ค่ารักษา RSV ในโรงพยาบาลเท่าไหร่

การรักษาอาร์เอสวี (RSV)

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีและยารักษา RSV เฉพาะ การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

โดยแพทย์จะสั่งยาเพื่อรักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ หรือยาขยายหลอดลม รวมไปถึงรักษาแบบประคับประคองอาการโดยให้พักผ่อนให้เพียงพอ ให้ทานอาหารอ่อน ในเด็กบางรายที่มีเสมหะเหนียวมากต้องทำการพ่นยาขยายหลอดลมผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอด และดูดเสมหะออก

การรักษา RSV มักใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เด็กส่วนใหญ่จะหายป่วยเองโดยไม่มีปัญหาอะไร แต่เด็กที่มีโรคประจำตัวอาจต้องใช้เวลานานกว่าในการรักษา

ค่ารักษาพยาบาลอาร์เอสวี (RSV) ตามระดับโรงพยาบาล 

จากข้อมูลที่เรามี การรักษาเคสติดเชื้อ RSV จะมีค่ารักษาพยาบาลโดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 30,000 ไปจนถึง 100,000 บาท สำหรับการรักษาในโรงพยาบาลเหล่านี้  

  • โรงพยาบาลสมิติเวช 
  • โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) 
  • โรงพยาบาลพญาไท 
  • โรงพยาบาลพระราม 9 
  • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ 
  • โรงพยาบาลวิภาวดี 
  • โรงพยาบาลในเครือเปาโล 
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ 
  • โรงพยาบาลศิครินทร์ 
  • โรงพยาบาลวิชัยยุทธ 

สำหรับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำบางแห่ง ค่ารักษาพยาบาลอาจเพิ่มขึ้นจากที่ระบุไปก่อนหน้า 20% – 30% ด้วยกัน และในเคสที่มีอาการซับซ้อน ้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการรักษา ค่ารักษาพยาบาลอาจเพิ่มมากขึ้นถึง 200,000 บาท สำหรับการรักษาในโรงพยาบาลดังนี้ 

  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 
  • โรงพยาบาลเมดพาร์ค 
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ 
ค่ารักษา RSv

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ค่ารักษา RSV, ค่ารักษา RSV ในโรงพยาบาลเท่าไหร่

ราคาห้องพักเมื่อนอนโรงพยาบาลเอกชน 

ค่าห้องพักสำหรับเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเหล่านี้จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับระดับของโรงพยาบาล  

  • โรงพยาบาลสมิติเวชเด็ก สุขุมวิท มีค่าห้องเริ่มต้นอยู่ที่ 9,600 บาทต่อวัน สำหรับห้องพักประเภท Superior Intelligent  
  • โรงพยาบาลพญาไท 2 มีค่าห้องเริ่มต้นอยู่ที่ 7,387 บาท สำหรับห้องประเภท Gold A ในแผนกกุมารเวชกรรม และสำหรับโรงพยาบาลพญาไท 3 จะเริ่มต้นที่ 6,400 บาทต่อวัน สำหรับห้องประเภท Gold ในวอร์ดเด็ก 
  • โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ เริ่มต้น 5,600 บาทต่อวัน สำหรับห้องพิเศษเดี่ยว 
  • โรงพยาบาล BNH เริ่ม 10,400 บาทต่อวัน สำหรับห้องพักเดี่ยวมาตรฐาน (The Regent) 
  • โรงพยาบาลพระราม 9 เริ่ม 10,000 บาทต่อวัน สำหรับห้องประเภท Private  
  • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ เริ่ม 5,100 บาทต่อวัน สำหรับห้องเดี่ยว (Single Superior) 
  • โรงพยาบาลวิภาวดี เริ่มต้น 5,420 บาทต่อวัน สำหรับห้องเดี่ยวธรรมดา 
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์เริ่ม 6,020 บาทต่อวัน สำหรับห้องเดี่ยวทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ 
  • โรงพยาบาลศิครินทร์ เริ่มต้น 5,100 บาทต่อวัน สำหรับห้องเดี่ยวแบบ Standard  
  • โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา มีค่าห้องเริ่มต้นอยู่ที่ 4,430 บาทต่อวัน สำหรับห้องพักประเภท Standard 1   

 ในขณะที่โรงพยาบาลที่มีระดับสูงขึ้นจะมีค่าห้องเริ่มต้น ดังนี้ 

  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ค่าห้องเริ่มต้น 14,700 บาทต่อวัน สำหรับห้องเตียงเดี่ยวธรรมดา  
  • โรงพยาบาลเมดพาร์ค มีค่าห้องเริ่ม 11,000 บาทต่อวัน สำหรับห้องประเภท Executive River View และ Executive Lake View 
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ ค่าห้องเริ่มที่ 11,300 ต่อวัน สำหรับห้อง Standard 

ค่าห้องที่เพิ่มขึ้นเมื่อรักษาในวอร์ด PICU หรือ ICU  

วอร์ด PICU คือ หน่วยดูแลผู้ป่วยเด็กในภาวะวิกฤตหรือคนไข้ที่อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายจนอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยผู้ป่วยจะมีอายุระหว่าง 4 เดือนถึง 14 ปี สำหรับค่าห้องกรณีต้องรักษาในวอร์ด PICU  หรือ ICU ของโรงพยาบาลเหล่านี้ จะมีราคาเพิ่มมากขึ้นจากห้องพักผู้ป่วยธรรมดา 

  • โรงพยาบาลพญาไท 2 มีค่าห้องในแผนก PICU เริ่มต้นอยู่ที่ 8,000 บาทต่อวัน ส่วนโรงพยาบาลพญาไท 3 เริ่มต้นที่ 7,500 บาทต่อวั 
  • โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ มีราคาห้องสำหรับวอร์ด ICU เริ่มต้นที่ 6,200 – 7,000 บาทต่อวัน 
  • โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา มีค่าห้องเริ่มต้นสำหรับวอร์ด PICU อยู่ที่ 7,140 บาทต่อวัน โดยไม่รวมค่ายา ค่าแพทย์ และค่าตรวจพิเศษอื่นๆ 

สำหรับโรงพยาบาลที่อยู่ในระดับสูงขึ้น ค่าห้องพักในประเภท ICU ก็จะมากขึ้นเช่นกัน 

  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีค่าห้องสำหรับวอร์ด ICU เริ่มต้นที่ 24,500 บาทต่อวัน 
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ มีค่าห้องพักสำหรับวอร์ด ICU/CCU เริ่มที่ 18,000 บาทต่อวัน 

จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา จะเห็นได้ว่าค่าห้องพักกรณีต้องรักษาตัวในวอร์ด PICU หรือ ICU จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาก โดยค่าห้องเหล่านี้จะเป็นราคาที่รวมค่าห้อง ค่าบริการพยาบาล ค่าอาหาร แต่ยังไม่รวมค่ายา ค่าแพทย์ หรือค่ารักษาพยาบาลใดๆ ยิ่งเมื่อต้องรักษาในวอร์ด PICU หรือ ICU แล้วก็จะยิ่งมีค่ารักษาพยาบาลเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นไปอีกเพราะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อน อยู่ในภาวะวิกฤต ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ 

ค่ารักษา RSV, ค่ารักษา RSV ในโรงพยาบาลเท่าไหร่

ยาต้นแบบกับยาสามัญในแง่ของค่าใช้จ่าย  

ยาต้นแบบ (Original) หรือยานอก เป็นยาที่ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ยาชนิดนี้เป็นยาที่มีการทำวิจัยขึ้นมาโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา มีต้นทุนการวิจัยและพัฒนา รวมไปถึงต้นทุนการขนส่งเพื่อนำเข้าไทย จึงมักมีราคาสูงกว่ายาสามัญ (Generic) ซึ่งเป็นยาที่ถูกผลิตขึ้นมาให้มีคุณสมบัติไม่แตกต่างกับยาต้นแบบหลังจากยาต้นแบบหมดสิทธิบัตรแล้ว  

กรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้ออาร์เอสวี (RSV) จำเป็นต้องใช้ยานอกในการรักษา ค่ารักษาพยาบาลสำหรับเคสดังกล่าวก็จะเพิ่มมากขึ้นจากเคสที่ใช้ยาไทยหรือยาสามัญในการรักษา 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่ารักษาพยาบาลเมื่อติดเชื้ออาร์เอสวี (RSV) 

วิธีการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ RSV ในกรณีแอดมิตเป็นผู้ป่วยใน มีทั้งการพ่นยา ดูดเสมหะ ขยายหลอดลม ไปจนถึงเคาะปอด ค่ารักษาจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่ค่าตรวจวินิจฉัย ค่ายา ค่าห้อง และค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ  

โดยค่ารักษาพยาบาล RSV ในกรณีที่ต้องแอดมิตนอนโรงพยาบาลจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น  ระดับของโรงพยาบาลที่เลือกรักษา ระยะเวลาในการรักษา อายุของผู้ป่วย อาการและความรุนแรงของเคส รวมไปถึงประกันสุขภาพที่ทำ เรียกได้ว่ายิ่งนอนนาน ยิ่งอาการหนัก ก็ยิ่งเสียมากขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาแอดมิต 2-5 วัน ขึ้นอยู่กับว่าการรักษานั้นอยู่ในวอร์ดผู้ป่วยในทั่วไป หรือวอร์ดผู้ป่วยหนัก ICU ที่ต้องการการดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษจากบุคคลากรทางการแพทย์ 

วิธีการลดค่ารักษาพยาบาล RSV 

ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ RSV ซ้ำ  

วิธีการที่ดีที่สุดแน่นอนว่าต้องหนีไม่พ้นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อตัวนี้เลย แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงครั้งแรกไม่ได้ ก็ไม่ควรให้เกิดครั้งต่อไป โดยวิธีการป้องกันสามารถทำได้โดยการรักษาความสะอาด ผู้ปกครองควรหมั่นรักษาความสะอาดให้ลูกน้อยและตัวเองโดยการหมั่นล้างมือ ให้ลูกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการให้ลูกอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลาแต่ให้สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กโดยการพาไปออกกำลังกายข้างนอก รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการไปสถานที่ที่แออัดที่เสี่ยงจะพบเชื้อจากคนอื่นได้  

เลือกรักษาในโรงพยาบาลระดับรองลงมาจากโรงพยาบาลชั้นนำ 

อีกวิธีที่จะช่วยลดค่ารักษาพยาบาลกรณีที่ลูกติดเชื้อ RSV คือเลือกรักษาในโรงพยาบาลระดับรองลงมาจากโรงพยาบาลชั้นนำ เนื่องจาก จะมีค่ารักษา ค่าห้อง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆที่มากกว่าโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป แต่ก็แลกมากับความครบครันในด้านของการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนทั่วไปอาจให้ไม่ได้ เช่น การรักษาเฉพาะทาง แผนกเฉพาะทาง เช่น แผนก PICU ประเภทห้องพักเฉพาะ เช่น ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Rom) ซึ่งรวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆด้วยเช่นกัน 

ซื้อประกันสุขภาพที่คุ้มครองการรักษา RSV 

ประกันสุขภาพช่วยลดค่ารักษาพยาบาลกรณีติดเชื้อ RSV ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่ายา ค่าตรวจวินิจฉัย หรือค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ เช่น ค่ารักษาภาวะแทรกซ้อน ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่จะจ่ายค่ารักษาตามแผนที่เลือกไว้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือประกันแบบแยกค่าใช้จ่ายที่จะมีระบุวงเงินในการรักษาหรือ ค่าใช้จ่ายแต่ละหมวดแยกออกไป ก็ย่อมดีกว่าการต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเองแน่นอน 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรุนแรงของอาร์เอสวี (RSV)  

อายุของผู้ป่วย ยิ่งน้อยมากหรือสูงมากยิ่งอันตรายเพราะภูมิคุ้มกันต่ำ 

  1. 1.โรคประจำตัว 
  1. 2.เด็กที่คลอดก่อนกำหนด 

อาร์เอสวี (RSV) เป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีกไหม 

RSV สามารถเป็นซ้ำได้ เนื่องจาก RSV เป็นไวรัสที่มีสายพันธุ์ต่างกันหลายสายพันธุ์ ดังนั้นเมื่อติดเชื้อ RSV สายพันธุ์หนึ่งแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อสายพันธุ์อื่นได้อีก 

นอกจากนี้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อ RSV จะมีอายุสั้น ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยสามารถติดเชื้อ RSV สายพันธุ์เดียวกันได้อีกหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง 

เด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น RSV ซ้ำ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ อาการของ RSV ที่เป็นซ้ำมักจะไม่รุนแรงเท่ากับครั้งแรก แต่สำหรับบางคนนั้นอาจจะรุนแรงได้ 

สรุป 

การติดเชื้อไวรัส RSV มักพบบ่อยในเด็กเล็กและสร้างความกังวลให้กับผู้ปกครองหลายคนทั้งในด้านสุขภาพของลูกและค่ารักษาพยาบาลกรณีต้องแอดมิต โรคนี้จึงเป็นโรคที่มองข้ามไม่ได้ทั้งในแง่ของการป้องกัน การรักษา และการเตรียมตัวเรื่องค่าใช้จ่าย 

ดังนั้น การเลือกซื้อประกันสุขภาพเด็กที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อติดเชื้อ RSV จึงสำคัญมาก เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าลูกน้อยของคุณจะมีโอกาสได้รับเชื้อตัวนี้ที่ไหนและเมื่อไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่มีใครรับประกันได้เลยว่า เมื่อลูกของคุณติดเชื้อ RSV และรักษาหายแล้วจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกเราขอแนะนำประกันสุขภาพเด็กแบบเหมาจ่าย LUMA Hi5  และ PRIME คุ้มครองสูงปีละ 5,000,000 บาท ถึง 50,000,000 บาท คุ้มครองครอบคลุมทุกโรคฮิตในวัยเด็ก เช่น โควิด – 19  ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าปาก และ RSV สามารถเลือกค่าห้องเองได้ตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท และยังคุ้มครองทันทีแบบไม่มีระยะเวลารอคอยอีกด้วย 

 

Table of Contents

You May Also Like

ขอวีซ่าฟินแลนด์
บทความ

ประกันเดินทางต่างประเทศที่ไหนดี ปี 2567

วางแผนเที่ยวปีนี้ ประกันเดินทางต่างประเทศที่ไหนดี 2024 ปีนี้มีการวางแผนเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ทาง LUMA ทำการบ้านมาให้แล้ว ว่า ประกันเดินทางต่างประเทศทีไหนดีและควรซื้อจากบริษัทไหน ด้วยการคัดเลือกครั้งนี้ จะดู ความกว้างของการให้บริการ และประเทศที่ครอบคลุม ความคุ้มครองที่มอบให้ เทียบกับเบี้ยราคาค่าประกันว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ โดย LUMA ได้ทำการบ้านมาให้แล้ว ละนำเสนอ 5 …

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ไหนดี
บทความ

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่ไหนดี 2567

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายมีให้เลือกค่อนข้างเยอะในทุกวันนี้ และด้วยข้อมูลที่คอนข้างเยอะ รายละเอียดที่ต้องสนใจเยอะ ทำให้การตัดสินใจอาจจะลำบากกว่าที่ควรเป็น LUMA ได้ทำการบ้านมาให้แล้ว ว่าบริษัทไหนดีอย่างไร LUMA AXA MTL LMG Pacific Cross Allianz Ayudhya วิริยะประกันภัย April Falcon Insurance ในเมื่อเลือกแล้ว …

วีซ่าออสเตรเลีย
บทความ

อัปเดตการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว ฉบับปี 2024

การไปเที่ยวออสเตรเลียจัดเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของหลายคน นอกจากความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมีเรื่องน่าสนใจทั้งสัตว์ป่า ชุมชนคนไทย และอีกมากมาย ซึ่งใครวางแผนอยากสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่แบบนี้ก็จำเป็นต้องมี “วีซ่าออสเตรเลีย” ก่อนเดินทางเข้าประเทศด้วยเช่นกัน จึงขออัปเดตวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียและข้อมูลน่าสนใจฉบับปี 2024 ให้ทุกคนทำตามกันเลย ข้อมูลเบื้องต้นในการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยวจะถูกจัดอยู่ในหมวดของ Visitor Visa สามารถใช้ได้ทั้งจุดประสงค์การท่องเที่ยว ทำธุรกิจ เยี่ยมญาติ รวมถึงการเรียนคอร์สระยะสั้นไม่เกิน 3 …