เที่ยวฮาร์บินช่วงไหนดีที่สุด สัมผัสอากาศหนาวสะใจห้ามพลาด

ใครเบื่อกับอากาศอันแสนร้อนอบอ้าวของเมืองไทยอยากเปลี่ยนอารมณ์ไปสัมผัสกับความหนาวเหน็บแบบฉบับเย็นสุดขั้ว “เมืองฮาร์บิน” คืออีกตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง อย่างไรก็ตามคงมีหลายคนตั้งข้อสงสัยกันอยู่แน่ ๆ ว่า สภาพอากาศเป็นอย่างไร? เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด? แล้วมีที่เที่ยวฮาร์บินห้ามพลาดอะไรบ้าง? เอาเป็นว่าทุกคำถามมีคำตอบให้ครบถ้วนก่อนไปตะลุยเที่ยวฮาร์บินกันให้หนำใจ 

เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดี

สภาพอากาศแต่ละฤดูกาลของเมืองฮาร์บิน 

ลำดับแรกก่อนจะไปเที่ยวฮาร์บินสิ่งที่อยากแนะนำทุกคนนั่นคือเรื่องของสภาพอากาศ แม้อุณหภูมิส่วนใหญ่จะจัดอยู่ในโซนหนาวถึงหนาวมาก แต่เพื่อความมั่นใจและสามารถเลือกได้อย่างถูกต้องว่าควรเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด ซึ่งเมืองฮาร์บินจะมีด้วยกัน 4 ฤดูกาล แบ่งตามช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนี้ 

1. ฤดูหนาวฮาร์บิน

อยู่ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนมีนาคม สภาพอากาศมีความหนาวจัด หิมะตกปกคลุมแทบตลอด อุณหภูมิเฉลี่ย 0 องศาเซลเซียส แต่ถึงแม้จะหนาวเย็นขนาดนี้ทว่ากลับเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะที่นี่จะมี “เทศกาลหิมะ” ซึ่งภายในงานมีการประกวดแกะสลักน้ำแข็งและแกะสลักหิมะอันเป็นไฮไลต์ให้นักท่องเที่ยวอยากแวะมาไม่ขาดสาย 

2. ฤดูใบไม้ผลิ

อยู่ระหว่างเดือนเมษายน เดือนมิถุนายน อุณหภูมิราว 5-10 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศสบายมากสุดสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสความชิลของเมืองฮาร์บิน ดอกไม้ต่างค่อย ๆ ทยอยเบ่งบานตามท้องถนน สวนสาธารณะ สามารถเดินถ่ายรูปอาคารเก่า สถาปัตยกรรมสวย ๆ รวมถึงมีของอร่อยขายอยู่หลายอย่างมากทีเดียว 

3. ฤดูร้อน

อยู่ระหว่างเดือนเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 25-30 องศาเซลเซียส แม้อาจดูร้อนจับใจแต่จะเห็นว่าระยะเวลาของฤดูร้อนในฮาร์บินมีแค่ 2 เดือนเท่านั้น อาจพบเจอฝนตกได้บ้างเป็นเรื่องปกติ เหมาะกับการหาของอร่อยและเดินถ่ายรูปพร้อมเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ  

4. ฤดูใบไม้ร่วง

จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับวันชาติจีน (ระหว่างวันที่ 1-10 ตุลาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 5 องศาเซลเซียส นอกจากได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีก็ยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองให้ได้รื่นเริงกันอีกด้วย 

สรุปแล้วเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด 

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมไปเที่ยวฮาร์บินในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นเพื่อสัมผัสกับหิมะปกคลุมหนา รวมถึงเทศกาลที่น่าสนใจอันเป็นไฮไลต์ของเมืองฮาร์บินคงไม่ผิดนัก ดังนั้นการเที่ยวฮาร์บินเดือนที่ดีที่สุดขอแนะนำเดือนธันวาคม – มกราคม เป็นช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นจัดอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส หิมะปกคลุมแทบทุกพื้นที่  

เหนือสิ่งอื่นใดยังเป็นช่วงเวลาที่มีการจัดเทศกาลน้ำแข็ง Harbin Ice and Snow World ภายในงานจะมีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นลวดลายต่าง ๆ พร้อมแสง สี เสียง สวยงามเกินบรรยาย ขณะที่อีกเทศกาลที่จัดไล่เลี่ยกันคือ เทศกาลหิมะ International Snow Sculpture Art Expo โดยมีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปต่าง ๆ พร้อมแสงไฟประดับให้ความงดงามไม่แพ้กัน เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุดแนะนำ 2 เดือนนี้เลย 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

siberian-tiger-china

เช็กลิสต์ที่เที่ยวฮาร์บินและกิจกรรมห้ามพลาด 

เมื่อรู้จักกับสภาพอากาศของเมืองฮาร์บินกันไปเป็นที่เรียบร้อยคราวนี้ก็มาถึงเวลาที่จะพาทุกคนได้รู้จักกับที่เที่ยวฮาร์บิน ดินแดนน้ำแข็งแห่งเมืองมังกรที่มีความแตกต่างกับเมืองอื่น ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่เบื่ออากาศร้อนและอยากเจอความแปลกใหม่ มาเช็กลิสต์กันเลยดีกว่าว่าเมื่อเทียวฮาร์บินแล้วจุดไหนไม่ควรพลาดบ้าง 

1. เทศกาลน้ำแข็ง Harbin Ice and Snow World

นี่คือเทศกาลที่มีชื่อเสียงมากสุดและเป็นไฮไลต์ของการเที่ยวฮาร์บินคงไม่ผิดนัก จัดกันแถบใจกลางเมืองโดยภายในงานจะอัดแน่นไปด้วยผลงานประติมากรรมที่เกิดจากการสลักน้ำแข็ง พร้อมแสง สี เสียง เพิ่มความน่าประทับใจให้มากขึ้น รวมแล้วมากกว่า 2,000 ชิ้น ตัวอย่างผลงาน เช่น กำแพงเมืองจีน รูปนักษัตรต่าง ๆ พระราชวัง และอีกมากมาย มากไปกว่านั้นก็ยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าชมสนุกสนานแบบไม่มีเบื่อ ถ่ายรูปกันเพลิน สัมผัสอากาศหนาวแบบถึงใจแน่นอน 

2. เทศกาลหิมะ International Snow Sculpture Art Expo

นอกจากเทศกาลน้ำแข็งแล้วบินไปไกลถึงเมืองฮาร์บินทั้งทีอยากให้แวะไปเทศกาลหิมะแห่งนี้ด้วย จัดขึ้นบริเวณไท่หยางต่าว (Tai Yang Dao) หรือที่คนไทยจะคุ้นกับชื่อเกาะพระอาทิตย์ (Sun Island) เกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำซงฮัว (Songhua River) นอกจากการแกะสลัก การสกัดหิมะเป็นรูปต่าง ๆ แล้วยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเยอะมาก เช่น ลานสกี ลานน้ำแข็ง รถเลื่อนหิมะ ความน่าประทับใจไม่เป็นสองรองใครในการไปเที่ยวอย่างแน่นอน 

3. ลานสกีหยาปู่ลี่ (Yabuli Ski Resort)

ยังคงสัมผัสกับความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องโดยลานสกีแห่งนี้จะขยับออกห่างจากตัวเมืองแต่ไม่ได้ไกลมากนัก เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ชื่นชอบการเล่นสกีหรืออยากลองประสบการณ์อันแสนแปลกใหม่ จัดเป็นลานสกีขนาดใหญ่และโด่งดังสุดของเมืองจีนคงไม่ใช่เรื่องผิดนัก มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากตั้งแต่มือใหม่ฝึกเล่นสกี การเล่นบนลานสกีแบบมืออาชีพ สโนว์บอร์ด ฯลฯ บรรยากาศโดยรอบต้นไม้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะเป็นอีกภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง 

4. หมู่บ้านหิมะ China Snow Town

ที่เที่ยวฮาร์บินอีกแห่งซึ่งถือเป็นไฮไลต์คงไม่ผิดนัก บางคนจะเรียก “Dream Home” ก็ได้เช่นกัน ตั้งอยู่บริเวณเมืองมู่ตัน (Mudan) ความเก๋คือบ้านเรือนจะยังคงถูกก่อสร้างตามแบบฉบับของจีนโบราณ ยิ่งช่วงเข้าสู่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป หมู่บ้านแห่งนี้จะมีหิมะตกแทบทุกวันจนถึงเดือนเมษายน ภาพที่เห็นคือหลังคาบ้านทุกหลังถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนความหนาประมาณ 1 เมตร ภาพที่ออกมาจึงเหมือนกับในการ์ตูนแบบไม่มีผิดเพี้ยน รวมถึงการได้เดินบริเวณถนนคนเดินแห่งเดียวของหมู่บ้านอย่างถนนแส่ยุ่นเจีย (Xue Yun Jie) ระยะทางราว 500 เมตร ก็น่าประทับใจมาก 

5. ถนนจงหยาง (Zhongyang Street)

หลังสัมผัสอากาศหนาวจับจิตจับใจกันจนหน้าชา สายช้อปปิ้ง หรืออยากสัมผัสบรรยากาศแบบชิล ๆ ในเมืองฮาร์บินแนะนำแวะมาเดินเล่นกันที่ถนนแห่งนี้ได้เลย ด้วยสภาพอากาศอันหนาวเย็นบวกกับการตกแต่งบ้านเรือนที่ต่างไปจากวัฒนธรรมจีนทั่วไปอารมณ์ของนักเดินทางจึงเหมือนเข้าไปอยู่ในย่านใหญ่ ๆ ในประเทศรัสเซียก็ไม่ปานเลยทีเดียว ระยะทางราว 1.5 กิโลเมตร แต่เต็มไปด้วยร้านขายเสื้อผ้า ของที่ระลึก รวมถึงอาหารพื้นถิ่นทั้งแบบจีนแท้และแบบรัสเซียให้ลิ้มลองความอร่อย 

6. โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia Church)

สัญลักษณ์ประจำเมืองในการเที่ยวฮาร์บินที่ทุกคนควรถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก มหาวิหารสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียคริสต์ศาสนานิกายออร์โธด็อกซ์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่คนนับถือศาสนาคริสต์มากสุดในแถบเอเชียตะวันออก มีความสวยงาม แปลกตา และหาได้ยากในเมืองจีน ปัจจุบันด้านในยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์งานแสดงศิลปะให้ได้ชมความสวยงามกันด้วย ลองแวะไปเที่ยวชมกันเลย 

7. สวนเสือโคร่งไซบีเรีย (Siberian Tiger Park)

ปิดท้ายกันด้วยการเที่ยวชมความน่ารักของเหล่าบรรดาเสือโคร่งจากไซบีเรียซึ่งเต็มไปด้วยเสือมากกว่า 800 ตัว โดยพวกมันจะอาศัยแบบธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถชมโดยรอบสถานที่ แต่ไม่ต้องกังวลใจเพราะพวกมันไม่ได้ดุร้าย แถมยังเชื่องช้า พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด เหมาะกับการพาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์สายพันธุ์นี้เป็นอย่างยิ่ง 

นี่คือข้อมูลทั้งหมดอันน่าสนใจสำหรับคนที่อยากเที่ยวฮาร์บิน เมืองสุดหนาวสุดขั้วของประเทศจีนแต่ไม่แน่ใจว่าเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด และมีที่เที่ยวฮาร์บินแห่งใดห้ามพลาดบ้าง อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะไปเมืองฮาร์บินหรือเมืองไหนก็ตามการมี “ประกันเดินทางต่างประเทศ” คือเรื่องสำคัญมาก เพราะจะช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายได้อย่างดีเมื่อเกิตเหตุไม่คาดฝัน จึงขอแนะนำประกันเดินทางจีน Luma GO จาก Luma ราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท สามารถเลือกแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดได้ถึง 5 ล้านบาท บริการสายด่วนตลอด 24 ชม. พร้อมประสานงานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ คุ้มครองโควิด-19 เที่ยวได้สบายใจอย่างแน่นอน 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศจีน:

ประเทศจีนมีอะไรดี ใครวางแผนอยากไปเที่ยวจีนลองเช็กข้อมูลกันเลย

สำหรับคนที่วางแผนอยากไปสัมผัสกับบรรยากาศของเมืองจีนไม่ใช่แค่การมีพื้นที่ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังอัดแน่นไปด้วยความแตกต่างและหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง นี่จึงเปรียบเสมือนจุดเด่นของจีนที่เชิญชวนให้นักเดินทางทั่วโลกต่างแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนกันอย่างไม่ขาดสาย ใครอยากรู้ว่าของดีเมืองจีนเป็นยังไง จีนมีอะไรเด่นบ้าง ลองเช็กข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ก่อนเดินทางกันได้เลย! 

Guilin China

สิ่งที่น่าสนใจ เกี่ยวกับประเทศจีน 

จุดเด่นของจีนเรื่องแรกต้องยกให้กับการมีความหลากหลายทางชนชาติสูงมาก (มีข้อมูลระบุเอาไว้ว่าชนชาติเฉพาะที่อาศัยบนแผ่นดินที่ปกครองโดยประเทศจีนมีถึง 56 เชื้อชาติ) นั่นบ่งบอกถึงการได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีที่น่าสนใจ ซึ่งชนชาติหลักที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี ประกอบไปด้วย 

  • ชนชาติฮั่น กลุ่มชนชาติของจีนที่มีประชากรมากที่สุดประมาณ 1,200 ล้านคน หรือคิดเป็น 92% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ และยังถูกจัดให้เป็นชนชาติที่มีจำนวนเยอะสุดในโลกอีกด้วย 
  • ชนชาติมองโกล ส่วนหนึ่งอาศัยประเทศมองโกเลีย ขณะที่ยังมีบางส่วนยังคงใช้ชีวิตบริเวณเขตปกครองตนเองมองโกเลียตอนเหนือของประเทศจีน  
  • ชาติหุย กลุ่มประชากรชาวจีนที่นับถือศาสนาอิสลาม อาศัยอยู่ในประเทศจีนราว 9.82 ล้านคน มักอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณชนบท 
  • ชนชาติทิเบต นี่คือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ภายใต้พื้นที่การปกครองของประเทศจีน แม้มีจำนวนประชากรไม่เยอะแต่กลับมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก 
  • ชนชาติอุยกูร์ กลุ่มชาติพันธุ์ที่มักอาศัยกันอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของจีนมายาวนานหลายร้อยปี และยังนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย 
  • ชนชาติแมนจู กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศจีนโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่แมนจูเรีย จัดเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ประมาณ 9 ล้านคน 
  • ชนชาติต้ง ชนชาติที่ประชากรมักอาศัยอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกุ้ยโจว มีความเชื่อว่าตนเองสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์ของนก 
  • ชนชาติจ้วง กลุ่มประชากรที่มีจำนวนผู้อยู่อาศัยในจีนมากสุดอันดับ 2 ของประเทศ ประมาณ 16 ล้านคน ตามประวัติมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยยุคราชวงศ์ซ่ง  

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อีกจุดเด่นของจีน 

หากใครสงสัยว่าจีนมีอะไรเด่น คำตอบที่มักเกิดขึ้นต้องมีเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมอยู่ด้วยแบบไม่ต้องสงสัย เหตุเพราะพื้นที่ขนาดใหญ่และยังมีอีกหลายจุดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสกับสาวตาของตนเอง โดยที่เที่ยวทางธรรมชาติเมืองจีนน่าสนใจ มีดังนี้ 

1. เขาเทียนจื่อซาน (Tianzi Shan)

ที่เที่ยวอันถือเป็นไฮไลต์ของนักท่องเที่ยวสายลุยต้องยกให้กับดินแดนที่มาพร้อมความอัศจรรย์เกินบรรยายด้วยลักษณะภูเขาแท่งหินทรายจำนวนกว่า 3,000 ยอด ตั้งสลับซับซ้อนเรียงรายกันจุดสุดสายตา ความสูงเฉลี่ยประมาณ 500 – 1,000 เมตร ซึ่งเคยถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “อวตาร” กับฉากดินแดนหุบเขาแห่งแพนดอร่าอีกต่างหาก  

2. กุ้ยหลิน (Guilin)

ที่เที่ยวเมืองจีนซึ่งหลายคนมักเปรียบเทียบสถานที่หลายแห่งว่าเป็นกุ้ยหลินแห่งเมืองต่าง ๆ ดังนั้นหากมีโอกาสได้สัมผัสกับของจริงคงไม่ต้องบรรยายถึงความสวยงามแค่ไหน โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของแม่น้ำ ป่าไม้ พร้อมฉากหลังเป็นภูเขาสูง ทุกคนสามารถนั่งแพชิล ๆ ล่องไปตามสายน้ำ เลพินกับเสียงนก ผ่อนคลายเรื่องเครียดของชีวิต 

3. เขาสายรุ้งตันเซี๋ย (Danxia Landform)

ความมหัศจรรย์ของที่เที่ยวธรรมชาติของเมืองจีนอีกแห่งที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2010 ไปเรียบร้อย ด้วยการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเมือกว่าหลายร้อยปีก่อนบวกกับการถูกลมและน้ำกัดเซาะแนวเขาทำให้สีสันที่ได้กลายเป็นสีรุ้งแบบที่ทุกคนเห็นกันนั่นเอง 

4. หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley)

ใครมีโอกาสแวะไปเมืองยูนนานอยากให้ลองสัมผัสด้วยตนเองสักครั้งแล้วจะรู้ถึงความสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติมันชั่งอลังการมากขนาดไหน ตามความเชื่อของคนท้องถิ่นระบุว่าบริเวณนี้คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งการเดินทางไม่ยากเลยเนื่องจากสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบนยอดเขาพร้อมชมวิวสวย ๆ แบบ 360 องศา ฉากหลังเป็นภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ 

5. น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Falls)

น้ำตกขนาดใหญ่สุดของประเทศจีนกับระดับความสูง 77.8 เมตร บริเวณโดยรอบยังรวมน้ำตกขนาดเล็กอีกถึง 18 แห่ง ที่ไหลรวมกันจนกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ จากลักษณะที่แปลกทางธรรมชาติจึงทำให้องค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นหมู่น้ำตกขนาดใหญ่สุดในโลก สายชิล อยากใกล้ชิดธรรมชาติยังไงก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ประเทศจีน มีอะไร ดี

ลิ้มลองความอร่อยของอาหารในเมืองจีน 

ในการไปเที่ยวที่ใดก็ตามเรื่องอาหารถือเป็นอีกวัฒนธรรมที่ควรได้ลองด้วยตนเองสักครั้งเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต และของดีเมืองจีนที่อยากแนะนำ รับรองความอร่อยจากเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลก ประกอบไปด้วย 

  • หมูทอดผัดซอสเปรี้ยวหวาน เมนูประจำชาติของชาวจีนที่การันตีความอร่อย เป็นเมนูขึ้นชื่อของชาวเสฉวน รสสัมผัสที่ได้จะมีความเปรี้ยว เผ็ด และแอบหวานเล็ก ๆ เนื้อหมูเคี้ยวมัน กรอบอร่อยมาก 
  • เฉ่าเมี่ยน หากบอกชื่อนี้คนส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าเห็นหน้าตายังไงก็ต้องร้องอ๋อ เพราะมันก็คือบะหมี่ผัดนั่นเอง แต่ถ้าเน้นสูตรดั้งเดิมต้องผัดแค่กับผัดหรือเต้าหู้ เส้นเหนียวนุ่ม อาจเพิ่มเติมผัก เนื้อสัตว์ ไข่ ตามชอบก็ได้ 
  • เกี๊ยว นอกจากเป็นอาหารที่คนทั่วโลกคุ้นเคยกันแล้ว นี่ยังถือเป็นวัฒนธรรมทางอาหารที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานมาก มีการดัดแปลงไส้ให้เข้ากับความชอบของแต่ละคน จากนั้นก็นึ่งให้สุกพร้อมเสิร์ฟ 
  • เป็ดปักกิ่ง ของดีเมืองจีนที่ใครได้ลองก็ต้องบอกว่าอร่อยไม่เคยเปลี่ยน หนังเป็ดย่างกรอบ ๆ ทานคู่กับแป้งเนื้อนุ่ม สอดไส้พริก แตงกวา ต้นหอม ราดน้ำจิ้มสูตรเฉพาะรสหวานน้ำดีงามมาก 
  • ไก่แช่เหล้า หรือ เหนียงจิ่วจี อาหารสูตรดั้งเดิมที่หลายคนได้ลิ้มลองแล้วต่างก็ประทับใจกับความนุ่มละมุนของเนื้อไก่นึ่งเข้ากับซอสที่ราดได้แบบไร้ที่ติ สามารถเห็นได้ตามร้านอาหารจีน 
  • หม่าล่าหม้อไฟ เมนูสุดฮิตติดลมบนของคนไทย ซึ่งถ้าใครไปเยือนเมืองจีนต้องลองแบบต้นตำรับสักมื้อ ความเผ็ดของพริกหม่าล่าคือเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครได้ลองแล้วต่างยกนิ้วให้เลย 

ของฝากจากเมืองจีนควรค่ากับการซื้อ 

ของดีเมืองจีนกลุ่มสุดท้ายที่อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักก่อนเดินทางกลับนั่นคือของฝาก ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่ละชิ้นที่คัดมาบอกได้เลยว่าควรค่ากับการซื้อฝากเป็นอย่างยิ่ง 

  • ชาจีน ของฝากขึ้นชื่อที่ใครไปจีนก็ต้องซื้อกลับมาฝากคนทางบ้านตลอด ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกว่ามีหลายสายพันธุ์มาก รสชาติ กลิ่นก็จะแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมยังถือว่าดีงามสุด ๆ 
  • พุทราจีน หนึ่งในผลไม้ที่รสชาติอร่อย แต่ถ้าการซื้อสดเป็นเรื่องยากก็ลองหาที่ผ่านการแปรรูปแล้ว เช่น พุทราอบแห้ง บางยี่ห้อมีการสอดไส้ต่าง ๆ เพิ่มความอร่อยไปอีกแบบ 
  • บัวหิมะ หากคิดไม่ออกว่ายาทาภายนอกครอบจักรวาลเป็นยังไงลองซื้อครีมบัวหิมะมาทาแล้วจะเข้าใจทันที แมลงสัตว์กัดต่อย น้ำร้อนลวก แผลพุพองต่าง ๆ ทาไว้แล้วผิวจะดีขึ้น 
  • หยก เครื่องประดับที่มีความหมายของชาวจีน เชื่อว่าหากใครสวมใส่จะมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน และมีความมงคลต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตแบบไม่ขาดสาย 

สรุป 

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าจีนมีอะไรเด่น โดยสรุปแล้วถือว่าน่าสนใจในทุกเรื่องตั้งแต่ชนชาติอันหลากหลาย อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงของฝาก อย่างไรก็ตามทุกครั้งเมื่อต้องเดินทางไปเมืองนอก ประกันเดินทางต่างประเทศ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด จึงอยากแนะนำให้ซื้อประกันเดินทางจีน จาก LUMA ราคาสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียง 199 บาท และยังมีแพ็คเกจสูงสุดคุ้มครองถึง 5 ล้านบาท สายด่วนตลอด 24 ชม. พร้อมประสานงานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ซื้อง่ายมากผ่านช่องทางออนไลน์ มีติดตัวไว้เที่ยวได้สบายใจแน่นอน 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศจีน:

ขอวีซ่าท่องเที่ยวไปอังกฤษ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

สำหรับคนที่กำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวอังกฤษ เรื่องที่สำคัญอันดับต้นๆ ก็คือการทำขอวีซ่าท่องเที่ยวไปยังประเทศอังกฤษ ตามมาด้วยการทำประกันเดินทางต่างประเทศ หรือประกันเดินทางอังกฤษแบบเจาะจง นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการเตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น และเตรียมเงินให้พร้อมทัวร์ เพื่อเปิดประสบการณ์การเดินทางให้เต็มอิ่ม

วีซ่าอังกฤษ

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ข้อมูลทั่วไปเรื่องการทำวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ

สำหรับประเทศอังกฤษ เป็นประเทศที่คนไทยจะต้องทำวีซ่าก่อนเดินทางเข้าไป ไม่ว่าจะเข้าไปด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม รวมถึงการท่องเที่ยวที่ไม่ว่าจะเที่ยวอังกฤษ เที่ยวลอนดอน หรือท่องเที่ยวในเมืองอื่นๆ ภายในประเทศนี้ คนไทยทุกคนจะต้องผ่านการทำวีซ่าก่อน

โดยวีซ่าประเภทนี้จะเป็นวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งมีชื่อเรียกว่า  “Standard Visitor Visa” ที่อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่านี้สามารถเดินทางเข้าไปยังประเทศอังกฤษรวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในสหราชอาณาจักร (United Kingdom) ได้ เพื่อท่องเที่ยวหรือพักผ่อน หรือเพื่อทำกิจกรรมอื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด นั่นก็คือ 6 เดือน

ผู้ที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ สามารถท่องเที่ยวได้ทั่วประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวลอนดอนเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวหลายๆ คน โดยในการทำวีซ่ามีค่าธรรมเนียม แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ

  • แบบปกติ
  • แบบด่วนค่าธรรมเนียม
  • แบบด่วนพิเศษ

ค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ

ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษแบ่งเป็นแบบปกติ แบบด่วน และแบบด่วนพิเศษ คือ

  • แบบปกติค่าธรรมเนียม 2,650 บาท (ทราบผลภายใน 15 วันทำการ)
  • แบบด่วนค่าธรรมเนียม 11,007 บาท (ทราบผลภายใน 3-5 วันทำการ)
  • แบบด่วนพิเศษค่าธรรมเนียม 42,090 บาท (ทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง)

โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นการขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษที่มีอายุ 6 เดือน กล่าวคือสามารถพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรได้เป็นเวลา 6 เดือน นอกจากวีซ่าท่องเที่ยว 6 เดือน ยังมีวีซ่าท่องเที่ยวที่มีระยะเวลานานกว่า 6 เดือนด้วย แต่ทั้งนี้ก็จะมีเกณฑ์การพิจารณาที่แตกต่างออกไป ความยากในการขอวีซ่าให้ผ่านก็จะสูงขึ้นด้วย

เอกสารที่ต้องใช้ทำวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงเล่มปัจจุบัน ที่มีอายุการใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือน (พร้อมสำเนาทุกหน้าที่มีแสตมป์ การเดินทางทั้งหมด)
  • หนังสือเดินทางเล่มเก่า พร้อมสำเนาหน้าแรก และสำเนาวีซ่าเชงเก้น (ถ้ามี)
  • Statement ที่ออกโดยธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (การเงินจำเป็นต้องใช้บัญชีออมทรัพย์เท่านั้น)
  • หลักฐานการทำงานที่เป็นภาษาอังกฤษ หรือ หนังสือรับรองบริษัทที่เป็นภาษาอังกฤษ
  • เอกสารสำคัญอื่นๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  • หลักฐานการจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน (ถ้ามี)
  • หลักฐานการทำประกันเดินทางต่างประเทศ/ประกันเดินทางอังกฤษ (ถ้ามี)
  • ผู้เดินทางที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และไม่ได้เดินทางพร้อมบิดาและมารดา ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดามารดาที่รับรองโดยอำเภอ และสูติบัตร (พร้อมสำเนา)

คุณสมบัติของผู้ขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ

ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรหรือวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ แน่นอนว่าคุณสมบัติของผู้ขอวีซ่าก็มีส่วนที่จะตัดสินว่าการขอวีซ่านั้นจะผ่านหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ขอวีซ่าท่องเที่ยวจะไม่หนีวีซ่าและไม่ยอมกลับประเทศไทยตามเวลาที่กำหนดในวีซ่า โดยคุณสมบัติที่ต้องมี มีดังนี้

มีประวัติการเดินทางไปยังต่างประเทศมาก่อน

อาจจะไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องเคยเดินทางไปยังต่างประเทศมาก่อน แต่ถ้าหากเคยเดินทางไปต่างประเทศมาก่อน ก็จะช่วยให้โอกาสในการขอวีซ่าผ่านนั้นเพิ่มมากขึ้น หากมีประวัติการเดินทางและออกจากประเทศภายในเวลาที่วีซ่ากำหนด ก็ถือเป็นนักเดินทางประวัติดี โอกาสขอวีซ่าผ่านก็จะมีมากกว่าคนที่ไม่เคยมีประวัติเดินทางมาก่อน

ฐานะทางการเงิน

นักเดินทางที่มีโอกาสขอวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษผ่าน ก็ต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่หนีวีซ่าและอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรแบบถาวร ซึ่งสามารถแสดงได้ด้วย Statement ย้อนหลัง 6 เดือนที่ออกโดยธนาคาร ซึ่งทางการจะพิจารณาฐานะการเงินจากเอกสารนี้ โดยจะดูว่ามีรายได้แน่นอนเข้าบัญชีรายเดือนหรือไม่ รายได้มากน้อยแค่ไหน เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวอังกฤษท่องเที่ยวลอนดอนหรือเมืองอื่นๆ ในอังกฤษหรือไม่อย่างไร รวมถึงบัญชีเงินเก็บที่แสดงถึงฐานะทางการเงินได้เช่นกัน

อาชีพ

คุณสมบัติอีกหนึ่งประการที่สำคัญในการขอวีซ่าท่องเที่ยวก็คือต้องมีอาชีพที่แน่นอนไม่ว่าจะเป็นงานประจำในลักษณะพนักงานเงินเดือน หรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็จะพิสูจน์ได้ว่ามีอาชีพ โดยสำหรับพนักงานเงินเดือนสามารถแสดงหลักฐานการทำงานที่ขอจากทางบริษัทได้ แต่ต้องเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนคนที่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ก็สามารถใช้หลักฐานที่ออกโดยบริษัทตัวเองได้ ซึ่งบริษัทของตนเองนั้นก็ต้องมีการจดทะเบียนเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งนี้ทั้งนั้นหลักฐานทางการเงินก็จะใช้ประกอบกัน เพื่อดูความมั่นคงของผู้ขอวีซ่า เอกสารต่างๆที่ใช้ยื่น ต้องมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองการแปลอย่างถูกต้อง

หลักฐานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

แน่นอนว่าผู้ที่ตั้งใจจะเดินทางไปท่องเที่ยว ก็ควรจะมีแผนการเดินทาง และมีเอกสารเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น เอกสารการจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน หรือเอกสารอื่นๆ เช่น บัตรผ่านสวนสนุก บัตรผ่านพิพิธภัณฑ์ บัตรคอนเสิร์ต ประกันเดินทางต่างประเทศ ประกันเดินทางอังกฤษ หรือประกันเดินทางลอนดอน กรณีที่เดินทางไปท่องเที่ยวลอนดอน เป็นต้น

ขั้นตอนในการสมัครวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ

ในส่วนของขั้นตอนการสมัครวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ ก่อนอื่นเลยจะต้องทำการกรอกข้อมูลในใบสมัครคำร้องขอวีซ่าสหราชอาณาจักร ซึ่งสามารถทำได้ผ่านออนไลน์จากนั้นก็ทำชำระเงินค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าตามลำดับ

จากนั้นทางการจะนัดหมายวันยื่นคำร้องมาให้ ซึ่งผู้ขอวีซ่าจะต้องเดินทางไปที่ศูนย์วีเอฟเอส ชั้น 28 อาคารเดอะเทรนดี้ ออฟฟิศ ซอยสุขุมวิท 13 เพื่อไปทำการยื่นคำร้อง ในการเดินทางไปนั้นจะต้องเตรียมเอกสารข้างต้นให้พร้อมด้วย

เมื่อเดินทางไปถึงจะต้องทำการยื่นเอกสารและเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ รวมถึงถ่ายรูปสำหรับติดวีซ่า ข้อมูลทั้งหมดก็จะถูกส่งต่อเพื่อทำการพิจารณาตามลำดับว่าวีซ่านั้นจะผ่านหรือไม่ และเมื่อพิจารณาจบแล้วก็จะทำการคืนเอกสารให้กับผู้ขอวีซ่า ยกเว้นหนังสือเดินทางที่ทางการจะเก็บไว้ก่อนเพื่อติดตราวีซ่า โดยขั้นตอนการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน สรุปขั้นตอนการขอวีซ่าได้ ดังนี้

  • กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ (ก่อนทำการกรอกข้อมูลจะต้องสร้าง Account บนเว็บไซต์ก่อน) และต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น แม้จะสามารถเลือกเมนูภาษาไทยได้ แต่ในการกรอกข้อมูลผู้ขอวีซ่าต้องป้อนข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ
  • ชำระค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
  • เดินทางไปยื่นคำร้องตามวันนัดหมายที่ศูนย์วีเอฟเอส ชั้น 28 อาคารเดอะเทรนดี้ ออฟฟิศ ซอยสุขุมวิท 13 โดยนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นด้วย
  • เก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์
  • ถ่ายรูปสำหรับติดวีซ่า
  • รอพิจารณา

การกรอกข้อมูลออนไลน์

  • สร้าง Account
  • เลือกเมนูภาษาไทย (หรือภาษาอื่นที่ต้องการใช้) จากนั้นกด Next
  • เลือกประเภทของวีซ่า วีซ่าท่องเที่ยวให้เลือก Visit or transit visa แล้วกด Next
  • หน้าต่อไปจะให้เลือกว่า ต้องการให้แสดงคำถามเป็นภาษาไทยหรือไม่ ถ้าต้องการให้คำถามแปลเป็นภาษาไทย ให้ตอบ Yes หากไม่ต้องการให้ตอบ No แต่ในการกรอกข้อมูลจะต้องป้อนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น แม้คำถามจะเป็นภาษาไทย
  • เลือกประเทศที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า ซึ่งถ้าหากยื่นคำร้องจากประเทศไทยให้เลือกประเทศไทย แล้วกด Next
  • เลือกสถานที่ที่สะดวกยื่นคำร้องขอวีซ่า และสามารถไปตามนัดหมายที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าแห่งใดแห่งหนึ่ง คือ สาขากรุงเทพมหานครหรือเชียงใหม่ แล้วกดยอมรับในข้อแรกที่มีข้อความ I can go to an appointment at one of these visa application centres (ข้าพเจ้าสามารถไปตามนัดหมายที่ศูนย์รับคำร้องแห่งใดแห่งหนึ่ง) จากนั้นกด Next
  • หน้าถัดไป จะเป็นข้อมูลต่างๆ ของการทำวีซ่าอังกฤษ  เช่น ประเภทวีซ่า การนัดหมาย ระยะเวลาในการทำ วิธียื่นคำร้อง
  • ระบบจะแจ้งวันนัดหมายมาให้ เพื่อเดินทางไปยื่นคำร้องต่อไป

ระยะเวลาในการสมัครวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ

ในส่วนของการสมัครวีซ่าอังกฤษ จะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 15 วัน นับจากไปวันยื่นคำร้องที่ศูนย์วีเอฟเอส

Bigben UK

สิ่งที่ควรรู้เมื่อทำวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ

 คนที่กำลังจะทำวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อเดินทางไปยังประเทศอังกฤษหรือสหราชอาณาจักรมีข้อควรรู้ ดังนี้

ควรเผื่อเวลาในการทำวีซ่าอย่างน้อย 30 วัน

ในการขอวีซ่าอังกฤษ ควรเผื่อเวลาไว้สัก 30 วัน แม้เวลาในการพิจารณาวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษจะอยู่ที่ประมาณ 15 วัน แต่ต้องเผื่อเวลาในการนัดหมายด้วย อย่างในการทำเรื่องกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ หลังจากนั้นทางจะขึ้นเวลานัดหมายสำหรับยื่นคำร้องมา จากนั้นจึงเดินทางไปยื่นคำร้องที่ศูนย์วีเอฟเอส ซึ่งวันทำการสำหรับรับใบคำร้องคือวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30น.-17.00น. และรอพิจารณาอีกประมาณ 15 วัน และควรเผื่อเวลาสำหรับป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นด้วย ทางที่ดียิ่งเผื่อเวลาไปมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นผลดีมากขึ้น เพื่อไม่เป็นการประมาทเกินไป

พื้นที่ที่สามารถเดินทางไปได้เมื่อถือวีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษ

วีซ่าท่องเที่ยวอังกฤษคือวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่สหราชอาณาจักรได้ ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวลอนดอน เที่ยวเคมบริดจ์ เที่ยวเบอร์มิงแฮม หรือเมืองอื่นๆ รวมถึงสามารถเดินทางไปยังประเทศอื่นในสหราชอาณาจักรอย่างสกอตแลนด์และเวลส์ได้

ส่วนประเทศไอร์แลนด์นั้น ผู้ที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรจะสามารถเดินทางไปในไอร์แลนด์เหนือได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร แต่ส่วนขอบเขตอื่นในไอร์แลนด์นั้นจะไม่สามารถเดินทางไปได้ โดยจะต้องทำวีซ่าไอร์แลนด์ต่างหาก เช่นเดียวกันสำหรับผู้ที่ถือวีซ่าไอร์แลนด์ก็ไม่สามารถเดินทางเข้าไอร์แลนด์เหนือได้ เพราะถือว่าเป็นคนละประเทศกัน

สำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศอังกฤษ ไม่ว่าจะไปเที่ยวลอนดอน เที่ยวเคมบริดจ์ เที่ยวเบอร์มิงแฮม หรือประเทศอื่นในสหราชอาณาจักร จะต้องทำวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรก่อนเดินทาง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับการเดินทาง นอกจากจากนั้นอย่าลืมทำประกันเดินทางต่างประเทศ โดยเฉพาะประกันเดินทางอังกฤษ  เพื่อการเดินทางที่อุ่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่บานปลายกรณีเกิดอุบัติเหตุ

 

การเตรียมตัวสำหรับการขอวีซ่าเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการเดินทางในอังกฤษ นอกจากนี้ คุณอาจต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบขนส่งสาธารณะในลอนดอน และคำแนะนำสำหรับการจัดการ ค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางในอังกฤษ เพื่อให้การเดินทางของคุณง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว