ประกันเดินทางเจ้าไหนไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อนอนโรงพยาบาล

การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศถือเป็นอีกสไตล์การพักผ่อนของคนจำนวนมากที่รักการเดินทาง นอกจากได้พักผ่อนอย่างมีความสุข ยังเปิดประสบการณ์ชีวิตใหม่ ๆ ได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างทั้งด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร ผู้คน และอีกมากมาย อย่างไรก็ตามสิ่งที่นักเดินทางทุกคนควรรู้เมื่อต้องไปต่างประเทศสามารถเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ทุกเวลา เมื่อบวกกับความไม่คุ้นชินอันถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งด้วยแล้ว “ประกันเดินทาง” จึงเป็นทางเลือกที่ควรต้องมีติดตัวเอาไว้มากที่สุด แล้วถ้าจะเลือกซื้อประกันเดินทางไม่สำรองจ่ายมีที่ไหนบ้าง มาเช็กลิสต์ข้อมูลได้เลย! 

ประกันเดินทางไม่ต้องสำรองจ่าย

เช็กลิสต์ประกันเดินทางไม่สำรองจ่ายกรณีนอนโรงพยาบาล มีที่ไหนบ้าง? 

ใครที่วางแผนเตรียมไปท่องเที่ยวต่างประเทศ นอกจากการเตรียมเสื้อผ้า เอกสารต่าง ๆ ให้พร้อมแล้ว อย่าลืมซื้อประกันเดินทางต่างประเทศกันด้วย ซึ่งการได้ประกันเดินทางไม่สำรองจ่ายจะเป็นคำตอบที่โดนใจมากที่สุด ไม่ต้องจ่ายเงินเองก่อนให้วุ่นวายในกรณีที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล แล้วจะมีบริษัทไหน แผนใดบ้างมาเช็กลิสต์พร้อมเปรียบเทียบความน่าสนใจไปพร้อมกันได้เลย  

  1. 1. MSIG Travel Easy จาก MSIG

เจ้าแรกเป็นประกันเดินทางที่ไม่ต้องสำรองจ่ายในกรณีเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD) โดยบริษัทจะจัดหาโรงพยาบาลในเครือที่ใกล้เคียงให้ แต่หากเจ็บป่วยเล็กน้อยและเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยนอก (OPD) จะสามารถเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้ตามที่รัฐของประเทศนั้นๆรับรองโดยจะต้องสำรองจ่ายและเก็บใบเสร็จตัวจริง ใบรับรองแพทย์ พร้อมเอกสารประกอบการเคลมเพื่อนำมาเบิกกับทางประกันภายใน 30 วันหลังจากกลับถึงไทย แผนประกันมีราคาเริ่มต้น 350 บาทในประเภท Easy Visa สำหรับระยะเวลา 7 วันในโซนยุโรป พร้อมแผนที่ให้วงเงินคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท กรณีใช้เพื่อยื่นวีซ่าแล้วไม่ผ่านสามารถขอรับเงินคืนได้ 100% ครบครันทั้งความคุ้มครองตัวบุคคล สัมภาระ และการล่าช้าของเครื่องบิน สายด่วนตลอด 24 ชม. บริการเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาลหรือการส่งตัวกลับประเทศต้นทางเพื่อทำการรักษา  

สนใจซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ MSIG

  1. 2. AXA Smart Traveller Plus จาก AXA

ประกันเดินทางไม่สำรองจ่ายกรณีนอนโรงพยาบาล (IPD) กับโรงพยาบาลในเครือข่ายทั่วโลกอีกเจ้าที่น่าสนใจ โดยมีเงื่อนไขว่าหากเป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ทางบริษัทแนะนำให้สำรองจ่ายไปก่อนแล้วนำใบเสร็จและใบรับรองแพทย์กลับมาเบิกที่ประเทศไทย แจ้งเคลมภายใน 30 วันนับจากวันเดินทางกลับมาถึง แต่หากการรักษาพยาบาลนั้นๆมีแนวโน้มต้องนอนรักษาตัวในระยะเวลานานหรือต้องรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD) ซึ่งอาจมีค่ารักษาที่สูงเกินกว่าจะสำรองจ่ายได้ ผู้ทำประกันสามารถติดต่อประสานงานกับ AXA Hotline ได้ตลอด 24 ชม. ค่าเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 407 บาทในประเภท Plus-Lite ระยะเวลา 7 วันพร้อมรับประกันกรณียื่นวีซ่าไม่ผ่าน ส่วนใครอยากได้แผนแบบคุ้มค่าก็มีตัวเลือกวงเงินคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท ทุกแผนคุ้มครองการรักษาพยาบาล COVID-19 และโรคติดต่อเฉียบพลัน ครอบคลุมทั้งการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าสัมภาระเสียหาย ฯลฯ รวมถึงยังมีเงินชดเชยรายวันสูงสุดให้ไม่เกิน 20 วันอีกต่างหาก อีกตัวเลือกที่ตอบโจทย์นักเดินทางผู้หลงใหลในการเที่ยว 

สำหรับใครที่สนใจประกันเดินทางต่างประเทศไม่สำรองจ่ายเมื่อนอนโรงพยาบาลจาก MSIG และ AXA แล้วอยากรู้ว่ายังมีประกันเดินทางต่างประเทศเจ้าไหนในปี 2567 นี้ที่น่าสนใจอีก เรารวบรวมไว้ให้แล้ว 

สนใจซื้อประกันเดินทางต่างประเทศ AXA

  1. 3. เมืองไทย Happy Trip จาก เมืองไทยประกันภัย

ปิดท้ายด้วยประกันเดินทางต่างประเทศที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีนอนโรงพยาบาล (IPD) กับโรงพยาบาลในเครือข่ายทั่วโลกเช่นเดียวกัน แต่สำหรับการรักษาเพียงเล็กน้อยโดยไม่นอนโรงพยาบาล (OPD) ควรมีการสำรองจ่ายไว้และนำมาเบิกคืนภายใน 30 วันหลังจากกลับถึงไทย เบี้ยประกันภัยรายเที่ยวประเภท ECO เริ่มต้นเพียงแค่ 317 บาท สำหรับการเดินทาง 7 วันในโซนยุโรปซึ่งรับรองกรณียื่นวีซ่าไม่ผ่านด้วย พร้อมแผนให้ความคุ้มครองในกรณีเจ็บป่วย บาดเจ็บ เสียชีวิตสูงสุด 5 ล้านบาท ครอบคลุมเรื่องการเดินทางและสัมภาระ อีกทั้งยังมีค่าชดเชยค่าโทรศัพท์กรณีฉุกเฉิน และค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยด้วยตนเอง อุ่นใจด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เจ็บป่วยจากต่างประเทศกลับถึงไทยแล้วยังไม่หายก็คุ้มครองค่ารักษาต่อเนื่องในไทย เพื่อความสบายใจทุกการเดินทาง 

ติดตาม ข่าวสาร และ โปรโมชั่นต่างๆ

ประกันเดินทางไม่ต้องสำรองจ่าย, ประกันเดินทางเจ้าไหนไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อนอนโรงพยาบาล
ประกันเดินทางไม่ต้องสำรองจ่าย

ความสำคัญของการมีประกันเดินทางเมื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศ 

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่าเรื่องไม่คาดฝันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา ไม่เลือกสถานที่ ยิ่งถ้าต้องเดินทางไปยังจุดหมายที่ตนเองไม่คุ้นเคยด้วยแล้ว อัตราความเสี่ยงดังกล่าวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นแบบไม่ต้องสงสัย ด้วยเหตุนี้หากคุณวางแผนเตรียมไปท่องเที่ยวต่างประเทศ การมีประกันเดินทางต่างประเทศจะช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเจอเหตุไม่คาดฝันได้เยอะมาก นี่คือความสำคัญที่บ่งบอกได้ชัดเจนทำไมทุกครั้งที่เดินทางไปเมืองนอกต้องซื้อประกันเดินทางติดไว้ตลอด โดยความคุ้มครองที่จะได้รับ ประกอบไปด้วย 

  1. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

แม้จุดประสงค์ของทุกคนตั้งใจเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองนอก แต่ด้วยปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างอาจทำให้คุณต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ เช่น อากาศเปลี่ยนแปลง ไม่คุ้นชิน จนเกิดไข้หวัด การติดเชื้อโควิด-19 อาหารเป็นพิษจากการทานอาหารที่ไม่คุ้นเคย อุบัติเหตุจากการเดินข้ามถนน เดินตกบันได เป็นต้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้งสถานะผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ประกันเดินทางจะให้ความคุ้มครองด้านค่าใช้จ่ายตามรายละเอียดของกรมธรรม์แบบครบถ้วน อย่าลืมว่าในต่างประเทศค่ารักษาพยาบาลแพงมาก นี่จึงเป็นความสำคัญที่ทุกคนควรรู้เอาไว้มากที่สุด 

  1. คุ้มครองความผิดพลาดจากสายการบิน

เรื่องต่อมาเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอเมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศนั่นคือ เครื่องบินล่าช้า ดีเลย์ เลื่อนไฟล์ท หรือยกเลิกเที่ยวบิน อันเนื่องจากสาเหตุหลายประการ เช่น เครื่องบินขัดข้อง สภาพอากาศ การถูกข่มขู่ ฯลฯ ซึ่งกรณีนี้หากผู้เดินทางไม่มีประกันเดินทางต่างประเทศใด ๆ รองรับอยู่เลยก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอจนกว่าจะถึงไฟล์ทใหม่ที่ทางสายการบินระบุเอาไว้ หรือต้องซื้อตั๋วใบใหม่ในราคาเต็ม ยังไม่นับรวมกับการต้องจ่ายค่าอาหาร ห้องพัก หากไฟล์ทเลื่อนไปแบบข้ามวัน ซึ่งกรณีทั้งหมดหากมีประกันก็สบายใจหายห่วง เพราะทางบริษัทประกันสามารถเคลมให้คุณได้ภายใต้เงื่อนไขและวงเงินที่กำหนดไว้  

  1. คุ้มครองความเสียหาย สูญหาย ล่าช้าของสัมภาระ

ลองนึกภาพหากสัมภาระที่คุณนำมาด้วยเกิดการสูญหายเพราะมีการขนย้ายไปผิดไฟล์ทจนล่าช้าและต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้เองทั้งหมด กระเป๋ามีรอยแตกเสียหายไม่สามารถใช้งานต่อได้ ยิ่งต้องไปซื้อต่างประเทศราคาแต่ละชิ้นไม่ธรรมดาแน่นอน อย่างน้อยที่สุดการได้เคลมประกันเพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายเรื่องดังกล่าวยังดีกว่าต้องจ่ายเองทั้งหมด นอกจากเสียเงินแล้ว ยังเสียอารมณ์ หมดสนุกกับการท่องเที่ยวที่อุตส่าห์ตั้งใจเดินทางมาอีกด้วย 

  1. คุ้มครองเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม

นอกจาก 3 เรื่องหลัก ๆ ที่ระบุไปแล้ว ประกันเดินทางต่างประเทศยังมีความคุ้มครองด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทประกันนั้น ๆ ด้วย เช่น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพื่อกลับมารักษายังประเทศบ้านเกิด การเคลื่อนย้ายศพ การสูญเสียหรือเสียหายของเอกสารการเดินทาง ของมีค่าในห้องพักถูกโจรกรรม การถูกโจรกรรมทรัพย์สินระหว่างท่องเที่ยว เป็นต้น 

สิ่งที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อประกันเดินทาง 

การซื้อประกันเดินทางย้ำว่าไม่ใช่แค่บริษัทไหนก็ได้ แต่ควรรู้วิธีในการตัดสินใจอย่างถูกต้อง เหมาะสม และคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับกลับมามากที่สุด แม้บางคนอาจบอกว่าไม่ได้ใช้ ไม่อยากใช้ แต่บางทีเรื่องเหนือความคาดหมายก็เกินคาดเดาได้เช่นกัน เสียเวลาพิจารณาความเหมาะสมสักนิดก่อนไปท่องเที่ยว เพื่อความสบายใจและตะลุยได้แบบเต็มพิกัดไม่มีเบื่อ 

  1. ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียงของบริษัทประกัน

ลำดับแรกคุณต้องคัดออกมาให้ชัดเจนก่อนว่าบริษัทประกันไหนน่าเชื่อถือ มีชื่อเสียงในด้านของประกันเดินทางต่างประเทศมากที่สุด ซึ่งหลักเบื้องต้นแนะนำให้เลือกบริษัทที่มีพันธมิตรนานาชาติ เช่น สายการบิน สถานพยาบาล บริษัทประกันต่างชาติ เป็นต้น เพื่อการประสานงานด้วยความรวดเร็วหากเกิดเหตุที่คุณต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน หรือต้องรีบส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดด่วน 

  1. ข้อมูลต่าง ๆ ในกรมธรรม์ที่จะซื้อ

เมื่อได้บริษัทประกันที่น่าสนใจแล้วก็ต่อด้วยการเทียบข้อมูลต่าง ๆ ของกรมธรรม์ที่ตนเองจะซื้อว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีเงื่อนไขไหนน่าสนใจ เงื่อนไขไหนไม่ตรงกับความต้องการก็ค่อย ๆ คัดออกทีละแห่ง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต้องพิจารณาจากความเหมาะสมของทริปเดินทางและงบประมาณที่มีด้วย เช่น บางคนอาจซื้อฉบับคุ้มครองแค่เบื้องต้น เนื่องจากเคยเดินทางไปบ่อยแล้ว รู้จักประเทศนั้น ๆ พอควร เป็นต้น 

  1. วงเงินที่ให้ความคุ้มครอง

เรื่องของวงเงินเป็นอีกสิ่งที่อย่ามองข้ามเด็ดขาดหลังจากพิจารณาข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อย ตามหลักเบื้องต้นยิ่งวงเงินความคุ้มครองเยอะ ค่าเบี้ยประกันย่อมสูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่ในกรณีที่คุณเดินทางไปประเทศค่าครองชีพไม่ได้สูงมากนัก การเลือกแผนคุ้มครองราคาถูกลงก็อาจเพียงพอได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องซื้อแผนแพงสุดเสมอไป แต่ถ้าต้องไปประเทศค่าครองชีพสูง เช่น ในยุโรป สหรัฐฯ เกาหลี ญี่ปุ่น แผนคุ้มครองวงเงินสูงจะตอบโจทย์มากที่สุด 

  1. รีวิวจากผู้เคยเป็นลูกค้าจริง

อย่าลืมศึกษารีวิวของลูกค้าที่เคยใช้งานประกันเดินทางระหว่างที่พวกเขาท่องเที่ยวเพื่อประเมินผลลัพธ์ Feedback ว่าเป็นอย่างไร เพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมและเลือกได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ลดความผิดพลาดที่อาจเสียงต่อการเคลมจริงเมื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝัน 

สรุป 

ทั้งหมดนี้คือประกันเดินทางต่างประเทศไม่สำรองจ่ายกรณีนอนโรงพยาบาลที่คัดเอามาให้กับทุกคนได้ศึกษาและเลือกซื้อกัน หากสนใจเจ้าไหนก็ต้องไม่ลืมพิจารณาจากคำแนะนำที่ระบุทั้งหมด เพื่อความมั่นใจ และสามารถท่องเที่ยวได้แบบไม่ต้องคิดมาก เพราะประกันเดินทางต่างประเทศพร้อมดูแลในทุกย่างก้าว เจ็บป่วย บาดเจ็บ และอื่น ๆ ครบถ้วนทั้งหมด ไม่ผิดหวังแน่นอน  

Table of Contents

You May Also Like

วีซ่าออสเตรเลีย
บทความ

อัปเดตการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว ฉบับปี 2024

การไปเที่ยวออสเตรเลียจัดเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของหลายคน นอกจากความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมีเรื่องน่าสนใจทั้งสัตว์ป่า ชุมชนคนไทย และอีกมากมาย ซึ่งใครวางแผนอยากสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่แบบนี้ก็จำเป็นต้องมี “วีซ่าออสเตรเลีย” ก่อนเดินทางเข้าประเทศด้วยเช่นกัน จึงขออัปเดตวิธีขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียและข้อมูลน่าสนใจฉบับปี 2024 ให้ทุกคนทำตามกันเลย ข้อมูลเบื้องต้นในการขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจขอวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยวจะถูกจัดอยู่ในหมวดของ Visitor Visa สามารถใช้ได้ทั้งจุดประสงค์การท่องเที่ยว ทำธุรกิจ เยี่ยมญาติ รวมถึงการเรียนคอร์สระยะสั้นไม่เกิน 3 …

New Health Standard คืออะไร
บทความ

New Health Standard คืออะไร

ความหมายของ New Health Standard  New Health Standard คือมาตรฐานของประกันสุขภาพแบบใหม่ ที่มีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทำไมถึงต้องเปลี่ยนเป็น New Health Standard? เพื่อสร้างมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ให้เหมาะสมกับสังคมสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากวิวัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากจากเมื่อก่อน …

community rating คือ
บทความ

Community Rating คืออะไร?

Community Rating เป็นหลักการที่ใช้ในการกำหนดระดับค่าเบี้ยประกันหรือค่าบริการทางด้านการแพทย์โดยไม่คำนึงถึงประวัติการเป็นโรคหรือสภาพสุขของบุคคลแต่ละคนในกลุ่มที่เข้าร่วมโปรแกรมประกันสุขภาพ เพื่อง่ายต่อการเข้าถึงการรักษาและประกันสุขภาพสำหรับทุกคนในกลุ่มนั้น โดยทั่วไปการเสนอราคาหรือการเสนอประกันในระบบ Community Rating จะไม่พิจารณาข้อมูลส่วนบุคคลเช่น อายุหรือประวัติการเป็นโรคของผู้เอาประกัน ทำให้ค่าเบี้ยหรือค่าบริการมีความเท่าเทียมกันหรือใกล้เคียงสำหรับทุกคนในกลุ่มนั้นๆ แม้ว่าบางบุคคลอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากกว่าบางคนในกลุ่มก็ตาม หรือบางคนอาจมีอาการเรื้อรังที่ต้องการการรักษาบ่อยมากกว่าคนอื่น แต่ค่าเบี้ยหรือค่าบริการยังคงเท่าเทียมกันสำหรับทุกคนในกลุ่มนั้นๆ หลักการ Community Rating มีจุดประสงค์เพื่อให้มีความยุติธรรมและเสมอภาคต่อทุกคนในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพโดยไม่สนใจสถานะสุขภาพหรือความสามารถในการจ่ายเงินของบุคคลแต่ละคนในกลุ่มนั้น ๆ โดยมักจะใช้ในระบบประกันสุขภาพของประเทศหรือระบบที่เปิดให้กับสาธารณชนทั่วไปให้เข้าถึงได้ง่าย ๆ …