สิทธิประโยชน์ก่อนและหลังการเข้ารักษาตัวแบบผู้ใน คืออะไร?

สิทธิประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาล:

ผลประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาล หมายถึง ความคุ้มครองที่ขยายไปยังผู้ถือกรมธรรม์สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยทั่วไประยะเวลานี้จะอยู่ในช่วงตั้งแต่สองสามวันถึง 60 วัน ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยและข้อกำหนดกรมธรรม์เฉพาะ

 

เหตุผลเบื้องหลังผลประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาลอยู่ที่ว่าหัตถการทางการแพทย์มักเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการเตรียมการก่อนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจริง ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจวินิจฉัย การปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ ยา และบริการเสริมอื่นๆ ด้วยการครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ผู้ให้บริการประกันภัยจึงมั่นใจได้ว่าผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับการสนับสนุนที่ครอบคลุมตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการแทรกแซงทางการแพทย์

 

ตัวอย่างเช่น หากผู้ถือกรมธรรม์ประสบกับอาการที่นำไปสู่การวินิจฉัยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการวินิจฉัย เช่น การทดสอบในห้องปฏิบัติการ การสแกนด้วยภาพ และการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ จะได้รับการคุ้มครองภายใต้สิทธิประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาล สิ่งนี้ไม่เพียงบรรเทาภาระทางการเงินของแต่ละบุคคลเท่านั้น แต่ยังอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นอย่างทันท่วงที ซึ่งส่งผลให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพดีขึ้น

ก่อนและหลังการเข้ารักษาแบบผู้ป่วยใน

ผลประโยชน์หลังเข้ารับการรักษาแบบผู้ใน:

ในอีกด้านหนึ่ง ผลประโยชน์หลังเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะมีผลหลังจากที่ผู้ถือกรมธรรม์ออกจากโรงพยาบาลและยังคงต้องการการรักษาพยาบาลในระหว่างระยะพักฟื้น หรือ นัดติดตามอาการ ระยะนี้มีความสำคัญเนื่องจากครอบคลุมการให้คำปรึกษาติดตามผล การใช้ยา การตรวจวินิจฉัยเพื่อติดตามความคืบหน้า และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ

 

ผลประโยชน์หลังการรักษาในโรงพยาบาลให้ความคุ้มครองความต้องการทางการแพทย์ที่กำลังดำเนินอยู่เหล่านี้ เพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละบุคคลจะได้รับการดูแลที่ครอบคลุมนอกเหนือจากการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล การสนับสนุนนี้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเปลี่ยนจากโรงพยาบาลสู่บ้านอย่างราบรื่น และอำนวยความสะดวกในกระบวนการเยียวยาโดยไม่มีความตึงเครียดทางการเงิน

 

ตัวอย่างเช่น หากผู้ถือกรมธรรม์เข้ารับการผ่าตัดและออกจากโรงพยาบาลแล้ว ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสำหรับการปรึกษาติดตามผลกับศัลยแพทย์ ค่ายาที่จ่าย และค่ากายภาพบำบัดจะครอบคลุมอยู่ภายใต้สิทธิประโยชน์หลังการรักษาในโรงพยาบาล ช่วยให้มั่นใจได้ถึงความต่อเนื่องในการดูแลและช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือการพ่ายแพ้ในช่วงระยะเวลาพักฟื้น

ประโยชน์ของการรักษาในโรงพยาบาลก่อนและหลัง

สิทธิประโยชน์ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีคุณสมบัติและสิทธิประโยชน์หลักหลายประการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าโดยรวมของการประกันสุขภาพ:

 

ความคุ้มครองที่ครอบคลุม: ด้วยการครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการรักษาในโรงพยาบาล สิทธิประโยชน์เหล่านี้จึงให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับการดูแลแบบองค์รวมตลอดการเดินทางทางการแพทย์

 

ความมั่นคงทางการเงิน: ผลประโยชน์ก่อนและหลังการรักษาในโรงพยาบาลช่วยลดภาระทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ช่วยให้บุคคลมุ่งเน้นไปที่การฟื้นตัวโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินไป

 

การเข้าถึงการดูแลอย่างทันท่วงที: ด้วยการครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวินิจฉัย การให้คำปรึกษา และยา สิทธิประโยชน์ก่อนเข้าโรงพยาบาลช่วยให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ทันท่วงที ทำให้สามารถตรวจพบและแทรกแซงภาวะสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

 

ความต่อเนื่องของการดูแล: ผลประโยชน์หลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนับสนุนความต่อเนื่องของการดูแลโดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการให้คำปรึกษาติดตามผล ยา และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ จึงส่งเสริมการเปลี่ยนจากโรงพยาบาลสู่บ้านได้อย่างราบรื่น

โดยสรุป ผลประโยชน์ก่อนและหลังการรักษาในโรงพยาบาลมีบทบาทสำคัญในการประกันสุขภาพ โดยให้ความคุ้มครองทางการเงินและการสนับสนุนแก่บุคคลตลอดการเดินทางทางการแพทย์ ด้วยการครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการรักษาในโรงพยาบาล ผลประโยชน์เหล่านี้จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินและรับประกันความต่อเนื่องของการดูแล ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ถือกรมธรรม์

การขออนุมัติล่วงหน้า (Pre-Authorization) คืออะไร?

การอนุญาตล่วงหน้า เป็นกระบวนการที่ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล ต้องได้รับการอนุมัติจากบริษัทประกันภัยก่อนที่จะให้บริการหรือขั้นตอนบางอย่าง โดยทั่วไปสิ่งนี้ใช้กับบริการทางการแพทย์ การรักษา การใช้ยา หรือขั้นตอนต่างๆ ทั้งที่เป็นการผ่าตัดเล็ก ผ่าตัดใหญ่ การรักษาแบบแพทย์ทางเลือก หรือ การรักษาที่มีราคาสูง หรือมีราคาแพง



โดยพื้นฐานแล้วทำหน้าที่เป็นจุดตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าการรักษาที่เสนอมีความจำเป็นทางการแพทย์และตรงตามเกณฑ์ที่ผู้ให้บริการประกันภัยกำหนด โดยเกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น การวินิจฉัย แผนการรักษาที่เสนอราคาประเมินของหัตถการ และประวัติทางการแพทย์ เพื่อตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของบริษัทประกันภัย

การขออนุมัติล่วงหน้า ใช้อย่างไร?

กระบวนการขออนุมัติล่วงหน้าเริ่มต้นเมื่อผู้ให้บริการด้านการแพทย์แนะนำการรักษาหรือขั้นตอนที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดการขออนุมัติล่วงหน้า จากนั้นผู้ให้บริการจะส่งคำขออนุมัติล่วงหน้าไปยังบริษัทประกันภัยของผู้ป่วย โดยระบุรายละเอียดแนวทางปฏิบัติที่เสนอและเอกสารประกอบทางการแพทย์

 

บริษัทประกันภัยจะประเมินคำขอโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ รวมถึงความจำเป็นทางการแพทย์ ความคุ้มทุน และการปฏิบัติตามแนวนโยบาย เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว บริษัทประกันภัยจะมอหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายเบื้องต้น (Initial Letter of Guarantee)เพื่อระบุว่าการรักษาที่เสนอนั้นครอบคลุมอยู่ภายใต้แผนประกันของผู้ป่วย

ประโยชน์ของการขออนุญาตล่วงหน้า

การควบคุมต้นทุน:

การอนุมัติล่วงหน้าช่วยให้บริษัทประกันภัยจัดการต้นทุนโดยทำให้มั่นใจว่าทรัพยากรได้รับการจัดสรรอย่างเหมาะสม ด้วยการทบทวนวิธีการรักษาที่เสนอไว้ล่วงหน้า ผู้ประกันตนสามารถระบุทางเลือกที่คุ้มค่าหรือป้องกันขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้ในที่สุด

 

การประกันคุณภาพ:

กระบวนการอนุมัติล่วงหน้าส่งเสริมการประกันคุณภาพโดยทำให้มั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ บริษัทประกันจะทบทวนแผนการรักษาเพื่อตรวจสอบว่าสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติทางการแพทย์ที่กำหนดไว้ ดังนั้นจึงปกป้องผู้ป่วยจากการแทรกแซงที่ไม่จำเป็นหรืออาจเป็นอันตราย

 

ความโปร่งใส:

สำหรับผู้ป่วย การขออนุมัติล่วงหน้าให้ความโปร่งใสเกี่ยวกับการประกันและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น เมื่อทราบล่วงหน้าว่าการรักษาที่เสนอมานั้นครอบคลุมอยู่ในแผนประกันหรือไม่ ผู้ป่วยจึงสามารถตัดสินใจโดยมีข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับทางเลือกการรักษาพยาบาลและข้อผูกพันทางการเงิน

สรุป

การขออนุมัติล่วงหน้าในประกันสุขภาพคือกระบวนการที่ผู้เอาประกันต้องได้รับการอนุมัติจากบริษัทประกันก่อนที่จะเข้ารับบริการทางการแพทย์บางประเภท เช่น การผ่าตัด การรักษาทางเคมีบำบัด หรือการใช้ยาบางชนิด การขออนุมัติล่วงหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทประกันสามารถตรวจสอบว่าการรักษาที่ผู้เอาประกันต้องการได้รับนั้นมีความจำเป็นทางการแพทย์และอยู่ในขอบเขตของความคุ้มครองตามกรมธรรม์หรือไม่ 

 

จึงเป็นเรื่องสำคัญ ี่ผู้เอาประกันควรได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะหากการรักษามีค่าใช้จ่ายที่สูง จะได้มั่นใจ และ อุ่นใจ ว่าประกันคุ้มครองแน่นอน การรักษาและฟื้นตัวจะได้เป็นไปอย่างราบรื่น

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ไหนดี 2567

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายมีให้เลือกค่อนข้างเยอะในทุกวันนี้ และด้วยข้อมูลที่คอนข้างเยอะ รายละเอียดที่ต้องสนใจเยอะ ทำให้การตัดสินใจอาจจะลำบากกว่าที่ควรเป็น

 

LUMA ได้ทำการบ้านมาให้แล้ว ว่าบริษัทไหนดีอย่างไร 

 

  1. LUMA
  2. AXA
  3. MTL
  4. LMG 
  5. Pacific Cross
  6. Allianz Ayudhya
  7. วิริยะประกันภัย
  8. April
  9. Falcon Insurance

 

ในเมื่อเลือกแล้ว ว่าตา้องการประกันสุขภาพเหมาจ่าย ต่อมาควรมาดูว่าแต่ละบริษัทต่างกันอย่างไรบ้าง การเลือกประกันสุขภาพเหมาจ่าย ไม่ควรมองข้ามรายละเอียดทั้งเล็กและใหญ่ นอกจากความคุ้มครองที่เป็นวงเงินแล้ว ยังมีบริการด้านอื่นๆ ที่อยากแนะนำให้พิจารณาด้วย

LUMA ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

บริษัทแรกที่อยากแนะนำ คือ LUMA ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องประกันสุขภาพ โดยเฉพาะด้านมะเร็ง ซึ่งทุกวันนี้ มะเร็งเป็นโรคอันดับหนึ่งที่พรากชีวิตคนไทย จำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มขึ้นทุกปี และ พบเจอในคนอายุน้อยลง LUMA ได้จับมือร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพวัฒโนสถพลิกโฉมการรักษาและดูแลผู้ป่วยมะเร็ง และมั่นใจได้ว่า LUMA สามารถมอบความคุ้มครองที่พอเพียงสำหรับการรักษาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง หรือ โรคร้ายอื่นๆ และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ด้วยบริษัท Direct Billing ที่ทำให้สมาชิกของ LUMA ไม่ต้องสำรองจ่ายทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ความคุ้มครองของ LUMA ในต่างประเทศด้วย และได้รับการประสานงานอย่างรวดเร็วผ่านสำนักงานทั่วเอเชียและโซนยุโรป

 

LUMA ประกันสุขภาพเหมาจ่าย มีจุดเด่นอะไรบ้าง

นอกจากความคุ้มครองที่น่าสนใจ LUMA ยังสามารถมอบส่วนลดให้ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าเบี้ยด้วย Deductible หรือค่าใช้จ่ายส่วนแรก แลกส่วนลดได้สูงสุด 45% หรือ สมัครเป็นครอบครัวลดสูงถึง 20% แผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย แบบ Hi5 หรือ PRIME จาก LUMA สามารถมอบความคุ้มครองให้กับทุกท่าน

 

LUMA ยังมีทางเลือกในการชำระค่าเบี้ยประกันให้เพิ่มเติม เช่น จ่ายรายปี แบ่งชำระ 4 เดือนติดต่อกัน หรือ ผ่อนจ่าย นาน 10 เดือน  โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มใดๆ และที่สำคัญ ความคุ้มครอง และ บริการต่างๆที่ LUMA มอบให้ ใช้ได้ตั้งแต่วันเริ่มที่กรมธรรม์ประกัน ต่อให้ยังแบ่งชำระ ก็สามารถใช้บริการทั้งหมดของ LUMA ได้ ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาค่อยนำมาเบิกโดยไม่ต้องรอชำระครบก่อน 

หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อ LUMA โดยตรงได้เลย

AXA ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

AXA เป็นชื่อบริษัทที่ค่อนข้างคุ้นเคย โดยมีเครือข่ายกว่า 57 ประเทศและสำนักงานทั่วโลก

มีแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายให้เลือกหลายแบบ ด้วยความคุ้มครองสูงถึง 100 ล้านบาทต่อปี และ เครือข่ายโรงพยาบาล กว่า 400 แห่ง

 

จุดเด่นของประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก AXA มีดังนี้

สำหรับใครที่กำลังมองประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก AXA และ อายุไม่เกิน 40 ปี ยังสามารถลดค่าเบี้ยประกันด้วยการใช้ Deductible มีทั้งแบบ ค่ารับผิดชอบส่วนแรกรายปี และ ทุกครั้งที่เข้ารับการรักาา ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก

MTL ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

MTL หรือ เมืองไทยประกันชีวิต บริษัทนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงที่คุ้นหู และมีแผนให้เลือกหลายแบบ หลายสไตล์ ตามความต้องการ 

 

จุดเด่นของประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก MTL มีดังนี้ 

ด้วยเบี้ยประกันที่เริ่มต้นไม่ถึง 20,000 บาท เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่หลายคนสนใจ แต่ต้องไม่ลืมว่า ประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก MTL จำเป็นต้องมีประกันชีวิตคู่ 1 กรมธรรม์ ซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์ทุกท่าน

LMG ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

บริษัท LMG อีกหนึ่งบริษัทที่ได้ยินชื่อมายาวนาน ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2518 เป็นที่พอรู้จักในคนไทย มีทั้งหมด 7 สาขาในโซนเอเชีย 2 สาขาที่ยุโรป และ 3 สาขาแถวลาตินอเมริกา แผนประกันสุขภาพมีหลายแบบให้เลือก และมีโรงพยาบาลในเครือข่ายทั่วประเทศ

 

จุดเด่นของประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก LMG มีดังนี้

สำหรับใครที่กำลังสนใจแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย จาก LMG สามารถเลือกความคุ้มครองที่ค่อนข้างกว้าง และ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกเพิ่มค่าใช้จ่ายส่วนแรก หรือ Deductible เพื่อลดค่าเบี้ยประกันได้

 

สำหรับแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายของ LMG จะมีชำระแบบรายปีเท่านั้น

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ไหนดี

Pacific Cross ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

Pacific Cross เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าสนใจ ที่ใมห้บริการผลิตภัณฑ์ประกันภัยแก่ลูกค้ามามากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีโรงพยาบาลในเครือกว่า 450 แห้ง และมีการมอบส่วนลดในกรณีที่ไม่มีเคลม

 

จุดเด่นของประกันสุขภาพเหมาจ่าย จาก Pacific Cross มีดังนี้

เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับหลายๆท่านที่กำลังมองหาความคุ้มครองเพิ่มเติม ด้วยเบี้ยราคาสบายกระเป๋า ตั้งแต่ ไม่ถึงหมื่น จนถึง หมื่นต้นๆ ทำให้ตอบโจทย์หลายๆ ท่าน แถมยังมีความคุ้มครองกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก สามารถสบายใจได้เลย

Allianz Ayudhya ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

เป็นชื่อบริษัทที่ค่อนข้างคุ้มหู และมีความคุ้มครองให้เลือกมากมาย บริษัทได้ก่อคั้งเมื่อปี 2494 และสามารถภือเป็นบริษัทประกันชีวิต อันดับต้นๆของประเทศ และมีสาขากว่า 100 สาขาทั่วประเทศไทย

 

จุดเด่นของแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย จาก Allianz Ayudhya มีดังนี้

สำหรับแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายของ Allianz Ayudhya สามารถจ่ายทั้งรายปี และ รายเดือน โดยต้องชำระรายเดือนผ่านบัตรเครติดเท่านั้น โดยส่วนมาก ผู้เอาประกันจะต้องอายุระหว่าง 18 – 65 ปี และหากอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จะต้องมีใบรับรองแพทย์ หรือมีประวัติโรคประจำตัวในการสมัคร

วิริยะประกันภัย ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

บริษัทไทยที่คุ้นเคย ที่มีการดำเนินการในประเทศไทยมา 77 ปี และ  มีสาขาและศูนย์รวมกว่า 160 แห่ง และมีสถานพยาบาลคู่สัญญาทั้งหมด 579 แห่ง ในประเทศไทย

 

จุดเด่นของแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย จาก วิริยะประกันภัย มีดังนี้

สำหรับแผนประกันจากวิริยะ สามารถสมัครได้ตั้งแต่อายุ 15 วัน ถึง 65 ปี สำหรับผู้ที่เอาประกันอายุ 61-65 ปี จะสามารถต่ออายุได้ถึง 70 ปี แต่ถ้าผู้เอาประกันอายุยังไม่ถึง 60 ปี สามารถต่ออายุยาวๆ ถึง 100 ปี สำหรับการชำระค่าเบี้ยของวิริยะประกันภัย สามารถชำระทั้งรายปี และ รายเดือน โดยจะต้องแบ่งชำระผ่านบัตรเครติดเท่าน้ัน

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ไหนดี

April ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

บริษัทดังมาจากต่างประเทศและได้จดทะเบียนในประเทศไทยมาเกือบ 20 ปี มีแผนประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าเป็นครอบครัว หรือ ผู้ที่ชอบเดินทางต่างประเทศ สามารถหาความคุ้มครองที่ตอบโจทย์

 

จุดเด่นของแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย จาก April มีดังนี้

April ประกันจากฝรั่งเศษเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก ความคุ้มครองที่ครอบคลุม และค่อนข้างมีชื่อเสียงในกลุ่มประกันครอบครัว สามารถติดต่อบริษัทประกันล่วงหน้า และประสานงานกับโรงพยาบาล เพื่อไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษา แต่ในกรณีที่แบ่งชำระค่าเบี้ยประกัน ผู้เอาประกันจะต้องสำรองจ่ายแล้วนำมาเบิกก่อน จนกว่าบริษัทประกันจะได้รับค่าเบี้ยครบ

Falcon ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจประกันภัยมา กว่า 39 ปีในประเทศไทย และเป็นที่รู้จักสำหรับคนไทย ประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก Falcon Insurance มีให้เลือกค่อนข้างมาก แต่ละแผนจะมีการคุ้มครองที่แตกต่างออกไป และมีโรงพยบาลในเครือข่ายกว่า 280 แห่งทั่วประเทศ

 

จุดเด่นของแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย จาก Falcon มีดังนี้

สำหรับผู้ที่สนใจประกันสุขภาพเหมาจ่ายจาก Falcon ผู้เอาประกันจะต้องมีอายุ 5 ปี ถึง 70 ปี และสามารถต่ออายุได้ถึง 80 ปี

สรุป

การเลือกซื้อประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย มีรายละเอียดหลายๆ องประกอบที่ควรจะนำไปพิจราณาพร้อมๆกัน ไม่ว่าเป็นเรื่องของบริษัทประกันภัย แผนและวงเงินที่เหมาะสม หรือ บริการเพิ่มเติมจากแต่ละบริษัทที่จะทำให้การใช้งานประกันสุขภาพเมื่อจำเป็นราบรื่นขึ้น หากสนใจดูการเปรียบเทียบประกันสุขภาพเหมาจ่าย เพิ่มเติม เพื่อเทียบแผนต่อแผนอย่างละเอียอด สามารถติดต่อ LUMA และขอข้อมูลเพิ่มเติม