ประกันอุบัติเหตุ คืออะไร วันนี้มาทำความเข้าใจกัน

ประกันอุบัติเหตุคือการซื้อกรมธรรม์เพื่อป้องกันตัวเองหรือครอบครัวในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ประกันชนิดนี้สามารถจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เอาประกันหรือครอบครัวของเขาในกรณีที่เกิดเหตุ สำหรับการคำนวณค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุจะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง เช่น อาชีพของผู้เอาประกัน อายุ และประวัติการสุขภาพ การสมัครประกันอุบัติเหตุอาจมีการเบี้ยประกันที่ต่างกันตามแต่ละบริษัทประกันและประเภทของกรมธรรม์ที่เลือก

ประกันอุบัติเหตุ คืออะไร

ประกันอุบัติเหตุ มีกี่แบบ?

ประกันอุบัติเหตุสามารถแบ่งออกเป็นหลายแบบตามลักษณะการคุ้มครองและข้อกำหนดต่างๆ ตามที่บริษัทประกันแต่ละแห่งกำหนดไว้ แต่โดยทั่วไปแล้ว มีแบบประกันอุบัติเหตุหลักๆ ดังนี้:

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident Insurance):

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident Insurance) เป็นประเภทของประกันที่คุ้มครองตนเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิต หรือเสียสมรส หรือได้รับบาดเจ็บในลักษณะที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลมักจะมีคุ้มครองในรูปแบบต่างๆ รวมถึง:

การชดเชยค่ารักษาพยาบาล: ประกันจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลหรือการแพทย์ที่ต้องใช้เนื่องจากอุบัติเหตุ รวมถึงค่ายา ค่าบริการทางการแพทย์ และค่าทำการรักษาอื่นๆ

การชดเชยในกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียสมรส: ในกรณีที่เสียชีวิตหรือสูญเสียสมรสจากอุบัติเหตุ ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันหรือบุคคลที่ได้รับการระบุในกรมธรรม์

การชดเชยในกรณีพิการ: หากผู้เอาประกันได้รับบาดเจ็บทำให้เกิดความพิการถาวรหรือชั่วคราว ประกันอาจจ่ายเงินชดเชยตามระดับของความพิการที่เกิดขึ้น

การชดเชยในกรณีการสูญเสียรายได้: บางกรมธรรม์อาจจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เอาประกันหรือบุคคลที่ได้รับการระบุในกรมธรรม์ในกรณีที่ต้องลางานเนื่องจากอุบัติเหตุ

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลมักจะมีข้อยกเว้นและเงื่อนไขต่างๆ ดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดในกรมธรรม์อย่างละเอียดเพื่อเข้าใจความคุ้มครองและข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้น และเลือกประกันที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพความเสี่ยงของตนเอง

ประกันอุบัติเหตุทางการขนส่ง (Travel Accident Insurance):

ประกันอุบัติเหตุทางการขนส่ง (Travel Accident Insurance) เป็นประเภทหนึ่งของประกันที่มุ่งเน้นให้ความคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง โดยปกครองความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางทางอากาศ ทางเรือ หรือทางบก รวมถึงในเวลาที่อยู่ในสนามบิน ท่าเรือ หรือสถานีรถไฟ เป็นต้น

ความคุ้มครองของประกันอุบัติเหตุทางการขนส่งมักจะรวมถึงสิ่งต่อไปนี้:

การชดเชยในกรณีเสียชีวิต: ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันหรือบุคคลที่ได้รับการระบุในกรมธรรม์ ในกรณีที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง

การชดเชยในกรณีพิการ: หากผู้เอาประกันได้รับบาดเจ็บทำให้เกิดความพิการถาวรหรือชั่วคราว ประกันอาจจ่ายเงินชดเชยตามระดับของความพิการที่เกิดขึ้น

การชดเชยค่ารักษาพยาบาล: ประกันจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลหรือการแพทย์ที่ต้องใช้เนื่องจากอุบัติเหตุตามที่ระบุไว้ในความคุ้มครองของกรมธรรม์

ประกันอุบัติเหตุทางการขนส่งมักมีความคุ้มครองเฉพาะในช่วงเวลาที่อยู่ในระหว่างการเดินทาง โดยมักจะไม่ครอบคลุมความเสี่ยงอื่นๆ เช่น การเป็นโรคหรือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากสถานการณ์การเดินทางในขณะนั้น ดังนั้นการตรวจสอบรายละเอียดในกรมธรรม์อย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจซื้อประกันอุบัติเหตุทางการขนส่ง

ประกันอุบัติเหตุในการทำงาน (Work Accident Insurance):

ประกันอุบัติเหตุในการทำงาน (Work Accident Insurance) เป็นประเภทของประกันที่มุ่งเน้นให้ความคุ้มครองต่อพนักงานหรือลูกจ้างในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะทำงาน ประกันนี้มักจะถูกซื้อขึ้นโดยนายจ้างหรือองค์กรเพื่อปกป้องความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของพนักงานในสถานที่ทำงาน

ความคุ้มครองของประกันอุบัติเหตุในการทำงานสามารถรวมถึงสิ่งต่อไปนี้:

การชดเชยในกรณีเสียชีวิต: ในเหตุกรณีที่พนักงานเสียชีวิตในสถานที่ทำงาน ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ครอบครัวหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุบัติเหตุนั้น

การชดเชยในกรณีพิการ: เมื่อพนักงานได้รับบาดเจ็บที่ทำให้เกิดความพิการชั่วคราวหรือถาวร ประกันอาจจ่ายเงินชดเชยตามระดับของความพิการที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์

การชดเชยค่ารักษาพยาบาล: ประกันอาจจ่ายเงินให้ครอบครัวหรือผู้บาดเจ็บเพื่อช่วยเสริมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ

การชดเชยในกรณีการสูญเสียรายได้: บางกรมธรรม์อาจจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานในกรณีที่ต้องลางานเนื่องจากเหตุอุบัติเหตุ

ประกันอุบัติเหตุในการทำงานมักจะมีข้อจำกัดและเงื่อนไขต่างๆ ดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดในกรมธรรม์อย่างละเอียดเพื่อเข้าใจความคุ้มครองและข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้น และเลือกประกันที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพความเสี่ยงขององค์กรหรือผู้รับประกัน

ประกันอุบัติเหตุ คืออะไร

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ประกันอุบัติเหตุ คืออะไร, ประกันอุบัติเหตุ คืออะไร วันนี้มาทำความเข้าใจกัน

ประกันอุบัติเหตุสำหรับเด็ก (Child Accident Insurance):

ประกันอุบัติเหตุสำหรับเด็กเป็นประกันที่ออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองในกรณีเด็กโดนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งอุบัติเหตุที่เด็กอาจเผชิญอยู่ได้ทั้งในบ้าน ที่โรงเรียน หรือในกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ ประกันนี้มักจะรวมถึงความคุ้มครองที่สำคัญต่อเด็กและครอบครัว โดยส่วนมากมีคุ้มครองในด้านต่อไปนี้:

ค่ารักษาพยาบาล: ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ประกันจะช่วยเหลือโดยจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น เช่น ค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา และค่าห้องพักโรงพยาบาล ให้กับผู้เอาประกันหรือผู้รับบริการทางการแพทย์ตามที่ระบุในเงื่อนไขของกรมธรรม์

การชดเชยในกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ: ในกรณีที่เด็กเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ ประกันจะให้การช่วยเหลือโดยจ่ายเงินชดเชยให้แก่ครอบครัวของเด็กที่เสียชีวิตหรือประสบสูญเสียอวัยวะ เพื่อช่วยเบราะแสความทุกข์ใจและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยการสนับสนุนทางการเงินในช่วงเวลาที่ทรุดโทรมนั้น

การชดเชยในกรณีการสูญเสียรายได้: ในบางกรณีที่เด็กได้รับบาดเจ็บและต้องการความดูแลพิเศษ ประกันอาจจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ปกครองหรือครอบครัวที่ต้องลางานเพื่อดูแลเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ โดยการช่วยเงินช่วยเหลือเหล่านี้ช่วยให้ครอบครัวมีความสามารถในการดูแลเด็กและจัดการกับสถานการณ์ที่ฉับฉาบใจได้ในระหว่างเด็กมีอุบัติเหตุและกู้คืนสุขภาพอย่างเต็มที่ได้ด้วยการตัดสินใจในการทำงานของพวกเขาในระยะเวลาที่จำเป็น

ค่าทดแทนการศึกษา: ให้การช่วยเหลือในการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการศึกษาในกรณีที่เด็กต้องย้ายโรงเรียนหรือมีความจำเป็นต้องรักษาตัวในบ้าน

การเลือกประกันอุบัติเหตุสำหรับเด็กควรพิจารณาความคุ้มครองที่ให้และเงื่อนไขการเบี้ยประกันอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพความเสี่ยงของเด็กแต่ละคนและครอบครัว

ประกันอุบัติเหตุสำหรับกลุ่ม (Group Accident Insurance):

ประกันอุบัติเหตุสำหรับกลุ่มคือการจัดทำประกันอุบัติเหตุที่มุ่งเน้นการคุ้มครองกลุ่มคนที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น พนักงานในองค์กร เพื่อความคุ้มครองทางการเงินในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ประกันอุบัติเหตุสำหรับกลุ่มสามารถมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้แก่ การทำงาน การเดินทาง หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนั้น โดยประกันนี้สามารถจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มคนที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น พนักงานในบริษัท ลูกค้าในธุรกิจ หรือนักเรียนในโรงเรียน โดยมักจะมีการชำระเบี้ยประกันโดยผู้จัดการหรือผู้บริหารของกลุ่มนั้นๆ ซึ่งอาจมีข้อแตกต่างในรายละเอียดการคุ้มครองและข้อกำหนดต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทประกันที่จัดทำประกันนี้

แต่ละแบบของประกันอุบัติเหตุจะมีเงื่อนไขและความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการเลือกประกันควรพิจารณาความต้องการและเงื่อนไขอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

ประกันอุบัติเหตุเปรียบเทียบกับประกันสุขภาพ

เปรียบเทียบประกันอุบัติเหตุกับประกันสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะทั้งสองประเภทของประกันนี้มีความแตกต่างในเชิงลึกซึ้ง โดยเฉพาะในเรื่องของความคุ้มครองและข้อจำกัดของการใช้งาน ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบระหว่างประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ:

ประกันอุบัติเหตุ

  • ความคุ้มครอง: ประกันอุบัติเหตุมุ่งเน้นการคุ้มครองในกรณีของอุบัติเหตุเท่านั้น ซึ่งประกันนี้จะจ่ายเงินชดเชยหรือค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่สนับสนุนการรักษาโรคหรือสุขภาพทั่วไป
  • ข้อจำกัด: ประกันอุบัติเหตุมักมีข้อจำกัดในการคุ้มครอง เช่น การคุ้มครองเฉพาะในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ และมีการจำกัดในประเภทของอุบัติเหตุที่ครอบคลุม
  • ค่าเบี้ย: ค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุมักจะถูกกว่าประกันสุขภาพ เนื่องจากมีความคุ้มครองที่จำกัดและมีข้อจำกัดในการใช้งาน

ประกันสุขภาพ

  • ความคุ้มครอง: ประกันสุขภาพมุ่งเน้นการคุ้มครองสุขภาพทั่วไป รวมถึงการรักษาโรคทั่วไป การคลอดบุตร การตรวจสุขภาพประจำตัว และบริการการแพทย์และรักษาที่หลากหลาย
  • ข้อจำกัด: ประกันสุขภาพหากเลือกแบบแยกค่าใช้จ่าย อาจจะมีการจำกัดค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกได้ในการรักษาต่างๆ แต่หากเลือกแบบเหมาจ่าย และวงเงินที่ครอบคลุม มั่นใจได้ว่าการรักษาสุขภาพ จะไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนเกิน หรือวงเงินเต็ม
  • ค่าเบี้ย: ค่าเบี้ยประกันสุขภาพมักจะสูงกว่าประกันอุบัติเหตุ เนื่องจากมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมและกำหนดค่าใช้จ่ายในการรักษาที่มากขึ้น

 

การเลือกประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานะการเงินของแต่ละบุคคล การใช้งานและความคุ้มครองที่เหมาะสมสำหรับบุคคลแต่ละคนจะแตกต่างกันไป ดังนั้น การทำความเข้าใจในรายละเอียดและข้อจำกัดของทั้งสองประเภทของประกันจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ประกันใดให้เหมาะสมที่สุดสำหรับตนเองและครอบครัว

 

Table of Contents

You May Also Like

วีซ่าออสเตรเลีย
บทความ

อัปเดตการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว ฉบับปี 2024

การไปเที่ยวออสเตรเลียจัดเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของหลายคน นอกจากความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมีเรื่องน่าสนใจทั้งสัตว์ป่า ชุมชนคนไทย และอีกมากมาย ซึ่งใครวางแผนอยากสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่แบบนี้ก็จำเป็นต้องมี “วีซ่าออสเตรเลีย” ก่อนเดินทางเข้าประเทศด้วยเช่นกัน จึงขออัปเดตวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียและข้อมูลน่าสนใจฉบับปี 2024 ให้ทุกคนทำตามกันเลย ข้อมูลเบื้องต้นในการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยวจะถูกจัดอยู่ในหมวดของ Visitor Visa สามารถใช้ได้ทั้งจุดประสงค์การท่องเที่ยว ทำธุรกิจ เยี่ยมญาติ รวมถึงการเรียนคอร์สระยะสั้นไม่เกิน 3 …

New Health Standard คืออะไร
บทความ

New Health Standard คืออะไร

ความหมายของ New Health Standard  New Health Standard คือมาตรฐานของประกันสุขภาพแบบใหม่ ที่มีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทำไมถึงต้องเปลี่ยนเป็น New Health Standard? เพื่อสร้างมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ให้เหมาะสมกับสังคมสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากจากเมื่อก่อน …

community rating คือ
บทความ

Community Rating คืออะไร?

Community Rating เป็นหลักการที่ใช้ในการกำหนดระดับค่าเบี้ยประกันหรือค่าบริการทางด้านการแพทย์โดยไม่คำนึงถึงประวัติการเป็นโรคหรือสภาพสุขของบุคคลแต่ละคนในกลุ่มที่เข้าร่วมโปรแกรมประกันสุขภาพ เพื่อง่ายต่อการเข้าถึงการรักษาและประกันสุขภาพสำหรับทุกคนในกลุ่มนั้น โดยทั่วไปการเสนอราคาหรือการเสนอประกันในระบบ Community Rating จะไม่พิจารณาข้อมูลส่วนบุคคลเช่น อายุหรือประวัติการเป็นโรคของผู้เอาประกัน ทำให้ค่าเบี้ยหรือค่าบริการมีความเท่าเทียมกันหรือใกล้เคียงสำหรับทุกคนในกลุ่มนั้นๆ แม้ว่าบางบุคคลอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากกว่าบางคนในกลุ่มก็ตาม หรือบางคนอาจมีอาการเรื้อรังที่ต้องการการรักษาบ่อยมากกว่าคนอื่น แต่ค่าเบี้ยหรือค่าบริการยังคงเท่าเทียมกันสำหรับทุกคนในกลุ่มนั้นๆ หลักการ Community Rating มีจุดประสงค์เพื่อให้มีความยุติธรรมและเสมอภาคต่อทุกคนในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพโดยไม่สนใจสถานะสุขภาพหรือความสามารถในการจ่ายเงินของบุคคลแต่ละคนในกลุ่มนั้น ๆ โดยมักจะใช้ในระบบประกันสุขภาพของประเทศหรือระบบที่เปิดให้กับสาธารณชนทั่วไปให้เข้าถึงได้ง่าย ๆ …