รู้หรือไม่ ? มะเร็งปากมดลูก โรคอันดับ 2 ที่คร่าชีวิตหญิงไทย

รู้ทันมะเร็งปากมดลูก อะไรคือสาเหตุ ป้องกันได้อย่างไร ?  

มะเร็งปากมดลูกคือโรคร้ายที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คุณคิด ในขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ มีผู้กำลังเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอย่างน้อยวันละ 200 คน  แบ่งออกเป็นผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยวันละ 10 คน และยิ่งระยะเวลาผ่านไปตัวเลขของผู้ป่วยยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย   

สาเหตุใดโรคร้ายนี้ถึงรับมือได้ยาก มีวิธีไหนบ้างที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับคุณและคนใกล้ตัวของคุณ บทความนี้จะช่วยให้ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้คุณสามารถรู้เท่าทันโรคมะเร็งปากมดลูกได้ดียิ่งขึ้น  
  

ภัยเงียบสำหรับคุณผู้หญิง มะเร็งปากมดลูก คืออะไร ? 

มะเร็งปากมดลูกคือ โรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ภายในปากมดลูก โดยจะเกิดขึ้นในบริเวณช่วงล่างของมดลูกที่เป็นส่วนที่เชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับช่องคลอด ทำให้ความอันตรายของโรคชนิดนี้มีสูงกว่ามะเร็งชนิดอื่น ที่หลังจากเกิดโรคจะไม่ค่อยแสดงอาการร้ายแรง โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้ตัวในระยะที่ลุกลามแล้ว ซึ่งมักจะแสดงอาการเจ็บป่วยอย่างชัดเจน  

หากนับตามสถิติในปี 2566 มะเร็งปากมดลูก คือโรคอันดับ 2 ที่คร่าชีวิตหญิงไทยมากที่สุดในแต่ละปี ในทุก ปีจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงกว่า 8,000 คน ซึ่งคาดว่าตัวเลขน่าจะพุ่งสูงขึ้นมากกว่านี้อีกอย่างแน่นอน ในปัจจุบันถึงแม้เทคนิคทางการแพทย์จะพัฒนามากกว่าเดิม แต่โรคมะเร็งปากมดลูกก็ยังคงเป็นภัยเงียบที่กว่าผู้ป่วยหลายคนจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว  

 

สาเหตุที่ส่งผลให้เกิดเกิดมะเร็งปากมดลูก 

มะเร็งปากมดลูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักที่พบได้บ่อยที่สุด คือการได้รับเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หลังได้รับเชื้อจะไม่ได้แสดงอาการเจ็บป่วยใด ออกมาในระยะแรก แต่จะเกิดการฝังตัวของเชื้อไวรัส และค่อย ทำให้เกิดอาการของโรคมะเร็งปากมดลูกแสดงออกมาทีละน้อย เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ฝังเอาไว้ในร่างกาย เมื่อถึงช่วงเวลาที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ก็ถึงเวลาที่ระเบิดเวลาลูกนี้จะเริ่มทำลายร่างกายของคุณ 
 
 

ทำความรู้จักกับ “เชื้อ HPV” เชื้อร้ายที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด 

จากหัวข้อเมื่อสักครู่ ที่เราได้นำเสนอข้อมูลที่ว่ามะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อ HPV” ไวรัส Human Papillomavirus แท้จริงแล้วไวรัสชนิดนี้ไม่ใช่สารก่อมะเร็งโดยตรง แต่เป็นไวรัสที่ติดต่อระหว่างเพศสัมพันธ์ เป็นสารที่เพียงได้สัมผัสโดยตรง ก็สามารถส่งต่อได้แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ในรูปแบบใด หากมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของอีกฝ่าย โอกาสที่จะได้รับเชื้อชนิดนี้ก็สูงตามไปด้วย แต่ข่าวดีก็คือ ในปัจจุบันมีการคิดค้นวัคซีนสำหรับป้องกันไวรัส HPV ซึ่งสามารถแจ้งความประสงค์ฉีดได้จากสถานบริการทางการแพทย์ใกล้บ้านคุณ 

มะเร็งปากมดลูก

ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งปากมดลูก  

นอกจากไวรัส HPV แล้ว ปัจจัยเสี่ยงอื่น ของโรคมะเร็งปากมดลูก คือสิ่งที่ทุกคนควรรู้เอาไว้ เพราะมีบางเคสที่ผู้ป่วยไม่ได้มีรสนิยมการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ แต่ก็มีอาการของโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งนั่นก็เป็นคำตอบได้อย่างดีว่ามะเร็งชนิดนี้ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่หลากหลายเหมือนมะเร็งชนิดอื่น มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง ที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคนี้  

เพศ   

แน่นอนว่ามะเร็งปากมดลูกคือโรคที่เกิดในเพศหญิงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเชื้อไวรัสตัวร้ายอย่าง HPV ก็สามารถสร้างโรคร้ายให้กับฝ่ายชายได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ไปจนถึงมะเร็งองคชาต และมะเร็งทวารหนักที่เกิดได้ในกลุ่มความสัมพันธ์แบบชายรักชาย 

เชื้อชาติ 

เชื้อชาติยังไม่มีการวิจัยที่บ่งชัดได้ว่าจะมีโอกาสเกิดโรคได้มากกว่า แต่การที่เป็นเชื้อชาติที่ไม่สามารถเข้ารับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ มีโอกาสสูงมากขึ้นที่จะเกิดความร้ายแรงของโรค ส่วนมากจะเกิดกับเชื้อชาติที่ขาดโอกาสทางด้านการรักษาเป็นหลัก 

การมีบุตร 

การมีบุตรส่งผลโดยตรงต่อการเกิดอาการของมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่มีบุตรเร็วในช่วงวัยรุ่น และผู้ที่มีการตั้งครรภ์มากกว่า 3 ครั้งเป็นต้นไป กลุ่มคนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่าผู้หญิงที่ไม่เคยผ่านการตั้งครรภ์มาก่อน  

ฮอร์โมน 

จะให้กล่าวถึงฮอร์โมนในร่างกายก็คงไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ แต่จะเป็นการทานยาคุมกำเนิด ซึ่งเป็นยาที่มีการบรรจุฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์ มีการวิจัยว่าหากทานติดต่อกันเป็นระยะเวลาเกิน 5 ปี มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ทาน 

อายุ 

ช่วงอายุที่พบมะเร็งปากมดลูกได้บ่อยที่สุดคือช่วงวัยกลางคนบางครั้งจะพบโรคนี้ในผู้ที่ป่วยที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ แต่ก็มีโอกาสน้อยกว่าวัยกลางคนที่เกิดจากการรับเชื้อไวรัส HPV แล้วเกิดการลุกลามของโรคภายในช่องคลอด 

ความอ้วน 

นับว่าเป็นโรคมะเร็งเพียงไม่กี่โรค ที่ความอ้วนไม่ได้เป็นปัจจัยหลักของการเกิด แต่จะเป็นอุปสรรคต่อขั้นตอนของการรักษามะเร็งปากมดลูก ดังนั้นการคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำตั้งแต่ยังแข็งแรง อย่าเริ่มออกกำลังกายในวันที่เริ่มป่วย แต่จงออกกำลังกายเพื่อไม่ให้ป่วยจะดีที่สุด 

พันธุกรรม 

มีหลักฐานอย่างชัดเจนว่ามะเร็งปากมดลูก มีความสัมพันธ์โดยตรงกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสายเลือดโดยตรง อย่างเช่น ยาย แม่ พี่สาว น้องสาว แต่ก็ยังไม่สามารถการันตีได้ว่า เป็นโรคที่สามารถส่งต่อได้ทางพันธุกรรมโดยตรง หากครอบครัวมีอาการของโรคนี้ ก็จะมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดขึ้นอีกในทายาทลำดับถัดไป 
 

มะเร็งปากมดลูก

อาการของมะเร็งปากมดลูก สัญญาณเตือนของโรคมะเร็งปากมดลูก 

ความน่ากลัวที่ทำให้มะเร็งปากมดลูก ถูกเรียกว่าเป็นมัจจุราชเงียบ ก็คืออาการของโรคมะเร็งปากมดลูกช่วงเริ่มต้นที่ไม่ชัดเจนมากนัก บางอาการเป็นเหมือนอาการทั่ว ไปที่พบได้บ่อยในผู้หญิงที่เป็นรอบเดือน หากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างชัดเจน มักทำให้การรักษามะเร็งปากมดลูกล่าช้าเกินไป เพื่อเป็นการรับมือปัญหานี้ เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนของคุณผู้หญิง เมื่อมีอาการเหล่านี้แล้ว ควรรีบพบแพทย์ในทันที   

  • มีอาการเจ็บขณะที่มีเพศสัมพันธ์ รวมไปถึงมีเลือดออกในบริเวณช่องคลอด  
  • เกิดอาการปัสสาวะแสบขัด ปวดท้อง มีเลือดปนออกมาพร้อมปัสสาวะ  
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ  
  • มีอาการผิดปกติภายในช่องคลอด เช่น ตกขาวมากกว่าปกติ กลิ่นเหม็น มีเลือดกะปริบกะปรอย  
  • อาการปวดท้องบริเวณหัวหน่าวที่หาสาเหตุไม่ได้ 

มะเร็งปากมดลูก มีกี่ระยะ 

มะเร็งปากมดลูก

มี 2 ช่วงของการเกิดโรคใหญ่ คือช่วงก่อนเป็นมะเร็งจะเป็นช่วงเริ่มต้นของการเกิดโรค ผู้ป่วยจะไม่มีความผิดปกติใด ทั้งสิ้น เป็นช่วงแรกที่เซลล์มะเร็งกำลังเติบโต หลังจากผ่านช่วงเวลานั้นมาสักพัก ก็จะเข้าสู่ช่วงลุกลามเป็นช่วงที่มีอาการของโรคมะเร็งปากมดลูกแสดงออกมาอย่างชัดเจน โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังต่อไปนี้ 

  • ระยะที่ 1 เป็นช่วงที่เซลล์มะเร็งกำลังลุกลามเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อของปากมดลูก  
  • ระยะที่ 2 เซลล์มะเร็งเริ่มลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง  
  • ระยะที่ 3 เกิดการเปลี่ยนแปลงของผนังช่องคลอด อาจไปกดจนท่อไตทำงานผิดปกติ ส่งผลให้มีอาการบวมน้ำ  
  • ระยะที่ 4 เซลล์มะเร็งลุกลามจากปากมดลูกไปยังกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะอื่น ที่ใกล้เคียง  

มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้หรือไม่ ? 

เนื่องจากความน่ากลัวของโรคมะเร็งปากมดลูก ทำให้มีการวิจัยอย่าง จนในปัจจุบันสามารถวิเคราะห์อาการของโรคมะเร็งปากมดลูก ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการรักษามะเร็งปากมดลูกที่ทันท่วงที ก็สามารถทำให้ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยลดลง แต่หากเป็นการป้องกันแม้จะไม่สามารถทำได้ 100% แต่ก็สามารถทำได้ตามวิธีดังต่อไปนี้ 

ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV 

จากที่กล่าวถึงอยู่ตลอดในบทความนี้ ว่าสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกคือไวรัส HPV” ดังนั้นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม คือการเข้ารับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งในบริเวณปากมดลูกได้ดีที่สุด สามารถป้องกันได้สูงถึง 90% เลยทีเดียว 

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 

การคัดกรองคือขั้นตอนการตรวจหารอยโรค ซึ่งสำหรับโรคมะเร็งปากมดลูก จำเป็นจะต้องเข้ารับการตรวจภายในซึ่งการตรวจประเภทนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะสามารถเฝ้าระวัง และรักษาอาการของโรคมะเร็งปากมดลูกได้อย่างทันท่วงที เพียงแค่ค่านิยมต่าง ที่ทำให้ผู้หญิงไทยมักจะเขินอายต่อการเข้ารับการตรวจประเภทนี้ 

วิธีการรักษามะเร็งปากมดลูก 

หลังจากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว แนวทางการรักษาคือรักษาตามระยะของอาการหากเป็นช่วงระยะที่เซลล์มะเร็งยังไม่ลุกลามไปยังส่วนอื่น ก็จะมีการรักษาด้วยการจี้รอยโรคด้วยความเย็น ไปจนถึงการตัดบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งทิ้งไป สำหรับการรักษามะเร็งปากมดลูกในระยะที่ลุกลามแล้ว ยังคงเป็นแนวทางคล้ายเดิม แต่อาจจะมีการรักษาที่ซับซ้อนมากขึ้น มีบริเวณที่จะต้องตัดเนื้อร้ายทิ้งกว้างกว่า และจะต้องมีการทำเคมีบำบัดผสมผสานไปด้วยระหว่างการรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อร้ายกลับมาเป็นซ้ำ  

บทส่งท้าย  

มะเร็งปากมดลูกคือฝันร้ายของผู้หญิงทุกคน อย่างที่ทุกคนรู้กันเป็นอย่างดีว่า มะเร็งคือโรคที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แม้จะเป็นผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงเลยก็ตาม ก็ยังสามารถเป็นผู้โชคร้ายจากการเป็นผู้ป่วยของโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกัน แนวทางการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกคือ การเข้ารับการตรวจคัดกรองอยู่เสมอ พร้อมกับการรับวัคซีนตามเวลาที่เหมาะสม  

ทางด้านของความมั่นคงในชีวิต หากไม่อยากให้ปัญหาของโรคมะเร็งหรือโรคร้ายแรงอื่น เข้ามาทำลายชีวิตของคุณ ให้ประกันมะเร็งของ LUMA ดูแลคุณสิครับ การทำประกันเอาไว้ตั้งแต่ร่างกายยังแข็งแรง เมื่อเกิดโรคร้ายแรงที่คาดไม่ถึงขึ้นมาจริง คุณก็ยังสามารถเบาใจได้ในเรื่องของค่ารักษา เงินเยียวยาต่าง ที่จะได้รับตามเงื่อนไขของสัญญา 

 

Rungnapa T.

ผู้ตรวจสอบบทความทางการแพทย์ Luma’s Medical Team

อ่านเพิ่มเติม:

  • ประกันมะเร็งที่ไหนดี 2567 – จุดเด่นของประกันมะเร็งแต่ละบริษัทชั้นนำในไทย
  • HPV – จุดเริ่มต้นของมะเร็งปากมดลูกที่ไม่ควรมองข้าม
  • 4 โรคร้ายแรง – โรคร้ายแรงยอดฮิต 4 อันดับในไทยและประกันที่คุ้มครอง

อัปเดตขั้นตอนขอวีซ่าฟินแลนด์ประเภทท่องเที่ยว ปี 2568

ฟินแลนด์” ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ประชากรมีความสุขติดอันดับต้น ๆ ของโลก นั่นเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่คนไทยจำนวนมากหากมีโอกาสก็อยากไปเที่ยวฟินแลนด์สักครั้ง ซึ่งการจะเดินทางไปยังดินแดนแห่งนี้ได้นอกจากความพร้อมเรื่องเงินแล้ว “วีซ่าฟินแลนด์” ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ต้องทำด้วยเช่นกัน จึงขอพาทุกคนมาอัปเดตขั้นตอนวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์ ฉบับปี 2568 กันเลย 

ข้อควรรู้ก่อนขอวีซ่าฟินแลนด์ประเภทท่องเที่ยว 

ก่อนจะศึกษาวิธีขอวีซ่าฟินแลนด์ประเภทท่องเที่ยวอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับวีซ่าฟินแลนด์กันสักเล็กน้อย โดยวีซ่าประเภทนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน “วีซ่าเชงเก้น” สำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวฟินแลนด์และประเทศอื่น ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถอยู่ในฟินแลนด์ได้ไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้ 

คุณสมบัติของผู้ต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์ 

หากคุณต้องการยื่นวีซ่าฟินแลนด์ คุณสมบัติเบื้องต้นต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ หากอายุต่ำกว่านี้ต้องมีเอกสารยินยอมจากพ่อแม่ผู้ปกครองโดยออกเป็นภาษาอังกฤษกับทางอำเภอ ไม่เป็นผู้มีคดีรุนแรงภายในประเทศ หรือถูกศาลสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศทุกกรณี ส่วนใครที่พึ่งทำวีซ่าฟินแลนด์ครั้งแรกต้องไปดำเนินการด้วยตนเองเนื่องจากจะมีการเก็บไบโอเมตริกอัตลักษณ์บุคคลนั่นคือการสแกนลายนิ้วมือกับการสแกนใบหน้า 

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าฟินแลนด์ประเภทท่องเที่ยว 

นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมให้พร้อมหากจะยื่นวีซ่าฟินแลนด์เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ไม่ติดขัดจนต้องเสียเวลายื่นขอใหม่ในรอบถัดไป ซึ่งเอกสารทั้งหมดที่จะใช้เมื่อขอวีซ่าฟินแลนด์ ประกอบไปด้วย 

1.แบบฟอร์มข้อมูลขอวีซ่า ทำการกรอกข้อมูลออนไลน์ จากนั้นปริ้นท์ออกมาเป็นเอกสารสำหรับนำไปยื่นคำร้องในวันจริง  หากทำครั้งแรกต้องลงทะเบียนให้เรียบร้อย จากนั้นจึงล็อกอินแล้วเข้าไปใส่รายละเอียดให้ครบถ้วน

2.หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่าให้นำติดมาด้วย

3.รูปถ่ายสีหน้าตรง ฉากพื้นหลังสีขาว ขนาดกว้าง 3.5 ซม. สูง 4.5 ซม. ไม่สวมหมวก แว่นตาดำ หรือสิ่งอื่นใดปกปิดใบหน้า ยกเว้นเครื่องแต่งกายตามหลักศาสนา กรณีสวมแว่นสายตารูปถ่ายต้องไม่สะท้อนเลนส์กระจก มองเห็นดวงตาชัดเจน กรอบแว่นไม่บดบังใบหน้า ห้ามเห็นฟัน จำนวน 1 ใบ อายุรูปถ่ายห้ามเกิน 6 เดือน

4.เอกสารรับรองการทำงาน แบ่งตามลักษณะอาชีพแปลเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ 

  • พนักงานบริษัท ให้ใช้หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานของตนเอง  
  • เจ้าของธุรกิจ หนังสือจดทะเบียนธุรกิจ หรือ หนังสือจดทะเบียนพาณิชย์  
  • นักเรียน นักศึกษา ให้ใช้หนังสือรับรองจากสถาบันที่ตนเองกำลังศึกษา 

5.หลักฐานด้านการเงิน ประกอบไปด้วย สมุดบัญชีเงินฝากมีชื่อของผู้ยื่นคำร้อง รายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ไม่น้อยกว่า 3 เดือน และหนังสือรับรองจากสถาบันการเงิน

6.เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ ภายในระยะเวลาที่วีซ่ากำหนดเอาไว้

7.เอกสารการจองที่พัก โรงแรมในระหว่างพำนักอาศัยประเทศฟินแลนด์ ตามเวลาที่วีซ่ากำหนด

8.ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี)

9.แผนการเดินทางในทริปการท่องเที่ยวตลอดการอยู่ที่ฟินแลนด์

10.ประกันเดินทางต่างประเทศ ให้ถ่ายสำเนาที่รวมความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย วงเงินไม่ต่ำกว่า 30,00 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)

11.กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทาง ต้องมีสูติบัตรพร้อมใบแปล และเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้

  • ยื่นคำร้องเดินทางคนเดียว ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง เป็นภาษาอังกฤษตัวจริง ออกโดยหน่วยงานราชการ  
  • ยื่นคำร้องเพื่อเดินทางกับพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมถึงบุคคคลที่ 3 ต้องมีหนังสือยินยอมเป็นภาษาอังกฤษตัวจริง ออกโดยหน่วยงานราชการ  
  • ยื่นคำร้องเพื่อเดินทางกับพ่อหรือแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (กรณีเด็กอยู่ในความปกครองของฝ่ายเดียว) ต้องมีหนังสือระบุผู้มีอำนาจปกครองเป็นภาษาอังกฤษตัวจริง ออกโดยหน่วยงานราชการ 

12.แผนการเดินทางทั้งหมดระหว่างพำนักอยู่ที่ประเทศฟินแลนด์

วีซ่าฟินแลนด์

ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์ 

เป็นอีกเรื่องที่ต้องศึกษาและเตรียมความพร้อมของตนเองให้ดีหากวางแผนจะยื่นวีซ่าฟินแลนด์เพื่อไปท่องเที่ยวดินแดนแห่งความสุข โดยค่าใช้จ่ายสำหรับทำวีซ่าฟินแลนด์จะมีทั้งค่าวีซ่า ค่าบริการ และบริการเสริมอื่น ๆ ดังนี้ 

  • ค่าใช้จ่ายวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์สำหรับผู้ใหญ่ คนละ 80 EUR หรือประมาณ 3,000 บาท  
  • ค่าใช้จ่ายวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์สำหรับเด็กอายุ 6-11 ปี คนละ 40 EUR หรือประมาณ 1,500 บาท  
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย  
  • ค่าบริการศูนย์รับยื่นวีซ่า VFS Global 970 บาท / เล่ม 

อย่างที่อธิบายเอาไว้ว่านอกจากค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องชำระแล้ว หากใครสนใจบริการเสริมเพื่อความสะดวกมากขึ้นก็มีดังต่อไปนี้ 

 

  • ศูนย์วีซ่าเคลื่อนที่ 3,710 บาท  
  • ห้องพรีเมี่ยมเลาจน์ 2,390 บาท  
  • บริการยื่นเอกสารนอกเวลาทำการ 2,320 บาท  
  • บริการแปลเอกสาร 530 บาท  
  • บริการส่งไปรษณีย์ และโทรแจ้งสถานะด้วยระบบออโต้ 330 บาท  
  • บริการส่งไปรษณีย์ 260 บาท  
  • บริการถ่ายรูป 260 บาท  
  • บริการกรอกแบบฟอร์ม 220 บาท  
  • บริการโทรแจ้งสถานะด้วยระบบออโต้ 110 บาท  
  • บริการส่ง SMS แจ้งสถานะ 70 บาท  
  • บริการปริ้นท์เอกสารแผ่นละ 30 บาท  
  • บริการถ่ายเอกสารหน้าละ 6 บาท 

ขั้นตอนและวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์อย่างละเอียด 

เมื่อเช็กลิสต์เอกสารพร้อมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว คราวนี้ก็มาถึงอีกขั้นตอนสำคัญของทุกคนที่จะยื่นวีซ่าฟินแลนด์ นั่นคือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์แบบละเอียด สามารถทำตามนี้ได้เลย ไม่ยุ่งยาก 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์ทุกขั้นตอน 

1.หลังจากกรอกแบบฟอร์มและเตรียมเอกสารครบแล้ว วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์อันดับแรกให้จองนัดหมายกับทางศูนย์รับยื่นวีซ่า (คลิกที่นี่) ทำการลงทะเบียนและล็อกอิน กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย จากนั้นเลือกวันเวลา และสถานที่ที่ตนเองสะดวก เสร็จแล้วจะมีอีเมลยืนยันพร้อมใบนัดหมายให้ปริ้นท์แนบติดมาวันจริงด้วย (หากไปเป็นกลุ่มต้องแยกการจองทีละคน)

2.เดินทางไปยังศูนย์บริการรับยื่นวีซ่าพร้อมเอกสารทั้งหมด ยื่นเอกสาร ตรวจไบโอเมตริก (สแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า) ทำตามขั้นตอนทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่แนะนำ สุดท้ายชำระเงินค่าบริการเป็นเงินบาท สามารถจ่ายได้ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต / เดบิต

3.รออัปเดตข้อมูลการอนุมัติจากสถานทูตและศูนย์บริการ เพื่อเข้าไปรับหนังสือเดินทางกลับด้วยตนเอง แต่กรณีไม่สะดวกจะให้ตัวแทนรับก็ได้ (ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ ใบเสร็จค่าทำวีซ่า และบัตรประชาชนของผู้แทน) หรือจะให้ส่ง EMS กลับมายังที่อยู่ก็ได้เช่นกัน เพียงเท่านี้ก็เสร็จวิธีขอวีซ่าฟินแลนด์ประเภทท่องเที่ยวแล้ว (ทั้งนี้อัปเดตล่าสุดสำหรับคนที่ยื่นคำร้องกับศูนย์บริการ VFS Global จะรับหนังสือเดินทางผ่านวิธีส่ง EMS เท่านั้น)

สถานที่ขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์ มีที่ไหนบ้าง 

หลังจากเข้าใจวิธีขอวีซ่าฟินแลนด์กันอย่างละเอียดครบทุกขั้นตอน ใครที่ต้องการยื่นวีซ่าฟินแลนด์ปัจจุบันสามารถเลือกดำเนินการขอวีซ่าฟินแลนด์ได้ทั้งหมด 2 แห่ง ประกอบไปด้วย 

1.ศูนย์รับยื่นวีซ่าฟินแลนด์ VFS

ที่อยู่: เลขที่ 317 ชั้น 4 ยูนิต 404–405 โซนพลาซ่า อาคารจัตุรัสจามจุรี ถ.พญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

โทรศัพท์: 02-460-7057  

อีเมล: [email protected]  

เว็บไซต์: visa.vfsglobal.com/ 

เวลาทำการ: วันจันทร์ วันศุกร์ เวลา 08.00 – 12.00 . และ 13.00 – 16.00 . ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

2.สถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์

ที่อยู่: อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ ชั้น 14 เลขที่ 63 .วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 

โทรศัพท์: 02-207-8700 โทรได้เฉพาะเวลา 14.00 – 15.00  

อีเมล: [email protected] 

เว็บไซต์: finlandabroad.fi/web/tha/frontpage  

เวลาทำการ: วันอังคาร และ วันพฤหัสบดี เวลา 8.30 – 11.30 . 

สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นวีซ่ากับทางสถานทูตฟินแลนด์จะดำเนินการได้เฉพาะวันอังคารและพฤหัสบดีตามเวลาที่ระบุเท่านั้น โดยต้องจองคิวล่วงหน้ากับทาง VFS Global  

วีซ่าฟินแลนด์

ขอวีซ่าท่องเที่ยวฟินแลนด์ รอนานไหม 

จากวิธีขอวีซ่าฟินแลนด์ เมื่อทำตามขั้นตอนยื่นวีซ่าฟินแลนด์ทั้งหมดแล้ว จะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 15 วันทำการ ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการทำวีซ่าฟินแลนด์สามารถยื่นร้องขอได้ล่วงหน้า 180 วัน ก่อนวันเดินทาง แต่แนะนำให้ยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน 

สรุป 

วิธีขอวีซ่าฟินแลนด์ประเภทท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดอีกต่อไป แม้เป็นมือใหม่แค่ทำตามขั้นตอนนี้ก็พร้อมตะลุยเที่ยวฟินแลนด์กันแล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใดหากคุณวางแผนไปยังประเทศนี้หรือกลุ่มประเทศเชงเก้นอื่น ๆ ประกันเดินทางต่างประเทศ คือสิ่งสำคัญมากจึงขอแนะนำ ประกันเดินทางฟินแลนด์ จาก LUMA ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์แค่ไม่กี่นาที ถูกสุด ๆ ให้ความคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท ครอบคลุมการรักษาจากเชื้อโควิด-19 ใช้ยื่นขอวีซ่าสบายใจหายห่วง บริการดูแลตลอด 24 ชม. ฟินกับประเทศที่มีความสุขมากสุดในโลกกันตลอดทริปแน่นอน 

 

สรุปทุกขั้นตอนการขอวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยวปี 2025

การมีโอกาสได้ไปเที่ยวเบลเยี่ยมถือเป็นอีกความฝันของใครหลายคน สัมผัสกับวัฒนธรรม ความสวยงามของบรรดาสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ สภาพอากาศที่คนไทยต้องหลงรัก แต่เหนือสิ่งอื่นใดก่อนวางแผนเดินทางเยือนประเทศแห่งนี้ “วีซ่าเบลเยี่ยม” ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้ผ่านในลำดับแรก จึงขอสรุปทุกขั้นตอนวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยมให้ทำตามกันแบบละเอียดยิบเลย! 

เรื่องต้องรู้เมื่อเตรียมขอวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยว 

ปัจจุบันการขอวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยวจะใช้เป็น “วีซ่าเชงเก้น” ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มวีซ่าพำนักระยะสั้น (วีซ่าประเภท C) อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่เดินทางเข้าประเทศกลุ่มเชงเก้น สำหรับวิธีขอวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทนี้ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวลใจ และสามารถทำตามคำแนะนำต่าง ๆ ได้เลย 

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการขอวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยม 

เบื้องต้นสำหรับผู้ที่ต้องการยื่นวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยวต้องไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายร้ายแรง ไม่ถูกสั่งห้ามออกนอกประเทศ มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางคนเดียวหากจะขอวีซ่าเบลเยี่ยมต้องมีเอกสารยินยอมจากพ่อแม่ผู้ปกครองออกให้โดยอำเภอรับรองด้วยโดยเอกสารดังกล่าวต้องออกเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น 

เอกสารที่ต้องใช้เมื่อยื่นวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยว 

มาถึงสิ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการยื่นวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยวนั่นคือ การเตรียมเอกสารทุกอย่างให้ครบถ้วนเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลายื่นใหม่ให้ยุ่งยาก ใครยังไม่เคยทำวีซ่าเบลเยี่ยมมาก่อนสามารถเตรียมความพร้อมทั้งหมดตามนี้เลย 

1.เอกสารกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า  จากนั้นล็อกอินและกรอกข้อมูลได้เลย

2.หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุเหลืออย่างน้อย 3 เดือน หลังวีซ่าที่ขอจะหมดอายุ หากมีหนังสือเดินทางฉบับเก่าให้นำมาด้วย พร้อมสำเนา 1 ฉบับ

3.รูปถ่ายสีหน้าตรง ฉากหลังสีขาว ขนาดกว้าง 3.5 ซม. สูง 4.5 ซม. มองเห็นศีรษะจนถึงไหล่ ห้ามสวมใส่แว่นตาดำ หมวก หรือสิ่งปกปิดใบหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นการสวมตามข้อกำหนดทางศาสนา ห้ามเห็นฟัน กรณีใส่แว่นสายตาแสงไฟต้องไม่สะท้อนเลนส์และกรอบแว่นต้องไม่บดบังใบหน้า จำนวน 2 ใบ

4.สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ร้องขอวีซ่า

5.หลักฐานในการทำงาน แบ่งเป็นประเภทอาชีพของแต่ละบุคคล ดังนี้

พนักงานบริษัท ต้องมีเอกสารรับรองการทำงานออกโดยบริษัทของตนเอง พร้อมระบุวันลาหยุดงาน 

เจ้าของธุรกิจ ใช้หนังสือจดทะเบียนธุรกิจหรือหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์  

นักเรียน นักศึกษา ต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันการศึกษาที่ตนเองเรียนอยู่ 

ปล. เอกสารทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น 

6.หลักฐานยืนยันด้านการเงิน ประกอบด้วยบัญชีเดินรายการย้อนหลังไม่น้อยกว่า 3 เดือน (Bank Statement) ต้องเป็นบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์

7.หลักฐานการจองโรงแรมที่พักตลอดทริปการพำนักอยู่ในเบลเยี่ยม

8.หลักฐานการเดินทางไปกลับ (ตั๋วเครื่องบิน) ใช้สำหรับการยื่นตรวจคนเข้าเมือง แต่การขอวีซ่าไม่ต้องใช้เอกสารนี้

9.ประกันเดินทางต่างประเทศ ต้องรวมทั้งประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ วงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 30,000 EUR หรือ 1.5 ล้านบาท มีระยะสัญญาคุ้มครองครอบคลุมตลอดการเดินทางในประเทศกลุ่มเชงเก้น (เวลายื่นเอกสาร ใช้ทั้ง กรมธรรม์ประกันภัย และ ตารางผลประโยชน์)

10.กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ต้องมีสูติบัตร และเอกสารยินยอมจากพ่อแม่ผู้ปกครอง (ภาษาอังกฤษ) ด้วย

11.แผนการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างอยู่ในประเทศเบลเยี่ยม

12.ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี)

วีซ่าเบลเยี่ยม

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยว 

หลังทำการเตรียมเอกสารเรียบร้อย สิ่งต่อไปที่ต้องรู้นั่นคือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการยื่นวีซ่าเบลเยี่ยม ปกติแล้วการชำระจะแบ่งออกเป็นราคาของผู้ใหญ่และเด็ก รวมถึงยังมีบริการพิเศษเพิ่มเติมกรณีที่ผู้ร้องขอต้องการเพื่อความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น  

  • ค่าทำวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยมสำหรับผู้ใหญ่ 80 EUR (ประมาณ 3,040 บาท)  
  • ค่าทำวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยมเด็กอายุ 6-12 ปี 40 EUR (ประมาณ 1,520 บาท)  
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่เสียค่าทำวีซ่า  
  • ค่าบริการจากศูนย์รับทำวีซ่า 760 บาท / คน 

ซึ่งอย่างที่อธิบายไปว่าในกรณีที่คุณทำวีซ่าเบลเยี่ยมแล้วต้องการบริการพิเศษเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ก็จะมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมตามมา ดังนี้ 

  • กรณีจองนัดหมายนอกเวลาทำการปกติ Prime Time มีค่าใช้จ่าย 1,710 บาท (จ่ายแทนค่าบริการปกติ)  
  • ค่าบริการห้องพรีเมี่ยมเลาจน์ 1,710 บาท  
  • ค่าบริการ EMS ไปรษณีย์ กรณีไม่เดินทางไปรับหนังสือเดินทางคืนด้วยตนเอง 200 บาท  
  • บริการกรอกใบสมัคร 230 บาท  
  • บริการรูปถ่าย 230 บาท  
  • บริการถ่ายเอกสาร หน้าละ 8 บาท 

การชำระเงินจะทำการจ่ายที่ศูนย์บริการทั้งหมดเป็นเงินโอน หรือบัตรเครดิต / เดบิต (กรณีจ่ายบัตรมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 100 บาท) 

วิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยมตามขั้นตอนที่กำหนด 

อีกหัวใจสำคัญสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวเบลเยี่ยมนั่นคือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยม เมื่อคุณเตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายพร้อมแล้ว คราวนี้ก็ทำตามทีละสเต็ปที่จะบอกต่อไปนี้กันเลย 

ขั้นตอนวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยม 

1.เริ่มต้นวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยมด้วยการสมัครผ่านหน้าเว็บไซต์ (ตามที่ระบุเอาไว้ในหัวข้อเอกสารการสมัครวีซ่า) แล้วพิมพ์ออกมาเป็นเอกสาร

2.ทำการนัดหมายวันเวลาบนหน้าเว็บไซต์ตามความสะดวกของตัวผู้ร้องขอในการเข้าไปยื่นกับทางศูนย์บริการ (กรณีไม่สามารถมาตามนัดหมายได้ต้องทำนัดใหม่เท่านั้น)

3.เมื่อถึงวันเวลาที่กำหนด ให้เดินทางไปยังศูนย์บริการ TLS Contact ยื่นเอกสารทั้งหมดและทำตามขั้นตอนที่ทางศูนย์ระบุเอาไว้ มีการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเก็บอัตลักษณ์ชีวภาพ (ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี) เมื่อเสร็จแล้วให้ชำระค่าธรรมเนียม 

4.กรณีผลการทำวีซ่าออกมาแล้วก็สามารถรับหนังสือเดินทางคืนได้ตามช่องทางที่ตนเองสะดวก เพียงเท่านี้ก็เสร็จขั้นตอนวิธีขอวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยวแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม ในระหว่างการพิจารณาผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิ์ถูกสัมภาษณ์โดยสถานกงสุล สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวอาจเกิดได้จากไม่เคยทำวีซ่าเชงเก้น หรือวีซ่าบางประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ไต้หวัน แคนาดา สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาก่อนภายในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้เดินทางกับกรุ๊ปทัวร์  

สถานที่ขอวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยม 

จากขั้นตอนวิธีขอวีซ่าเบลเยี่ยมที่ระบุไปนั้น ปัจจุบันหากต้องการยื่นวีซ่าเบลเยี่ยมสามารถเดินทางไปยังตัวแทนศูนย์บริการรับทำวีซ่าเบลเยี่ยมเพียงแห่งเดียว นั่นคือ  

ศูนย์ยื่นวีซ่าเบลเยี่ยม (TLScontact) 

ที่อยู่: อาคารสาทรซิตี้ทาวเวอร์ ชั้นที่ 12 ถนนสาทรใต้ 175 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 

เว็บไซต์: visas-be.tlscontact.com 

โทรศัพท์: 02-838-6666 

เวลาทำการปกติ: วันจันทร์ วันศุกร์ เวลา 08.00 – 12.30 และ 13.30 – 16.30 . และวันเสาร์สำหรับนัดหมายไพร์มไทม์ เวลา 08.00 – 12.00 . (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 

วีซ่าเบลเยี่ยม

ระยะเวลาในการขอวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยม 

ในการยื่นวีซ่าเบลเยี่ยมหลังดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยจะใช้ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 14 วันทำการ อย่างไรก็ตามผู้ที่วางแผนเดินทางไปเที่ยวเบลเยี่ยมสามารถทำวีซ่าเบลเยี่ยมล่วงหน้าได้ 90 วัน ก่อนถึงวันเดินทางจริงของตนเอง และในระหว่างรอผลพิจารณาสามารถเช็กสถานะได้เลย 

ถือวีซ่าท่องเที่ยวเบลเยี่ยม สามารถเดินทางไปที่ไหนได้บ้าง 

เมื่อคุณมีวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยวอยู่กับตัวเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเดินทางเที่ยวเบลเยี่ยมได้ทุกพื้นที่ตามความสะดวกหรือตามแพลนของตนเอง ซึ่งเมืองแนะนำก็มีด้วยกันหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น กรุงบรัซเซลส์ (Brussel), เมืองมงส์ (Mons), เมืองทัวร์เน (Tournai), เมืองบรูจส์ (Bruges), เมืองเกนต์ (Ghent), เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) ชอบที่ไหนตะลุยกันเลยไม่ผิดหวังแน่ 

สรุป 

นี่คือขั้นตอนทั้งหมดสำหรับวิธีขอวีซ่าเบลเยี่ยมประเภทท่องเที่ยว จะเห็นว่าไม่ได้มีขั้นตอนใด ๆ ยุ่งยากเลย แค่เตรียมเอกสารและทำตามสเต็ปให้ครบถ้วนพร้อมชำระเงินก็เรียบร้อย อย่างไรก็ตามอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อวางแผนไปเที่ยวเบลเยี่ยมนั่นคือ การซื้อ ประกันเดินทาง ทั้งเอาไว้คุ้มครองตนเองและทำวีซ่า จึงขอแนะนำ แนะนำ ประกันเดินทางเบลเยี่ยม ราคาสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียง  249 บาท แต่ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท แม้ติดเชื้อโควิด-19 ก็รักษาได้แบบไร้กังวล ทำวีซ่าผ่านฉลุย ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ มีบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชม. ทางเลือกสำหรับทุกคนในการเดินทางเที่ยวยุโรปสุดฟิน 

DBD logo

ใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เลขที่ 0105555036794

OIC logo

ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย เลขที่00008/2555  

ใบอนุญาตนายหน้าประกันภัย เลขที่ ช00012/2564

BOI logo

ได้รับการรับรองจาก BOI 2927/2555

บริษัท ลูม่า แคร์ จำกัด, 57 ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ชั้น 9 ยูนิต 912 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Copyright © 2026 lumahealth.com. All Rights Reserved.   นโยบายความเป็นส่วนตัว