เที่ยวสิงคโปร์ 2567 ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

“สิงคโปร์” ประเทศเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเมืองไทยแต่โดดเด่นในหลายมิติทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อาหาร ไปจนถึงสถานที่เที่ยวยอดฮิตจำนวนมาก ซึ่งใครวางแผนเตรียมไปสิงคโปร์ก็ต้องไล่เรียงสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อการผ่านด่าน ตม. เป็นเรื่องง่าย ใช้ชีวิตตลอดทริปแบบไม่ติดขัด และยังสนุกกับประสบการณ์สุดพิเศษอีกด้วย ลองมาเช็กลิสต์ทั้งหมดแล้วจัดกระเป๋ากันเลย! 

เอกสารเข้าสิงคโปร์

เอกสารที่ต้องเตรียมเข้าสิงคโปร์ 

ใครเตรียมไปสิงคโปร์สิ่งแรกที่จะขาดไม่ได้เด็ดขาดนั่นคือเอกสารเข้าสิงคโปร์ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องยื่นให้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบ รวมถึงยังช่วยให้ตลอดทริปของคุณสบายใจ ซึ่งเอกสารเบื้องต้นประกอบไปด้วย 

  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน 
  • ตั๋วเครื่องบินขาเข้าและออกจากสิงคโปร์ 
  • เอกสารการจองโรงแรมที่พักตลอดการท่องเที่ยวในประเทศ 
  • แผนการท่องเที่ยว (ภาษาอังกฤษ) เบื้องต้นกรณีถูกร้องขอ 

ทั้งนี้เอกสารเข้าสิงคโปร์ไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่า และปัจจุบันไม่ต้องมีการแสดงผลการตรวจผลโควิด หรือเอกสารแสดงการรับวัคซีนโควิดใด ๆ แล้ว 

การจองตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไปสิงคโปร์ 

ด้วยระยะทางเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ ไฟล์ทเที่ยวบินตรงที่เดินทางระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์จึงมีตัวเลือกสายการบินเยอะมาก เช่น Air Asia, Scoot, Thai Airways, Jetstar Asia, SilkAir, Thai Vietjet, Singapore Airlines, Thai Lion Air, Gulf Air, Bangkok Airways, Cathay Pacific, Tigerair เป็นต้น ส่วนสนามบินหลัก ๆ ของเมืองไทยที่มีเที่ยวบินตรงไปยังท่าอากาศยานนานาชาติชางงี (Changi International Airport) ก็มีหลายแห่ง เช่น  

  • ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ  
  • ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง  
  • ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่  
  • ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ 
  • ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต 

ขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์ สามารถเลือกได้ตามความสะดวกเลยไม่ว่าจะเป็นการจองตรงกับสายการบินเอง หรือการจองกับตัวแทนทั้งหลาย ราคาขึ้นอยู่กับไฟล์ทบิน ช่วงเวลา สายการบิน และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ลักษณะที่พักในสิงคโปร์และการจอง 

อีกเรื่องที่ควรรู้ในการเตรียมไปสิงคโปร์คือเรื่องที่พัก ด้วยการเป็นเกาะขนาดเล็กที่พักยอดนิยมจึงมักอยู่ในรูปแบบของเกสต์เฮาส์และที่พักแบบแคปซูล หมายถึง มีพื้นที่นอนเป็นเตียงส่วนตัว ใช้ห้องน้ำรวม ราคาถูกที่สุด ส่วนคนที่อยากพักแบบส่วนตัวแนะนำเลือกโรงแรม 2-3 ดาว ราคาสูงขึ้นแต่ได้ความเป็นส่วนตัว ห้องน้ำในตัว (แต่ขนาดห้องมักไม่ได้ใหญ่มาก) สุดท้ายอยากพักหรูหรา ราคาสู้ไหวก็โรงแรมระดับ 4-5 ดาว  

การจองที่พักในสิงคโปร์สามารถจองผ่านได้หลายช่องทางขึ้นอยู่กับความสะดวกของนักท่องเที่ยว เช่น การจองตรงกับที่พัก การจองผ่านเว็บไซต์ตัวแทนทั้งของเมืองไทยและต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องเช็กให้ชัวร์ว่าทุกการจองได้รับการยืนยันถูกต้อง ชัดเจน ไม่ใช่กลุ่มมิจฉาชีพ 

เอกสารเข้าสิงคโปร์

ไปเที่ยวสิงคโปร์ยังต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง 

หลังจากไล่เรียงสิ่งจำเป็นที่ต้องมีทุกครั้งในการเตรียมไปสิงคโปร์ไม่ว่าจะเป็นเอกสารเข้าสิงคโปร์ ตั๋วเครื่องบิน ที่พักโรงแรมทุกคืน การไปเที่ยวสิงคโปร์ก็ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ควรรู้เพื่อจะได้เช็กลิสต์และจัดการตนเองอย่างครบถ้วน เตรียมไปถูกต้อ ไม่ต้องวุ่นวายซื้อใหม่ในราคาแพง ๆ  

  1. ซิมมือถือ

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อ Tourist Sim ซึ่งเป็นซิมมือถือสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปสิงคโปร์ได้ ใช้เครือข่าย M1 ของประเทศสิงคโปร์ โดยเลือกซื้อตั้งแต่อยู่เมืองไทยกับตัวแทนแล้วไปรับที่เคาน์เตอร์สนามบินก็จะประหยัดเงินมากกว่าการไปซื้อตรงที่สนามบินสิงคโปร์ 

อย่างไรก็ตามหากใครอยากเน้นสะดวกกว่านั้น ไม่ต้องเปลี่ยนซิม ไม่ต้องรับซิมให้ยุ่งยาก จะใช้เป็นสัญญาณ Roaming มือถือจากเครือข่ายปัจจุบันที่ตนเองใช้ในเมืองไทย ไปจนถึงการเช่า Pocket Wi-Fi พกพาก็ทำได้เช่นกัน  

  1. เงินสด บัตรเครดิต / เดบิต

ประเทศสิงคโปร์ใช้สกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ SGD สามารถแลกเงินสดจากเมืองไทยเพื่อใช้ท่องเที่ยวได้เลย ส่วนใครจะใช้งานบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต แนะนำให้เลือกใช้เฉพาะบัตรที่มีแคมเปญสำหรับท่องเที่ยวต่างประเทศเท่านั้นเพราะจะได้อัตราแลกเปลี่ยนถูกกว่า ไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม รวมถึงยังสามารถกดเงินสดได้แบบฟรีค่าธรรมเนียมเช่นกัน (ย้ำว่าเฉพาะบางบัตรต้องเช็กข้อมูลให้ดี เพราะถ้าใช้บัตรเครดิตปกติจะมีค่าธรรมเนียมแพงมาก) 

  1. การเดินทางและวิธีชำระค่าเดินทางในสิงคโปร์

การเดินทางหลักของสิงคโปร์จะใช้รถไฟฟ้าใต้ดินและรถประจำทาง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อบัตรเดินทางได้ ดังนี้ 

  • บัตร EZ Link ซื้อครั้งแรกราคาอยู่ที่ 12 SGD แบ่งเป็นมัดจำ 5 SGD เหลือเงินใช้ในบัตรครั้งแรก 7 SGD สามารถเติมเงินผ่าน EZ Link หรือ Nets FlashPay ได้ มูลค่าการเติมระหว่าง 10-100 SGD ใช้ได้กับรถไฟฟ้าทุกประเภท รถเมล์ Taxi รวมถึงใช้จ่ายกับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์รับบัตร EZ Link บัตรมีอายุ 5 ปี 
  • บัตร Singapore Tourist Pass (STP) ซื้อได้ตามจำนวนวันที่จะใช้เดินทาง เช่น 1 วัน 20 SGD, 2 วัน 26 SGD, 3 วัน 30 SGD (ไม่รวมมัดจำบัตร 10 SGD) สามารถใช้ได้กับทั้ง MRT, LRT และรถเมล์ ต้องคืนภายใน 5 วัน ไม่เช่นนั้นมัดจำจะถูกเปลี่ยนเป็นเงินเสมือนบัตร EZ Link 
  • บัตร Standard Ticket บัตรโดยสารสำหรับเดินทางเที่ยวต่อเที่ยว ใช้งานได้ 6 ครั้ง / 3 วัน  
  • ใช้บัตรเครดิต / บัตรเดบิต ชำระค่าเดินทาง 
  1. ปลั๊กไฟในสิงคโปร์

สำหรับปลั๊กไฟในสิงคโปร์จะเป็นแบบ UK คือ ปลั๊ก 3 ขาสี่เหลี่ยมหนา (รูที่ 3 สำหรับเสียบสายดิน) รูไม่เป็นหลุมลึก ซึ่งต่างกับบ้านเรา ดังนั้นต้องเตรียม Universal Adapter หรือหัวแปลงปลั๊กไฟฟ้าติดกระเป๋าเดินทางไปด้วยเสมอ ส่วนเรื่องกระแสไฟใช้แบบเมืองไทยคือ 220-240 V. 50 Hz  

แนะนำแผนการท่องเที่ยวสิงคโปร์ 

นอกจากข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการเตรียมไปสิงคโปร์ที่ระบุเอาไว้ครบถ้วนแล้ว การมีแผนเที่ยวสิงคโปร์จะช่วยให้ทริปนี้ของทุกคนมีความสุขมากกว่าเดิม แต่ถ้ายังไม่รู้ควรเที่ยวที่ไหนบ้าง ก็ขอนำเอาจุดเช็กอินเด็ดที่สามารถระบุลงไปในแผนการท่องเที่ยวของคุณได้เลย 

  1. Merlion Park

ถ่ายรูปกับเจ้าสิงโตพ่นน้ำ แลนด์มาร์กสำคัญของประเทศสิงคโปร์ริมอ่าว Marina Bay ฝั่งตรงข้ามเป็นตึก Marina Bay Sand วิวตอนเย็นก็สวย กลางคืนก็ดี (เป็นจุดชมการแสดง The Wonder Full Show) หรือตอนกลางวันก็สดใสมาก 

  1. Universal Studios Singapore

สัมผัสกับสวนสนุกระดับโลก ตั้งอยู่บนเกาะ Sentosa แบ่งออกเป็น 6 โซน ต่อคิวรอความบันเทิงกับเครื่องเล่นสุดหลากหลาย ชมการแสดงของเหล่าบรรดาตัวการ์ตูนน่ารัก มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูปกันเพียบ อยู่ได้แบบเต็มวันไม่มีเบื่อ 

อ่าน 5 เรื่องต้องรู้ก่อนไปเที่ยว Universal Studios Singapore

  1. Gardens by the Bay

พื้นที่ริมแม่น้ำกว่า 600 ไร่ ถูกเนรมิตสู่สวนต้นไม้ ดอกไม้ พืชพันธุ์ และการตกแต่งอันแสนงดงาม ชมนิทรรศการในหลายจุด รวมถึงยังมีการแสดง Super Trees อันถือเป็นไฮไลต์เด็ดจากแสง สี เสียง ของเหล่าต้นไม้จำลอง งดงามแบบเกินบรรยาย 

  1. China Town

มองหาของกินแสนอร่อยต้องแวะมาลิ้มรสกันที่ย่านไชน่าทาวน์แห่งนี้เลยอัดแน่นไปด้วยร้านอาหารจีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ให้เลือกสรรแบบจุใจ จะสตรีทฟู้ด ภัตตาคาร หรือร้านมิชลินก็ตามสะดวก แถมบริเวณโดยรอบยังตกแต่งสไตล์จีนโบราณให้ความคลาสสิกดีเยี่ยมมาก 

  1. Little India

อีกย่านอันทรงเสน่ห์ทั้งเรื่องสีสันอันแสนละลานตา ไปจนถึงประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่ประเทศสิงคโปร์มาอย่างยาวนาน มีอาหารสไตล์อินเดียและสินค้า ของที่ระลึกต่าง ๆ เยอะมาก ยิ่งใครเป็นสายถ่ายรูปห้ามพลาดย่านนี้เป็นอันขาด 

  1. Orchard Road

สายช้อปปิ้งแนะนำให้ไปเที่ยวสิงคโปร์กันที่ย่านถนนออร์ชาร์ด แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมให้จับจ่ายกันแบบจัดเต็ม มีห้างดังหลายแห่ง อาทิ ION Orchard, Hilton Shopping Gallery, Forum The Shopping Mall ยิ่งช่วงเย็นอากาศกำลังสบายมาก 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

เอกสารเข้าสิงคโปร์, เที่ยวสิงคโปร์ 2567 ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

สรุป 

การเตรียมไปสิงคโปร์สิ่งต้องมี ได้แก่ เอกสารเข้าสิงคโปร์อย่างหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) อายุเหลือมากกว่า 6 เดือน ตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม แผนการท่องเที่ยวคร่าว ๆ รวมถึงเตรียมซื้อซิมหรือ Roaming เพื่อใช้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ เตรียมเงินให้เพียงพอและอย่าลืมเลือกซื้อบัตรการเดินทางที่เหมาะกับตนเอง มากไปกว่านั้น “ประกันเดินทาง” ก็เป็นสิ่งสำคัญที่อย่ามองข้ามเด็ดขาด ซึ่งขอแนะนำ “ประกันเดินทาง LUMA Go” จาก LUMA ซื้อง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท พร้อมแพ็คเกจให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท ทุกแพลนรวมการคุ้มครองจากเชื้อโควิด-19 พร้อมบริการประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน มีสายด่วนตลอด 24 ชม. ทริปไหนก็อุ่นใจแบบหายห่วงแน่นอน 

You May Also Like

ผู้เกี่ยวข้องในประกันสุขภาพ
บทความ

ผู้เกี่ยวข้องในกรมธรรม์ประกันสุขภาพมีใครบ้าง

สำหรับมือใหม่ที่พึ่งทำความรู้จักกับวงการประกันภัยอาจจะเกิดความไม่เข้าใจหรือสงสัยเกี่ยวกับคำเรียกบุคคลต่างๆที่อยู่ในกรมธรรม์ วันนี้เราจึงจะมาอธิบายถึงความหมายและความแตกต่างของบุคคลเหล่านี้ให้ฟังกัน ผู้รับประกันภัย คือ คู่สัญญาฝ่ายที่ตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ตามสัญญาประกันภัย โดยทั่วไปผู้รับประกันคือ บริษัทประกันภัย ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับประกัน มีบทบาทสำคัญใน การบริหารจัดการความเสี่ยง และ การให้ความคุ้มครอง แก่ผู้เอาประกันภัย หน้าที่หลักของผู้รับประกันภัย คือ  – รับความเสี่ยงแทนผู้เอาประกันภัย – ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ …

Free Look Period คือ
บทความ

Free Look Period คืออะไร?

สำหรับใครที่พึ่งเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการทำประกัน เรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้อีกเรื่องหนึ่งเพื่อไม่ให้เสียสิทธิของตัวเองหลังจากการซื้อกรมธรรม์แล้วคือ Free Look Period หรือ ‘ระยะเวลาพิจารณา’ เป็นสิทธิ์ที่บริษัทประกันภัยมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัยหลังจากการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยมีเวลาศึกษารายละเอียดและตัดสินใจว่าต้องการยกเลิกกรมธรรม์หรือยังคงต้องการความคุ้มครองต่อไป โดยหากผู้เอาประกันภัยต้องการยกเลิกกรมธรรม์ภายในระยะเวลาพิจารณานี้จะไม่ต้องเสียค่าปรับใดๆ ระยะเวลาสำหรับ ‘ระยะเวลาพิจารณา’ (Free Look Period) โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 15 วันสำหรับการติดต่อซื้อประกันกับทางตัวแทนหรือผ่านระบบธนาคาร และ 30 …

ประกันสุขภาพเด็ก
บทความ

ประกันสุขภาพเด็ก ควรคุ้มครองอะไรบ้างในปี 2567

ด้วยค่ารักษาโรงพยาบาลและค่าแพทย์ที่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายกำลังมองหาประกันสุขภาพเด็กที่มอบความคุ้มครองที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในสมัยนี้ และแน่นอน ในท้องตลาดมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย บางครั้งอาจจะเลือกยากว่าควรเลือกประกันสุขภาพเด็กที่ไหนดี วันนี้ทาง LUMA เลยอยากจะมาชี้แจงให้เข้าใจกันแบบชัดๆ ง่ายๆ ว่า ประกันสุขภาพเด็กคุ้มครองอะไร และ ตรงไหนที่ควรให้ความสำคัญ ค่ารักษาผู้ป่วยใน ค่ารักษาแบบผู้ป่วยในหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคหรือบาดเจ็บที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล เรียกอีกชื่อว่า Inpatient Care หรือ …