เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด สัมผัสอากาศหนาวสะใจห้ามพลาด

ใครเบื่อกับอากาศอันแสนร้อนอบอ้าวของเมืองไทยอยากเปลี่ยนอารมณ์ไปสัมผัสกับความหนาวเหน็บแบบฉบับเย็นสุดขั้ว “เมืองฮาร์บิน” คืออีกตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง อย่างไรก็ตามคงมีหลายคนตั้งข้อสงสัยกันอยู่แน่ ๆ ว่า สภาพอากาศเป็นอย่างไร? เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด? แล้วมีที่เที่ยวฮาร์บินห้ามพลาดอะไรบ้าง? เอาเป็นว่าทุกคำถามมีคำตอบให้ครบถ้วนก่อนไปตะลุยเที่ยวฮาร์บินกันให้หนำใจ 

เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดี

สภาพอากาศแต่ละฤดูกาลของเมืองฮาร์บิน 

ลำดับแรกก่อนจะไปเที่ยวฮาร์บินสิ่งที่อยากแนะนำทุกคนนั่นคือเรื่องของสภาพอากาศ แม้อุณหภูมิส่วนใหญ่จะจัดอยู่ในโซนหนาวถึงหนาวมาก แต่เพื่อความมั่นใจและสามารถเลือกได้อย่างถูกต้องว่าควรเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด ซึ่งเมืองฮาร์บินจะมีด้วยกัน 4 ฤดูกาล แบ่งตามช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนี้ 

  1. 1. ฤดูหนาวฮาร์บิน

อยู่ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนมีนาคม สภาพอากาศมีความหนาวจัด หิมะตกปกคลุมแทบตลอด อุณหภูมิเฉลี่ย 0 องศาเซลเซียส แต่ถึงแม้จะหนาวเย็นขนาดนี้ทว่ากลับเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะที่นี่จะมี “เทศกาลหิมะ” ซึ่งภายในงานมีการประกวดแกะสลักน้ำแข็งและแกะสลักหิมะอันเป็นไฮไลต์ให้นักท่องเที่ยวอยากแวะมาไม่ขาดสาย 

  1. 2. ฤดูใบไม้ผลิ

อยู่ระหว่างเดือนเมษายน เดือนมิถุนายน อุณหภูมิราว 5-10 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศสบายมากสุดสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสความชิลของเมืองฮาร์บิน ดอกไม้ต่างค่อย ๆ ทยอยเบ่งบานตามท้องถนน สวนสาธารณะ สามารถเดินถ่ายรูปอาคารเก่า สถาปัตยกรรมสวย ๆ รวมถึงมีของอร่อยขายอยู่หลายอย่างมากทีเดียว 

  1. 3. ฤดูร้อน

อยู่ระหว่างเดือนเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 25-30 องศาเซลเซียส แม้อาจดูร้อนจับใจแต่จะเห็นว่าระยะเวลาของฤดูร้อนในฮาร์บินมีแค่ 2 เดือนเท่านั้น อาจพบเจอฝนตกได้บ้างเป็นเรื่องปกติ เหมาะกับการหาของอร่อยและเดินถ่ายรูปพร้อมเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ  

  1. 4. ฤดูใบไม้ร่วง

จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับวันชาติจีน (ระหว่างวันที่ 1-10 ตุลาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 5 องศาเซลเซียส นอกจากได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีก็ยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองให้ได้รื่นเริงกันอีกด้วย 

สรุปแล้วเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด 

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมไปเที่ยวฮาร์บินในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นเพื่อสัมผัสกับหิมะปกคลุมหนา รวมถึงเทศกาลที่น่าสนใจอันเป็นไฮไลต์ของเมืองฮาร์บินคงไม่ผิดนัก ดังนั้นการเที่ยวฮาร์บินเดือนที่ดีที่สุดขอแนะนำเดือนธันวาคม – มกราคม เป็นช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นจัดอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส หิมะปกคลุมแทบทุกพื้นที่  

เหนือสิ่งอื่นใดยังเป็นช่วงเวลาที่มีการจัดเทศกาลน้ำแข็ง Harbin Ice and Snow World ภายในงานจะมีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นลวดลายต่าง ๆ พร้อมแสง สี เสียง สวยงามเกินบรรยาย ขณะที่อีกเทศกาลที่จัดไล่เลี่ยกันคือ เทศกาลหิมะ International Snow Sculpture Art Expo โดยมีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปต่าง ๆ พร้อมแสงไฟประดับให้ความงดงามไม่แพ้กัน เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุดแนะนำ 2 เดือนนี้เลย 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดี

เช็กลิสต์ที่เที่ยวฮาร์บินและกิจกรรมห้ามพลาด 

เมื่อรู้จักกับสภาพอากาศของเมืองฮาร์บินกันไปเป็นที่เรียบร้อยคราวนี้ก็มาถึงเวลาที่จะพาทุกคนได้รู้จักกับที่เที่ยวฮาร์บิน ดินแดนน้ำแข็งแห่งเมืองมังกรที่มีความแตกต่างกับเมืองอื่น ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่เบื่ออากาศร้อนและอยากเจอความแปลกใหม่ มาเช็กลิสต์กันเลยดีกว่าว่าเมื่อเทียวฮาร์บินแล้วจุดไหนไม่ควรพลาดบ้าง 

  1. 1. เทศกาลน้ำแข็ง Harbin Ice and Snow World

นี่คือเทศกาลที่มีชื่อเสียงมากสุดและเป็นไฮไลต์ของการเที่ยวฮาร์บินคงไม่ผิดนัก จัดกันแถบใจกลางเมืองโดยภายในงานจะอัดแน่นไปด้วยผลงานประติมากรรมที่เกิดจากการสลักน้ำแข็ง พร้อมแสง สี เสียง เพิ่มความน่าประทับใจให้มากขึ้น รวมแล้วมากกว่า 2,000 ชิ้น ตัวอย่างผลงาน เช่น กำแพงเมืองจีน รูปนักษัตรต่าง ๆ พระราชวัง และอีกมากมาย มากไปกว่านั้นก็ยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าชมสนุกสนานแบบไม่มีเบื่อ ถ่ายรูปกันเพลิน สัมผัสอากาศหนาวแบบถึงใจแน่นอน 

  1. 2. เทศกาลหิมะ International Snow Sculpture Art Expo

นอกจากเทศกาลน้ำแข็งแล้วบินไปไกลถึงเมืองฮาร์บินทั้งทีอยากให้แวะไปเทศกาลหิมะแห่งนี้ด้วย จัดขึ้นบริเวณไท่หยางต่าว (Tai Yang Dao) หรือที่คนไทยจะคุ้นกับชื่อเกาะพระอาทิตย์ (Sun Island) เกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำซงฮัว (Songhua River) นอกจากการแกะสลัก การสกัดหิมะเป็นรูปต่าง ๆ แล้วยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเยอะมาก เช่น ลานสกี ลานน้ำแข็ง รถเลื่อนหิมะ ความน่าประทับใจไม่เป็นสองรองใครในการไปเที่ยวอย่างแน่นอน 

  1. 3. ลานสกีหยาปู่ลี่ (Yabuli Ski Resort)

ยังคงสัมผัสกับความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องโดยลานสกีแห่งนี้จะขยับออกห่างจากตัวเมืองแต่ไม่ได้ไกลมากนัก เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ชื่นชอบการเล่นสกีหรืออยากลองประสบการณ์อันแสนแปลกใหม่ จัดเป็นลานสกีขนาดใหญ่และโด่งดังสุดของเมืองจีนคงไม่ใช่เรื่องผิดนัก มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากตั้งแต่มือใหม่ฝึกเล่นสกี การเล่นบนลานสกีแบบมืออาชีพ สโนว์บอร์ด ฯลฯ บรรยากาศโดยรอบต้นไม้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะเป็นอีกภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง 

  1. 4. หมู่บ้านหิมะ China Snow Town

ที่เที่ยวฮาร์บินอีกแห่งซึ่งถือเป็นไฮไลต์คงไม่ผิดนัก บางคนจะเรียก “Dream Home” ก็ได้เช่นกัน ตั้งอยู่บริเวณเมืองมู่ตัน (Mudan) ความเก๋คือบ้านเรือนจะยังคงถูกก่อสร้างตามแบบฉบับของจีนโบราณ ยิ่งช่วงเข้าสู่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป หมู่บ้านแห่งนี้จะมีหิมะตกแทบทุกวันจนถึงเดือนเมษายน ภาพที่เห็นคือหลังคาบ้านทุกหลังถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนความหนาประมาณ 1 เมตร ภาพที่ออกมาจึงเหมือนกับในการ์ตูนแบบไม่มีผิดเพี้ยน รวมถึงการได้เดินบริเวณถนนคนเดินแห่งเดียวของหมู่บ้านอย่างถนนแส่ยุ่นเจีย (Xue Yun Jie) ระยะทางราว 500 เมตร ก็น่าประทับใจมาก 

  1. 5. ถนนจงหยาง (Zhongyang Street)

หลังสัมผัสอากาศหนาวจับจิตจับใจกันจนหน้าชา สายช้อปปิ้ง หรืออยากสัมผัสบรรยากาศแบบชิล ๆ ในเมืองฮาร์บินแนะนำแวะมาเดินเล่นกันที่ถนนแห่งนี้ได้เลย ด้วยสภาพอากาศอันหนาวเย็นบวกกับการตกแต่งบ้านเรือนที่ต่างไปจากวัฒนธรรมจีนทั่วไปอารมณ์ของนักเดินทางจึงเหมือนเข้าไปอยู่ในย่านใหญ่ ๆ ในประเทศรัสเซียก็ไม่ปานเลยทีเดียว ระยะทางราว 1.5 กิโลเมตร แต่เต็มไปด้วยร้านขายเสื้อผ้า ของที่ระลึก รวมถึงอาหารพื้นถิ่นทั้งแบบจีนแท้และแบบรัสเซียให้ลิ้มลองความอร่อย 

  1. 6. โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia Church)

สัญลักษณ์ประจำเมืองในการเที่ยวฮาร์บินที่ทุกคนควรถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก มหาวิหารสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียคริสต์ศาสนานิกายออร์โธด็อกซ์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่คนนับถือศาสนาคริสต์มากสุดในแถบเอเชียตะวันออก มีความสวยงาม แปลกตา และหาได้ยากในเมืองจีน ปัจจุบันด้านในยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์งานแสดงศิลปะให้ได้ชมความสวยงามกันด้วย ลองแวะไปเที่ยวชมกันเลย 

  1. 7. สวนเสือโคร่งไซบีเรีย (Siberian Tiger Park)

ปิดท้ายกันด้วยการเที่ยวชมความน่ารักของเหล่าบรรดาเสือโคร่งจากไซบีเรียซึ่งเต็มไปด้วยเสือมากกว่า 800 ตัว โดยพวกมันจะอาศัยแบบธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถชมโดยรอบสถานที่ แต่ไม่ต้องกังวลใจเพราะพวกมันไม่ได้ดุร้าย แถมยังเชื่องช้า พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด เหมาะกับการพาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์สายพันธุ์นี้เป็นอย่างยิ่ง 

นี่คือข้อมูลทั้งหมดอันน่าสนใจสำหรับคนที่อยากเที่ยวฮาร์บิน เมืองสุดหนาวสุดขั้วของประเทศจีนแต่ไม่แน่ใจว่าเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด และมีที่เที่ยวฮาร์บินแห่งใดห้ามพลาดบ้าง อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะไปเมืองฮาร์บินหรือเมืองไหนก็ตามการมี “ประกันเดินทางต่างประเทศ” คือเรื่องสำคัญมาก เพราะจะช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายได้อย่างดีเมื่อเกิตเหตุไม่คาดฝัน จึงขอแนะนำประกันเดินทางจีน Luma GO จาก Luma ราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท สามารถเลือกแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดได้ถึง 5 ล้านบาท บริการสายด่วนตลอด 24 ชม. พร้อมประสานงานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ คุ้มครองโควิด-19 เที่ยวได้สบายใจอย่างแน่นอน 

จีนมีอะไรเด่น ใครวางแผนอยากไปเที่ยวจีนลองเช็กข้อมูลกันเลย

สำหรับคนที่วางแผนอยากไปสัมผัสกับบรรยากาศของเมืองจีนไม่ใช่แค่การมีพื้นที่ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังอัดแน่นไปด้วยความแตกต่างและหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง นี่จึงเปรียบเสมือนจุดเด่นของจีนที่เชิญชวนให้นักเดินทางทั่วโลกต่างแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนกันอย่างไม่ขาดสาย ใครอยากรู้ว่าของดีเมืองจีนเป็นยังไง จีนมีอะไรเด่นบ้าง ลองเช็กข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ก่อนเดินทางกันได้เลย! 

จีนมีอะไรเด่น

ความหลากหลายทางชนชาติ สัมผัสกับวัฒนธรรมสุดแตกต่าง 

จุดเด่นของจีนเรื่องแรกต้องยกให้กับการมีความหลากหลายทางชนชาติสูงมาก (มีข้อมูลระบุเอาไว้ว่าชนชาติเฉพาะที่อาศัยบนแผ่นดินที่ปกครองโดยประเทศจีนมีถึง 56 เชื้อชาติ) นั่นบ่งบอกถึงการได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีที่น่าสนใจ ซึ่งชนชาติหลักที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี ประกอบไปด้วย 

  • ชนชาติฮั่น กลุ่มชนชาติของจีนที่มีประชากรมากที่สุดประมาณ 1,200 ล้านคน หรือคิดเป็น 92% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ และยังถูกจัดให้เป็นชนชาติที่มีจำนวนเยอะสุดในโลกอีกด้วย 
  • ชนชาติมองโกล ส่วนหนึ่งอาศัยประเทศมองโกเลีย ขณะที่ยังมีบางส่วนยังคงใช้ชีวิตบริเวณเขตปกครองตนเองมองโกเลียตอนเหนือของประเทศจีน  
  • ชาติหุย กลุ่มประชากรชาวจีนที่นับถือศาสนาอิสลาม อาศัยอยู่ในประเทศจีนราว 9.82 ล้านคน มักอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณชนบท 
  • ชนชาติทิเบต นี่คือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ภายใต้พื้นที่การปกครองของประเทศจีน แม้มีจำนวนประชากรไม่เยอะแต่กลับมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก 
  • ชนชาติอุยกูร์ กลุ่มชาติพันธุ์ที่มักอาศัยกันอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของจีนมายาวนานหลายร้อยปี และยังนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย 
  • ชนชาติแมนจู กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศจีนโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่แมนจูเรีย จัดเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ประมาณ 9 ล้านคน 
  • ชนชาติต้ง ชนชาติที่ประชากรมักอาศัยอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกุ้ยโจว มีความเชื่อว่าตนเองสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์ของนก 
  • ชนชาติจ้วง กลุ่มประชากรที่มีจำนวนผู้อยู่อาศัยในจีนมากสุดอันดับ 2 ของประเทศ ประมาณ 16 ล้านคน ตามประวัติมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยยุคราชวงศ์ซ่ง  

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อีกจุดเด่นของจีน 

หากใครสงสัยว่าจีนมีอะไรเด่น คำตอบที่มักเกิดขึ้นต้องมีเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมอยู่ด้วยแบบไม่ต้องสงสัย เหตุเพราะพื้นที่ขนาดใหญ่และยังมีอีกหลายจุดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสกับสาวตาของตนเอง โดยที่เที่ยวทางธรรมชาติเมืองจีนน่าสนใจ มีดังนี้ 

  1. 1. เขาเทียนจื่อซาน (Tianzi Shan)

ที่เที่ยวอันถือเป็นไฮไลต์ของนักท่องเที่ยวสายลุยต้องยกให้กับดินแดนที่มาพร้อมความอัศจรรย์เกินบรรยายด้วยลักษณะภูเขาแท่งหินทรายจำนวนกว่า 3,000 ยอด ตั้งสลับซับซ้อนเรียงรายกันจุดสุดสายตา ความสูงเฉลี่ยประมาณ 500 – 1,000 เมตร ซึ่งเคยถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “อวตาร” กับฉากดินแดนหุบเขาแห่งแพนดอร่าอีกต่างหาก  

  1. 2. กุ้ยหลิน (Guilin)

ที่เที่ยวเมืองจีนซึ่งหลายคนมักเปรียบเทียบสถานที่หลายแห่งว่าเป็นกุ้ยหลินแห่งเมืองต่าง ๆ ดังนั้นหากมีโอกาสได้สัมผัสกับของจริงคงไม่ต้องบรรยายถึงความสวยงามแค่ไหน โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของแม่น้ำ ป่าไม้ พร้อมฉากหลังเป็นภูเขาสูง ทุกคนสามารถนั่งแพชิล ๆ ล่องไปตามสายน้ำ เลพินกับเสียงนก ผ่อนคลายเรื่องเครียดของชีวิต 

  1. 3. เขาสายรุ้งตันเซี๋ย (Danxia Landform)

ความมหัศจรรย์ของที่เที่ยวธรรมชาติของเมืองจีนอีกแห่งที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2010 ไปเรียบร้อย ด้วยการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเมือกว่าหลายร้อยปีก่อนบวกกับการถูกลมและน้ำกัดเซาะแนวเขาทำให้สีสันที่ได้กลายเป็นสีรุ้งแบบที่ทุกคนเห็นกันนั่นเอง 

  1. 4. หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley)

ใครมีโอกาสแวะไปเมืองยูนนานอยากให้ลองสัมผัสด้วยตนเองสักครั้งแล้วจะรู้ถึงความสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติมันชั่งอลังการมากขนาดไหน ตามความเชื่อของคนท้องถิ่นระบุว่าบริเวณนี้คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งการเดินทางไม่ยากเลยเนื่องจากสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบนยอดเขาพร้อมชมวิวสวย ๆ แบบ 360 องศา ฉากหลังเป็นภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ 

  1. 5. น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Falls)

น้ำตกขนาดใหญ่สุดของประเทศจีนกับระดับความสูง 77.8 เมตร บริเวณโดยรอบยังรวมน้ำตกขนาดเล็กอีกถึง 18 แห่ง ที่ไหลรวมกันจนกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ จากลักษณะที่แปลกทางธรรมชาติจึงทำให้องค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นหมู่น้ำตกขนาดใหญ่สุดในโลก สายชิล อยากใกล้ชิดธรรมชาติยังไงก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ลิ้มลองความอร่อยของอาหารในเมืองจีน 

ในการไปเที่ยวที่ใดก็ตามเรื่องอาหารถือเป็นอีกวัฒนธรรมที่ควรได้ลองด้วยตนเองสักครั้งเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต และของดีเมืองจีนที่อยากแนะนำ รับรองความอร่อยจากเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลก ประกอบไปด้วย 

  • หมูทอดผัดซอสเปรี้ยวหวาน เมนูประจำชาติของชาวจีนที่การันตีความอร่อย เป็นเมนูขึ้นชื่อของชาวเสฉวน รสสัมผัสที่ได้จะมีความเปรี้ยว เผ็ด และแอบหวานเล็ก ๆ เนื้อหมูเคี้ยวมัน กรอบอร่อยมาก 
  • เฉ่าเมี่ยน หากบอกชื่อนี้คนส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าเห็นหน้าตายังไงก็ต้องร้องอ๋อ เพราะมันก็คือบะหมี่ผัดนั่นเอง แต่ถ้าเน้นสูตรดั้งเดิมต้องผัดแค่กับผัดหรือเต้าหู้ เส้นเหนียวนุ่ม อาจเพิ่มเติมผัก เนื้อสัตว์ ไข่ ตามชอบก็ได้ 
  • เกี๊ยว นอกจากเป็นอาหารที่คนทั่วโลกคุ้นเคยกันแล้ว นี่ยังถือเป็นวัฒนธรรมทางอาหารที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานมาก มีการดัดแปลงไส้ให้เข้ากับความชอบของแต่ละคน จากนั้นก็นึ่งให้สุกพร้อมเสิร์ฟ 
  • เป็ดปักกิ่ง ของดีเมืองจีนที่ใครได้ลองก็ต้องบอกว่าอร่อยไม่เคยเปลี่ยน หนังเป็ดย่างกรอบ ๆ ทานคู่กับแป้งเนื้อนุ่ม สอดไส้พริก แตงกวา ต้นหอม ราดน้ำจิ้มสูตรเฉพาะรสหวานน้ำดีงามมาก 
  • ไก่แช่เหล้า หรือ เหนียงจิ่วจี อาหารสูตรดั้งเดิมที่หลายคนได้ลิ้มลองแล้วต่างก็ประทับใจกับความนุ่มละมุนของเนื้อไก่นึ่งเข้ากับซอสที่ราดได้แบบไร้ที่ติ สามารถเห็นได้ตามร้านอาหารจีน 
  • หม่าล่าหม้อไฟ เมนูสุดฮิตติดลมบนของคนไทย ซึ่งถ้าใครไปเยือนเมืองจีนต้องลองแบบต้นตำรับสักมื้อ ความเผ็ดของพริกหม่าล่าคือเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครได้ลองแล้วต่างยกนิ้วให้เลย 

ของฝากจากเมืองจีนควรค่ากับการซื้อ 

ของดีเมืองจีนกลุ่มสุดท้ายที่อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักก่อนเดินทางกลับนั่นคือของฝาก ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่ละชิ้นที่คัดมาบอกได้เลยว่าควรค่ากับการซื้อฝากเป็นอย่างยิ่ง 

  • ชาจีน ของฝากขึ้นชื่อที่ใครไปจีนก็ต้องซื้อกลับมาฝากคนทางบ้านตลอด ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกว่ามีหลายสายพันธุ์มาก รสชาติ กลิ่นก็จะแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมยังถือว่าดีงามสุด ๆ 
  • พุทราจีน หนึ่งในผลไม้ที่รสชาติอร่อย แต่ถ้าการซื้อสดเป็นเรื่องยากก็ลองหาที่ผ่านการแปรรูปแล้ว เช่น พุทราอบแห้ง บางยี่ห้อมีการสอดไส้ต่าง ๆ เพิ่มความอร่อยไปอีกแบบ 
  • บัวหิมะ หากคิดไม่ออกว่ายาทาภายนอกครอบจักรวาลเป็นยังไงลองซื้อครีมบัวหิมะมาทาแล้วจะเข้าใจทันที แมลงสัตว์กัดต่อย น้ำร้อนลวก แผลพุพองต่าง ๆ ทาไว้แล้วผิวจะดีขึ้น 
  • หยก เครื่องประดับที่มีความหมายของชาวจีน เชื่อว่าหากใครสวมใส่จะมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน และมีความมงคลต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตแบบไม่ขาดสาย 

สรุป 

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าจีนมีอะไรเด่น โดยสรุปแล้วถือว่าน่าสนใจในทุกเรื่องตั้งแต่ชนชาติอันหลากหลาย อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงของฝาก อย่างไรก็ตามทุกครั้งเมื่อต้องเดินทางไปเมืองนอก ประกันเดินทางต่างประเทศ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด จึงอยากแนะนำให้ซื้อประกันเดินทางจีน จาก LUMA ราคาสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียง 199 บาท และยังมีแพ็คเกจสูงสุดคุ้มครองถึง 5 ล้านบาท สายด่วนตลอด 24 ชม. พร้อมประสานงานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ซื้อง่ายมากผ่านช่องทางออนไลน์ มีติดตัวไว้เที่ยวได้สบายใจแน่นอน 

เปรียบเทียบ Travel Card บัตรแลกเงินต่างประเทศ

การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องแลกเงินไปต่างประเทศหรือพกเงินสดเยอะ ๆ อีกต่อไป เพราะทุกคนสามารถเลือกใช้บัตรประเภท “Travel Cardหรือบัตรเครดิตใช้ต่างประเทศได้อย่างง่ายดาย จับจ่ายใช้สอยเหมือนกับเงินสดปกติแต่บ่อยครั้งมักได้เรทดีกว่าพร้อมโปรโมชั่นอื่นอีกเพียบ แต่สิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจจะใช้บัตรใบไหน ธนาคารใด ก็ต้องมีการเปรียบเทียบ Travel Card เพื่อเลือกบัตรดีที่สุดให้กับตนเอง จึงอยากแนะนำแนวทางดี ๆ เพื่อจะได้มั่นใจว่าเมื่อไปต่างประเทศ บัตรไหนคุ้มมากที่สุด 

Travel Card คืออะไร  

Travel Card คือ บัตรเดบิต หรือ บัตรเติมเงินสำหรับนำไปใช้จ่ายในต่างประเทศ (บางคนอาจเรียกเป็นบัตรเครดิตใช้ต่างประเทศก็ไม่ว่ากัน) ลักษณะคือต้องเติมเงินเข้าไปในบัตรจากนั้นก็ทำการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินที่จะใช้ให้เรียบร้อย ซึ่งการเปลี่ยนสกุลเงินจะมีทั้งทำด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชันของบัตร หรือระบุกับเจ้าหน้าที่ว่าต้องการแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทเป็นสกุลเงินใด เมื่อมีเงินเรียบร้อยก็สามารถใช้สอยได้ไม่ต่างจากบัตรเครดิต บัตรเดบิตทั่วไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ไม่นิยมแลกเงินไปต่างประเทศเป็นเงินสดเยอะ ๆ หรือบางคนไม่อยากใช้บัตรเครดิตเพราะต้องเสียค่าธรรมเนียมแพง เป็นต้น 

บัตรแลกเงินต่างประเทศ

บัตร PLANET SCB (ธนาคารไทยพาณิชย์) 

  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% 
  • แลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศด้วยอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษ 13 สกุลเงิน ได้แก่ USD, EUR, GBP, JPY, AUD, CHF, SGD, HKD, NZD, CAD, CNY, KRW และ TWD แลกเงินง่าย 24 ชั่วโมง ผ่าน SCB EASY App   
  • ประกันการเดินทาง 10 วัน รับประกันโดยบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) 
  • วงเงินคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุด 2,000,000 บาท 
  • ดูแลค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล รวมทั้งการรักษาพยาบาลจากอาการโควิดสูง 2,000,000 บาท 
  • ดูแล 24 ช.ม. ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินยามเดินทางทั่วโลก 
  • คุ้มครองค่าใช้จ่ายการเลื่อนหรือบอกเลิกการเดินทางสูงสุด 35,000 บาท 
  • คุ้มครองค่าใช้จ่ายกรณีลดวันเดินทางกลับไทยก่อนกำหนด สูงสุด 35,000 บาท 
  • เบิกถอนเงินสด 
  • กดเงินเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศได้ที่ตู้ ATM ในต่างประเทศ ที่มีสัญลักษณ์ VISA ได้ทั่วโลก 
  • ค่าธรรมเนียมการกดเงินสดที่ ต่างประเทศ 100 บาท ต่อครั้ง (และอาจมีค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการปลายทางเรียกเก็บเพิ่มเติม) 
  • วงเงินการกดเงินสดสูงสุด 100,000 บาทต่อวัน 

 

บัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card (ธนาคารกรุงไทย) 

  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% 
  • รองรับการแลกเปลี่ยน 19 สกุลเงิน ได้แก่ AUD, CAD, CHF, DKK, EUR, GBP, HKD, INR, JPY, KRW, MYR, NOK, NZD, RUB, SEK, SGD, TWD, USD และ THB 
  • แลกเงินและจัดการบัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card ตลอด 24 ชม. ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT 
  • ประกันการเดินทาง รับประกันโดย บมจ. ทิพยประกันภัย 
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ด้วยวงเงินประกันคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท ในกรณีใช้บัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card ชำระค่าบัตรโดยสารยานพาหนะสาธารณะ (รายละเอียดและเงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนด) 
  • ยอดเงินรวมสูงสุดทุกสกุลเงิน รวมทุกประเภทบัตร 5,000,000  
  • เบิกถอนเงินสด 
  • ที่ตู้ ATM วงเงิน 100,000 บาท/วัน 
  • ถอนเงินสดสกุลต่างประเทศที่สาขา  25,000 บาท/ครั้ง  

 

บัตร Journey  (ธนาคารกสิกรไทย) 

  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% 
  • ใช้จ่ายได้สูงสุด 500,000 บาท / วัน (รวมรูดซื้อสินค้าและใช้จ่ายออนไลน์) ทุกร้านที่มีสัญลักษณ์ VISA ทั่วโลก 
  • ประกันการเดินทางจาก Chubb นาน 10 วัน รับความคุ้มครองสูงสุด 2 ล้านบาท 
  • วงเงินคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุด 2,000,0000 บาท 
  • ดูแลค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล รวมทั้งการรักษาพยาบาลจากอาการโควิด สูงสุด 2,000,000 บาท  
  • ใช้ยื่นวีซ่าเชงเก้นได้ 
  • คุ้มครองค่าใช้จ่ายการเลื่อนหรือบอกเลิกการเดินทางสูงสุด 35,000 บาท 
  • คุ้มครองค่าใช้จ่ายกรณีลดวันเดินทางกลับไทยก่อนกำหนด สูงสุด 35,000 บาท 
  • โอน-ถอนเงิน 
  • โอนเงินได้ทุกธนาคาร วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท / วัน 
  • ถอนเงิน สูงสุด 200,000 บาท / วัน 
  • แลกเงินเรทพิเศษ ที่ FX Booth บูธที่กำหนด 
  • สกุลเงินต่างประเทศ ได้แก่ USD, JPY, EUR, KRW, GBP และ TWD 
  • สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม  
  • บริการห้องรับรอง Miracle Lounge ก่อนเดินทาง 
  • ส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการ Reward Plus Debit Card 

 

บัตร YouTrip (ธนาคารกสิกรไทย) 

  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% 
  • Multi-Currency Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัลรองรับหลายสกุล สามารถใช้จ่ายได้กว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก และยังสามารถแลกเปลี่ยน เงินต่างประเทศล่วงหน้าได้ถึง 10 สกุล 
  • วงเงินสูงสุด รวมทุกสกุลเงินในบัตรไม่เกิน 500,000 บาท/วัน 
  • ใช้จ่ายที่เครื่อง EDC ทั่วโลก (Offline) ไม่เกิน 500,000 บาท/วัน 
  • ใช้จ่ายผ่าน Online ไม่เกิน 500,000 บาท/วัน 
  • ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ต่างประเทศ ไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน 
  • ระบบ Smart Exchange แลกเงินอัตโนมัติ ของเงิน 9 สกุลเงินหลัก ได้แก่ THB,USD,EUR,JPY,GBP,HKD,SGD,AUD,CHF,CAD  เติมเงินแล้วใช้ได้ทันที  

บัตร TTB All Free (ธนาคารทหารไทยธนชาต) 

  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% 
  • ประกันคุ้มครองการเดินทาง ความคุ้มครองชีวิต 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท 
  • ฟรีค่ารักษา 3,000 บาท/อุบัติเหตุ 
  • เพียงคงเงินฝากในบัญชีไม่ต่ำกว่า  5,000 บาทขึ้นไป ทุกวัน 
  • ใช้ในประเทศ ฟรีค่าธรรมเนียม กด โอน จ่าย เติม 
  • รูดใช้จ่ายที่ต่างประเทศ หรือซื้อของออนไลน์ได้ทุกสกุลเงินต่างประเทศทั่วโลก ผ่านร้านที่มีสัญลักษณ์ VISA สูงสุด 2,000,000 บาท/วัน (สำหรับบัตรที่มีชื่อ) และสูงสุด 500,000 บาท/วัน (สำหรับบัตรที่ไม่มีชื่อ) 
  • กดเงินผ่านตู้ ATM ต่างประเทศ สูงสุด 200,000 บาท/วัน ค่าธรรมเนียม 75 บาท/ครั้ง โดยอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมขึ้น 
  • จัดการบัญชีได้สะดวก ทุกทีทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน ttb touch 

 

Citibank Global Wallet (ธนาคารซิตี้แบงก์) 

จะแตกต่างจากที่อื่น เพราะ Citibank Global Wallet จะเป็นแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ พร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งาน Citibank Global Wallet ที่สามารถใช้จ่ายผ่านบัญชีสกุลเงินต่างประเทศได้ 

  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% 
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินสด ถอนเงินสดสกุลเงินต่างประเทศโดยไร้ค่าธรรมเนียม ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ที่ตู้เอทีเอ็มของซิตี้แบงก์ทั่วโลก 
  • ใช้จ่ายสูงสุดได้ ไม่เกิน 300,000 บาท/วัน 
  • ทำธุรกรรมในสกุลเงิน 9 สกุลเงิน ได้แก่ THB USD EUR AUD GBP CHF JPY HKD SGD 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

การใช้งาน Travel Card ดีอย่างไร 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ Travel Card หรือบัตรเครดิตใช้ต่างประเทศกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก หากลองเปรียบเทียบ Travel Card เล่น ๆ ก็มีสถาบันการเงินหลายแห่งพยายามออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นมาเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้า ซึ่งข้อดีของการใช้งานบัตรประเภทนี้สามารถสรุปให้เห็นภาพชัดเจน คือ 

  • สะดวกมากกว่าเดิม ไม่ต้องแลกเงินไปต่างประเทศเยอะ ๆ แถมยังปลอดภัย แม้บัตรหายก็แจ้งอายัติ ต่างจากเงินสดถ้าหายไปก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจอย่างเดียว 
  • ส่วนใหญ่ Travel Card มักได้เรทอัตราแลกเปลี่ยนคุ้มกว่าการแลกเงินสด ช่วยให้คุณเซฟเงินในกระเป๋ามากขึ้น 
  • ส่วนใหญ่บัตร Travel Card หลายแห่งไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 2.5% ในการรูดใช้งานต่างประเทศ 
  • สามารถถอนเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้ (เงื่อนไขค่าธรรมเนียมเป็นไปตามที่บัตรกำหนดไว้)  
  • มีสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่ได้จากบัตรเพิ่มเติม เช่น ประกันเดินทางต่างประเทศ ส่วนลดจากร้านดัง เป็นต้น 

การใช้งานบัตร Travel Card จำเป็นมากแค่ไหน 

ด้วยการมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น บวกกับความ Worldwide ที่ทั่วโลกสามารถสื่อสารถึงกันอย่างง่ายดาย เครือข่ายต่าง ๆ ทำงานเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้บัตร Travel Card จึงถือเป็นอีกความจำเป็นที่อยากแนะนำทุกคนเมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศ คุณไม่ต้องพกเงินสดเยอะ ๆ ไม่ต้องแลกเงินไปต่างประเทศแล้วได้เรทแพง หรือแม้แต่ความคุ้มค่าในด้านอื่น พกแค่บัตรใบเดียวก็เที่ยวแบบไม่ต้องคิดมาก อยากเดินทางติดต่อกันกี่ประเทศก็หายห่วง แต่สิ่งสำคัญคือต้องเปรียบเทียบ Travel Card ให้ดี แล้วเลือกบัตรที่ใช่ ธนาคารที่โดนใจ 

เปรียบเทียบ Travel Card ต้องดูอะไรบ้างก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน 

หลังทำความรู้จักกับบัตรเครดิตใช้ต่างประเทศประเภทนี้กันพอสมควรแล้ว ก็มาถึงสิ่งที่สายเที่ยวหลายคนควรรู้เอาไว้ก่อนตัดสินใจว่าไปต่างประเทศ บัตรไหนคุ้มที่สุดนั่นคือ การเปรียบเทียบ Travel Card โดยประเมินจากเงื่อนไขต่าง ๆ ของแต่ละธนาคาร ซึ่งงคำแนะนำทั้งหมดมีดังนี้ 

  1. 1. ความสะดวกในการใช้งาน

ลำดับแรกในการเปรียบเทียบ Travel Card ว่าควรเลือกบัตรไหนต้องเริ่มจากความสะดวกของการใช้งาน คำว่า “ความสะดวก” ในที่นี้คือ ร้านค้าส่วนใหญ่ในประเทศที่จะเดินทางไปรับบัตรดังกล่าวแบบไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ยิ่งถ้าสามารถใช้กับระบบขนส่งสาธารณะได้ด้วยถือเป็นความเพอร์เฟกต์อันแสนคุ้มค่า ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ทุกรอบ เมื่อช้อปปิ้ง หาของอร่อยทานเรียบร้อยก็จ่ายเงินผ่านบัตรทันที  

  1. 2. ประเภทของบัตร (บัตรเครดิต / บัตรเดบิต)

แม้ส่วนใหญ่บัตร Travel Card จะเป็นลักษณะของบัตรเดบิต คือ ให้เติมเงินเข้าไปก่อนจึงสามารถใช้งานได้ตามวงเงินเหล่านั้น แต่ก็มีบางธนาคารที่มีเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิตได้ไม่แตกต่างกันมากนัก เช่น การใช้บัตรเครดิตต่างประเทศโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ซึ่งถ้าถามว่าแบบไหนดีกว่ากันคงตอบยาก เอาเป็นว่าอยู่ที่ลักษณะการใช้เงินดีกว่า หากกลัวช้อปปิ้งเพลินแล้วไม่มีอะไรหยุดได้ก็เลือกบัตรเดบิตที่มีวงเงินใช้ชัดเจน ไม่เป็นหนี้ แต่ถ้าเน้นความสะดวก ง่ายดาย ช้อปไม่เยอะ ใช้แบบบัตรเครดิตก็ตอบโจทย์เช่นกัน 

  1. 3. การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

หากจะดูว่าไปต่างประเทศ บัตรไหนคุ้ม อีกสิ่งที่จะเปรียบเทียบ Travel Card ได้ชัดเจนมากสุดคือเรื่องการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน บัตรที่ดีต้องให้เรทอัตราแลกเปลี่ยนคุ้มค่า ไม่เก็บค่าธรรมเนียม อัปเดตเรทใหม่อยู่ตลอดตามค่าเงิน รองรับสกุลเงินหลายประเทศ อาทิ USD, EUR, AUD, GBP, CHF, JPY, HKD, SGD, THB, KRW ฯลฯ แลกเปลี่ยนง่าย เช่น การทำผ่านแอป การแจ้งกับเจ้าหน้าที่ธนาคารก่อนแลกเงินเข้าบัตร เป็นต้น 

  1. 4. ค่าธรรมเนียมในการใช้บัตร

เป็นอีกสิ่งที่ต้องนำไปเปรียบเทียบเลยว่า Travel Card ของธนาคารไหนคุ้มค่ามากสุด เพราะโดยพื้นฐานไม่มีใครอยากเสียค่าธรรมเนียมเมื่อต้องรูดบัตรอยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารที่ออกบัตร Travel Card นั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งใครที่เลือกบัตรที่ฟรีค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเสียเพิ่มอีก 2.5% ทุกครั้งที่รูด นั่นเท่ากับความคุ้มค่าที่จะได้รับ ช้อปปิ้งเพลินเกินห้ามใจ ยิ่งใช้ก็มีความสุข หรือบางบัตรนอกจากไม่เสียค่าธรรมเนียมแล้วยังมีส่วนลด เครดิตเงินคืน หรือการเป็นพันธมิตรกับห้างร้าน แบรนด์ชั้นนำ เมื่อคุณใช้งานก็ได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย อย่าลืมพิจารณาข้อนี้เป็นขาด 

  1. 5. วิธีใช้งานกับ App และข้อมูลอื่น ๆ

ยุคนี้การใช้ Travel Card ไม่ใช่แค่การนำบัตรไปรูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีวิธีจัดการต่าง ๆ ภายในบัตรให้ง่ายดายตามไลฟ์สไตล์หรือความเหมาะสมของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการแลกเงินผ่านแอปโดยไม่ต้องติดต่อกับธนาคาร เพียงแค่เติมเงินเข้าไปจากนั้นก็ทำตามขั้นตอนเพื่อแลกเปลี่ยนสกุลเงินทันที การรับโปรโมชั่น ส่วนลด เครดิตเงินคืนต่าง ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตามอีกสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่บัตรดังกล่าวมีแอปเท่านั้น แต่ตัวแอปต้องปลอดภัย ใช้งานได้ลื่นไหล มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกมากที่สุด 

  1. 6. ประกันเดินทางที่มาพร้อมกับบัตร

จะไปต่างประเทศ บัตรไหนคุ้มที่สุดอย่าลืมดูเรื่องประกันเดินทางต่างประเทศด้วย เพราะทุกการเดินทางในต่างประเทศอาจมีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ ส่วนใหญ่บัตรหลายใบมักแถมประกันเดินทางมาให้คุณใช้งานตามช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เดินทางท่องเที่ยว หรือบางบัตรสามารถซื้อประกันเดินทางต่างประเทศผ่านแอปก็สะดวกอยู่พอสมควร ช่วยเพิ่มความสบายใจในทุกเส้นทางและทุกประเทศได้แบบไร้กังวล 

อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำในเรื่องประกันเดินทางต่างประเทศอีกสักเล็กน้อย แม้บัตร Travel Card หลายใบจะแถมฟรีประกันเดินทางให้แต่เงื่อนไขที่ได้รับอาจไม่เพียงพอเท่าไหร่นัก เช่น ให้ความคุ้มครองวงเงินจำกัด ให้ความคุ้มครองเฉพาะตัวบุคคล ไม่ได้รวมเรื่องไฟล์ทบินหรือสัมภาระต่าง ๆ ดังนั้นการซื้อประกันเดินทางเพิ่มเติมไปอีก 1 แผนคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนควรทำ ยิ่งถ้าต้องเดินทางไปยุโรป การทำวีซ่าเชงเก้น ก็ต้องมีประกันเชงเก้นเป็นส่วนหนึ่งของการอนุมัติ เหนือสิ่งอื่นใดเมื่อคุณมีประกันแล้วเกิดเหตุไม่คาดฝัน วงเงินความคุ้มครอง การช่วยเหลือต่าง ๆ จะได้รับการประสานงานอย่างรวดเร็วแน่นอน 

สรุป 

ย้ำอีกครั้งว่าการเปรียบเทียบ Travel Card เพื่อให้ได้บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพเป็นอีกสิ่งสำคัญที่อย่ามองข้ามเด็ดขาด ทุกวันนี้มีธนาคารหลายแห่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์กับสายเที่ยวขนานแท้ ซึ่งคำแนะนำทั้งหมดคงตอบคำถามได้ชัดเจน ไปต่างประเทศ บัตรไหนคุ้ม ไม่ต้องเสียเวลาแลกเงินไปต่างประเทศให้ยุ่งยากอีกต่อไป และอย่าลืมแม้ Travel Card หลายใบจะแถมประกันเดินทางเอาไว้ให้แล้วแต่ก็อาจไม่ได้ครอบคลุมมากพอ การซื้อประกันเดินทางต่างประเทศอีกสักกรมธรรม์ราคาเริ่มต้นแค่หลักร้อยแต่คุ้มครองหลักล้าน ทำเอาไว้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย กรณีเกิดเหตุการณ์ให้ต้องเคลมจะได้ไม่ต้องกังวลใจใด ๆ