นอนอย่างไรไม่ให้ปวดคอ

เนื้อหาบทความนี้ นำเสนอโดย Bangkok Physio Center (BPC)

อาการปวดคออาจเป็นภาวะที่สร้างความรำคาญและทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากได้ โดยมีปัญหาการนอนหลับเป็นปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลง การนอนในท่าที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากช่วยบรรเทาอาการตึงบริเวณคอและช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น บทความนี้จะเจาะลึกถึงท่านอนที่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดคอ การทำความเข้าใจวิธีจัดแนวกระดูกสันหลังและรองรับคอที่ถูกต้องตลอดทั้งคืนจะทำให้คุณตื่นขึ้นมารู้สึกสดชื่นและไม่ปวดคอ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนนอนตะแคง นอนหงาย หรือคนที่พลิกตัวบ่อยๆ การหาท่านอนที่เหมาะก็ไม่ใช่เรื่องยาก

นอนอย่างไรไม่ให้ปวดคอ

ทำไมตื่นนอนแล้วรู้สึกปวดคอ

อาการปวดคอหลังตื่นนอนเป็นปัญหาที่พบโดยทั่วไปซึ่งมักมีสาเหตุมาจากท่าทางการนอนหลับที่ไม่ดี หมอนที่ไม่รองรับสรีระร่างกาย หรือผลข้างเคียงจากปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคข้ออักเสบ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงและหาวิธีแก้ไขอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะป้องกันอาการปวดคอและทำให้นอนหลับสบายได้ตลอดทั้งคืน

อาการปวดคออย่างรุนแรงหลังตื่นนอน

อาการปวดคออย่างรุนแรงหลังตื่นนอนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก อาการดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากความเครียดสะสม เตียงหรือที่นอนที่ไม่ดี หรือการบาดเจ็บเฉียบพลัน แต่หากรู้วิธีบรรเทาอาการที่ถูกต้องและสามารถทำได้ทันทีหลังเกิดอาการปวด จะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วและป้องกันไม่ให้กลับมาปวดอีกได้

นอนอย่างไรเมื่อคอเคล็ด

หากมีอาการคอเคล็ด ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการนอนหลับเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บาดเจ็บเพิ่ม การนอนหลับในท่าที่ถูกต้องและการปรับพฤติกรรมการนอนที่ช่วยรองรับคอ ทำให้นอนหลับได้อย่างสบายและช่วยบรรเทาอาการได้อย่างดี

จัดหมอนในตำแหน่งที่ถูกต้องลดอาการปวดคอ

การจัดหมอนให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการปวดคอ ควรใช้หมอนที่รองรับคอให้อยู่ในระนาบเดียวกับกระดูกสันหลัง ช่วยป้องกันการอักเสบและอาการปวดตึงบริเวณกล้ามเนื้อคอ และควรเลือกหมอนที่รองรับส่วนโค้งตามสรีระของคอ

นอนอย่างไรไม่ให้ปวดคอ

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

รักษาอาการคอเคล็ด

คอเคล็ดอาจเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวกะทันหันหรือนอนผิดท่า วิธีรักษาจึงมักเป็นการพักผ่อน ใช้น้ำแข็งประคบ และการยืดกล้ามเนื้อเบาๆ แต่อย่างไรก็ตาม หากอาการรุนแรง ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

วิธีรักษากล้ามเนื้อคออักเสบ

กล้ามเนื้อคออักเสบ คืออาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเอ็นและกล้ามเนื้อที่รองรับคอ ขั้นตอนรักษาโดยทั่วไปคือการพักผ่อน การรักษาด้วยความเย็น การประคบ และการยกตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ ในบางกรณี อาจแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย

ทางเลือกในการรักษาอาการคอเคล็ด

การรักษาอาการคอเคล็ดมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่ดูแลรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน ไปจนถึงรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซื้อยาแก้ปวดมากินเอง การประคบร้อน และการนวด สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ทันที ในขณะที่การทำกายภาพบำบัดอาจส่งผลดีต่อการฟื้นตัวในระยะยาว

สาเหตุและวิธีแก้อาการปวดคอหลังตื่นนอน

การตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดคอ เป็นสัญญาณว่าคุณอาจจะต้องปรับนิสัยการนอนเสียใหม่ รวมทั้งหาสาเหตุของอาการปวดคอ ไม่ว่าจะเกิดจากหมอน ที่นอน หรือท่านอนที่ไม่ถูกต้อง เพื่อจะได้หาวิธีแก้ที่เหมาะสม และป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อีก

ปวดคอต้องนอนอย่างไร

เมื่อมีอาการปวดคอ การหาท่านอนที่เหมาะสมอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ท่าที่แนะนำโดยทั่วไปคือการนอนหงายหรือนอนตะแคงโดยมีหมอนรองรับ รวมไปถึงเทคนิคอื่นๆ อย่างการหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ และใช้อุปกรณ์ช่วยเพิ่มเติม เช่น ม้วนผ้าเช็ดตัววางไว้ใต้คอ

ที่นอนช่วยลดอาการปวดคอ

ที่นอนที่เหมาะสมช่วยลดอาการปวดคอได้มาก โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ที่นอนเนื้อแน่นปานกลางที่รองรับส่วนโค้งตามสรีระของกระดูกสันหลังได้ดี ลองใช้ที่นอนหลายๆ แบบ และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาที่นอนที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

ท่านอนป้องกันอาการปวดคอ 

ท่านอนที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันอาการปวดคอ แต่ยังส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงการจัดท่าทางขณะนั่ง ยืน และนอนหลับให้ถูกต้อง การฝึกให้มีท่าทางที่เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา สามารถช่วยลดอาการเกร็งและปวดตึงของกล้ามเนื้อคอ และป้องกันอาการปวดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

จัดสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการนอนหลับ

สภาพแวดล้อมที่ดีต่อการนอนหลับตามหลักสรีระศาสตร์ เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและบรรเทาอาการปวดคอ ซึ่งรวมถึงการลงทุนซื้อหมอนและที่นอนที่เหมาะกับสรีระ การจัดที่นอนที่ทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และกำจัดสิ่งรบกวนที่ทำให้นอนไม่หลับ การรักษาอุณหภูมิ ระดับเสียง และแสงสว่างให้เหมาะสมสำหรับการนอนยังช่วยให้คออยู่ในท่าที่ถูกต้องตลอดทั้งคืนอีกด้วย

ออกกำลังกายลดอาการปวดคอ

การออกกำลังกายเป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กล้ามเนื้อคอแข็งแรงและป้องกันอาการปวด กิจกรรมที่เสริมสร้างความแข็งแรงของแกนกลางและร่างกายส่วนบน เพิ่มความยืดหยุ่น และส่งเสริมสมรรถภาพโดยรวมก็ส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอเช่นกัน เช่น โยคะและพิลาทิส ช่วยสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นได้ดี ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมร่างกาย ซึ่งส่งผลให้มีท่าทางการนอนหลับที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หรือให้บริการด้านสุขภาพก่อนที่จะเปลี่ยนแผนการออกกำลังกาย โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีอาการปวดคอ

หาสมดุลที่เหมาะสม

การหาท่านอนที่ดีที่สุดสำหรับอาการปวดคอ คือการหาสมดุลระหว่างการรองรับและการจัดท่าทางที่เหมาะสม การรับฟังความต้องการของร่างกาย และการปรับเปลี่ยน ด้วยการทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ของอาการปวดคอ เพื่อเลือกใช้แนวทางป้องกันและบรรเทาอาการที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้คุณมีสุขภาพการนอนที่ดีขึ้นได้ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น ไม่มีอาการปวด และอย่าลืมปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพหากอาการปวดคอไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง สำหรับวันนี้ ราตรีสวัสดิ์! 

 

เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด สัมผัสอากาศหนาวสะใจห้ามพลาด

ใครเบื่อกับอากาศอันแสนร้อนอบอ้าวของเมืองไทยอยากเปลี่ยนอารมณ์ไปสัมผัสกับความหนาวเหน็บแบบฉบับเย็นสุดขั้ว “เมืองฮาร์บิน” คืออีกตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง อย่างไรก็ตามคงมีหลายคนตั้งข้อสงสัยกันอยู่แน่ ๆ ว่า สภาพอากาศเป็นอย่างไร? เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด? แล้วมีที่เที่ยวฮาร์บินห้ามพลาดอะไรบ้าง? เอาเป็นว่าทุกคำถามมีคำตอบให้ครบถ้วนก่อนไปตะลุยเที่ยวฮาร์บินกันให้หนำใจ 

เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดี

สภาพอากาศแต่ละฤดูกาลของเมืองฮาร์บิน 

ลำดับแรกก่อนจะไปเที่ยวฮาร์บินสิ่งที่อยากแนะนำทุกคนนั่นคือเรื่องของสภาพอากาศ แม้อุณหภูมิส่วนใหญ่จะจัดอยู่ในโซนหนาวถึงหนาวมาก แต่เพื่อความมั่นใจและสามารถเลือกได้อย่างถูกต้องว่าควรเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด ซึ่งเมืองฮาร์บินจะมีด้วยกัน 4 ฤดูกาล แบ่งตามช่วงเวลาต่าง ๆ ดังนี้ 

  1. 1. ฤดูหนาวฮาร์บิน

อยู่ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน – ปลายเดือนมีนาคม สภาพอากาศมีความหนาวจัด หิมะตกปกคลุมแทบตลอด อุณหภูมิเฉลี่ย 0 องศาเซลเซียส แต่ถึงแม้จะหนาวเย็นขนาดนี้ทว่ากลับเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก เพราะที่นี่จะมี “เทศกาลหิมะ” ซึ่งภายในงานมีการประกวดแกะสลักน้ำแข็งและแกะสลักหิมะอันเป็นไฮไลต์ให้นักท่องเที่ยวอยากแวะมาไม่ขาดสาย 

  1. 2. ฤดูใบไม้ผลิ

อยู่ระหว่างเดือนเมษายน เดือนมิถุนายน อุณหภูมิราว 5-10 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศสบายมากสุดสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสความชิลของเมืองฮาร์บิน ดอกไม้ต่างค่อย ๆ ทยอยเบ่งบานตามท้องถนน สวนสาธารณะ สามารถเดินถ่ายรูปอาคารเก่า สถาปัตยกรรมสวย ๆ รวมถึงมีของอร่อยขายอยู่หลายอย่างมากทีเดียว 

  1. 3. ฤดูร้อน

อยู่ระหว่างเดือนเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 25-30 องศาเซลเซียส แม้อาจดูร้อนจับใจแต่จะเห็นว่าระยะเวลาของฤดูร้อนในฮาร์บินมีแค่ 2 เดือนเท่านั้น อาจพบเจอฝนตกได้บ้างเป็นเรื่องปกติ เหมาะกับการหาของอร่อยและเดินถ่ายรูปพร้อมเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ  

  1. 4. ฤดูใบไม้ร่วง

จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับวันชาติจีน (ระหว่างวันที่ 1-10 ตุลาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 5 องศาเซลเซียส นอกจากได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีก็ยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองให้ได้รื่นเริงกันอีกด้วย 

สรุปแล้วเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด 

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมไปเที่ยวฮาร์บินในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นเพื่อสัมผัสกับหิมะปกคลุมหนา รวมถึงเทศกาลที่น่าสนใจอันเป็นไฮไลต์ของเมืองฮาร์บินคงไม่ผิดนัก ดังนั้นการเที่ยวฮาร์บินเดือนที่ดีที่สุดขอแนะนำเดือนธันวาคม – มกราคม เป็นช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นจัดอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส หิมะปกคลุมแทบทุกพื้นที่  

เหนือสิ่งอื่นใดยังเป็นช่วงเวลาที่มีการจัดเทศกาลน้ำแข็ง Harbin Ice and Snow World ภายในงานจะมีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นลวดลายต่าง ๆ พร้อมแสง สี เสียง สวยงามเกินบรรยาย ขณะที่อีกเทศกาลที่จัดไล่เลี่ยกันคือ เทศกาลหิมะ International Snow Sculpture Art Expo โดยมีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปต่าง ๆ พร้อมแสงไฟประดับให้ความงดงามไม่แพ้กัน เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุดแนะนำ 2 เดือนนี้เลย 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

เที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดี

เช็กลิสต์ที่เที่ยวฮาร์บินและกิจกรรมห้ามพลาด 

เมื่อรู้จักกับสภาพอากาศของเมืองฮาร์บินกันไปเป็นที่เรียบร้อยคราวนี้ก็มาถึงเวลาที่จะพาทุกคนได้รู้จักกับที่เที่ยวฮาร์บิน ดินแดนน้ำแข็งแห่งเมืองมังกรที่มีความแตกต่างกับเมืองอื่น ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่เบื่ออากาศร้อนและอยากเจอความแปลกใหม่ มาเช็กลิสต์กันเลยดีกว่าว่าเมื่อเทียวฮาร์บินแล้วจุดไหนไม่ควรพลาดบ้าง 

  1. 1. เทศกาลน้ำแข็ง Harbin Ice and Snow World

นี่คือเทศกาลที่มีชื่อเสียงมากสุดและเป็นไฮไลต์ของการเที่ยวฮาร์บินคงไม่ผิดนัก จัดกันแถบใจกลางเมืองโดยภายในงานจะอัดแน่นไปด้วยผลงานประติมากรรมที่เกิดจากการสลักน้ำแข็ง พร้อมแสง สี เสียง เพิ่มความน่าประทับใจให้มากขึ้น รวมแล้วมากกว่า 2,000 ชิ้น ตัวอย่างผลงาน เช่น กำแพงเมืองจีน รูปนักษัตรต่าง ๆ พระราชวัง และอีกมากมาย มากไปกว่านั้นก็ยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าชมสนุกสนานแบบไม่มีเบื่อ ถ่ายรูปกันเพลิน สัมผัสอากาศหนาวแบบถึงใจแน่นอน 

  1. 2. เทศกาลหิมะ International Snow Sculpture Art Expo

นอกจากเทศกาลน้ำแข็งแล้วบินไปไกลถึงเมืองฮาร์บินทั้งทีอยากให้แวะไปเทศกาลหิมะแห่งนี้ด้วย จัดขึ้นบริเวณไท่หยางต่าว (Tai Yang Dao) หรือที่คนไทยจะคุ้นกับชื่อเกาะพระอาทิตย์ (Sun Island) เกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำซงฮัว (Songhua River) นอกจากการแกะสลัก การสกัดหิมะเป็นรูปต่าง ๆ แล้วยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเยอะมาก เช่น ลานสกี ลานน้ำแข็ง รถเลื่อนหิมะ ความน่าประทับใจไม่เป็นสองรองใครในการไปเที่ยวอย่างแน่นอน 

  1. 3. ลานสกีหยาปู่ลี่ (Yabuli Ski Resort)

ยังคงสัมผัสกับความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องโดยลานสกีแห่งนี้จะขยับออกห่างจากตัวเมืองแต่ไม่ได้ไกลมากนัก เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ชื่นชอบการเล่นสกีหรืออยากลองประสบการณ์อันแสนแปลกใหม่ จัดเป็นลานสกีขนาดใหญ่และโด่งดังสุดของเมืองจีนคงไม่ใช่เรื่องผิดนัก มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากตั้งแต่มือใหม่ฝึกเล่นสกี การเล่นบนลานสกีแบบมืออาชีพ สโนว์บอร์ด ฯลฯ บรรยากาศโดยรอบต้นไม้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะเป็นอีกภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง 

  1. 4. หมู่บ้านหิมะ China Snow Town

ที่เที่ยวฮาร์บินอีกแห่งซึ่งถือเป็นไฮไลต์คงไม่ผิดนัก บางคนจะเรียก “Dream Home” ก็ได้เช่นกัน ตั้งอยู่บริเวณเมืองมู่ตัน (Mudan) ความเก๋คือบ้านเรือนจะยังคงถูกก่อสร้างตามแบบฉบับของจีนโบราณ ยิ่งช่วงเข้าสู่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป หมู่บ้านแห่งนี้จะมีหิมะตกแทบทุกวันจนถึงเดือนเมษายน ภาพที่เห็นคือหลังคาบ้านทุกหลังถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนความหนาประมาณ 1 เมตร ภาพที่ออกมาจึงเหมือนกับในการ์ตูนแบบไม่มีผิดเพี้ยน รวมถึงการได้เดินบริเวณถนนคนเดินแห่งเดียวของหมู่บ้านอย่างถนนแส่ยุ่นเจีย (Xue Yun Jie) ระยะทางราว 500 เมตร ก็น่าประทับใจมาก 

  1. 5. ถนนจงหยาง (Zhongyang Street)

หลังสัมผัสอากาศหนาวจับจิตจับใจกันจนหน้าชา สายช้อปปิ้ง หรืออยากสัมผัสบรรยากาศแบบชิล ๆ ในเมืองฮาร์บินแนะนำแวะมาเดินเล่นกันที่ถนนแห่งนี้ได้เลย ด้วยสภาพอากาศอันหนาวเย็นบวกกับการตกแต่งบ้านเรือนที่ต่างไปจากวัฒนธรรมจีนทั่วไปอารมณ์ของนักเดินทางจึงเหมือนเข้าไปอยู่ในย่านใหญ่ ๆ ในประเทศรัสเซียก็ไม่ปานเลยทีเดียว ระยะทางราว 1.5 กิโลเมตร แต่เต็มไปด้วยร้านขายเสื้อผ้า ของที่ระลึก รวมถึงอาหารพื้นถิ่นทั้งแบบจีนแท้และแบบรัสเซียให้ลิ้มลองความอร่อย 

  1. 6. โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St. Sophia Church)

สัญลักษณ์ประจำเมืองในการเที่ยวฮาร์บินที่ทุกคนควรถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก มหาวิหารสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียคริสต์ศาสนานิกายออร์โธด็อกซ์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่คนนับถือศาสนาคริสต์มากสุดในแถบเอเชียตะวันออก มีความสวยงาม แปลกตา และหาได้ยากในเมืองจีน ปัจจุบันด้านในยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์งานแสดงศิลปะให้ได้ชมความสวยงามกันด้วย ลองแวะไปเที่ยวชมกันเลย 

  1. 7. สวนเสือโคร่งไซบีเรีย (Siberian Tiger Park)

ปิดท้ายกันด้วยการเที่ยวชมความน่ารักของเหล่าบรรดาเสือโคร่งจากไซบีเรียซึ่งเต็มไปด้วยเสือมากกว่า 800 ตัว โดยพวกมันจะอาศัยแบบธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถชมโดยรอบสถานที่ แต่ไม่ต้องกังวลใจเพราะพวกมันไม่ได้ดุร้าย แถมยังเชื่องช้า พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด เหมาะกับการพาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์สายพันธุ์นี้เป็นอย่างยิ่ง 

นี่คือข้อมูลทั้งหมดอันน่าสนใจสำหรับคนที่อยากเที่ยวฮาร์บิน เมืองสุดหนาวสุดขั้วของประเทศจีนแต่ไม่แน่ใจว่าเที่ยวฮาร์บินเดือนไหนดีสุด และมีที่เที่ยวฮาร์บินแห่งใดห้ามพลาดบ้าง อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะไปเมืองฮาร์บินหรือเมืองไหนก็ตามการมี “ประกันเดินทางต่างประเทศ” คือเรื่องสำคัญมาก เพราะจะช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายได้อย่างดีเมื่อเกิตเหตุไม่คาดฝัน จึงขอแนะนำประกันเดินทางจีน Luma GO จาก Luma ราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท สามารถเลือกแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดได้ถึง 5 ล้านบาท บริการสายด่วนตลอด 24 ชม. พร้อมประสานงานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ คุ้มครองโควิด-19 เที่ยวได้สบายใจอย่างแน่นอน 

จีนมีอะไรเด่น ใครวางแผนอยากไปเที่ยวจีนลองเช็กข้อมูลกันเลย

สำหรับคนที่วางแผนอยากไปสัมผัสกับบรรยากาศของเมืองจีนไม่ใช่แค่การมีพื้นที่ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังอัดแน่นไปด้วยความแตกต่างและหลากหลายเป็นอย่างยิ่ง นี่จึงเปรียบเสมือนจุดเด่นของจีนที่เชิญชวนให้นักเดินทางทั่วโลกต่างแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนกันอย่างไม่ขาดสาย ใครอยากรู้ว่าของดีเมืองจีนเป็นยังไง จีนมีอะไรเด่นบ้าง ลองเช็กข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ก่อนเดินทางกันได้เลย! 

จีนมีอะไรเด่น

ความหลากหลายทางชนชาติ สัมผัสกับวัฒนธรรมสุดแตกต่าง 

จุดเด่นของจีนเรื่องแรกต้องยกให้กับการมีความหลากหลายทางชนชาติสูงมาก (มีข้อมูลระบุเอาไว้ว่าชนชาติเฉพาะที่อาศัยบนแผ่นดินที่ปกครองโดยประเทศจีนมีถึง 56 เชื้อชาติ) นั่นบ่งบอกถึงการได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีที่น่าสนใจ ซึ่งชนชาติหลักที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี ประกอบไปด้วย 

  • ชนชาติฮั่น กลุ่มชนชาติของจีนที่มีประชากรมากที่สุดประมาณ 1,200 ล้านคน หรือคิดเป็น 92% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ และยังถูกจัดให้เป็นชนชาติที่มีจำนวนเยอะสุดในโลกอีกด้วย 
  • ชนชาติมองโกล ส่วนหนึ่งอาศัยประเทศมองโกเลีย ขณะที่ยังมีบางส่วนยังคงใช้ชีวิตบริเวณเขตปกครองตนเองมองโกเลียตอนเหนือของประเทศจีน  
  • ชาติหุย กลุ่มประชากรชาวจีนที่นับถือศาสนาอิสลาม อาศัยอยู่ในประเทศจีนราว 9.82 ล้านคน มักอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณชนบท 
  • ชนชาติทิเบต นี่คือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบต ภายใต้พื้นที่การปกครองของประเทศจีน แม้มีจำนวนประชากรไม่เยอะแต่กลับมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก 
  • ชนชาติอุยกูร์ กลุ่มชาติพันธุ์ที่มักอาศัยกันอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของจีนมายาวนานหลายร้อยปี และยังนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่อีกด้วย 
  • ชนชาติแมนจู กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศจีนโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่แมนจูเรีย จัดเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ประมาณ 9 ล้านคน 
  • ชนชาติต้ง ชนชาติที่ประชากรมักอาศัยอยู่บริเวณฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกุ้ยโจว มีความเชื่อว่าตนเองสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์ของนก 
  • ชนชาติจ้วง กลุ่มประชากรที่มีจำนวนผู้อยู่อาศัยในจีนมากสุดอันดับ 2 ของประเทศ ประมาณ 16 ล้านคน ตามประวัติมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัยยุคราชวงศ์ซ่ง  

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อีกจุดเด่นของจีน 

หากใครสงสัยว่าจีนมีอะไรเด่น คำตอบที่มักเกิดขึ้นต้องมีเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมอยู่ด้วยแบบไม่ต้องสงสัย เหตุเพราะพื้นที่ขนาดใหญ่และยังมีอีกหลายจุดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสกับสาวตาของตนเอง โดยที่เที่ยวทางธรรมชาติเมืองจีนน่าสนใจ มีดังนี้ 

  1. 1. เขาเทียนจื่อซาน (Tianzi Shan)

ที่เที่ยวอันถือเป็นไฮไลต์ของนักท่องเที่ยวสายลุยต้องยกให้กับดินแดนที่มาพร้อมความอัศจรรย์เกินบรรยายด้วยลักษณะภูเขาแท่งหินทรายจำนวนกว่า 3,000 ยอด ตั้งสลับซับซ้อนเรียงรายกันจุดสุดสายตา ความสูงเฉลี่ยประมาณ 500 – 1,000 เมตร ซึ่งเคยถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “อวตาร” กับฉากดินแดนหุบเขาแห่งแพนดอร่าอีกต่างหาก  

  1. 2. กุ้ยหลิน (Guilin)

ที่เที่ยวเมืองจีนซึ่งหลายคนมักเปรียบเทียบสถานที่หลายแห่งว่าเป็นกุ้ยหลินแห่งเมืองต่าง ๆ ดังนั้นหากมีโอกาสได้สัมผัสกับของจริงคงไม่ต้องบรรยายถึงความสวยงามแค่ไหน โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของแม่น้ำ ป่าไม้ พร้อมฉากหลังเป็นภูเขาสูง ทุกคนสามารถนั่งแพชิล ๆ ล่องไปตามสายน้ำ เลพินกับเสียงนก ผ่อนคลายเรื่องเครียดของชีวิต 

  1. 3. เขาสายรุ้งตันเซี๋ย (Danxia Landform)

ความมหัศจรรย์ของที่เที่ยวธรรมชาติของเมืองจีนอีกแห่งที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2010 ไปเรียบร้อย ด้วยการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกเมือกว่าหลายร้อยปีก่อนบวกกับการถูกลมและน้ำกัดเซาะแนวเขาทำให้สีสันที่ได้กลายเป็นสีรุ้งแบบที่ทุกคนเห็นกันนั่นเอง 

  1. 4. หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley)

ใครมีโอกาสแวะไปเมืองยูนนานอยากให้ลองสัมผัสด้วยตนเองสักครั้งแล้วจะรู้ถึงความสวยงามที่เกิดจากธรรมชาติมันชั่งอลังการมากขนาดไหน ตามความเชื่อของคนท้องถิ่นระบุว่าบริเวณนี้คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งการเดินทางไม่ยากเลยเนื่องจากสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบนยอดเขาพร้อมชมวิวสวย ๆ แบบ 360 องศา ฉากหลังเป็นภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ 

  1. 5. น้ำตกหวงกั่วซู่ (Huangguoshu Falls)

น้ำตกขนาดใหญ่สุดของประเทศจีนกับระดับความสูง 77.8 เมตร บริเวณโดยรอบยังรวมน้ำตกขนาดเล็กอีกถึง 18 แห่ง ที่ไหลรวมกันจนกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ จากลักษณะที่แปลกทางธรรมชาติจึงทำให้องค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นหมู่น้ำตกขนาดใหญ่สุดในโลก สายชิล อยากใกล้ชิดธรรมชาติยังไงก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ลิ้มลองความอร่อยของอาหารในเมืองจีน 

ในการไปเที่ยวที่ใดก็ตามเรื่องอาหารถือเป็นอีกวัฒนธรรมที่ควรได้ลองด้วยตนเองสักครั้งเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต และของดีเมืองจีนที่อยากแนะนำ รับรองความอร่อยจากเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลก ประกอบไปด้วย 

  • หมูทอดผัดซอสเปรี้ยวหวาน เมนูประจำชาติของชาวจีนที่การันตีความอร่อย เป็นเมนูขึ้นชื่อของชาวเสฉวน รสสัมผัสที่ได้จะมีความเปรี้ยว เผ็ด และแอบหวานเล็ก ๆ เนื้อหมูเคี้ยวมัน กรอบอร่อยมาก 
  • เฉ่าเมี่ยน หากบอกชื่อนี้คนส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าเห็นหน้าตายังไงก็ต้องร้องอ๋อ เพราะมันก็คือบะหมี่ผัดนั่นเอง แต่ถ้าเน้นสูตรดั้งเดิมต้องผัดแค่กับผัดหรือเต้าหู้ เส้นเหนียวนุ่ม อาจเพิ่มเติมผัก เนื้อสัตว์ ไข่ ตามชอบก็ได้ 
  • เกี๊ยว นอกจากเป็นอาหารที่คนทั่วโลกคุ้นเคยกันแล้ว นี่ยังถือเป็นวัฒนธรรมทางอาหารที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานมาก มีการดัดแปลงไส้ให้เข้ากับความชอบของแต่ละคน จากนั้นก็นึ่งให้สุกพร้อมเสิร์ฟ 
  • เป็ดปักกิ่ง ของดีเมืองจีนที่ใครได้ลองก็ต้องบอกว่าอร่อยไม่เคยเปลี่ยน หนังเป็ดย่างกรอบ ๆ ทานคู่กับแป้งเนื้อนุ่ม สอดไส้พริก แตงกวา ต้นหอม ราดน้ำจิ้มสูตรเฉพาะรสหวานน้ำดีงามมาก 
  • ไก่แช่เหล้า หรือ เหนียงจิ่วจี อาหารสูตรดั้งเดิมที่หลายคนได้ลิ้มลองแล้วต่างก็ประทับใจกับความนุ่มละมุนของเนื้อไก่นึ่งเข้ากับซอสที่ราดได้แบบไร้ที่ติ สามารถเห็นได้ตามร้านอาหารจีน 
  • หม่าล่าหม้อไฟ เมนูสุดฮิตติดลมบนของคนไทย ซึ่งถ้าใครไปเยือนเมืองจีนต้องลองแบบต้นตำรับสักมื้อ ความเผ็ดของพริกหม่าล่าคือเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครได้ลองแล้วต่างยกนิ้วให้เลย 

ของฝากจากเมืองจีนควรค่ากับการซื้อ 

ของดีเมืองจีนกลุ่มสุดท้ายที่อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักก่อนเดินทางกลับนั่นคือของฝาก ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่ละชิ้นที่คัดมาบอกได้เลยว่าควรค่ากับการซื้อฝากเป็นอย่างยิ่ง 

  • ชาจีน ของฝากขึ้นชื่อที่ใครไปจีนก็ต้องซื้อกลับมาฝากคนทางบ้านตลอด ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกว่ามีหลายสายพันธุ์มาก รสชาติ กลิ่นก็จะแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมยังถือว่าดีงามสุด ๆ 
  • พุทราจีน หนึ่งในผลไม้ที่รสชาติอร่อย แต่ถ้าการซื้อสดเป็นเรื่องยากก็ลองหาที่ผ่านการแปรรูปแล้ว เช่น พุทราอบแห้ง บางยี่ห้อมีการสอดไส้ต่าง ๆ เพิ่มความอร่อยไปอีกแบบ 
  • บัวหิมะ หากคิดไม่ออกว่ายาทาภายนอกครอบจักรวาลเป็นยังไงลองซื้อครีมบัวหิมะมาทาแล้วจะเข้าใจทันที แมลงสัตว์กัดต่อย น้ำร้อนลวก แผลพุพองต่าง ๆ ทาไว้แล้วผิวจะดีขึ้น 
  • หยก เครื่องประดับที่มีความหมายของชาวจีน เชื่อว่าหากใครสวมใส่จะมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน และมีความมงคลต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตแบบไม่ขาดสาย 

สรุป 

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าจีนมีอะไรเด่น โดยสรุปแล้วถือว่าน่าสนใจในทุกเรื่องตั้งแต่ชนชาติอันหลากหลาย อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงของฝาก อย่างไรก็ตามทุกครั้งเมื่อต้องเดินทางไปเมืองนอก ประกันเดินทางต่างประเทศ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด จึงอยากแนะนำให้ซื้อประกันเดินทางจีน จาก LUMA ราคาสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียง 199 บาท และยังมีแพ็คเกจสูงสุดคุ้มครองถึง 5 ล้านบาท สายด่วนตลอด 24 ชม. พร้อมประสานงานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ซื้อง่ายมากผ่านช่องทางออนไลน์ มีติดตัวไว้เที่ยวได้สบายใจแน่นอน