ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพเป็นเรื่องที่คนไทยหลายๆท่านอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อนทั้งยังเกิดความสงสัยและเกิดความไม่มั่น ใจว่าประกันสุขภาพแบบไหน ซื้อแล้วถึงจะคุ้มค่าที่สุด หรือหากซื้อแล้วไม่ได้ใช้จะเป็นการเสียเงินไปเปล่าๆ หรือไม่ วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับประกันสุขภาพให้คุณได้ลองอ่านดูกันค่ะ

ประกันสุขภาพคืออะไร

ก่อนอื่นเรามารู้จักกันก่อนว่าประกันสุขภาพคืออะไร การประกันสุขภาพ คือ การประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรค หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย

รูปแบบประกันสุขภาพในปัจจุบันค่อนข้างหลากหลาย เพื่อให้คุณสามารถเลือกแบบที่เหมาะสมกับตัวเองได้มากที่สุด ประกันสุขภาพนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ

ประกันสุขภาพแบบหมู่ ซึ่งจะเป็นประกันที่คุณจะได้รับจากทางนายจ้างหรือบริษัทที่คุณทำงานอยู่ โดยสามารถใช้สิทธิ์ตามที่ทางบริษัทกำหนด

ข้อดีของประกันสุขภาพแบบหมู่

  •       เป็นประกันสุขภาพที่คุณไม่ต้องจ่ายเอง: หากบริษัทที่คุณทำงานอยู่ได้เอื้ออำนวยความสะดวกในด้านนี้ให้ คุณก็สามารถประหยัดค่าประกันไปได้
  •       หากเป็นโรคอื่นๆ มาก่อน: หากคุณมีอาการป่วยเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว ประกันกลุ่มบางประเภทจะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายให้ด้วย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์แต่ละประเภทด้วย
  •       ครอบคลุมเพียงพอ: ประกันสุขภาพแบบหมู่ส่วนใหญ่มักจะครอบคลุมสิ่งที่จำเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว เช่น ความคุ้มครองผู้ป่วยนอก ประกันอุบัติเหตุ หรือบางบริษัทครอบคลุมไปถึงค่าทำฟันด้วย

ข้อเสียของประกันสุขภาพแบบหมู่

  •       ไม่ได้รับประกันต่อหากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน: หากคุณพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน ประกันสุขภาพต่างๆ ที่เคยครอบคลุมก็จะไม่คุ้มครองต่อ นอกจากนี้ หากมีอาการหรือโรคใดๆ ร้ายแรงที่คุณเป็นระหว่างประกันสุขภาพแบบหมู่คุ้มครอง แล้วยกเลิกจากนั้นสมัครประกันแบบรายบุคคลที่ใหม่ คุณอาจจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากประกันที่ใหม่ เพราะอาการหรือโรคที่เป็นระหว่างนั้นจะถือเป็น “โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันภัย”
  •       เป็นประกันที่ไม่ครอบคลุมได้ตามความต้องการส่วนตัว: สำหรับประกันสุขภาพแบบหมู่นี้อาจจะไม่ครอบคลุมครบทุกความต้องการส่วนตัวของคุณ เช่น หากไปเที่ยวต่างประเทศแล้ว ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในต่างประเทศอาจจะไม่ครอบคลุม

 ประกันสุขภาพรายบุคคล คือประกันสุขภาพที่คุณสามารถหาซื้อได้ด้วยตนเอง และสามารถเลือกแบบประกันที่คุ้มครองคุณได้เหมาะสมที่สุด

ข้อดีของประกันสุขภาพรายบุคคล

  •       ได้แบบประกันที่ตรงกับความต้องการส่วนตัว: สำหรับบางท่านที่อาจมีความต้องการส่วนตัวอื่นๆ เช่น ต้องการประกันทำฟัน ทำคลอด หรืออื่นๆ ก็สามารถเลือกแบบประกันที่คุ้มครองตามที่ต้องการได้
  •       ควบคุมงบได้: การซื้อประกันภัยสุขภาพนั้นคุณสามารถเลือกค่าเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับสภาพทางการเงินของคุณเองได้ บางท่านอาจจะสะดวกเป็นจ่ายเบี้ยคงที่ตลอดสัญญา ไม่มีการปรับเพิ่มตามอายุ หรืออาจจะเลือกเป็นเบี้ยประกันแบบสูงหน่อย แต่ทุนประกันก็สูงตามไปด้วย

ข้อเสียของประกันสุขภาพรายบุคคล

  •       ใช้เวลาในการศึกษาและเปรียบเทียบ: ก่อนซื้อประกันสุขภาพทุกครั้ง อย่าลืมศึกษากรมธรรม์และเงื่อนไขต่างๆ ก่อนนะคะ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ใช้เวลาสักหน่อย แต่การศึกษาเปรียบเทียบจะทำให้คุณได้ประกันที่ตรงใจที่สุดในราคาที่ถูกใจ
  •       งานเอกสาร: การซื้อประกันสุขภาพด้วยตัวเองนั้นคุณอาจจะต้องใช้เวลาในการกรอกเอกสารสักหน่อย รวมถึงอาจจะต้องตรวจสุขภาพและตอบคำถามสุขภาพก่อนทำประกัน แต่เพื่อความคุ้มครองอย่างถูกต้องอย่าลืมกรอกเอกสารอย่างละเอียด การตอบคำถามสุขภาพบริษัทจะใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณารับทำประกัน

หลายๆ คนที่เห็นข้อดีและข้อเสียของประกันสุขภาพทั้งสองแบบแล้วจะเห็นว่า การมีประกันสุขภาพทั้งแบบหมู่และแบบรายบุคคลเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา บางท่านอาจจะคิดว่าการมีประกันภัยแบบกลุ่มที่ทางบริษัทและนายจ้างจัดหาให้ก็เพียงพอ ต้องอย่าลืมดูสิทธิประกันด้วยนะคะ ว่าคุ้มครองส่วนไหนบ้าง บางที่นายจ้างอาจจะจัดหาประกันแบบที่คุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน และอุบัติเหตุ หรือประกันบางที่อาจไม่คุ้มครอง

สำหรับประกันสุขภาพนั้นจะแบ่งการคุ้มครองออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่

  1.       ให้ความคุ้มครองเมื่อต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการป่วยไข้ โดยส่วนที่ชดเชยคือ ค่าห้องและค่าอาหาร ค่าบริการทั่วไป และค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หลังการเกิดอุบัติเหตุ
  2.       ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการผ่าตัด
  3.       ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการให้แพทย์มาดูแล
  4.       ค่าใช้จ่ายการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) หรือจากการรักษาที่คลินิก
  5.       ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
  6.       ค่าใช้จ่ายในการรักษาฟัน
  7.       การชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริการโดยพยาบาลพิเศษขณะอยู่ในโรงพยาบาล หรือที่บ้านภายหลังจากการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์

ทั้งนี้ประกันสุขภาพบางโปรแกรมจะไม่ได้คุ้มครองหมดทั้งเจ็ดหมวด ดังนั้นอย่าลืมอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ กันก่อนตัดสินใจเลือกซื้อก่อนทุกครั้งนะคะ

 

แบบแผนประกันสุขภาพ

แบบแผนประกันสุขภาพนั้นมีหลากหลายแบบ แต่สามารถแบ่งได้สามแบบหลักๆ คือ

–          แบบประกันคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน หรืออาจเรียกว่าประกันแบบพื้นฐานที่จะคุ้มครองค่าห้อง ค่าใช้จ่ายในการตรวจ ค่ายาและค่าผ่าตัดอื่นๆ ซึ่งสามารถใช้ได้ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุหนักหรือในกรณีที่ป่วย มีจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล

–          แบบประกันคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก หรืออาจจะเรียกอีกแบบได้ว่าประกันสุขภาพแบบครอบคลุม หากคุณต้องการตรวจรักษาวินิจฉัยโรคทั่วไป เช่น โรคหวัด ประกันสุขภาพแบบนี้จะคุ้มครองการพบแพทย์และค่ายาต่าง ๆ ถึงแม้ว่าการเลือกแบบประกันแบบครอบคลุมนั้น อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นกว่าประกันแบบพื้นฐาน แต่ก็สามารถมั่นใจได้ว่า แม้คุณจะเจ็บป่วยเล็กน้อย แล้วไปโรงพยาบาลหาหมอ ก็สามารถคุ้มครองได้

–          แบบประกันที่คุ้มครองทั้งผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก และอื่นๆ เช่น ค่าทำฟัน ค่าทำคลอดเป็นต้น สำหรับประกันแบบนี้จะเป็นประกันแบบครอบคลุมที่มาพร้อมกับผลประโยชน์อื่นๆ ด้วย ซึ่งจะเป็นแบบประกันที่มีราคาแพงที่สุด แต่คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้คุ้มครองส่วนไหนเป็นพิเศษ เช่น หากวางแผนตั้งครรภ์ก็เลือกแบบประกันที่คุ้มครองค่าทำคลอดด้วยเป็นต้น

เพราะอะไรถึงควรมีประกันสุขภาพ

สำหรับหลายๆ ท่านแล้วการพูดถึงเรื่องเจ็บป่วยอาจเป็นเรื่องที่ไม่น่าพูดถึงนัก ประกันจึงกลายเป็นหัวข้อที่หลายท่านหลีกเลี่ยง แต่จริงๆ แล้วการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นโรคภัยไข้เจ็บไปได้ ประกันสุขภาพจึงเปรียบเสมือนแผนป้องกันชั้นดีเมื่อคุณมีโรคภัยไข้เจ็บมาเยือน

นอกจากแบบประกันว่าคุ้มครองด้านไหนแล้ว ยังมีเรื่องการจ่ายเบี้ยประกันที่หลายๆ ท่านกังวลว่าจ่ายเบี้ยไปจะเสียเปล่าหากไม่ได้ใช้ประกันเลย แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการตัดสินใจซื้อประกันก็เป็นเสมือนการวางแผนล่วงหน้า ดังนั้นหากคุณเลือกแผนประกันที่เหมาะสม ตรงตามเป้าหมายและความต้องการ ก็ย่อมมีประโยชน์คุ้มค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย เพราะฉะนั้นอย่าลืมอ่านกรมธรรม์และเงื่อนไขต่างๆ ให้เข้าใจดีก่อนซื้อนะคะ

การซื้อประกันไม่จำเป็นต้องซื้อหมดทุกแบบเพราะประกันแต่ละแบบก็เหมาะสำหรับจุดประสงค์ที่ต่างกันไป เลือกแบบที่เหมาะกับคุณที่สุด โดยคำนึงถึงสถานะทางการเงิน สุขภาพโดยรวม และภาระทางครอบครัว การมีประกันจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าหากคุณเจ็บป่วยขึ้นมา ประกันที่คุณตัดสินใจซื้อจะเป็นตัวช่วยชั้นดี นอกจากนี้หากมีครอบครัว ประกันจะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินไปได้มาก

ก่อนจะซื้อประกันควรจะคำนึงถึงอะไรบ้าง

การซื้อประกันนั้นไม่ยากอย่างที่คิด แต่หากคุณไม่มั่นใจเรามีหลักการง่ายๆ ให้ลองพิจารณาดูก่อนค่ะ

ทบทวนตัวเอง: ลองทบทวนตัวเองดูก่อนว่าประกันแบบไหนจะเหมาะกับเราที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงบที่จะซื้อ ความคุ้มครองว่าคุ้มครองด้านไหนบ้าง ภาระด้านครอบครัว และสุขภาพโดยรวม

เลือกหาตัวแทนหรือบริษัทประกันที่ไว้ใจได้: การหาบริษัทประกันที่ไว้ใจได้และมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอย่าลืมว่าหากคุณ ควรจะลองทำการศึกษาเกี่ยวกับตัวแทนหรือบริษัทประกันนั้นๆ ไว้

แบบประกันแบบไหนที่ตรงใจเรา: ประกันสุขภาพนั้นมีหลากหลายแบบ ดังนั้นหากคุณทบทวนถึงสถานภาพทางการเงินและสุขภาพองค์รวมแล้วคุณสามารถลองดุแบบประกันได้ว่าแบบไหนเหมาะสุด

อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ในกรมธรรม์ก่อนซื้อ: หลายๆ ครั้งที่ผู้ซื้อประกันไม่ได้ศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ให้ดีก่อนซื้อจึงเกิดปัญหาเรื่องการคุ้มครองในภายหลัง เช่น กรมธรรม์ระบุระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง 30 วัน นับจากวันทำสัญญา ดังนั้น หากเจ็บป่วย แม้แพทย์วินิจฉัยให้นอนรักษาในโรงพยาบาล แต่เกิดภายในช่วง 30 วัน นับจากวันทำสัญญา ก็ยังไม่สามารถเคลมประกันได้ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขเกี่ยวกับ “โรคร้ายแรง” ที่ระบุในกรมธรรม์ด้วยว่า โรคร้ายแรงที่คุ้มครองหมายถึงโรคอะไรบ้าง แต่ละโรคต้องมีอาการหรือขั้นของโรคนั้น ๆ อย่างไร ประกันบางแบบจะระบุในรายละเอียดว่า โรคมะเร็งที่จะเคลมได้นั้นต้องเป็นมะเร็งในระยะลุกลามเท่านั้น ดังนั้นหากตรวจเจอเซลล์มะเร็งหรือเป็นมะเร็งระยะไม่ลุกลามก็ยังเคลมไม่ได้ เป็นต้น เงื่อนไขเหล่านี้คุณควรศึกษาหรือปรึกษาตัวแทนประกันก่อนตัดสินใจทำประกัน หรือศึกษาให้ดีเมื่อได้รับกรมธรรม์ เพราะคุณมีสิทธิ์ที่จะขอยกเลิกกรมธรรม์ที่เพิ่งทำได้ ภายใน 15 วันนับตั้งแต่เซ็นเอกสารรับมอบกรมธรรม์จากบริษัท โดยบริษัทจะคืนเบี้ยที่ชำระมาแล้วให้ พร้อมหักค่าใช้จ่าย 500 บาท และค่าตรวจสุขภาพตามจริง (หากมี)

อัตราเบี้ยประกัน

สำหรับใครที่กังวลเรื่องเบี้ยประกัน หรือยังมีความไม่เข้าใจ วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันค่ะ

อัตราเบี้ยประกันภัยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

อายุ: อายุที่แตกต่างสามารถแสดงถึงโอกาสที่ร่างกาย จะบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย รวมถึงการได้รับผลกระทบแทรกซ้อนแตกต่างกันไปด้วย เช่น หากอายุมากขึ้น เบี้ยประกันจะเพิ่มขึ้นเพราะจะมีโอกาสเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ได้มากขึ้น ทั้งยังใช้เวลาในการพักรักษาตัวนานกว่าบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า

เพศ: ปัจจุบันความเสี่ยงภัยของเพศหญิงจะไม่แตกต่างจากเพศชายมากนัก แต่อย่างไรก็ตามความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย ยังมีความแตกต่างกันอยู่โดยปกติเพศหญิงจะใช้เวลาในการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บทางร่ายกายนานกว่าเพศชาย

สุขภาพ: ใครที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วยรุนแรง ก็จะมีโอกาสเป็นโรคได้น้อยกว่าคนที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง ทำให้เบี้ยประกันถูกลงไปด้วย

อาชีพ อาชีพแสดงถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลซึ่ง จะนำไปสู่ความเสี่ยงภัยหรือแนวโน้มที่จะได้รับบาทเจ็บ หรือเจ็บป่วยที่ต่างกันออกไป หากใครที่ทำอาชีพเสี่ยงมากก็อาจจะทำให้เบี้ยสูงตามไปด้วย

การดำเนินชีวิต แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพ หรือ อุบัติเหตุของบุคคลที่แตกต่างกันไป อาทิเช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การเล่นกีฬาที่เสี่ยงอันตราย เป็นต้น

หลังจากศึกษาเรื่องประกันสุขภาพกันแล้ว ก่อนตัดสินใจซื้ออย่าลืมศึกษาเงื่อนไขของกรมธรรม์ก่อนซื้อ เพื่อการคุ้มครองที่ครอบคลุมและตรงกับความต้องการที่สุดนะคะ

 

หากคุณสนใจที่จะรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างค่ะ



X
Popup image