเติม หรืออย่างแย่สุดก็อาจต้องหาที่นอนบริเวณสนามบินหรือเช่าห้องพักนอนเพิ่ม เสียเงินโดยใช่เหตุ 

  1. เจ็บป่วยด้วยสาเหตุต่าง ๆ 

การไปเที่ยวต่างประเทศ ย่อมมีโอกาสเจ็บป่วยได้จากสาเหตุต่าง ๆ อย่างคนเที่ยวจีนช่วงฤดูหนาวอากาศเย็นถึงหนาวจัดก็อาจทำให้ไม่สบายได้ง่าย การทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ หรือการเข้าห้องน้ำไม่สะอาดมากพอก็อาจส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยได้ เช่น อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งอาการอาจร้ายแรงถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว 

  1. ได้รับอุบัติเหตุระหว่างท่องเที่ยว

แม้คุณไม่ได้เป็นสายลุย สายแอดเวนเจอร์ แต่อุบัติเหตุเป็นเรื่องไม่คาดฝันที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เช่น การถูกรถเฉี่ยวชน การตกบันได ก้าวพลาดขณะขึ้น-ลงรถประจำทาง สะดุดหกล้ม ลื่นล้มบริเวณพื้นเปียก ฯลฯ บางคนโชคไม่ดีเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น อุบัติเหตุทางถนน ถึงขั้นกระดูกหัก หัวแตก ก็จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

  1. ทรัพย์สินเสียหาย สูญหาย

อีกเรื่องที่หลายคนคาดไม่ถึงเมื่อไปเที่ยวจีนหรือหลายประเทศนั่นคือ สินทรัพย์เสียหายหรือสูญหายจากหลายสาเหตุ เช่น ถูกกระแทก ถูกโยนระหว่างขนย้าย การถูกชนจากของแข็ง การถูกหนีบจากประตูรถโดยสาร ไปจนถึงการถูกขโมยจากมิจฉาชีพ วิ่งราว จี้ ปล้น เป็นเรื่องอันตรายที่ต้องระวังเอาไว้อยู่เสมอ 

ค่าใช้จ่ายที่ควรเตรียมไว้เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน 

คงมีสายเที่ยวจำนวนมากไม่ได้เผื่อเงินในการไปเที่ยวจีนด้วยตัวเองส่วนนี้เอาไว้สักเท่าไหร่นัก ด้วยอาจมองว่าไม่น่าเกิดขึ้นกับตนเอง แต่อย่างที่รู้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอ ขั้นต่ำในการเตรียมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอาจระบุเป็นตัวเลขไม่ได้ชัดเจน ทว่าหากเทียบเป็นเงินไทยแนะนำให้มีไม่น้อยกว่าหลัก 5,000 – 10,000 บาท ทั้งนี้หากเจอกรณีที่ต้องใช้เงินเยอะมากก็อาจต้องคิดหาวิธีเพิ่มเติมภายหลัง เช่น การแลกเงิน การจ่ายด้วยบัตรเครดิต เป็นต้น 

หมดปัญหาค่าใช้จ่ายจากเหตุฉุกเฉินระหว่างเที่ยวจีนแค่มีประกันเดินทาง 

แม้เหตุฉุกเฉิน เหตุไม่คาดฝันต่าง ๆ จะเกิดขึ้นได้ระหว่างเที่ยวจีน แต่วิธีอันแสนง่ายดายมากสุดเพียงแค่คุณตัดสินใจเลือกซื้อ ประกันเดินทางจีน ทุกปัญหาที่บอกไปก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะการเลือกซื้อประกันเดินทาง “LUMA GO” จาก LUMA ที่พร้อมดูแลทุกคนจากเหตุฉุกเฉินทุกกรณีครอบคลุมทุกด้าน 

ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย คุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 เที่ยวบินล่าช้า ไฟล์ทดีเลย์ ยกเลิกเที่ยวบิน รวมถึงสัมภาระเสียหาย สูญหาย ถูกขโมยทรัพย์สินทั้งระหว่างท่องเที่ยว ภายในห้องพัก เอกสารเดินทางเสียหาย ถูกขโมยเงินสด ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ 

ซึ่งคนงบน้อย งบจำกัด ก็สามารถซื้อประกันเดินทาง LUMA GO เพื่อความสบายใจได้หากต้องไปเที่ยวจีนด้วยตัวเองกับราคาเริ่มต้นแผน Lite เพียง 199 บาท หรือถ้าต้องการความคุ้มครองสูงสุดก็มีแผน 3 ราคาเพียง 599 บาท พร้อมวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท เลยทีเดียว ทริปไหนก็สบายใจหายห่วงแน่นอน 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศจีน:

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว